เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 โอกาสมาถึงแล้ว!!

บทที่ 50 โอกาสมาถึงแล้ว!!

บทที่ 50 โอกาสมาถึงแล้ว!!


บทที่ 50 โอกาสมาถึงแล้ว!!

ผู้แปล loop

ในตอนบ่าย.

เกาแพนเหว่ย, ฉางจี้, และ ดงซูบินกลับมาที่สำนักงานหลังการแข่งขันฟุตบอล การเกษียณอายุของโจวฉางจูได้รับการยืนยันจากหลี่ชิงเรียบร้อย  ซึ่งดงซูบินที่ยังคงหวังว่าการเกษียณของโจวฉางจูเป็นเพียงข่าวลือนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ

‘หัวหน้าโจวคุณน่าจะเกษียณปีหน้านะผมจะได้มีโอกาสเข้ามาแทนที่คุณ’

วันที่ดีของดงซูบินกำลังจะสิ้นสุดลงไป

ดงซูบินกำกำปั้นของเขาแน่น เขากระซิบไปที่ต้าหลินเหม่ยขณะที่เขาเดินไปที่เครื่องถ่ายเอกสาร “ไปเยี่ยมหัวหน้าโจวกันไมเย็นนี้?”

ต้าหลินเหม่ยมองเขาอย่างประหลาดใจ:“ทำไมต้องไปอ่ะ?”

“ก็จะได้ไปดูว่าหัวหน้าโจวเป็นยังไงบ้าง และในเวลาเดียวกันก็ถามเขาว่าใครจะเข้ามาแทนที่เขาเผื่อมีใครย้ายจากสำนักงานอื่นมารับช่วงต่อของเขา” ตอนนี้ดงซูบินรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

ต้าหลินเหม่ยหัวเราะ “นายพูดจริงดิ? จะไปเยี่ยมหัวหน้าโจวนี้นะ?”

"ฮะ? เธอหมายถึงอะไร?” ดงเซวปิงไม่เข้าใจความหมายของต้าหลินเหม่ยที่พยายามจะบอก

ต้าหลินเหม่ยเริ่มสอนดงซูบิน:“นายซื่อบื้อหรือยังไง? โจวฉางจูไม่ได้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าสำนักงานกิจการอีกต่อไปแล้ว มันไม่มีความหมายสำหรับนายที่จะให้เขาผลักดันนายอีก นายไม่รู้เรื่องนี้หรือยังไง การเกษียณอายุก่อนกำหนดของเขาถูกจัดการโดยหัวหน้าสำนักเพราะเขาอาจมีปัญหากับบาง รวมถึงเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต หากนายเข้าหาเขาตอนนี้เหมือนนายแกว่งเท้าห้าเสี้ยนเปล่าๆ”

“แย่ล่ะ” ดงซูบินเริ่มตัวสั่น “มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอแต่ถ้าหัวหน้าโจวป่วยจริง ๆ และแค่อยากจะเกษียณล่ะ?”

ต้าหลินเหม่ยตอบกลับไปว่า “ซูบินฟังฉัน แม้ว่ามันจะเป็นไปตามที่นายพูด แต่เขาก็ไม่มีอำนาจใดๆแล้วถึงแม้เขาจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตจริง แต่เขาเกษียณแล้วและเขาอาจเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่เราไม่รู้ก็ได้ เราจะมีปัญหาถ้าเราเข้าหาเขาตอนนี้ สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดที่ต้องทำในตอนนี้คืออยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุด นี่ไม่ใช่เวลาที่นายจะมาเห็นใจเขาในตอนนี้”

ดงซูบินเริ่มคิดอย่างหนักในสิ่งที่ต้าหลินเหม่ยพูด “เธอก็พูดถูก” ดงซูบินต้องการที่ใกล้ชิดกับโจวฉางจูเพราะผลประโยชน์ ไม่มีมิตรภาพที่แท้จริงระหว่างพวกเขาทั้งสอง ตอนนี้โจวฉางจูเองก็มีปัญหาด้านการเงิน มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะพยายามแสดงความเมตตาต่อเขา เขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบางอย่างก็เป็นได้

มันคงปลอดภัยกว่าถ้าอยู่ห่างจากโจวฉางจูไว้

‘เฮ้อ……ฉันเสียเวลาไปกับการช่วยเขาในการเล่นหุ้นตั้งนาน’

ต้าหลินเหม่ยยืนขึ้น:“จ้วงจื่อเองก็ต้องรู้เรื่องพวกนี้ด้วย ฉันต้องเตือนเขาให้อยู่ห่างจากหัวหน้าโจวเมื่อเขากลับไปเก็บข้าวของของเขาเสร็จแล้ว” สถานที่แห่งนี้มันช่างน่ากลัวจริงๆ เมื่อมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นทุกคนจะพยายามหลีกเลี่ยงมันอย่างเห็นได้ชัด

ดงซูบินเริ่มเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับความโหดร้ายของระบบราชการ

ณ ตอนนั้นประตูของสำนักงานกิจการก็เปิดออกทันที

“ตึกๆ ตึกๆ” มันเป็นเสียงฝีเท้าของรองเท้าหนัง ดงซูบินเงยหน้าขึ้นมามอง มันคือโจวฉางจู เขาออกจากโรงพยาบาลแล้วและเดินกะเผลกๆ เขาดูดีขึ้นเล็กแต่ยังมีปัญหาในการเดิน เขาอาจจะะกลับไปเก็บข้าวของหรือบางทีเขาอาจจะกลับมาเพื่อถูกสอบสวน

สำนักงานเงียบ

1 วินาที……

2 วินาที……

ไม่มีใครทักทายโจวฉางจู ดงซูบินรู้สึกว่านี้มันมากเกินไปแล้ว เขาทักทายด้วยเสียงดัง:“หัวหน้าโจว”

จ้วงจื่อเองก็ลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วมองไปที่ต้าหลินเหม่ยก่อนทักทายเขา:“หัวหน้าโจว”

“หัวหน้าโจว” ฉางจ้วง, ฉางจี้ และคนอื่น ๆ ก็ทักทายเขาด้วยเช่นกัน แต่น้ำเสียงของพวกเขาแตกต่างจากในอดีตมาก ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทักทายเขาเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น แม้แต่เกาแพนเหว่ยที่ซื่อสัตย์ของหัวหน้าโจวก็ทักทายเช่นเดียวกับคนอื่นเหมือนกัน เขาเองก็ไม่เลวร้ายที่สุด เขาขยับปากของเขาแต่ไม่ได้ส่งเสียงออกมา

ดูเหมือนว่าทุกคนรู้สึกว่าการเงินของโจวฉางจูนั้นมีปัญหาและต้องการตัดความสัมพันธ์กับเขาทั้งหมด

โจวฉางจูรู้สึกถึงความตั้งใจของพวกเขา เขาพูดอย่างไม่น่าเชื่อ:“แพนเหว่ยเข้าห้องมากับฉันสักเดียวสิ”

เกาแพนแหว่ยแสดงความร้ายกาจของเขาออกมา เขาตอบทันที:“ผมขอโทษด้วยครับหัวหน้าโจว ผมต้องส่งเอกสารด่วนวันนี้”เกาแพนเหว่ยเป็นคนที่ มอบของขวัญมากมายให้แก่หัวหน้าโจวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและเขาก็สนิทกับโจวฉางจูมากที่สุดในสำนักงาน

หัวหน้าโจวขมวดคิ้วและมองดู ฉางจี้และคนอื่น ๆ

ฉางจี้และฉางจ้วงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลยและทำงานต่อไป

ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาของทุกคนที่มีต่อโจวฉางจูเป็นอย่างมาก ถ้าเป็นเดือนที่แล้วเมื่อโจวฉางจูเข้ามาในสำนักงานเขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรสักคำเลยและพวกเขาทั้งหมดจะเบียดเสียดมาอยู่รอบตัวโจวฉางจูเอง แต่ตอนนี้ไม่มีใครเต็มใจช่วยเขาขนสิ่งของเหล่านี้เลย ดงซูบินก็ก้มหัวลงไปและแสร้งทำเป็นงานยุ่งมากๆ

นี่คือระบบราชการ เมื่อคุณหมดอำนาจคุณก็เหลืออะไรเลย

ใบหน้าของโจวฉางจูเปลี่ยนไป เขาจ้องจ้องที่ดงซูบินและผู้ช่วยที่วางใจได้ในอดีตของเขาอย่างเกาแพนเหว่ย “ดี……………ดี……” เขาเดินกะโผลกกะเผลกไปที่ห้องโดยใช้กำแพงเพื่อช่วยพยุงตัวเข้าไป ไม่มีใครเข้าไปช่วยเขาเลย

เกาแพนเหว่ย, ฉางจ้วงและคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ทุกคนต่างรู้ใจกันในขณะนั้น

แตะแตะแตะแตะ……

ประตูห้องถูกเปิด ดูเหมือนว่าโจวฉางจูกำลังโทรศัพท์อยู่

“สวัสดีหัวหน้าหยานอยู่รึเปล่า? ฉันคือโจวฉางจู” โจวฉางจูพูดด้วยความตั้งใจดงซูบิน และทุกคนข้างนอกสามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูดอย่างชัดเจน

เกาแพนเหว่ยและคนอื่น ๆ กำลังฟังอย่างตั้งใจ พวกเขาต้องการทราบว่าโจวฉางจูกำลังถูกสอบสวนอยู่รึเปล่าและมันอาจเกี่ยวข้องกับพวกเขา

แต่ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หัวหน้าโจวพูด “เมื่อวานนี้คุณขอให้ผมแนะนำใครบางคนให้เป็นรองหัวหน้าสำนักเพื่อการพิจารณา……. หลังจากการพิจารณาอย่างจริงจังผมคิดว่า……” เขาหยุดพูดไปสองวินาที “……ผมคิดว่าเสี่ยวเกาจากแผนกการเมืองเหมาะสมที่สุด เขาทำงานหนักและพิถีพิถันในการทำงานของเขา……. ใช่. ถูกตัอง…. ใช่……ฉันแนะนำเสี่ยวเกา เพื่อมาแทนที่ผม……. ส่วนคนที่มาจากสำนักของผมหรอ โอ้พวกเขายังต้องการประสบการณ์มากกว่านี้……ใช่แล้ว……”

ทุกคนในสำนักงานตกตะลึง

‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมโจวฉางจูแนะนำคนให้เข้ามารับตำแหน่งกันล่ะ?’

‘เวรล่ะ! หัวหน้าสำนักหยาน ไว้วางใจโจวฉางจูมาก? เขาต้องการให้โจวฉางจูจะแนะนำใครบางคนให้กับคณะกรรมการพรรคเพื่อหารือว่าบุคคลนั้นเหมาะสำหรับการเลื่อนตำแหน่งหรือไม่?’

โจวฉางจูไม่ได้ทำให้หัวหน้าระดับสูงไม่พอใจและเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการทุจริตใด ๆอีกด้วย ? โจวฉางจูเกษียณตัวเองจริงๆเพราะสุขภาพของเขาจริงๆหรอเนี่ย?

“อ่า……” เกาแพนเหว่ยยืนขึ้นจากเก้าอี้ของเขา เขารู้สึกเสียใจ จากความสัมพันธ์ของเขากับโจวฉางจูในอดีตเขามีโอกาสสูงสุดที่จะได้รับการแนะนำ แม้แต่ดงซูบินก็ไม่สามารถเทียบกับเขาได้ ถ้าเพียงเขาเท่านั้นที่ไปช่วยโจวฉางจูตั้งแต่ตะกี้ โจวฉางจูคงจะแนะนำเขาอย่างแน่นอน โจวฉางจูได้เรียกเขาไปที่ห้องของเขาก่อนหน้านี้เพื่อหารือกับเขาเกี่ยวกับการแนะนำให้เลื่อนตำแหน่ง เขาเสียโอกาสนี้ไปแล้ว

“ทำไมถึงอย่างงี้”ฉางจี้ก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน เขาคิดว่าเรื่องนี้ต้องเป็นคณะกรรมการพรรคของสำนักที่จะตัดสินใจว่าใครจะเข้ารับตำแหน่งนี้ โจวฉางจูและหลี่ชิงเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการจึงไม่น่ามีสิทธิในการให้คำแนะนำในครั้งนี้ แต่ใครจะรู้ว่าหัวหน้าหยานจะขอให้โจวฉางจูเสนอชื่อใครซักคนให้เขา หากเขารู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเขาก็จะไปช่วยโจวฉางจูและโจวฉางชุนอาจเลือกเขา มันจะมีโอกาสสูงที่จะทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่ง

เกาแพนเหว่ย และ ฉางจี้ทั้งสองดูหน้าตาหม่นหมองไปในทันที การแสดงออกของคนอื่น ๆ นั้นก็แตกต่างกันออกไป

บางคนเสียใจบางคนก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้

มีดงซูบินเท่านั้นที่คิดต่างจากคนอื่น เขาเสียใจเพียงเสี้ยววินาทีและรู้สึกตื่นเต้นทันที

‘โอกาสมาแล้ว’.

‘นี่เป็นโอกาสของฉัน!’

ดงซูบินสูดหายใจเข้าลึก ๆในทันที :“ต้องรีบย้อนเวลา”

“ย้อนกลับ.....!”

จบบทที่ บทที่ 50 โอกาสมาถึงแล้ว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว