เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 633 บทสนทนาในห้องน้ำ

EP 633 บทสนทนาในห้องน้ำ

EP 633 บทสนทนาในห้องน้ำ


EP 633 บทสนทนาในห้องน้ำ

By loop

ช่วงกลางคืน,.

ณ ห้องพักของพี่สาวเสี่ยว

ในห้องน้ำตอนนี้มือของดงซูบินบังเอิญไปจับที่หหน้าอกของเสี่ยวหลานอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเขากำลังถือเครื่องเคลือบดินเผาสมบัติของชาติอันล้ำค่า

ว้าว หยดน้ำตกลงมาจากบริเวณหน้าอกของพี่เสี่ยว

เสี่ยวหลานที่ร่างกายของเธออยู่นอกม่านพูดด้วยรอยยิ้ม: "คุณกำลังทำอะไรอยู่"

"ป่าวเลย มันดูลื่นดีนะ"

"ฮ่า ๆ "

"ลื่นมาก"

"ก็เพราะฉันพึงอาบน้ำมันมันเลยลื่นยังไงล่ะ”

ดงซูบินเองไม่อยากปล่อยมือของเขาลงเลยตอนนี้  แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้เขยิบลงไปด้านลล่างใช้มือหยิกเท้าที่สวยงามของพี่สาวเสี่ยวอย่างช้าๆหลังจากเขาได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาก็รีบยกมือของเขาขึ้นมา ในทันใดนั้นเสี่ยวหลานเอาโฟมอาบน้ำมาทาตัวเธอแล้วทาลงบนเท้าของเธอ แล้วก็ทาไปที่หน้าอกของเธอ  ในตอนนั้นดงซูบินก็เริ่มทนไม่ไหวเขาออกไปจากผ้าม่าน และเริ่มทาครีมอาบน้ำให้กับเสี่ยวหลาน ดูเหมือนดงซูบินจะเริ่มถูครีมไปทั้วหลังเสี่ยวหลาน และดงซูบินก็ขยับไปที่หน้าอกของเสี่ยวหลานอีกครั้ง มันนุ่มสบายมือมาก และมัน ลื่นมาก

เสี่ยวหลานเธอยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องลำบากทาครีมให้ฉันก็ได้”

“ผมก็เห็นว่าคุณถูหลังไม่ถึงผมเลยจะช่วย”

“ก็ได้แต่ตรงหน้าอกของฉันไม่ต้องก็ได้ โอเคมั้ย?”

“ผมเข้าใจแล้ว”

“ถ้าอย่างงั้นเดียวฉันเองก็จะถูหลังให้คุณเหมือนกัน”

“...... โอ้ ขอบคุณ”

" แต่ต้องหลังจากที่คุณถูหลังให้ฉันเสร็จก่อนนะ "

“ได้เลยหลังจากถูกหลังคุณเสร็จ”

“เดียวฉันจะล้างเท้าให้คุณด้วย”

“ต้องขนาดนั้นเลยหรอ?” ดงซูบินไม่ได้ต้องการให้เสี่ยวหลานล้างเท้าให้กับเขา,

"จริงๆแล้วถ้าคุณแต่งงานกับฉันแล้วล่ะก็ฉันจะล้างเท้า นวดหลัง หรือแม้แต่ทำเรื่องที่ผู้ใหญ่ควรทำให้เลยทีเดียว" ถ้าเปรียบเสี่ยวหลานกับสิ่งของสักอย่างเธอดูเป็นเหมือนยาเสพติดที่ถ้ามีโอกาสได้เฉยชมเธอแล้ว จะไม่สามารถหยุดหลงเธอได้เลย

"เป็นยังไงบ้างน้ำที่ฉันเตรียมให้ คุณโอเคไหม ควรร้อนกว่านี้ ?"

"มันใช่ได้เลย ถึงแม้มันจะเย็นไปนิดหน่อย" ดงซูบินหันหลังกลับและเปิดประตูเพื่อปล่อยน้ำ แล้วกอดเธอ เขาลูบไปที่หน้าอกของเธอ "ไหนๆก็ไหนแล้วผมขอถามอะไรคุณสักอย่างสิ"

"พูดมาสิ" ดงซูบินงรู้ดีว่ารูปลักษณ์ของเขานั้นที่ดูธรรมดาคนอื่นๆอาจจะคิดว่าเขาไม่เหมาะสมกับเธอเลย  แต่หลังจากที่คิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็คิดว่าเขาทั้งคู่คงจะแต่งงานกันอีกไม่กี่เดือนเขาจึงตัดสินใจถามเธอ “เอาล่ะ ผมย้ายไปรับตำแหน่งที่หนานฉาง เรามีโอกาสโทรคุยกันแค่เจ็ดแปดสายเท่านั้น  ทุกครั้งที่คุณถามผม ผมมักพูดเสมอว่างานเป็นไปด้วยดี แอะแอะ แต่มาถึงตอนนี้ผมจะไม่ปิดปังเรื่องนี้กับคุณอีกต่อไป”

เสี่ยวหลานยิ้ม "คุณคิดว่าพี่สาวเสี่ยวคนนี้จะไม่รู้เรื่องหรือยังไงกัน"

"คุณรู้เรื่องแล้วอย่างงั้นหรอ ใครเป็นคนบอกคุณ"

"ไม่ต้องมีใครบอกฉันก็ได้ มันปรากฎขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์เลยเรื่องการรื้อถอนอาคารผิดกฎหมาย สินะซูบินตัวน้อยของฉันทำขนาดนี้ใครกันจะไม่รู้เรื่องนี้"

ดงซูบินพูดด้วยใบหน้าที่อบอุ่น: "คุณรู้ใช่ไหมว่าในบทความของหนังสือพิมพ์นั้นบรรยายอะไรไปบ้าง" ดงซูบินหยุดชะงักไปสักพัก "สาเหตุที่ผมทำร้ายพ่อค้าพวกนั้นก็เพราะผมจะต้องปกป้องลูกน้องของผม และผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ผมทำไปเลย"

"คุณเองนั้นเป็นคนใจร้อนแต่ยังไงก็ตามมันก็คืองาน ฉันเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี"

"งานก็คืองาน   แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ภายในข่าวอาจะเป็นเชื่อเสียงในทางลบกับผม  แต่ผลงานของผมเองก็ออกมาค่อนข้างดี  เพราะในไม่กี่วันหลังจากนั้นเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนในการเข้าประกวดโมเดลการส่งเสริมผู้สูงอายุระดับมณฑลแต่เพราะปัจจัยหลายอย่างและวีรกรรมของเผมเองจนถึงตอนที่ผมดำรงตำแหน่งอยู่ ผมก็ได้สร้างไม่พอใจให้กับผู้นำของมณฑลหลายคน เช่น หัวหน้าแผนกองค์กร รองรัฐมนตรี ภรรยาของเลขาธิการคณะกรรมการพรรค แอะแอะ(เสียงไอ)  ดูเหมือนผมจะไม่ได้สร้างความประทับใจให้พวกเขา  "แน่นอนนิสัยของดงซูบินนั้นเขาเป็นคนที่ยอมเสียหน้าไมได้ อีกทั้งดงซูบินยังได้บอกกับเสี่ยวหลานอีกหลายเรื่องนั้นรวมทั้ง การที่เขาขัดเขวางซูชินหลง หัวหน้าแผนกองค์กรเมื่อสองสามวันก่อน "ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำนั้นน่าจะเป็อนเรื่องดีแล้ว" เสี่ยวหลานฟังเขามาได้สักผัก หลังจากนั้นเธอ

รู้สึกขบขัน“เลขาธิการคณะกรรมการพรรคเขตและหัวหน้าแผนกองค์กร คุณเพิ่งดำรงตำแหน่งได้ครึ่งเดือน คุณไปทำให้เขาไม่พอใจหรือ?” ดงซูบินนยิ้มแห้งๆ: “มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายขนาดนั้น มันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อย”

" ฉันได้ยินมาว่าเรื่องที่คุณไปมีเรื่องกับพวกพ่อค้าเห็นว่ามันชุลมุนเลยไม่ใช่หรือยังไง " "

“  มันก็เป็นมีคนค่อยให้ท้ายและบอกข้อความผิดๆทำให้ทางพวกพ่อค้าเข้าใจผิด” "

“ถึงขนาดนี้คุณมีปัญหามากมายกับเหล่าผู้บริหารแล้วยังไงคุณจะได้เลื่อนตำแหน่งไหม?” เมื่อฟังเช่นนั้นก็ทำให้ดงซูบินโมโหขึ้นมาทันทีและเขาปล่อยมือจากเสี่ยวหลานที่เขากำลังกอดอยู่  “คุณยังสนใจเรื่องงานแต่งานอยู่หรือเปล่า!”

“ฉันรู้ดีว่าเรื่องที่ฉันจะพูดต่อไปนี้คุณอาจจะไม่ชอบมัน แต่คุณอยากให้ฉันแนะนำอะไรคุณไหม?”

ดงซูบินพึมพำเงียบๆ

เสี่ยวหลานยิ้มและพูดว่า "คุณต้องการคำแนะนำจากฉันไหม.....ถ้าอย่างงั้นฉันจะขอพูดเร็วเลยนะ”

เสี่ยวหลานเริ่มพูดทันที“ในระดับพื้นที่ คุณอาจจะทำให้ลูกน้องภาคภูมิใจและยินดีที่จะช่วยเหลือคุณ อีกทั้งการทำงานอขงคุณเองก็อาจจะออกมาดี คุณได้วางรากฐานที่มั่นคง คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้ในเวลาเพียงครึ่งเดือน การที่ใครจะมาแทนที่คุณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งที่คุณยังขาดนั้นก็คือเส้นสายและความสัมพันธ์ แม้ว่าคุณจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับระดับเมืองและจังหวัด แต่เขาก็ยังเป็นข้าราชการระดับปฏิบัติการ ซึ่งเทียบไมได้กับผู้บริหารระดับสูง นั้นไมได้หมายถึงการที่มีความสัมพันธ์แบบผิวเผินคุณเองจะต้องสร้างความสัมพันธ์ในระดับใกล้ชิด และคนที่คุณจะต้องสร้างความสัมพันธ์ด้วยก็ควรจะเป็นตำแหน่งเดียวกับฉันนั้นคือ ตำแหน่งนายเทศมนตรี ถึงเวลาที่คุณต้องยืนขึ้นแล้ว”

ดงซูบิน กระพริบตาและกอดไปเสี่ยวหลานอีกครั้ง“ยืนขึ้น?”

เธอพูดว่า “ถ้าคุณไม่สร้างความพันธ์ในครั้งนี้ให้ดีขึ้น การที่คุณจะไปต่อในตำแหน่งที่สูงขึ้นก็จะยากขึ้นด้วย”  อันทีจริงดงซูบินนั้นเขาเคยทำมาทุกตำแหน่งแล้วในสมัยที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง  เขาเป็นหนึ่งในที่ของเสี่ยวหยาง สมัยอยู่ที่ปักกิ่ง รับผิดชอบการดำเนินงานทุกอย่าง เมื่อเขาถูกย้ายมาที่สำนักรักษาความปลอดภัยสาธารณะของมณฑล ดงซูบินก็ทำตามขั้นตอนของผู้อำนวยการ เหลียงเฉินเผิงเมื่อเขา ถัดมาเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากเสี่ยวหลาน  จนมาถึงเวลาที่ย้ายมาที่เขตหนานฉาง ตอนนี้เขาไม่เหลือใครที่คอนจะสนับสนุนเขาอยู่เบื้องบนแล้ว

เสี่ยวหลาน กล่าวช้าๆ: "ถ้าคุณไม่เริ่มดำเนินการ ต่อให้คุณเก่งขนาดไหน แต่ไม่มีผู้บริหารระดับสูงคอยสนับสนุน กลยุทธ์ในการยึดครองอำนาจของคุณก็จะไม่สำเร็จ และนั้นร่วมถึงเมื่อมดก็ตามที่คุณทำ ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ บางคนอาจจะเอะอะโวยวายใหญ่และจบชีวิตทางการเมืองของคุณโดยตรง ไม่มีผู้บริหารสูงจะพูดคำที่ยุติธรรมกับคุณ มีหลายสิ่งหลายอย่างสำหรับเรื่องนี้

ดงซูบิน เชื่อมันมากเขาเมื่อมาอยู่ที่หนานฉาง แต่สิ่งที่เขาถูกกระทำ ทำให้เขากลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง แน่นอนเรื่องราวเช่นนี้จะเกิดขึ้นและไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤตด้วยเพราะเขาโดนกลั่นแกล้งมามากมายตั้งแต่ไปประจำที่หนานฉาง

ดงซูบินตบริมฝีปากแล้วพูดว่า “จริงๆ แล้ว ผมเองก็คิดจะไปยืนเป็นแถวหน้า!” แต่ลองดูนิสัยของพวกเขาสิ อย่างพวกผู้อำนวยการที่คิดว่าตัวเองมีอำนาจมากมาย ตอนที่เราจะไปขอความช่วยเหลือจากคนพวกนั้นในเรื่องการประกวดโมเดล ขอให้เรารอเป็นวันๆ แต่เมื่อคนพวกนั้นเจอคนที่ใหญ่กว่าและคนๆนั้นรู้จักกับฉัน พวกเขาบริหารให้ฉันเสร็จภายในไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำนี้คงเป็นความมหายที่พี่สาวเสี่ยวหมายถึงหรือเปล่า

“คุณเองนั้นเจ้าอารมณ์ไม่เปลี่ยนจริงๆ”

ดูเหมือนจากได้ยินคำนั้นดงซูบินจะนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดว่า“ถ้าอย่างั้นผมจะใช้วิธีไหนการเข้าถึงเลขาธิการพรรคหรือรองเลขาธิการพรรคของมณฑลได้อย่างไรล่ะ?”

เสี่ยวหลานพูดว่า: “จริงๆคิดแบบตื้นๆคือ  ถ้าคุณมีอำนาจไม่พอคุณอาจจะขยับขึ้นมายืนแถวหน้าไม่ได้เลย การที่คุณเองไปสร้างความไม่พอใจให้กับพวกผู้บริหารสูงของมณฑล  ต่อให้คุณจะมีฝีมือมากขนาดไหนสุดท้ายคนเหล่านั้นก็จะพยายามหาวิธีกลั่นแกล้งคุณอยู่ดี”

ดงซูบินเองก็ดูเหมือนจะเชื่อคำพูดของเสี่ยวหลานอยู่ไม่น้อย" แล้วเราควรทำอย่างไร "

อันที่จริงดงซูบินเองก็สร้างปัญหาไว้มากมาย เขานั้นกล้าท้าทายเลขาธิการพรรค และรวมไปถึงการสร้างความไม่พอใจมากมายให้กับนายกเทศมนตรีทั้งๆที่เขาควรจะต้องพึงอำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง  ซึ่งถ้าเขาสามารถซื้อใจคนใดคนหนึ่งได้การทำงานของเขาก็จะราบรื่น

"นายกเทศมนตรีโยฮวา ในเขตของคุณฉันเองก็มีโอกาสได้ติดต่อหลายครั้งเมื่อต้องเข้าประชุมใหญ่ นั้นก็รวมถึงเลขานุการหวังอันชิด้วย ฉันเองได้พบปะพูดคุยกันด้วย แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับฉันในหยานไท แต่มันไม่ใช่ในพื้นที่ๆคุณทำงานอยู่ตอนนี้ แน่นอนฉันเองก็จะต้องคุยกับเลขาธิการหวังอัน หรือนายกเทศมนตรีโยฮวา เพื่อแนะนำให้คุณรู้จักเขาทั้งสองอย่างๆจริงจังๆและฝากคุณให้อยู่ในความดูแลของทั้งคู่ "

ดงซูบินรู้ว่า เสี่ยวหลานและหวังอันและเกิงโยฮวาอยู่ในระดับเดียวกันและตำแหน่งของพวกเขาก็คล้ายกัน แน่นอนว่า การที่เสี่ยวหลานจะออกหน้าให้แทนเขามันคงดูไม่ดีแนะ แต่หลังจากฟังสิ่งที่เสี่ยวหลานพูดทำให้ดงซูบินตัดสินใจปฏิเสธขึ้นมาทันที “ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมจัดการเองได้”

เสี่ยวหลานยิ้มอย่างไม่แปลกใจเลย “ดูสิ คุณนี้ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”

แต่ถึงอย่างไรก็ตามการที่ดงซูบินจะสามารถสร้างความสัมพันธ์และความสนิทสนมกับหวังอันชิกับเกิงโยฮวาได้ ก็น่าจะมีทางเดียวคือการให้เสี่ยวหลานช่วย น่าจะเป็นวิธีที่ทางที่ดีที่สุด?  สุดท้ายแล้วดงซูบินก็จำเป็นที่จะขอความช่วยเหลือจากเสี่ยวหลานอยู่ดี

"อย่ากังวลไปเลยหวังอันและเกิงโยฮวาใช่ไหม ถ้าอย่างงั้นผมคงจะต้องหาโอกาสไปพบพวกเขาบ้างแล้ว”

“ที่จริงแล้ว ยกเว้นซูชินเลขานุการหวังและ นายกเทศมนตรีเกิง  ผมนเองไม่ได้มีปัญหากับคนทั้งสองใหญ่ขนาดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของความเข้าใจผิด  ผมเองเข้าใจสิ่งที่คุณพูดและจะพยายามทำตามแนวทางที่คุณบอกเพื่อให้สามารถสร้างรากฐานอำนาจที่แข็งแกร่งขึ้นมาให้ได้” หลังจากที่ดงซูบินเข้าใจทุกอย่างแล้วดูเหมือนดงซูบินจะแสดงสีหน้าแห่งความสุขออกมา

“ดูเหมือนน้ำไม่อ่างจะถูกปล่อยหมดแล้ว”ดงซูบินที่พึงถูหลังให้พี่สาวเสี่ยวเสร็จพยายามมองหาผ้าเช็ดตัว“ผ้าเช็ดตัวอยู่ไหน”

“นึกว่าคุณยังอยากจะถูหลังฉันต่อเสียอีก”

นี้พี่สาวเสี่ยวล้อเล่นกับฉันอยู่อย่างงั้นหรอ?

“ถ้าเช่นนั้นเสร็จจากนี้แล้วผมจะโทรหาคุณให้บ่อยขึ้น”

"ถ้าคุณมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานในอนาคตถ้าหาทางแก้ไขไม่ได้ก็โทรหาฉัน คุณไม่ต้องเกรงใจฉันเลย”

"เอาล่ะ ถ้าอย่างงั้นเดียวเราค่อยคุยกันครั้งหน้าล่ะกัน" เมื่อก่อนดงซูบินนั้นเคยชินกับการแก้ปัญหาคนเดียว แต่การที่เขาได้มีโอกาสคุยปัญหาต่างๆกับเสี่ยวหลานในวันนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น

และดูเหมือนเสี่ยวหลานนั้นจริงจังในการผลักดันให้ดงซูบินดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นมากไปอีก

แน่นอนว่าการเป็นไต่เต้าไปเป็นเหล่าผู้บริหารระดับสูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คนที่จะขึ้นไปได้ต้อง ฝ่าฟันกับปัญหามากมาย การต่อต้านจากผู้บริหารระดับเดียวกัน หรือผู้มีอำนาจมากกว่า  แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากขึ้น สะสมประสบการณ์ทางการเมืองและความสำเร็จทางการเมืองมากขึ้น และเมื่อโอกาสมาถึง คุณก็จะได้รับโอกาสนั้นและการขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมถึง

ดูเหมือนจาการสนทนาครั้งนี้จะทำให้ดงซูบินคิดอะไรบางอย่างได้

จบบทที่ EP 633 บทสนทนาในห้องน้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว