- หน้าแรก
- เริ่มมาก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเศรษฐี
- chapter_15 เธอต้องจงใจมาทำให้ฉันขยะแขยงใช่ไหม?
chapter_15 เธอต้องจงใจมาทำให้ฉันขยะแขยงใช่ไหม?
chapter_15 เธอต้องจงใจมาทำให้ฉันขยะแขยงใช่ไหม?
ครูประจำชั้นของห้องแปดรีบควานหาแว่นตาแล้วสวมขึ้น ใจเย็นหยิบกระดาษคำตอบที่ได้รับจากเจียงจิงมาเปรียบเทียบกับของนักเรียนคนนี้ วิธีทำที่เขาถืออยู่ก็ธรรมดาสามัญ ทำตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เป็นวิธีที่ถูกต้องและเรียบง่ายที่สุด
เด็กนักเรียนในคอร์สติวพิเศษก็ล้วนแต่ใช้วิธีนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ต่างกัน
แต่คำตอบในมือกลับแตกต่างออกไป เขาจ้องอ่านทุกตัวอักษร ทุกเครื่องหมายวรรคตอนอย่างไม่คลาดสายตา พออ่านจบก็ถึงกับตาสว่างเหมือนได้เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที——
"ที่แท้โจทย์ข้อนี้มีความหมายแบบนี้เอง"
สายตาของครูประจำชั้นหันไปที่ช่องชื่อ ไม่รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด ชื่อที่เขียนด้วยลายมือเรียบร้อยสวยงาม——
ไป๋เหลี่ยน
เขาจรดปากกาขีดคะแนน "10" เต็มในช่องคะแนนปกติอย่างไม่ลังเล เป็นคะแนนที่ไม่เคยมีมาก่อน
**
เวลา 21:00 น.
ห้องทดลองใต้ดิน
"ค่าขีดพลังงานต่ำ" เจียงฝูลี่เงยหน้าขึ้น ถอดแว่นออก มือหนึ่งยันโต๊ะ อีกมือชี้ไปที่กราฟพลังงานที่เพิ่งวาดเสร็จ "แต่พลังงานก่อนชนของควาร์กกับหลังชนไม่สอดคล้องกัน WIMPs พาพลังงานส่วนหนึ่งออกไป..."
ท่วงท่ายืนของเขาสง่างาม การวิเคราะห์เป็นระบบ ระเบียบทุกขั้นตอน ผลการทดลองที่เพิ่งได้มาก็ถูกถ่ายทอดอย่างแม่นยำ
เส้นกราฟที่วาดด้วยดินสอนั้นเรียบเนียนละเอียดราวกับคอมพิวเตอร์วาด
แสงไฟอ่อนสลัวในห้องทดลองส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างพอดี เงาของขนตายาวหนาโปรยทาบลงบนโหนกแก้ม ดูชวนให้รู้สึกว่าเขาถูกวาดขึ้นอย่างประณีต
สมาชิกกลุ่มที่อยู่ข้างๆ ต่างก็หยิบปากกากับกระดาษมาจดสิ่งที่เขาเพิ่งอธิบาย
"วันนี้เอาแค่นี้ก่อน" เจียงฝูลี่เก็บดินสอเสียบไว้ที่ปกเสื้อ มือเรียวยาวล้วงหยิบหน้ากากสีดำจากกระเป๋ากางเกงมาสวมปิดจมูกโด่ง
เขาสูงใหญ่ เสื้อแจ็คเก็ตสีดำทำให้ดูผอมเพรียวขึ้นอีก
ทุกคนมองตามแผ่นหลังที่เขาเดินจากไป เด็กผู้ชายคนหนึ่งเก็บเครื่องอัดเสียงอย่างนิ่งขรึม เอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ "มีอะไรแปลกๆ"
คนอื่นๆ ก็พยักหน้าตาม
เป็นที่รู้กันดีว่ากลุ่มของเจียงฝูลี่ถือว่าโหดที่สุดในประเทศ เพราะคุณชายเจียงมักจะอยู่ในห้องทดลองยันเที่ยงคืนทุกวัน ไม่นอนบ้าน ต่อเนื่องเป็นเดือนก็เคยมาแล้ว
เคยมีสมาชิกในบ้านเจียงมาตามเขาเพราะเรื่องเล็กน้อย สุดท้ายโดนเขาด่าในออฟฟิศไปห้านาที
หลังจากนั้นคนในบ้านเจียงก็ไม่กล้ามายุ่งกับเขาอีก
แต่สองวันนี้ เขากลับกลับบ้านตรงเวลาเก้าโมงทุกคืน
"เหอะ" เด็กผู้หญิงข้างๆ หนุ่มคนนั้นหยิบเครื่องอัดเสียงออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ "แอบอัดเสียงพวกเราใช่ไหม? ถึงว่าทำไมเวลาตอบคำถามคุณชายเจียงถึงได้ไวขนาดนี้!"
"เฮ่อเหวิน นายมันน่าตายจริงๆ"
เด็กหนุ่ม: "......"
บนรถ
เจียงฝูลี่นั่งอยู่เบาะหลัง
คอมพิวเตอร์วางอยู่บนโต๊ะ โทรศัพท์ดังขึ้น เขาเหลือบมองแล้วก็กดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย "ทำไมถึงปฏิเสธครอบครัวเกา? แค่ให้คนเข้าไป ไม่ได้ให้เข้าเจียงจิงสักหน่อย ฉันรู้อยู่แล้ว พอแม่แกตาย แกก็ไม่เห็นฉันเป็นลุง..."
ที่เหลือเจียงฝูลี่ไม่ได้ฟังต่อ
รถค่อยๆ จอดสนิท ผู้ช่วยลงไปหยิบอาหารเย็นของเจียงเหอจากท้ายรถ
เจียงฝูลี่มองออกนอกหน้าต่าง ผ่านกระจก
เขาเห็นเจียงเหอกับไป๋เหลี่ยนยังคงนั่งที่เดิมในร้านชานม ไฟสีขาวดวงหนึ่งส่องอยู่เหนือหัวทั้งสองคน
เจียงฝูลี่สะบัดอารมณ์ทิ้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา มั่นคง "เพราะมันไม่มีประโยชน์"
"อะไรนะ?"
"ฉันบอกว่า" แววตาเจียงฝูลี่นิ่งราวบึงลึก แฝงความเย็นชา เขาหยิบสมุดโน้ตสีดำขึ้นมาแล้วลงจากรถทันที "ฉันไม่รับขยะ"
กดตัดสาย เขาเดินเข้าไปใกล้
ไป๋เหลี่ยนกำลังทำข้อสอบฟิสิกส์ ก้มหน้าทำข้อสอบที่อาจารย์เพิ่งแจกวันนี้
เธอเห็นเจียงฝูลี่ก็เหลือบตามองเล็กน้อย คางยังวางอยู่บนแขน ทักแบบขี้เกียจ "อาจารย์เจียง"
"ยังทำการบ้านไม่เสร็จเหรอ?" เจียงฝูลี่ลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่ง
เดี๋ยวนี้ ม.6 มีการบ้านเยอะขนาดนี้เลยหรือ?
"อีกนิดเดียว" ไป๋เหลี่ยนเขียนบรรทัดสุดท้าย สายตาเหลือบไปเห็นสมุดโน้ตสีดำข้างมือเขา
"นี่" เจียงฝูลี่พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก ดันสมุดไปให้ ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งเฉย แม้แต่เสียงก็ฟังดูสบายๆ "สมุดโน้ตฟิสิกส์สมัยก่อนของฉัน"
ไป๋เหลี่ยนตั้งใจขึ้นมา เธอจ้องสมุดโน้ต ดวงตาดำขลับสะท้อนแสงไฟสวยเกินห้ามใจ "ขอบคุณค่ะ"
เจียงเหอนั่งอยู่ข้างๆ มองเจียงฝูลี่ไม่วางตา
เพราะตอนเย็นต้องไปคอร์สติว ไป๋เหลี่ยนเลยไม่ให้จี้เหิงรอพาเธอกลับไปกินข้าว เธอจึงกินที่โรงอาหาร แล้วค่อยไปนั่งอ่านหนังสือกับเจียงเหอที่ร้านชานมก่อนกลับ
**
จี้เหิงจะรอไป๋เหลี่ยนที่ปากซอยทุกคืน วันนี้ก็เช่นกัน
เกือบสี่ทุ่ม
ไป๋เหลี่ยนนึกขึ้นได้เรื่อง "การขยายตัวของเวลา" "ตา คุณง่วงไหม?"
จี้เหิงถือไฟฉาย เดิมทีจะบอกว่าไม่ง่วง แต่พอนึกถึงพฤติกรรมของไป๋เหลี่ยนช่วงนี้ ก็ตอบอย่างระวัง "ง่วงนิดหน่อย"
"อ๋อ" ไป๋เหลี่ยนดูเสียดาย "งั้นพรุ่งนี้เช้าหนูค่อยปลุกคุณนะ"
จี้เหิง: "......"
ต้องปลุกให้ได้เลยใช่ไหม?
วันต่อมา วันพฤหัสบดี
จี้เหิงเพิ่งลืมตา ก็เห็นคนที่นั่งยองๆ อยู่ข้างเตียง
"ตา" ไป๋เหลี่ยนกำลังฟังศัพท์อังกฤษ พอเห็นเขาตื่นก็ปิดเสียงทันที "คุณตาตื่นแล้วเหรอ?"
จี้เหิง: "......"
หลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะไปไหน ไป๋เหลี่ยนก็ตามติด "*&^%$@(^%......"
จี้เส้าจวินเดินเข้ามาในลานบ้าน ก็ได้ยินเสียงขี้เกียจของไป๋เหลี่ยน "ดังนั้น เวลาจะเปลี่ยนแปลงตามความเร็วของแต่ละคน...คุณตาเข้าใจไหม?"
"..."
"คุณตา ทำไมไม่พูดอะไรเลย?" ไป๋เหลี่ยนหันกลับมา
จี้เหิงกลั้วน้ำลายเงียบๆ "อาจเพราะคุณตากำลังแปรงฟันอยู่มั้ง"
ทำไมกันนะ
ทำไมเด็ก ม.6 ถึงมีพลังงานเยอะขนาดนี้
ไม่ต้องนอนบ้างหรือยังไง?
ลานบ้านของจี้เหิงไม่เคยคึกคักแบบนี้มาก่อน จี้เส้าจวินยิ้มตาหยี มองไป๋เหลี่ยนเดินวนรอบจี้เหิงตั้งแต่ครัวถึงลานบ้าน ต่อด้วยห้องเก็บของ
อาหารเช้าไป๋เหลี่ยนตื่นแต่เช้าไปซื้อที่ถนนชิงสุ่ย
หกโมงสี่สิบ เธอได้คำตอบที่ถูกต้องจากปากจี้เหิง ก่อนจะหยิบชุดนักเรียนออกไป "ตา จี้เส้าจวิน หนูไปก่อนนะ"
พอเธอออกจากบ้าน ทั้งลานก็กลายเป็นเงียบเหงาทันที
จี้เส้าจวินมองใบหน้าจริงจังของจี้เหิง ลอบบ่นในใจ—แกล้งทำหน้าขรึมไปเถอะ ได้ยินคำว่า "คุณตา" ทีไร ใจคงลอยขึ้นฟ้าแล้วล่ะสิ
**
นักเรียน ม.6 ของเซียงเฉิงยังมีวิชาพละ
ห้อง 15 มีเรียนพละคาบสุดท้ายเช้าวันพฤหัสบดี ร่วมกับห้อง 8
หนึ่งสัปดาห์มีไม่กี่คาบเอง โรงเรียนมีแปดสิบกว่าห้อง บางทีก็ชนกันบ้าง
"เมื่อก่อนไม่มี" เพื่อนข้างหน้าไป๋เหลี่ยน ลู่เสี่ยวหาน ที่ขี้เกียจจะขยับตัวเหมือนกัน เล่าให้ฟัง "หลังมีคนแจ้งแบบไม่เปิดเผยชื่อ โรงเรียนเลยต้องจัดวิชาพละ"
ไป๋เหลี่ยนถือสมุดโน้ตสีดำ พอครูพละปล่อยให้ทำกิจกรรมอิสระก็ไปนั่งใต้ต้นไม้ เปิดอ่านช้าๆ
แม้เธอจะไม่ได้ทำอะไร แต่ก็มีคนแอบมองเธออยู่เรื่อยๆ
ลูกบาสอีกลูกก็ลอยมา
แต่คราวนี้บอลวิ่งฉิวด้วยแรงหมุน พุ่งตรงมาทางหน้าผากไป๋เหลี่ยน
เด็กชายคนหนึ่งร้องด้วยความตกใจ "เสี่ยว——"
ไป๋เหลี่ยนยังคงเปิดหน้ากระดาษอย่างเนือยๆ ไม่แม้แต่จะเงยหน้า พอลูกบาสเกือบจะกระแทกหน้า เธอก็ยกมืออีกข้างขึ้นรับไว้ได้อย่างแม่นยำ!
แรงลมที่มากับลูกบาสทำให้ปอยผมข้างหน้าของเธอปลิวเบาๆ
ช่วงเที่ยง แดดกำลังดี
เธอโยกลูกบาสในมือขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเด็กชายคนนั้นด้วยสายตาเฉื่อยชา แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงบนศีรษะเธอเป็นประกาย เธอโยนบอลคืนให้เขาอย่างไม่ใส่ใจ
แล้วยิ้มบางๆ ดวงตาเปล่งประกายราวหยก "ระวังหน่อยนะ"
เด็กชายรับลูกบอลไว้ หน้าแดงก่ำ กว่าจะตั้งสติได้แล้วกลับไปที่ทีม เพื่อนๆ ของเขาพูดกันเสียงเบาอย่างตื่นเต้น "โคตรเท่!"
"สิบกว่านาทีเอง" ลู่เสี่ยวหานหุบปากลงแล้วช่วยไป๋เหลี่ยนนับ "แค่สิบนาที ก็มีลูกขนไก่สองลูก บาสสามลูกตกมาที่หน้าเธอ ไป๋เหลี่ยนเธอนี่สุดยอดจริง!"
ไป๋เหลี่ยนหัวเราะเบาๆ
เธอก้มหน้าหยิบมือถือถ่ายรูปแมวดำบนสมุดโน้ต ส่งให้เจียงฝูลี่——
【ที่เธอวาด สู้คุณตาฉันไม่ได้หรอก】
อาจารย์เจียง:【......】
ไม่ไกลนัก
"เธอยังจะมาอ่านหนังสืออีกเหรอ?" สือหยู่ถงจ้องไปทางไป๋เหลี่ยน หน้าตาฉายแววไม่พอใจ "สอบวิทย์ได้ 85 คะแนน ยังจะทำเป็นเก่ง"
เหรินว่านเสวียนพิงอยู่บนคานโหน มือยังถือกระเป๋าอยู่
"ว่านเสวียนจื่อ พี่ชายบอกว่าตั๋วเชิญงานประมูลไป๋หู่ระดับนานาชาติที่เธอมี..." เด็กห้อง 8 สองสามคนเดินอ้อมมาพร้อมลูกบาส ทำท่าลับๆ ล่อๆ "พวกเรายังไม่เคยเห็นเลย"
เหรินว่านเสวียนหันไปมองเฉินจั๋ว
เฉินจั๋วพยักหน้าให้
เหรินว่านเสวียนยิ้ม เธอชูถุงขึ้น กะจะเปิดให้ดู แต่พอเห็นไป๋เหลี่ยนอยู่ไม่ไกล เธอก็หยุด "เปลี่ยนที่ไปดูดีกว่า"
ลู่เสี่ยวหานไม่กล้ามีเรื่องกับเด็กห้อง 8 ได้แต่บ่นกับไป๋เหลี่ยนในใจ "จะให้ฉันดูฉันยังไม่สนเลย"
แต่ก็รู้ดีว่า ถ้าถูกเด็กห้องเจ้าชายให้ความสำคัญขนาดนี้ ของนั้นต้องหายากแน่
หลังจบคาบพละ ไป๋เหลี่ยน ลู่เสี่ยวหาน และหยางหลินไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน
ตลอดทางลู่เสี่ยวหานพยายามไม่มองหยางหลิน
จางซื่อเจ๋อและเพื่อนๆ หลังตักข้าวเสร็จก็มานั่งโต๊ะเดียวกับไป๋เหลี่ยน หยางหลินนั่งข้างไป๋เหลี่ยน ในชามมีแต่ผักใบเดียว
ไป๋เหลี่ยนหยิบขาไก่ใส่ชามเธอ ถอนหายใจแบบคนที่ได้รับค่าเลี้ยงดูหลักล้าน "นี่คือเงินค่าเลี้ยงดูที่แม่กับพ่อฉันให้หลังหย่ากัน มันไม่ได้เยอะอะไรหรอกนะ ไว้ค่อยคืนฉันก็ได้"
หยางหลินชะงักตะเกียบ
ลู่เสี่ยวหานคิดจนหัวหมุน ประโยคเดียวของไป๋เหลี่ยนมีสาระตั้งหลายอย่าง เธออ้าปากจะบอกไป๋เหลี่ยนว่า "หยางหลินไม่รับหรอก"
แต่หยางหลินกลับพยักหน้าเบาๆ "อืม"
หยางหลินกินข้าวเร็วมาก กินเสร็จก็ลุกกลับทันที
ลู่เสี่ยวหานกับจางซื่อเจ๋อยังนั่งอึ้ง——
ของที่พวกเขาให้ไม่เคยมีใครรับ เพราะพ่อแม่ยังไม่หย่างั้นเหรอ?
"ไป๋เหลี่ยน" พอกินเสร็จ เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ก็เห็นครูประจำชั้นห้องแปดเดินออกมาจากออฟฟิศ สวมแว่นตา
ครูประจำชั้นห้องเจ้าชาย จางซื่อเจ๋อและคนอื่นรู้จักดี
นักเรียนบางคนกลัวครูเลยวิ่งขึ้นไปชั้นสาม
เหลือแต่ไป๋เหลี่ยน
"โจทย์รอบที่แล้วเธอทำได้ดีมาก" ครูประจำชั้นห้องแปดยืนอยู่ที่ระเบียง ชื่นชมก่อนจะบ่น "แต่ก่อนทำไมไปเรียนสายศิลป์ล่ะ? เหลวไหลจริงๆ"
ไป๋เหลี่ยนก้มตาตอบอย่างตรงไปตรงมา "ครูคะ ข้อสอบเมื่อวานมีคนสอนหนูมา"
"ไม่เกี่ยวกับสอนหรอก" เขาหัวเราะ "ฉันดูจากวิธีที่เธอทำ ก็เข้าใจแนวคิดทั้งหมดของเธอ ข้อนั้นแม้แต่ในคอร์สติวก็มีแค่ไม่กี่คนที่เข้าใจ"
ไป๋เหลี่ยนอยากอธิบายจริงๆ
ถ้าเจียงฝูลี่อธิบายให้ฟังสักรอบ เด็กพวกนั้นก็ทำได้เหมือนกัน แค่ไม่รู้ว่าครูจะเชื่อไหม
เธอเกาหัว ได้คำชมแล้วก็เดินขึ้นชั้นสาม
แน่นอน เธอไม่มีทางรู้——
คุณชายเจียงบางครั้งยังด่าเด็กพวกนั้นเลย จะให้สอนโจทย์? เหอะ
**
ห้องแปด
เฉินจั๋วกับเพื่อนไม่เคยกินข้าวที่โรงอาหาร มักจะไปกินที่ร้านอาหารข้างนอก
เหรินว่านเสวียนกลับมานั่งที่ตัวเอง เพราะต้องไปกินข้าว เพื่อนๆ ยังอยากดูบัตรเชิญ เธอเลยฝากกระเป๋าไว้กับสือหยู่ถงและคนอื่น
พอกลับมาก็เปิดกระเป๋าทันที
"เกิดอะไรขึ้น?" เฉินจั๋วเห็นสีหน้าเปลี่ยนไปของเหรินว่านเสวียนก็รีบลุกขึ้น
เหรินว่านเสวียนสีหน้าดุดัน เธอกวาดตามองเพื่อนในห้อง "ตอนเที่ยงมีใครเข้าห้องเราบ้าง?"
สีหน้าแบบนี้ชัดเจนว่ามีของหาย
เด็กห้องแปดต่างก็มีฐานะในเซียงเฉิง รู้ความลับของเหรินว่านเสวียนดี ไม่มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้
เหลือแค่ความเป็นไปได้เดียว: คนนอกห้อง
"หรือว่าจะเป็น..." หัวหน้าห้องพูดอย่างตื่นตระหนก ลุกขึ้นทันที หมายถึงบัตรเชิญ
วันนี้ทั้งห้องต่างต่อคิวดูบัตรเชิญของเธอ
พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเหรินว่านเสวียน หัวหน้าห้องก็แน่ใจว่าเดาถูก
"โธ่เอ๊ย" เขาทุบโต๊ะอย่างแรง กวาดตามองเพื่อนๆ "มีใครเข้ามาตอนเที่ยงบ้าง?"
ไม่มีใครกล้าตอบ เสียงทุกอย่างเงียบสนิท
"เอ่อ..." ผ่านไปพักใหญ่ เด็กผู้หญิงมุมห้องยกมือขึ้นอย่างลังเล "ตอนเที่ยง ฉันเห็นเหมือนนักเรียนใหม่ห้องสิบห้ามาที่ชั้นสองนะ"
เหรินว่านเสวียนไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน ชีวิตเธอมีแต่คนยกย่อง ในโรงเรียนไม่มีใครกล้าหยิบของที่เธอไม่ต้องการด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับของในกระเป๋าเธอ
พอได้ยินแบบนี้ เธอกัดฟันกรอด "ไป๋เหลี่ยนใช่ไหม?"
เธอโยนกระเป๋าลงพื้นแล้วเดินตรงไปทางห้องสิบห้า ระหว่างทางก็หยิบมือถือส่งข้อความหาพ่อ——
【เธอต้องจงใจเอาญาติของคุณเข้ามาในโรงเรียน เพื่อมาทำให้ฉันขยะแขยงใช่ไหม?】