เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!

EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!

EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!


EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!

By loop

ในช่วงกลางคืน.

พระจันทร์ถูกล้อมรอบด้วยหมอก มันดูลึกลับและสวยงาม

ที่บ้านของครอบครัวของคณะกรรมการพรรคหยานไท ดงซูบินที่กำลังเมา มาเคาะประตูบ้านของเสี่ยวหลานและเดินตัวเซเข้าไป

เสี่ยวหลานที่อยู่ในห้องยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ "ทำไมคุณเมามากขนาดนี้?"

"ผมเองไม่ได้ดื่มนานสภาพผมเลยเป็นแบบนี้เลย"

"นั่งลงและตั้งสติก่อน" เสี่ยวหลานช่วยดงซูบินก่อนที่จะพาเขาไปนั่งที่โซฟา"คุณมาที่นี้ได้อย่างไรกัน? ขับรถ?"

ดงซูบิน คว้าถ้วยและดื่มน้ำสองสามจิบ

เสี่ยวหลานยิ้มและพูดว่า: "เลขาของฉันบอกเรื่องของคุณให้กับฉันแล้วนะ?

“พวกเขาตั้งหากที่เป็นคนผิด พวกเขาเริ่มก่อนก็สมควรแล้วที่จะต้องโดนแบบนั้น”

“ยังจะซ่าอยู่อีก ฉันจะพาคุณไปอาบน้ำ” ดูเหมือนดงซูบินจะเมามาก และ เสี่ยวหลานก็แทบจะแบกเขาไม่ไหงว

เธอได้กลิ่นแอลกอฮอล์ของดงซูบินเลยแสร้งทำเป็นพูดว่า: “นี้มันน่าอายจริง ที่ต้องให้คุณมาช่วยผมเช่นนี้เดียวผมจะไปต้มน้ำให้” เสี่ยวหลานเหลือบมองเขา ยืนนิ่งและยิ้มและพูดว่า: “ไม่ต้องเลย เดียวฉันจัดการเรื่องนี้เอง” "

“ผมกลัวว่าคุณจะลำบากคุณที่ต้องไปต้มน้ำให้ผม คุณแค่บอกผมว่าเครื่องทำน้ำอุ่นของคุณทำงานยังไง”

“หยุดเลยนะคุณเพียงแค่นอนนิ่งๆไม่ต้องวุ่นวายก็พอ” เสี่ยวหลานหันหลังและเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

ดงซูบินเอนกายบนโซฟาถูเปลือกตา ก่อนที่เขาจะรู้สึกเวียนหัวเอามาก เขาจุดบุหรี่และเริ่มสูบบุหรี่ ดูเหมือนว่าช่วงอาหารเย็นของดงซูบินที่ผ่านมานั่นดงซูบินจะทานเยอะไปหน่อย  เนื่องจากเขานัดเพื่อนร่วมงานของเขาไว้หลายคน

ดูเหมือนดงซูบินจะลืมเรื่องปัญหาที่เขาพึงเผชิญมาไปหมดแล้ว ดงซูบินมีความสุขมากกับอาหารมื้อเย็นที่ผ่านมา เนื่องจากเขาดื่มหนักเพื่อล้ำลึกถึงความหลังที่เคยทำงานที่นี้มาก่อน

สิบนาทีต่อมา

ในห้องน้ำดงซูบินนอนลงอย่างสบายในอ่างอาบน้ำและฮัมเพลงเล็กน้อย

ทันใดนั้น ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก เสี่ยวหลานก็เดินเข้าไปภายใต้การจ้องมองของดงซูบินและถอดผ้าเช็ดตัวที่

เธอถือไว้ที่แขนของเธอยื่นออกจากม่านพลาสติกและก็ปิดลง "ไมต้องคิดอะไรมากเข้ามาสิ" นอกม่านพลาสติก เงาของพี่สาวเสี่ยว มองเห็นได้จาง ๆ

แค่ฟังเสียงหัวเราะของเธอว่า "จะปิดไว้ทำไม เขินหรือยังไง" ดงซูบินหน้าแดง "ไม่ได้ปิดสักหน่อย" มีเสียงดังขึ้นในห้องน้ำ "ฉันเตรียมแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณแล้ว" . " "

“............... หมายความว่า?”

“ต้องขอโทษพี่สาวเสี่ยวด้วยเพราะเมื่อเช้าผมไมได้นำแปรงสีฟันติดไม้ติดมือมาด้วย ต้องขอบคุณพี่สาวเสี่ยวด้วย”

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ”

ดงซูบินนั้นชอบมารบกวนเสี่ยวหลานอยู่บ่อยๆสมัยอยู่หยานไททำให้เธอสามารถเดาได้ว่าดงซูบินน่าจะมาหาเธอและไม่ได้เตรียมอะไรมาด้วย อีกทั้งผ้าเช็ดตัวเธอก็เตรียมให้กับดงซูบิน ในทันใดที่เขาเข้ามาห้องน้ำสีหน้าของดงซูบินก็ยังแสดงความเคอะเขินออกมา และเขารีบเข้าไปอาบน้ำอย่างรวดเร็ว โดยไม่คาดคิดเสี่ยวหลานจะยังไม่ออกไปจากห้องน้ำ เธอสวมผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันสวมรองเท้าแตะขยับสองสามครั้งทำให้เกิดเสียงกรอบแกรบและเสียงการแปรงฟันมาจากนอกม่านก็ดังขึ้นมา

กูลูกูลู เสียงน้ำยาบ้วนปากดังขึ้น

ผ่านไปซักพักดงซูบินถามว่า: "นี้คุณยังไม่เสร็จอีกหรอ?"

"โอ้ คุณเร่งฉันอย่างงั้นหรอ?"

"ป่าวผมไม่ได้เร่งคุณเลย"

" คงอีกสักพักฉันยังต้องทำอีกหลายอย่างเลย" เสี่ยวหลานหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาหลังผ่านไปสิบนาที พี่สาวเสี่ยวเองก็ยังพูดไม่จบ ดูเหมือนเธอจะเช็ดอะไรบางอย่าง

ดงซูบิน ตบหน้าผากของเขาอย่างช่วยไม่ได้ คิดถึง เกิงโยฮวา เธอใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการอาบน้ำ แล้วมองไปที่พี่สาวเสี่ยวที่แปรงฟันและล้างฟัน ซึ่งมันนานกว่า 20 นาที แค่ล้างหน้า แปรงฟัน ก็เกินแล้ว

ความเร็วในการอาบน้ำของทั้งสองคนนั้นต่างกันมาก

ดงซูบินยืนยันอีกครั้งว่าม่านแน่นหนา และภายในก็มองไม่เห็นจากภายนอกอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเริ่มทาโลชั่นทาตัวบนร่างกายของเขาด้วยความมั่นใจ

ดูเหมือนระหว่างผ้าม่าน ทั้งสองต่างก็ยุ่งกับเรื่องของตัวเอง

“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เสี่ยวหลานที่อยู่ข้างนอกพูดขึ้นมาทันที

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดงซูบินยิ้ม "ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว หลังจากช่วงกลางวัน โรงเรียนก็ไล่หวางถิงถิงออกแล้วและคนอื่นๆ ออก หวางจือหลงไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรจากที่ไหน เขาจึงพาลูกสาวมาหาเราในตอนบ่าย และก็ทำการขอโทษ แน่นอนถ้าดงซูบินเป็นครอบครัวธรรมดาคงจะไม่มีวันเห็นภาพนี้ แน่นอนว่าดงซูบินไม่ได้อ้างชื่อเสี่ยวหลานเลย, หวางจือหลงเองคงจะเป็นห่วงเรื่องตำแหน่งของเขาในสำนักงานการศึกษา

“เรื่องทุกอย่างถูกจัดการง่ายดายจริงๆ”

" มันง่ายอย่างงั้นหรอ? "

จริงๆแล้วการย้ายหวางจือหลงนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ดงซูบินรู้เรื่องนี้ การที่เขามีปัญหากับผู้อำนวยการหวางจริง ๆ เพราะทางเทศมนณฑจัดการกับเจ้าหน้าที่และสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ไปรายคนอยู่แล้วนั้นก็รวมถึงหัวหน้าสำนักเทศมณฑลและผู้บริหารสำนักความมั่นคงสาธารณะ ผู้นำอาวุโสที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่อยู่แล้ว นั้นก็สะท้อนแล้วว่าใครเป็นคนมีอิทธิพลมากสุดในทีนี้? เมืองเพิ่งส่งคนมาที่เขตของเรา แต่ไม่กี่วันก่อนที่พวกเขาเข้ารับตำแหน่ง แต่กลับจะสร้างปัญหาเสียแล้ว?  คงไม่มีใครอยากเขาไปยุ่งเรื่องเล็กๆเหล่านี้หรอก? เพราะมันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ยิ่งกว่านั้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็ก  มันไม่จำเป็นจะต้องถึงมือพี่สาวเสี่ยวของในการจัดการกับหวางจือหลง แค่สิ่งที่ลงเรียนสั่งทำโทษลูกของเขาก็น่าจะเพียงพอแล้ว?

“ตอนแรกฉันคิดว่าคุณตะโกนใส่เขา แต่เขากับยอมแพ้คุณง่ายๆ?”

ดงซูบิน ฮัมเพลง: “เรื่องนี้คุณต้องระวังไว้?”

“มีเรื่องอะไรที่ต้องระวัง?”

“หวางจือหลงอย่างไรล่ะ”

“อย่างงั้นหรอ?”

“ผมแค่เตือนคุณไว้ คนอย่างผู้อำนวยการหวางจือหลง ถึงแม้เขาอาจจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของคุณก็จริงแต่ก็ไว้ใจหมอนี้ไม่ได้อยู่ดี”

"ก็... แล้วอาการของเซียวเซียวเป็นอย่างไรบางล่ะ"

"บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ตอนนี้อาการเธอดีขึ้นมาแล้ว"

"ถ้าฉันเองจำไม่ผิดแม่ของเธอคือหยูเหมยเซียวใช่ไหม อดีตเลขาประจำตัวของคุณ "

“ใช่ คนที่คุณพบที่งานศพปลอมๆของผม”

"ครั้งสุดท้ายที่คุณไปเกาหลีใต้ในช่วงตรุษจีน เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า? ดูเหมือนคุณจะสนิทสนมกับเธอมากเหมือนเป็รครอบครัวเดียวกันเลย ? "

“เมื่อได้ยินแบบนี้ดงซูบินเองรู้สึกผิด แล้วบอกว่า”เปล่าครับ"

“... จริงเหรอ” ดูเหมือนเสี่ยวหลานนั้นจะสามารถจับน้ำเสียงของดงซูบินได้

“ผมเองสงสารพวกเธอ เพราะชีวิตของทั้งสองคนนั้นผ่านความายากลำบากมามากมาย ผมเองก็ช่วยได้เท่าที่ผมช่วยได้” ดงซูบินเองก็รู้ว่า เสี่ยวหลานนั้นฉลาดขนาดไหน ดงซูบินกลัวว่าเธอจะขุดคุ้ยเรื่องของเขากับหยูเหมยเซียว ดงซูบินจึงพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย "ทำไมคุณยังไม่ซักผ้าอีกล่ะ เกือบจะสามทุ่มแล้วนี้"

"ฉันก็รอคุณด้วยนั้นแหละ"

"รอผมด้วย" ทำไมล่ะ?"

'ถ้ายังไงซักผ้าเสร็จแล้วคุณไปเอาถุงเท้าของคุณมาด้วยฉันเองก็จะซักทีเดียวเลย' ดูเหมือนเวลามันก็ดึกมาพอควรแล้ว เสี่ยวหลานเองก็หาวออกมา ดูเหมือนดงซูบินก็จะเห็นภาพนั้นหลังม่าน "

“ดูเหมือนจะง่วงนอนแล้ว” ดงซูบินกลอกตาและพูดว่า "จะซักถุงเท้าในกะละมังเนี่ยนะ? มันจะเปลื่องน้ำหรือเปล่า "

"พอดีมันมีกะละงมังน้ำอันเดียว"

"อันที่จริงคุณก็ย้ายที่นี้มาเป็นปีแล้วแต่ทำไมไม่ซื้อเครื่องซักผ้าล่ะ "

“พอดีฉันวุ่นมาก จนไม่มีเวลาไปซื้อของพวกนั้นเลย” ดูเหมือนเสี่ยวหลานเธอจะเริ่มง่วงจริงๆ

ดงซูบินรู้ว่าเสี่ยวหลานนั้นงานเยอะมาก และดูน้ำเสียงเธอเหมือนจะง่วงแล้ว เขาจึงอาสาทันที"เดียวผมซักต่อให้เอง"

"ดูเหมือนฉันจะเป็นหวัดนะ ฉันเลยอยากจะอุ่นเท้าก่อนเข้านอนสักหน่อย"

"ถ้าอย่างงั้นคุณจะทานยาสักหน่อยไหม "

แน่นอนว่าผู้หญิงนั้นมักจะเอาใจยาก ดงซูบินเองก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ เพราะยิ่งเป็นเสี่ยวหลานด้วยแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวใหญ่ อีกทั้งสิ่งที่เธอทำจะต้องพิเศษกว่าคนปกติไปเสียหมดนั่นรวมถึงรูปลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์ของเธอ ก็เช่นกัน มันเลยทำให้ดงซูบินมองทีไรก็ไม่ได้ดูเบื่อเธอเลย ถ้า เสี่ยวหลานคุกเข่าลงบนเตียงเหมือนลูกสุนัขเมื่อเธอแต่งงานในอนาคต ดงซูบินสาบานเลยว่าจะสร้างคืนนั้นให้เป็นคืนแห่งความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อน ดูเหมือนว่าดงซูบินจะหมกหมุ่นกับเรื่องนี้เอามากๆเลยทีเดียว!

“ถ้าคุณเหนื่อยแล้วก็ควรรีบอาบน้ำให้เสร็จและรีบเข้านอนไปพักผ่อน” ดงซูบินเอนหลังในอ่างอาบน้ำ “อะแฮ่ม วางเท้าลงดีไหม”

เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างงั้นฉันขอเอาเท้าเข้าไปแช่ในกะละมังก่อนล่ะกัน”

“เอาสิ ได้เลย”

“ถ้าเช่นนั้นฉันจะขอแช่เท้าก่อน อย่าดึงม่านออกมาล่ะ”ดูเหมือนเธอเองยังซักผ้าไม่เสร็จ“ไม่นานหลังจากนั้น ม่านพลาสติกก็ลอยขึ้นเล็กน้อย และเสียงของการเหยียบเก้าอี้ข้างนอกก็ดังขึ้น และร่างของเธอก็วาบขึ้น เสี่ยวหลานก้มลงนั่งราวกับว่าเธอกำลังท่าที่เธอกำลังถอดถุงน่องยังไงยังงั้น

“โอเค”

“โอเค”

ช่องว่างที่ม่านถูกเปิดออกเล็กน้อย เท้าขาวและผิวดูอันละเอียดอ่อนสองข้างค่อยๆ บีบเข้ามา และน่าอกของเธอก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน  มันดูอวบอิ่ม วางมันลงในกะละมังน้ำอุ่น ๆ และลงไปถึงก้น ทันใดนั้น เหมือนว่าดงซูบินสัมผัสได้ถึงก้นของเธอ อาการคันนั้นหายวับไป และ ดงซูบินถึงกับทำตัวไม่ถูก

หน้าอกเธอสวยจริงๆ

หน้าอกเธอนั้นเป็นทรงสวยงามทำให้ดงซูบินละสายไปจากตรงนั้นไม่ได้

สีม่านอ่อน ทำให้เห็นเพียงเรือนร่างของเสี่ยวหลานเพียงเท่านั้นที่สะท้อนบนนั้น ขอบม่านแนบชิดกับหน้าอกของเสี่ยวหลานแต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นเพียงเงาที่สะท้อนออกมาจากผ้าม่าน ดงซูบินจำได้ว่าเสี่ยวหลานเองน่าจะคุ้มผ้าเช็ดตัวแล้ว แต่ทำไมดงซูบินยังเห็นรูปทรงของหน้าอกเธอได้  แทนทีเขาน่าจะเห็นเป็นทรงของผ้าเช็ดตัวหรือเสื้อคุมอาบน้ำแทน ดงซูบินไม่แน่ใจว่า เสี่ยวหลานถอดออกทั้งหมดหรือใส่เสื้อชั้นในอยู่

เธอจะได้ใส่ชั้นในอยู่ไหมนะ?

แต่ถ้าใส่อยู่นั้นจะเห็นเป็นรูปทรง หรือขอบของชั้นในสิ?

หัวใจของดงซูบินเริ่มเต้นแรง เขาไอ และทำได้แต่ก้มหน้าลงอย่างลับๆ และมองอย่างระมัดระวังไปที่รูปทรงหน้าออกของเธอ

ฉันไม่รู้ว่าเสี่ยวหลานสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวหลังม่านหรือไม่ แต่หน้าออกของเธอนั้นมีดีงามจริงๆ แต่ด้วยช่องว่างระหว่างม่านมันแคบเกินไป ทำให้ดงซูบินเห็นภายนอกได้ไม่ชัดเจน

มันแคบเกินไป!

ดงซูบินพึมพำในใจและต้องถอยออกมาถูโลชั่นอาบน้ำบนร่างกายของเขาในขณะที่พึมพัมชมหน้าออกของเสี่ยวหลาน และยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว โดยทำท่าทีเหมือนกำลังจะจับหน้าออกของหญิงสาวด้วยความหื่นกระหาย ! .

จบบทที่ EP 632 ผ้านม่านสีขุ่น!

คัดลอกลิงก์แล้ว