- หน้าแรก
- จ่ายปุ๊บ เทพปั๊บ! กับพนักงานนับพันล้านคน!
- บทที่ 5: พ่อครับ ผมอยากหาภรรยาให้พ่อ
บทที่ 5: พ่อครับ ผมอยากหาภรรยาให้พ่อ
บทที่ 5: พ่อครับ ผมอยากหาภรรยาให้พ่อ
บทที่ 5: พ่อครับ ผมอยากหาภรรยาให้พ่อ
ตอนที่เฉินเหยียนเซินวิ่งพรวดเดียวออกจากซอยเป่ยอี้ เขาก็ต้องพบกับความกระอักกระอ่วนใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่า จักรยานของเขาทิ้งไว้ที่หน้าประตูร้านเน็ต
ในเมื่อตอนนี้มีแค่ยานพาหนะคันนี้เป็นเพื่อนคู่ใจ เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันเดินกลับไป
"อ้าว? กลับมาอีกแล้วเหรอ?"
หวังจื่อเยียนที่เพิ่งเดินออกจากร้านเน็ต เอ่ยขึ้นกับพี่ชายที่อยู่ข้างๆ
"ฮัลโหล ที่แท้ก็จื่อเยียนนี่เอง โตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นเป็นกองเลยนะ"
เฉินเหยียนเซินหยุดฝีเท้า แล้วทักทายอย่างยิ้มแย้ม
"แต่เมื่อวานพี่ยังมาทานข้าวที่บ้านหนูอยู่เลยนะคะ"
หวังจื่อเยียนยื่นริมฝีปากเล็กๆ ที่ทั้งอมชมพูและแวววาวออกมา แกล้งทำเป็นโกรธ
"ฮ่าๆ งั้นเหรอ?"
เฉินเหยียนเซินปลดล็อกจักรยานไปพลาง ตอบกลับอย่างขอไปที
สำหรับหวังจื่อเยียน เขาเตรียมที่จะเว้นระยะห่างเอาไว้ พยายามลดการพบเจอให้ได้มากที่สุด
"พี่เซิน สองเรื่องที่พี่สั่งผมไว้ ผมรับรองว่าจะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอนครับ"
หวังจื่อหาวที่ยืนอยู่ข้างๆ นึกว่าเฉินเหยียนเซินเป็นห่วงว่าเขาจะทำงานไม่เรียบร้อยถึงได้ย้อนกลับมา เลยตบหน้าอกรับประกัน
"อืม พรุ่งนี้เจอกัน"
เฉินเหยียนเซินฟังออกถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของหวังจื่อหาว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายอยากจะนำเงินมาเข้าหุ้น เพื่อทำธุรกิจขาย MP3 และ MP4 กับเขา
เขาจึงพยักหน้าแล้วโบกมือลา
"พี่ เฉินเหยียนเซินให้พี่ทำอะไรเหรอ?"
จนกระทั่งแผ่นหลังของเฉินเหยียนเซินลับสายตาไป หวังจื่อเยียนถึงได้เอ่ยปากถาม
"ไม่มีอะไร"
หวังจื่อหาวส่ายหน้า แววตาหลบเลี่ยง
ก็แหม เรื่องที่เฉินเหยียนเซินขโมยเงินมาทำธุรกิจ ถ้าโดนจับได้ขึ้นมา ก็มีหวังได้เลือดตกยางออกกันบ้าง
พี่หาวท่องยุทธภพ ยึดมั่นใน 'คุณธรรมน้ำมิตร' เป็นหลัก
น้องสาวแท้ๆ ก็บอกไม่ได้!
"เหรอคะ?"
หวังจื่อเยียนหรี่ตารูปดอกท้อเรียวยาวของเธอลง จ้องเขม็งไปที่พี่ชาย แล้วย้อนถามด้วยรอยยิ้ม
"จะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็แล้วแต่"
หวังจื่อหาวถูกเธอจ้องจนใจคอไม่ดี เลยทำคอแข็ง ปิดปากเงียบไม่ยอมพูด
ช่วยไม่ได้ ในด้านสติปัญญาแล้ว หวังจื่อเยียนอยู่เหนือกว่าเขาโดยสิ้นเชิง
ทั้งความเร็วในการคิด ความเข้าใจในปัญหาที่ซับซ้อน และความสามารถในการแก้ปัญหา ล้วนทำให้เขาเทียบไม่ติดฝุ่น
ตัวเขาเองอ่านหนังสือโต้รุ่งแทบตาย ถึงจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมชุนเซินเบอร์สองได้ ในขณะที่หวังจื่อเยียนซึ่งไม่เคยเรียนพิเศษแม้แต่คาบเดียว กลับครองอันดับหนึ่งของระดับชั้นได้อย่างสบายๆ และถูกโรงเรียนมัธยมชุนเซินเบอร์หนึ่งรับเข้าเรียนล่วงหน้าเป็นกรณีพิเศษ
โรงเรียนทั้งสองแห่ง แห่งหนึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำระดับเมือง อีกแห่งเป็นโรงเรียนชั้นนำระดับมณฑล ความแตกต่างนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบรรยายได้
เขากลัวว่ายิ่งพูดมาก ก็ยิ่งมีช่องโหว่มาก
"อย่าคิดว่าจะปิดฉันได้"
หวังจื่อเยียนแค่นเสียงเย็นชา พึมพำเสียงเบา
...
...
เฉินเหยียนเซินขี่จักรยานไปเรื่อยๆ หยุดบ้างเป็นครั้งคราว เขาแวะหาอะไรกินที่ร้านบะหมี่บนถนนเป่ยเจียจนอิ่มท้อง แล้วถึงได้เลี้ยวเข้าซอยแห่งหนึ่งอย่างไม่รีบร้อน
ปั่นไปทางทิศตะวันออกราวสามร้อยเมตร ร้านหนังสือที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในสายตา
ร้านหนังสือ 'กั๋วปิน'
เฉินเหยียนเซินยืนอยู่ที่ประตูร้าน จ้องมองชายวัยกลางคนที่กำลังขนหนังสืออยู่ในร้าน แล้วเผลอเหม่อลอยไป
ที่แท้ตาเฒ่าเฉินในตอนนี้ ก็เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏขึ้นแล้ว
อายุเพิ่งจะสี่สิบแท้ๆ แต่กลับมีผมขาวไปแล้วครึ่งศีรษะ รูปร่างสูงสง่าในวัยหนุ่ม ตอนนี้กลับดูหลังค่อมเล็กน้อย
"กินข้าวเที่ยงรึยัง?"
เฉินกั๋วปินเพิ่งจะจัดนิตยสาร ผู้อ่าน (ตู๋เจ่อ) และ สารสกัดเยาวชน (ชิงเหนียนเหวินไจ) ฉบับล่าสุดเสร็จเรียบร้อย ก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู
ผมทรงปรกหน้าผากถูกตัดออกหมดแล้ว แทนที่ด้วยผมสั้นที่ดูสะอาดสะอ้าน
มีส่วนคล้ายกับตัวเขาในวัยหนุ่มอยู่สามส่วน แต่เค้าโครงหน้าและดวงตากลับเหมือนแม่ของเขามากกว่า
"บะหมี่เสี่ยวเตาหนึ่งชามกับเกี๊ยวซ่าทอดสองชุด ผมซื้อมาเผื่อพ่อด้วย"
เฉินเหยียนเซินรู้สึกซับซ้อนในใจ เดิมทีอยากจะเข้าไปกอดตาเฒ่าเฉิน แต่ก็กลัวจะทำให้อีกฝ่ายตกใจ สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจยาว แล้วแสร้งทำเป็นพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"หา? ขอบใจนะลูก"
เฉินกั๋วปินได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรับถุงอาหารมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นของอาหาร เฉินกั๋วปินก็รู้สึกได้เป็นครั้งแรกว่า ลูกชายของเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไป
เพียงแต่นิสัยประหลาดๆ ของเขาทำให้พูดคำพูดซึ้งๆ ไม่ออก หลังจากกล่าวขอบคุณอย่างแข็งทื่อที่สุดแล้ว เขาก็ล้วงธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือของเฉินเหยียนเซิน
ปากก็บอกให้ลูกกินเยอะๆ กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต
"ตาเฒ่าเฉิน ผมอยากไปเรียนขับรถ"
เฉินเหยียนเซินก็ไม่เกรงใจ ยัดเงินใส่กระเป๋าทันที แล้วนั่งลงตรงข้ามกับเฉินกั๋วปิน เอ่ยขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา
"เรียนขับรถ?"
มือที่กำลังจับตะเกียบของเฉินกั๋วปินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ลูกผู้ชายก็ควรจะเรียนขับรถ"
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเสนอให้ลูกชายใช้ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนไปสอบใบขับขี่ให้เรียบร้อย แต่ผลคือในหัวของเฉินเหยียนเซินมีแต่โจวเข่อหยวน, ร้านเน็ต และร้านบิลเลียด หลังจากทะเลาะกันไม่กี่ประโยค เรื่องก็เลยเงียบไป
"งั้น... ให้พ่อโทรหาลุงสามของแกดีไหม?"
เฉินกั๋วปินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วพูด
"ที่เมืองชุนเซินมีโรงเรียนสอนขับรถแค่ที่เดียวเหรอ?"
เฉินเหยียนเซินย้อนถาม
เขารู้ดีแก่ใจว่าความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างตาเฒ่าเฉินกับลุงทั้งสามคนเป็นอย่างไร แค่วันปีใหม่วันตรุษจีนยังแทบจะไม่ไปมาหาสู่กันเลย ตอนนี้ไปขอความช่วยเหลือ มีหวังโดนมองด้วยหางตาและโดนแขวะกลับมาแน่นอน
"ได้ พ่อเข้าใจแล้ว"
เฉินกั๋วปินได้ยินลูกชายพูดแบบนั้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
นับตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต เขาก็ไปบ้านตระกูลเหลียงเพียงครั้งเดียว พ่อตาแม่ยายพูดจาอ้อมๆ ค้อมๆ ความหมายก็ไม่พ้นด่าว่าเขาดวงซวย ทำให้ลูกสาวคนเล็กของพวกเขาต้องตาย
พี่ชายภรรยาทั้งสองคนก็มองเขาไม่ถูกชะตา ท่าทีของน้องชายภรรยาถึงแม้จะอ่อนลงมาหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก
เมื่อเฉินเหยียนเซินเติบโตขึ้น ความสัมพันธ์ของสองบ้านถึงได้ผ่อนคลายลงบ้าง แต่ก็จำกัดอยู่แค่การไปอวยพรปีใหม่ในวันชิวหยี (วันที่สองของปีใหม่จีน) เท่านั้น
"ฮุ่ยเจินจ๋า ดูเหมือนว่าลูกชายของเราจะรู้จักคิดขึ้นมาแล้วนะ"
เฉินกั๋วปินก้มหน้ากินข้าวต่อ ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
"ตาเฒ่าเฉิน ผมขอปรึกษาอะไรหน่อยได้ไหม?"
เฉินเหยียนเซินมองดูตาเฒ่าเฉิน รอจนกระทั่งเขากินบะหมี่เสร็จ ถึงได้เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"เรื่องอะไร?"
เฉินกั๋วปินอารมณ์ดีอยู่ พอเห็นลูกชายทำท่าจริงจัง จึงนั่งตัวตรง เตรียมตั้งใจฟัง
"ปีนี้พ่อเพิ่งจะสี่สิบเองนะ ไม่คิดจะหาคู่ชีวิตใหม่จริงๆ เหรอ? คราวที่แล้วตอนประชุมผู้ปกครอง แม่ของเมิ่งจวิ้นชมว่าพ่อดูภูมิฐานมีสไตล์ คล้ายจุนหลงอยู่สามส่วน แล้วยังมีกลิ่นอายของบัณฑิตอีก..."
เฉินเหยียนเซินพูดช้าๆ สีหน้าไม่เหมือนล้อเล่น
รอยยิ้มของเฉินกั๋วปินพลันแข็งค้าง อ้าปากค้างราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
"พ่อไม่ชอบแม่ของเมิ่งจวิ้นเหรอ? จริงๆ แล้ว อาจารย์จางลี่ ครูประจำชั้นของเราก็สนใจพ่อนะ ที่สำคัญที่สุดคือ ปีนี้นางเพิ่งจะสามสิบสาม น่าจะยังคลอดลูกได้อยู่!"
เฉินเหยียนเซินเห็นดังนั้น ก็นึกว่าตาเฒ่าเฉินไม่ชอบผู้หญิงอวบๆ เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง แนะนำตัวเลือกแม่เลี้ยงคนอื่นให้ทันที
"ไอ้ลูกระยำ พ่อจะตีแกให้ตาย!"
ใบหน้าของเฉินกั๋วปินค่อยๆ แดงก่ำ หลังจากคำรามลั่น เขาก็คว้าไม้บรรทัดขึ้นมา แล้วหวดลงบนหัวของเฉินเหยียนเซินอย่างแรง
"ตาเฒ่าเฉิน พ่อมีมโนธรรมบ้างไหม? ผมหาภรรยาให้พ่อ พ่อทำกับผมแบบนี้เหรอ!"
เฉินเหยียนเซินตกใจจนลุกขึ้นถอยหลัง วิ่งแนบออกจากร้านหนังสือ แล้วไปยืนตะโกนอยู่หน้าประตู
ช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นของพ่อลูก ดำรงอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ
"ตาเฒ่าเฉิน ลูกชายบ้านแกนี่กตัญญูจริงๆ!"
"ฮ่าๆๆๆ หาแม่เลี้ยงให้ตัวเองเนี่ย หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในใต้หล้า!"
"พี่ปิน เจ้าหนูเหยียนเซินพูดถูกนะเว้ย!"
เจ้าของร้านค้ารอบๆ ได้ยินเสียงก็พากันยื่นหน้าออกมาดูเรื่องสนุก คุณลุงคุณอาที่สนิทกันไม่กี่คนถึงกับตะโกนล้อเล่นเสียงดัง
"ไอ้เด็กเวร ยังไม่คลานเข้ามาอีก!"
เฉินกั๋วปินทำหน้าขรึม พูดอย่างฉุนเฉียว
"ตาเฒ่าเฉิน พ่ออย่าไม่เชื่อนะ ครูประจำชั้นของเรายังคลอดลูกได้จริงๆ ผมไม่ว่าอะไรหรอกถ้าในอนาคตจะมีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่ม"
เฉินเหยียนเซินไม่กลัวเขา ยืนอยู่ที่ประตูแล้วเกลี้ยกล่อมต่อ
"นักเรียนเฉินเหยียนเซิน เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ ครูได้ยินไม่ค่อยชัด ช่วยพูดซ้ำอีกรอบได้ไหม?"
จางลี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลถือแผนการสอนอยู่ในมือ พูดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปากกาลูกลื่นในมือถูกเธอบีบจนดังกรอบแกรบ
เฉินเหยยีนเซินค่อยๆ หันหน้าไป เผยรอยยิ้มที่ดูอึดอัดแต่ก็ยังคงความสุภาพ: "สวัสดีครับอาจารย์จาง ลาก่อนครับอาจารย์จาง"
พูดจบ แม้แต่ค่าเล่าเรียนขับรถก็ยังไม่กล้าขอจากตาเฒ่าเฉิน เขารีบขึ้นคร่อมจักรยานแล้วเผ่นหนีทันที
"อาจารย์จาง เด็กมันไม่รู้จักความ คุณอย่าถือสาเลยนะครับ"
เฉินกั๋วปินถูมือไปมาอย่างประหม่า ในใจก็ด่าไอ้ลูกทรพี แต่บนใบหน้ากลับต้องเค้นรอยยิ้มขื่นๆ ออกมา
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร"
จางลี่ก็มีสีหน้าลำบากใจไม่แพ้กัน เธอรีบกล่าวทักทายและบอกลาอย่างรวดเร็ว แล้วก็จากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก