เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28

บทที่ 28

บทที่ 28


บทที่ 28 ฉางจี้นายมีปัญหาแน่!

ผู้แปล loop

ข้อเสียหนึ่งในการใช้ความสามารถพิเศษคือสามารถย้อนกลับไปได้เพียง 1 นาทีเท่านั้น หลังจากหุ้นของบริษัทต้าชิรันเวย์ ถึงจุดสูงสุดและปิดตลาดหุ้นไปทำให้ ดงซูบินไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เมื่อผ่านไปครึ่งนาที ราคาหุ้นต้าชิรันเวย์ก็ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 6.28%

แม้ว่ามูลค่าของมันจะลดลงเล็กน้อยแต่โจวฉางจูก็ยังรู้สึกตื่นเต้น เขาประทับใจกับการตัดสินใจของดงซูบินเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นรายวัน เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในทีวีก็ไม่สามารถเทียบเท่าดงซูบินได้ และจะมีคนบ้าที่ไหนจะกล้าอ้างว่าหุ้นตัวนี้จะมีมูลเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งยังกล้ารับประกันในหุ้นตัวนั้นอีกด้วย? แต่ดงซูบินกับคาดการณ์สิ่งเหล่านี้อย่างแม่นยำ

โจวฉางจูเองก็มองไปที่ดงซูบินซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างเขา เขาเริ่มชอบเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นบางแล้ว

“ป่ะ! ไปดื่มน้ำกันเถอะ ซูบิน” โจวฉางจูหยิบถ้วยกระดาษออกมาแล้วเทน้ำลงไปในถ้วยกระดาษหนึ่งใบและยื่นให้กับดงซูบิน

ดงซูบินยืนขึ้นและรีบรับแก้วด้วยมือทั้งสอง “ขอบคุณครับหัวครับหน้า เดียวผมรินน้ำให้นะครับ”

โจวฉางจูยิ้มพร้อมกับตบไหล่ของดงซูบินและขอให้เขานั่งลง “นายไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเจอนาย ฉันก็รู้ได้เลยว่านายนะยอดเยี่ยม ฮ่าฮ่าฮ่า……ดูสิแล้วฉันก็คิดถูก! ทักษะของนายในการทำนายแนวโน้มระยะสั้นมันเหนือคำบรรยายจริงๆ”

“ขอบคุณครับหัวหน้าสำหรับคำชม”

ดงซูบินรู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ค่อยจริงใจเท่าไรนัก เพราะครั้งแรกที่เขาได้เจอกับโจวฉางจูเขาทักทายโจวฉางจูในฐานะ "รองหัวหน้า" โดยไม่ตั้งใจและก็ถูกโจวฉางจูขมวดคิ้วใส่ และอีกครั้งมันเป็นเพราะท่านั่งของเขา หากเขาไม่มีความสามารถในการย้อนเวลาล่ะก็ โจวฉางจูก็คงจะไม่ได้สนใจเขามากขนาดนั้น ‘ฮะ! นี้ฉันกลายเป็นคนพิเศษสำหรับเขาไปแล้วหรอ? หรือว่าเขาพยายามหลอกใช้ฉันอยู่กันแน่’

นี่คือวิธีการทำงานที่มักจะเกิดขึ้นในหน่วยงานภาครัฐของจีน

‘ยังมีอะไรที่ขาดไม่ถึงอีกมากสำหรับที่นี้’ ดงซูบินพูดอยู่ในใจและทำท่าที่ระมัดระวังตัว

โจวฉางจูรินน้ำให้กับดงซูบิน แล้วหลังจากดงซูบินดื่มน้ำเสร็จเขาจึงพูดว่า:“หัวหน้าโจว! ผมขอกลับไปทำงานก่อนได้มั้ยครับ?”

โจวฉางจูพยักหน้า “ถ้ามีปัญหาอะไรกับเรื่องงานก็บอกฉันทันที่นะ!!”

ทุกคนในสำนักงานมองดงซูบินเมื่อเขาเดินออกจากห้อง ดงซูบินจำได้ว่า ฉางจี้สั่งให้เขาทำอะไรสักอย่างและนั้นทำให้ความโมโหของเขาก็กลับมาอีกครั้ง เขามองไปรอบ ๆ สำนักงานซึ่งตอนนี้ฉางจี้ยังไม่ได้กลับมาที่สำนักงาน ดังนั้นเขาจึงกลับไปนั่งและทำงานต่อ

เนื่องจากเขาพึงออกมาจากห้องของหัวหน้าโจว ทำให้เขาไม่ได้สนใจเรื่องของฉางจี้

จ้วงจื้อเองก็อยากจะพูดอะไรบางอย่างกับดงซูบินแต่เขาเองก็เปลี่ยนใจที่จะไม่พูดมัน

ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกและฉางจี้ก็เดินเข้ามา

สำนักกิจการทั่วไปกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ดงซูบินไม่ได้มองไปที่ฉางจี้และเขาก็ยังพิมพ์งานบนคอมพิวเตอร์ต่อไป

ฉางจี้เห็นว่าตู้จกดน้ำยังว่างเปล่าและเขารู้สึกว่าเขากำลังถูกท้าทาย ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปและเขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของดงซูบินเขาชี้นิ้วไปที่ดงซูบินและพูดด้วยความโมโหว่า:“ดี ฉันไม่สามารถแม้แต่จะสั่งให้นายยกน้ำขึ้นมาได้ใช่ไหม? นายรู้ไมว่าฉันคือใคร? นายยังกล้ามาท้าทายฉันอีกหรอ”

ดงซูบินมองหน้าฉางจี้ด้วยสีหน้าที่เย็นชา "ฉันไม่ใช่นายนิ. แล้วนายคิดว่านายคือใครอ่ะ?”

ฉางจี้จับคอเสื้อของดงซูบิน “ฉันให้โอกาสนายอีกครั้งหนึ่ง ไปยกน้ำมา ตอนนี้! นายได้ยินฉันไม?” ฉางจี้คิดว่าโจวฉางจูยังมาไม่ถึงที่ทำงานจึงไม่ได้ควบคุมระดับเสียงของเขา

พี่หยางก็ตะโกนขึ้นว่า:“ฉางจี้มันจะมากเกินไปแล้ว”

ต้าหลินเหม่ยกดโทรศัพท์โทรไปที่ห้องของหัวหน้าโจวและตะโกนเสียงดังซึ่งมันดังกว่าเสียงที่พี่หยางตะโกนเสียอีก “อย่าตีกันเลย! ค่อยๆพูดค่อยๆจากันดีๆดีกว่า”

ฉางจ้วงและเกาแพนเหว่ยก็ไม่ได้เตือนฉางจี้ ว่าหัวหน้าโจวอยู่ในห้องของเขา พวกเขาสองคนนั่งอยู่ที่นั้นเหมือนเป็นผู้ชมเพียงเท่านั้น

“พูดจาดีๆหรอ? ฉันบอกหมอนี้ก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าไม่ทำมันได้ตายแน่” ฉางจี้พยายามควบคุมความโมโหของเขา “หมอนี้มันพยายามหาเรื่องคนที่อยู่มาก่อนอย่างฉัน”

ดงซูบินรู้ดีว่าต้าหลินเหม่ยและพี่หยางตะโกนเสียงดังเพราะพวกเขาต้องการให้หัวหน้าโจวรู้และเขาสามารถเข้ามาจัดการความขัดแย้งนี้ได้ แต่จู่ๆ ดงซูบินก็คิดอะไรดีๆออก เขาตอบกลับด้วยความสุภาพ:“ตอนนี้ผมยุ่งมากและงานที่พึงรับมาจะส่งไม่ทันแล้ว พี่จี้อย่าทำอะไรผมเลย”

ฉางจี้เห็นท่าทางของดงซูบิน“แกยอมแพ้แล้วหรอ” ฉางจี้ดูหยิ่งผยองมากขึ้น “ไม่ว่างยังหรอ!? นายยุ่งอะไรอยู่!?”

ดงซูบินจงใจให้ฉางจี้ไม่ให้เขาเห็นหัวหน้าโจวที่กำลังออกมา และพร้อมกันนั้นดงซูบินก็ตอบไปว่า“สิ่งที่สำคัญมาก”

“สำคัญขนาดไหน!” ฉางจี้จับคอเสื้อของดงซูบินแน่นขึ้นและตะโกน “อะไรสำคัญไปกว่าการเติมน้ำยังหรอ!? ฮะ!? ฉันเพิ่งเสร็จงานของฉันและฉันไม่สามารถที่จะได้ดื่มชาร้อนๆสักถ้วย? นายยังมีเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นอีก!? นายควรแยกงานอื่น ๆ ออกก่อนแล้วไปยกน้ำมา!”

ประตูเปิดออก มันเป็นประตูห้องทำงานเล็ก ๆ

“……หัวหน้าโจว?”

“หัวหน้าโจว”

“เอ่อ……หัวหน้าอยู่ที่ห้องหรอครับ?” ฉางจี้พยายามไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขาค่อยๆปล่อยมือที่จับคอเสื้อของดงซูบิน และดึงมือของเขาออก เขาพยายามจะบ่นก่อน “หัวหน้าโจว ซูบินคนนี้……”

การแสดงออกทางสีหน้าของโจวฉางจูไม่ดีมากนัก เขาจ้องที่ฉางจี้ด้วยสายตาอาคาตและเขาไปขัดจังหวะเขา:“ฉันเป็นคนที่ขอให้ซูบินทำอะไรบางอย่างนั้นเอง แล้วนั้นเป็นสิ่งที่นายพูดถึงฉันใช่ไม? ฉางจี้!!”

ฉางจี้ตกตะลึง “อ้า… .. ผม……ผมไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ผมไม่ได้…..”

โจวฉางจูกล่าวต่อไปว่า:“ฉันอยากรู้ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน คำสั่งของนายสำคัญกว่าคำสั่งฉันหรือเปล่า? งานของใครเร่งด่วนมากกว่ากัน? ของนายหรือว่าของฉัน? ฮะ? ซูบินจำเป็นต้องช่วยนายเปลี่ยนน้ำของตู้กดน้ำก่อนที่เขาจะสามารถทำงานที่ฉันมอบหมายให้เขาได้อย่างงั้นหรอ? ฮะ? นายเป็นหัวหน้าหรือฉันเป็นหัวหน้ากันแน่?”

ฉางจี้รู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาพึงพูดไปนั้นมันผิดมหันต์ เขาพูดขึ้นมาทันทีว่า:“ผม… .. ผมไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น……”

“ตะโกนและคว้าคอเสื้อของเพื่อนร่วมงานในช่วงเวลาทำงาน? นายพยายามที่จะรังแกดงซูบิน? นายคิดว่าสถานที่นี้คือที่ไหน? นายยังมีความเคารพต่อหัวหน้าของนายอยู่รึเปล่า? ห๊ะ!?” โจวฉางจูถามด้วยท่าทางที่ขึงขัง เห็นได้ชัดว่าคำพูดของเขานั้นเข้าข้างดงซูบินอย่างชัดเจน “นายไม่สามารถโทรหาเฒ่าหวังให้เอาน้ำมาเติมให้ได้หรือไง  ทำไมนายต้องใช้ซูบินเพื่อทำมัน? เขาทำให้นายไม่พอใจหรือยังไง!?”

ตอนนี้ฉางจี้เขารู้สึกถึงความอับอายใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง “ไม่ผมโทรเรียกเฒ่าวังแล้ว แต่ไม่มีใครรับสาย  ……เฒ่าหวังน่าจะไม่อยู่ที่นั้น”ฉางจี้พยายามหาขอแก้ตัวให้เขา

หัวหน้าโจวตำหนิเขาอย่างต่อเนื่อง “แสดงว่าถ้าเรียกเขาไม่ได้ ทั้งสำนักงานก็ไม่ต้องดื่มน้ำกันใช่ไหม?”

ฉางจี้ไม่คาดว่าคำพูดของเขาจะทำให้ โจวฉางจูโมโหมากขนาดนี้ เขาตอบทันที “เดียวผมจะไปยกน้ำขึ้นมาเอง”

เกาแพนเหว่ยมองดูดงซูบินด้วยความตกใจ เขางงว่าทำไมหัวหน้าโจวถึงให้การช่วยเหลือดงซูบินและดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถสั่งดงซูบินได้อีกในอนาคต

ดงซูบินกล่าวทันทีว่า:“หัวหน้าโจวผมรับผิดชอบเรื่องนี้เอง เดียวผมขอตัวไปยกน้ำก่อนนะครับ”

โจวฉางจูโบกมือของเขา “ไปเรียกเฒ่าหวังมาทำงานของเขา” โจวฉางจูรู้สึกเหมือนกันว่าฉางจี้มีความจองหองมากขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เขาต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อเตือนฉางจี้ หากฉางจี้ยังทำเช่นนี้อีกในอนาคตเขาอาจไม่เคารพโจวฉางจู แม้ว่าโจวจางจูจะทำดีกับฉางจี้ แต่ที่อย่างงั้นเป็นเพราะเขาเคารพผู้ตัดสินทางการเมือง ไม่ใช่เพราะเขากลัวฉางจี้แต่อย่างใด ซึ่งหัวหน้ายังเขาไม่เคยกลัวผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่แล้วแต่เดิม ฉางจี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ตัดสินทางการเมือง แม้ว่าผู้ตัดสินทางการเมืองเป็นพ่อของเขา แต่เขาก็ยังต้องฟังคำสั่งของโจวฉางจูอยู่ดี และเมื่ออยู่ในสำนักงานแล้วฉางจี้จะต้องเชื่อฟังคำแนะนำของเขาด้วย

หลังจากนั้นไม่นานฉางจี้ก็เดินกลับมาพร้อมกับถังน้ำ ฉางจี้เองดูหอบเมื่อเขาวางถังน้ำไว้ข้างตู้กดน้ำ เนื่องมาจากเขาไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอีกทั้งเขามักจะนั่งว่างงานเป็นปกติ เขาใช้เวลานานในการเปลี่ยนถังและมันยังเปียกไปทั่วตัวของเขา ซึ่งในตอนนี้เขาดูน่าสมเพชจริงๆ

ดงซูบินหัวเราะอยู่ภายในใจของเขาเมื่อเขาเห็นฉางจี้ผู้น่าสงสาร ‘นายชอบเอาแต่สั่งคนอื่นใช่ไม? แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะเมื่อต้องมาทำเองบ้าง? สมควรแล้วล่ะ’

พี่หยางและฉางจ้วงหัวเราะเยาะฉางจี้

ต้าหลินเหม่ยหันไปหาดงซูบินและยกนิ้วโป้งให้กับดงซูบินอย่างลับๆ

ผู้คนในสำนักงานส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากความเย่อหยิ่งของฉางจี้ และทุกคนมีความสุขที่เห็นเขามีปัญหา ในเวลาเดียวกันทุกคนมองดงซูบินแตกต่างออกไป หัวหน้าโจวดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับดงซูบินมากขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

จบบทที่ บทที่ 28

คัดลอกลิงก์แล้ว