เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 106 เทพพระเจ้า!

บทที่ 106 เทพพระเจ้า!

บทที่ 106 เทพพระเจ้า!


บทที่ 106 เทพพระเจ้า!

ผู้แปล loop

หลังจากทานยาไปสองเม็ดแล้วใบหน้าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวจะค่อยๆมีสีหน้าดีขึ้น

หยานเหลียงยังคงยึดมั่นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิว :“ท่านเป็นยังไงบ้างครับ?”

“ดีขึ้นมากเลย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวมองไปที่ทิศทางที่ดงซูบินยืนอยู่และส่งลอยยิ้มของเขาให้กับดงซูบิน

หยานเหลียงพึงรอดพ้นจากวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่มาได้เขาพูดออกมาแบบถูกๆผิด:“มันเป็นเพราะผม ผมเกือบ……. ผม……”

“ฮ่าฮ่า ฉันสบายดีแล้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวดูมีความสุขมากขึ้น “มันเป็นเรื่องปกติสำหรับคนแก่แต่ตอนนี้ฉันก็ปกติดีแล้วล่ะ”

หลังจากเหตุการณ์ทุกคนในสำนักงานก็หมดอารมณ์ที่จะเยี่ยมชมสำนักงานอีกต่อไป เมื่อคนขับรถของหยานเหลียงและคนขับรถของรัฐมนตรีหลิวมาถึง รัฐมนตรีหลิวกับบอดี้การ์ดของเขาก็ขึ้นรถไป ตอนนั้นหยานเหลียงมองไปที่ดงซูบิน เขาเองรู้สึกขอบคุณความโชคดีในครั้งนี้และมีความประหลาดใจอยู่บางเล็กน้อยเพราะเขาเคยว่าดงซูบิน เคยวิ่งเข้าไปในห้องของทำงานที่ถูกไฟไหม้เพื่อปกป้องเอกสารบางอย่างและเคยได้ยินเรื่องราวของเขาจากคนอื่น ๆที่ดงซูบินเคยก่อวีรกรรมไว้ เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ‘ฉายานักผจญเพลิง? เป็นผู้ช่วยชีวิตทุกๆสถาณการณ์ที่มีปัญหาอย่างงั้นหรอ ?’ ทุกครั้งหยานเหลียงคิดว่านี้เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ แต่วันนี้เขาได้สัมผัสกับปาฏิหาริย์ของดงซูบิด้วยตัวเอง หยานเหลียงเชื่อจริง ๆ ว่าดงซูบินเป็นผู้วิเศษที่สามารถช่วยหัวหน้าของเขาได้ในทุกสถานการณ์เพราะถ้าไม่ได้ยาแก้โรคหอบหืดในครั้งนี้ชีวิตการทำงานของหยานเหลียงคนจบสิ้นกัน

หลังจากที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ…… ทุกคนในที่เกิดเหตุกำลังจ้องมองไปที่ดงซูบินราวกับว่าเขาเป็นพระเจ้า

หยานเหลียงโบกมือให้กับดงซูบินให้เขามาหาเขา “ทำได้ดีมาก นายได้รับคำชื่นชมทั้งหมดสำหรับการช่วยชีวิตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิว ทำไมนายถึงพกยามากมายขนาดนั้นมาด้วยล่ะ”

ดงซูบินเริ่มสร้างเรื่องราวโกหกขึ้นมาเพื่อตบตาการกระทำของเขา:“โอ้เพื่อนบ้านของผมเองก็ป่วยด้วยโรคนี้เหมือนกันครับ และยาพวกนี้ก็เป็นของเพื่อนบ้านของผม”

นี่เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆหรือ หยานเหลียงเริ่มสงสัยว่าดงซูบิน เขาอาจจะสังเกตเห็นว่าเขาลืมกระเป๋าของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวและจงใจไปซื้อยาเหล่านี้เพื่อเอาหน้าก็ได้ แต่เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้สักครู่และรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นคนสนิทของรัฐมนตรีของหลิวก็ไม่เคยรู้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวเป็นโรคหอบหืด แล้วดงซูบินจะรู้ได้อย่างไร หยานเหลียงไม่เข้าใจว่าทำไมและตัดสินใจหยุดคิดเรื่องนี้ เขาพยักหน้ารับดงซูบินและพูดว่า:“อย่างงั้นไปกลับกันเถอะ มาซูบินขึ้นรถมากับฉัน”

ตอนนี้ดงซูบินรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมากและขึ้นรถไปกับหยานเหลียงส่วนคนที่เหลือก็ต้องเดินกลับไปที่สำนักงานด้วยตัวเอง

ตอนนี้ดงซูบินนั้งอยู่ในรถเขานั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้าและรู้สึกว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสม เขาหันมาและกล่าวว่า“หัวหน้าหยานครับพรุ่งนี้จะลงทะเบียนสำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้บริหารสำหรับพรรคคอมมิวนิค ผมยังรู้สึกว่าฉางจี้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วม เพราะเหตุการณ์เกี่ยวกับบันทึกการประชุมเขาต้องเป็นคนที่เจตนาทำเช่นนั้นแน่ๆ……ครับ”

หยานเหลียงขัดจังหวะเขา:“ตกลง รอกลับไปที่สำนักงานก่อนและรอฟังข่าว”

หัวใจของดงซูบินกำลังเต้นเร็วมากขึ้น เพราะหัวหน้าหยาน ……ตอบตกลงที่จะพิจารณาเรื่องนี้ให้เขาใหม่อีกครั้ง

รถของหยานเหลียงได้มาถึงที่สำนักงานสาขาเขตแล้ว

เมื่อกลับไปที่สำนักงานหยานเหลียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาผู้ว่าการทางการเมืองโจว “ผู้ว่าการทางการเมืองโจว หลักสูตรการอบรมผู้บริหารที่มอบหมายให้กับฉางจี้ที่มาจากสำนักกิจการทั่วไป? ฉันไม่คิดว่าเขาเหมาะสมนะ เขายังไม่ได้เป็นหัวหน้าระดับแผนก เขาจะสามารถเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมที่สำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร มันจะทำให้เจ้าหน้าที่คนอื่นขุ่นเคืองได้นะ”

โจวเกาถึงกับพงักและไม่ได้ตอบอะไนกลับมา

หยานเหลียงไม่ได้ให้โอกาสเขาในการโต้ตอบคำถาม “ฉันคิดว่าหัวหน้าซูบินจากสำนักงานกิจการทั่วไปนั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า เจ้าหน้าที่ประเภทนี้ควรได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ให้เขาเข้าร่วมหลักสูตรในครั้งนี้นะ”

ใบหน้าของโจวเกาถึงกับเปลี่ยนสี:“หัวหน้าหยาน หัวหน้าคงไม่ได้พูดจริงๆใช่ไหมครับ?”

“นี่คือการตัดสินใจของฉันและเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้าย” หยานเหลียงไม่สนใจสิ่งที่โจวเกาคิด เพราะเขาเป็นหนี้บุญคุณดงซูบินอยู่ ถ้าเขาไม่ได้ให้ความช่วยหลือดงซูบินในเรื่องการรฝึกอบรมครั้งนี้และย้ายออกไปคนอื่นจะคิดกับเขาอย่างไรกัน

ใบหน้าของโจวเกาซีดขึ้นมาทันที่หลังจากเขาถูกตัดสายไปอย่างกะทันหัน เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วคว้าถ้วยน้ำชาแล้วโยนมันไปที่ผนัง

ดงซูบิน คนที่พึงเข้ามาในสำนักงานไม่ถึง 3 เดือนทำให้แผนการของเขาหยุดชะงักลงถึงสองครั้ง! เนื่องจากโจวเกาได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับฉางจี้ที่จะได้การเข้าร่วมการฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารระดับสูง แล้วและตอนนี้เขาต้องถอนชื่อฉางจี้ออกมาใช่ไหม? และเขาต้องใส่ชื่อของดงซูบินไปแทน ซึ่งดงซูบินเป็นคนที่จงใจยั่วยุเขาโดยใส่รูปขนมลงในบันทึกการประชุม! ‘หยานเหลียงแกกำลังคิดอะไรอยู่ นี้เป็นคำสั่งครั้งสุดท้ายก่อนออกจากตำแหน่งของแกจริงๆหรอ?’ การกระทำครั้งนี้นี่เหมือนเป็นการตบหน้าโจวเกาอย่างแรง!

หลังจากคิดบางอย่างอยู่พักหนึ่งโจวเกา จึงยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาว่า“สวัสดี? หัวหน้าหยานน่าจะไปกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวกับสำนักงานสาขา ทำไมเขากลับมาเร็วจังล่ะ ช่วยฉันหาสาเหตุของเรื่องนี้ที่” โจวเการู้ว่าต้องมีเหตุผลว่าทำไมหยานเหลียงถึงให้คำสั่งนี้เป็นคำสั่งสุดท้ายของเขา

ในเวลาเดียวกันข่าวของดงซูบินที่ถูกแทนที่ฉางจี้ก็กระจายไปทั่วสำนักงาน สำหรับการเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมของพรรคคอมมิวนิกส์ ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้

‘มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?’ ในตอนเช้าทุกคนยังคงพูดคุยถึงจุดจบของอาชีพของดงซูบินอยู่ แต่ในตอนบ่ายทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป นอกจากนี้แม้ว่าดงซูบินจะไม่ถูกับผู้ว่าการทางการเมืองโจว แต่เขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้า รวมถึงเรื่องการอบรมด้วยมันไม่ควรที่จะเป็นเช่นนี้ มันจะเป็นดงซูบินได้อย่างไรเขามาด้วยโชคเช่นนั้นหรอ?

เสี่ยวหยาน และ ซองโฉวจือ กำลังสนทนากันที่ห้องทำงานของเขาเมื่อพวกเขาได้ยินข่าวนี้ พวกเขาก็ตกใจเช่นกัน ‘เกิดอะไรขึ้น?’ ปฏิกิริยาของหยางจินหงษ์, ปางบิน, หลิวหัว, และคนอื่น ๆ ก็เหมือนกับเสี่ยวหยาน และ ซองโฉวจือพวกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเจ้าหน้าที่ที่ออกไปพร้อมกับหัวหน้าหยานเหลียงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิว มันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นที่นั่น

เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางพวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้……และพวกเขาก็ตกตะลึง

ระหว่างทางไปห้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวมีอาการโรคหอบหืดและหัวใจวาย แต่หัวหน้าหยานลืมนำกระเป๋าของรัฐมนตรีหลิวที่มียาไปด้วย และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวตกอยู่ในอาการร้ายแรงดงซูบินก็นำยารักษาโรคหอบหืดมาให้ นอกจากนี้เขายังมียาไนโตไกลซีนอยู่ด้วยมันทำให้เขากลายเป็นคนที่ช่วยชีวิตรัฐมนตรีหลิว

ทุกคนต่างกระซิบกระซากกันถึงเรื่องนี้

“……”

นี้มันบังเอิญมากเกินไปแล้ว พวกเขาอุทานกันออกมา!

ไม่มีใครคาดคิดว่าดงซูบินจะช่วยหัวหน้าหยานสำหรับเหตุการณ์นี้รวมถึงช่วยตัวเขาเองไม่ให้พ้นไปจากการเป็นข้าราชการได้

เมื่อหัวหน้าซูบินเป็นคนที่วิ่งเข้าไปในห้องที่เกิดเพลิงไหม้เพื่อไปเอาเอกสาร แค่เรื่องนี้ก็ทำให้หลายคนตกใจมากพอแล้ว

รวมไปถึงเมื่อหัวหน้าซูบินพุ่งรับลูกจุดโทษเขาก็ทำให้หลายคนตกใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก

และเมื่อหัวหน้าซูบินทำประตูในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอล เขาทำให้หลายคนแทบหัวใจหวาย

เมื่อหัวหน้าซูบินได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้าสำนักงานกิจการยิ่งทำให้ทุกคนตกตะลึงมากขึ้นไปอีก

แต่คราวนี้คำว่า“ตกตะลึง” ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปว่าตอนนี้พวกเขารู้สึกอย่างไรกับดงซูบิน

ดงซูบินสามารถรับลูกโทษทำประตูชนะและวิ่งเข้าไปในห้องทำงานและพุ่งออกมาจากทางหน้าต่างบนชั้นสอง

หัวหน้าซูบินไม่น่าจะป่วยเป็นโรคหอบหืดและโรคหัวใจ และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลิวต้องการยาเหล่านั้นหัวหน้าซูบินกับมียาของพวกนั้นออกมาจากกระเป๋าซึ่งเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ

มันจะมีหัวหน้าคนไหนที่จะไม่ชอบคนที่เหมือนพระเจ้าเช่นนี้กัน

มันจะเป็นเรื่องแปลกถ้าเจ้าหน้าที่ในสำนักงานไม่ได้ตั้งฉายาให้กับดงซูบินที่เป็นเหมือนพระเจ้า เพราะดงซูบินก็ยังสามารถมีชื่อเข้าอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูงที่น้อยคนนักจะถูกส่งไป

นักผจญเพลิง? ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถเรียกฉายาดงซูบินเป็นนักผจญเพลิงได้อีกต่อไป

ในตอนนี้ดงซูบินมีฉายาใหม่แล้ว  “หัวหน้าซูบินฉายาเทพพระเจ้า!”

จบบทที่ บทที่ 106 เทพพระเจ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว