เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23

บทที่ 23

บทที่ 23


แปล loop

ในเช้าวันนี้ ทุกคนในสำนักงานพยายามออกแบบร่างคำปราศรัยอย่างขมักเขม่น

โจวฉางจูไม่เพียงแต่ขอให้ดงซูบินลองเขียนแบบร่างคนเดียวเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของเขาเอง เขาขอให้ทุกคนในสำนักงานร่างคำปราศรัยโดยหวังว่าหัวหน้าสำนักหยางจะพอใจอันใดอันหนึ่งในร่างนั้น

ดงซูบินเองเขาก็เขียนอย่างมั่นใจ แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับหัวหน้าหยางจินหงษ์มาก่อน แต่จากการถูกปฏิเสธของต้าหลินเหม่ยและแบบร่างที่เหลือ เขาก็สรุปว่าหัวหน้าสำนักหยางต้องเป็นคนที่เหมือนกับ“นักวิชาการ”แน่ๆ เพราะเขาดูจุกจิกและเรื่องมากสุดๆ ดังนั้นดงซูบินจึงเขียนแบบร่างโดยใช้ภาษาดอกไม้ที่สุด เขาใส่สำนวนและการอ้างอิงจากวรรณกรรมคลาสิคในร่างของเขาด้วย

ดงซูบินหยุดพิมพ์เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน เขามองที่จอภาพของเขาและพยักหน้า

‘นี้แหละ สิ่งนี้ควรจะเป็น ซูบิน ... นี่เป็นโอกาสของนายแล้ว นายจะต้องส่องแสงต่อหน้าหัวหน้าของนายอย่างแน่นอน’ ซูบินพูดในใจของเขา

ดงซูบินขึ้นไปที่ห้องทำงานของหยางจินหงษ์ ด้วยแบบร่างคำปราศรัยของเขา เขาหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเคาะประตูอย่างมั่นใจ

"เชิญ!."

ดงซูบิน เข้ามาในห้องและก็เห็นหัวหน้าหยางจินหงษ์  ดงซูบินตกใจกับรูปร่างหน้าตาของเขา  หยางจินหงษ์ไม่ได้ดูเหมือน       "นักวิชาการ" ตามที่เขาจินตนาการเอาไว้ เขาบึกบึ้น แต่ดงซูบินคิดว่ารูปลักษณ์ที่สามารถหลอกลวงกันได้ บางทีเขาอาจมี“นักปราชญ์” อาศัยอยู่ใต้ภาพลักษณ์นี้ก็ได้

หยางจินหงษ์ ขมวดคิ้วบีบคิ้วหนาของเขาเข้าด้วยกัน "คุณคือใคร?"

ดงซูบินตอบอย่างสุภาพ:“ผมชื่อดงซูบิน เป็นข้าราชการใหม่ของฝ่ายกิจการทั่วไปครับ”

“โอ้ แล้วคำปราศรัยของฉันพร้อมรึยัง?” หัวหน้าสำนักหยางยื่นมือออกมา "ขอฉันดูหน่อย."

ดงซูบินตื่นเต้นในขณะที่ถือกระดาษ A4 ไว้เขายืนมันให้กับหัวหน้าสำนักงานหยางและยืนรอใจจดใจจ่อ เขาต้องการสร้างเครดิตในครั้งนี้ และทุกคนในสำนักงานจะมองเขาต่างออกไปเมื่อเขากลับไป

แต่ในเวลาเพียง 3 วินาทีฝันกลางวันของดงซูบินก็แตกสลาย หัวหน้าสำนักหยางโยนร่างกลับมาที่ดงซูบิน

“นายเขียนอะไรของนาย?” หยางจินหงษ์ทำมีสีหน้าเคร่งขรึมและเขาก็กระแทกโต๊ะทำงาน “ขยะ”

ใบหน้าของดงซูบินเปลี่ยนเป็นสีเขียว “อ้า?” หัวหน้าอ่านมันแล้วใช่ไหมครับ?

หยางจินหงษ์ตะโกน:“เกิดอะไรขึ้นกับสำนักงานกิจการ? ฉันแค่ต้องการพูดง่าย ๆ มีอะไรยาก โดยเฉพาะนาย! ฉันต้องการให้นายเขียนคำพูดตามหัวข้อของฉัน นายเขียนอะไรมา?” หยางจินหงษ์จงใจชี้ไปที่ร่างสองสามบรรทัดแรก “การให้เกียรติและหยุดเพื่อให้บรรลุความเจริญรุ่งเรือง นายกำลังพูดเรื่องอะไร ห่ะ? แกกำลังเขียนอะไรอยู่หรอ?”

ดงซูบินตอบอย่างหมดแรง:“หัวหน้าสำนักหยาง หัวหน้าอ่านผิด มันคือ 'การรู้จักเกียรติยศและความเข้าใจอันน่าละอายที่จะประสบความสำเร็จ'”

ดงซูบินได้สัมผัสกับความโกรธของหยางจินหงษ์ด้วยประโยคนั้น และเขาก็ระเบิดออกมาด้วยความโกรธ:“มีอะไรผิดปกติ! ฉันมีมาตรฐานการศึกษาระดับประถมศึกษาเท่านั้น และฉันจะไปรู้จักคำยากเหล่านี้ได้ไง!”

ดงซูบินตกตะลึง ‘แย่แน่! นี่เป็นเรื่องตลกหรือเปล่า? ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนประเภท "นักวิชาการ"? เขาไม่มีความคาดหวังสูงในการกล่าวคำปราศรัยของเขา? มาตรฐานระดับประถม ว่ายังไงนะ! เขาเป็นคนที่ไม่รู้หนังสือและไม่ใช่นักวิชาการ!’

‘อึ! ฉันมีปัญหาล่ะ!’

ดงซูบินรู้ว่าเขาได้ทำผิดพลาดกับหยางจินหงษ์และตะโกนทันทีว่า“ย้อนกลับ!”

......

เสียงตะโกนหยุด

มีเพียงการย้อนกลับของเข็มวินาที

“คุณคือใคร” หยางจินหงษ์มองไปที่ดงซูบิน

ดงซูบินรู้ทันทีว่าเป็นเวลาไหนในตอนนี้ เขาโล่งอกและตอบว่า:“ผมชื่อดงซูบิน ผมเป็นข้าราชการใหม่จากฝ่ายกิจการทั่วไป”

“โอ้ คำปราศรัยฉันพร้อมรึยัง?” หัวหน้าสำนักหยางยื่นมือออกมา "ขอฉันดูหน่อย."

ดงซูบินจะไม่ปล่อยให้เขาดูร่างของเขา เขาซ่อนร่างไว้ด้านหลังและคิดหาข้ออ้าง “ผมขอโทษครับหัวหน้าสำนักหยาง ยังไม่พร้อม ผมมาที่นี่เพื่อถามว่าหัวหน้าจะกำหนดส่งเวลาไหน”

หยางจินหงษ์ขมวดคิ้วอย่างใจร้อน:“ฉันไม่ได้บอกว่าฉันต้องการให้เร็วที่สุดเหรอ?”

“ขอโทษที่รบกวนนะครับ ผมขอตัวกลับก่อน”

หยางจินหงษ์เดินไปยืนอยู่หน้าหน้าต่างหลังจากดงซูบินเดินออกไป เขาจุดบุหรี่และจ้องมองออกไปข้างนอก เขาเริ่มทำงานที่โรงงานผลิตสารเคมีในเขตชานเมืองของปักกิ่งก่อน แล้วจึงติดตามผู้นำของเขาเพื่อเข้ารับราชการ ระดับการศึกษาของเขาต่ำมากและไม่รู้จักตัวอักษรจีนจำนวนมาก นี่คือสาเหตุที่เขาปฏิเสธร่างคำปราศรัยสำนักงานกิจการทั้งหมดและไม่ได้บอกเหตุผล จะบอกเหตุผลที่แท้จริงให้พวกเขาได้อย่างไร บอกพวกเขาว่าเขามีการศึกษาระดับประถมศึกษาเท่านั้น? เขาไม่รู้หนังสือ? มันน่าอายเกินไปที่เขาจะพูด หากสำนักงานกิจการยังไม่สามารถให้ร่างที่ทำให้เขาพึงพอใจได้ เขาจะต้องมองหาลูกน้องเก่าของเขาจากสาขาตะวันออกเพื่อมาเขียนคำกล่าวปราศรัยให้เขา

ก่อนที่ดงซูบินจะกลับไปที่สำนักงาน เขาก็ได้โยนแบบร่างของเขาออกไป แบบร่างที่ดูโง่เขลานี้ทำให้อาชีพของเขาเกือบเสียไปแล้ว โชคดีที่เขาสามารถใช้ “ย้อนกลับ” ได้ ถ้าไม่ใช่มัน มันคงเป็นจุดจบของชีวิตเขาที่นั่นแล้ว

ต้าหลินเหม่ยและคนอื่น ๆ กลับมาจากทานอาหารกลางวันและเห็นดงซูบินเข้ามาในสำนักงาน เธอถามว่า:“ซูบิน, แบบร่างของนายเป็นอย่างไรบ้าง”

“แอมป์? เกือบเสร็จแล้ว….”

ฉางจี้ แสดงความคิดเห็นเชิงประชดว่าเขากระตือรือร้นที่จะแสดงออกมากเกินไป แม้แต่ผู้อาวุโสในสำนักงานก็ยังไม่สามารถเขียนแบบร่างได้ให้ถูกใจได้เลย แล้วดงซูบินที่เป็นเพียงเด็กใหม่จะเขียนมันผ่านได้ยังไง

ฉางจ้วงผลักแป้นพิมพ์ของเธอออกไปจากตัวเธอ:“ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่สามารถเขียนได้อีกแล้ว!”

เกาแพนเหว่ยเกาหัวของเขาด้วยความไม่พอใจ

ต้าหลินเหม่น บ่น:“เขาต้องการพูดแบบไหน? ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว”

พี่หยางเป็นคนเดียวที่ดูสงบนิ่งที่สุดในสำนักงาน เขายังคงอ่านหนังสือพิมพ์ของเขาอย่างผ่อนคลาย ราวกับว่ามันไม่ใช่ความกังวลของเขา

ดงซูบินไม่มีเวลาคุยกับคนอื่น เขานั่งด้านหลังจอมอนิเตอร์ของเขาและกำลังพิมพ์อย่างดุเดือด เขารู้ว่าสิ่งที่หยางจินหงษ์ ต้องการคืออะไร และเขาสามารถเขียนร่างได้อย่างง่ายดาย ‘สำนวนหรอ? การอ้างอิงจาวรรณกรรมคลาสิคหรอ สิ่งเหล่านั้นจะต้องไม่อยู่ในร่างคำปราศรัยนี้’

‘ง่ายและตรงไปตรงมา’

‘คำพูดจะต้องเรียบง่ายและตรงไปตรงมา’

‘หัวข้อคำปราศรัย: ผู้นำที่รัก หัวข้อนี้สิ่งที่ฉันจะพูดถึงคือ.’ หลังจากพิมพ์เสร็จดงซูบินก็รู้สึกว่ามันผิดและลบทิ้งในทันที ‘ไม่! รองหัวหน้าสำนักหยางอาจไม่รู้จักตัวละครนี้ เขาเปลี่ยนเป็น. ใช่.’ ทั้งหมดนี้เป็นคำพูดง่าย ๆ

ดงซูบินคิดคำอย่างหนักและพิมพ์ต่อไป

การเขียนคำศัพท์ของโรงเรียนประถมไม่ใช่เรื่องง่าย คำพูดนี้จะต้องเรียบง่ายและเนื้อหาจะต้องตรงไปข้างหน้า มันเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับดงซูบิน

"ฮะ? หัวหน้าสำนักหยาง?”

“หัวหน้าสำนักหยาง!”

ต้าหลินเหม่ยและคนที่เหลือหยุดทันทีที่พวกเขาทำ พวกเขาทุกคนรู้สึกถึงขนบนหลังของพวกเขา

หยางจินหงษ์มีสีหน้าหม่นหมองเมื่อเขาถามว่า:“คำพูดพร้อมหรือยัง? เกือบครึ่งวันแล้ว!”

โจวฉางจู เดินออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว “เสร็จแล้วครับ และผมกำลังจะส่งพวกมันไปให้คุณ ซูบิน ฉางจ้วงเอาแบบร่างมา”

ถ้าไม่รวมจ้วงจือและพี่หยางก็จะมีทั้งหมด 5 แบบร่าง

หยางจินหงษ์รับร่างและมองแบบผ่านๆ:“ไม่……. ไม่ถูกต้อง……. สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง……นี่คืออะไร? นี่ด้วย…. ไม่สามารถ….” ภายในหนึ่งนาทีร่างทั้งหมดถูกปฏิเสธ “พี่โจว! สำนักงานกิจการทั่วไปของพี่ไม่สามารถทำได้แม้แต่จะเขียนคำพูดง่ายๆได้เลยรึยังไง”

ต้าหลิงเหม่ยและคนอื่น ๆ ก้มหัวลง

“หัวหน้าสำนักหยางเรา……” ถึงแม้ว่าโจวฉางจูจะอายุเยอะกว่า แต่เขาก็ยังก้มหัวลงเนื่องจากหยางจินหงษ์เป็นหัวหน้าของเขา ถ้าหากโจวฉางจูมีปัญหากับเขา  โจวฉางจูอาจไม่สามารถเป็นรองหัวหน้าได้นานขนาดนี้ นี่คือสาเหตุที่โจวฉางชุนพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรองหัวหน้าสำนักคนใหม่ แต่ตอนนี้แผนการของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

เขารู้สึกแย่กับเหตุการณ์นี้ แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงสีหน้าเหล่านั้นออกมาได้ เขาจ้องไปที่ฉางจี้ และคนอื่นๆ ลูกน้องของเขาดูเหมือนจะมีความสามารถและกระตือรือร้นในวันปกติ แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญพวกเขาทั้งหมดก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี

“หัวหน้าสำนักหยาง” ดงซูบินดึงร่างของเขาออกมาจากเครื่องพิมพ์ “แบบร่างของผมเสร็จแล้ว”

เกาแพนหว่ยหันไปหาดงซูฐิน และคิดกับตัวเอง ‘คนงี่เง่าคนนี้ไม่กลัวหรือไง? นายมันไม่รู้อะไรเลยหรือยังไง? ถ้าหมอนั้นส่งแบบร่างของเขาในตอนนี้ก็เหมือนส่งตัวเองไปให้ถูกประหาร?

หยางจินหงษ์หมดความอดทนและไม่ได้พูดอะไรเลยเมื่อเขาหยิบร่างจากดงซูบินมาอ่าน

ทุกคนในสำนักงานถอนหายใจในใจและหลับตาและรอการดุอีกรอบ

1 นาที……

2 นาที……

3 นาที……

ไม่มีการด่าใดออกมาจากเขา หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ตกใจ หยางจินหงษ์หัวเราะ เขายกมือขวาขึ้นและตีไปบนตัวเขาสองสามครั้ง “ดูสิ่งที่เขาเขียน นี่คือคำพูดที่ฉันต้องการ”

ผลลัพธ์นี้ทำให้ทุกคนในสำนักงานพูดไม่ออก

หยางจินหงษ์ตบหลังของโจวฉางจู:“พี่โจว! ดูเหมือนว่าสำนักงานกิจการของพี่เนี่ย ยังมีคนที่มีฝีมืออยู่นะ ไม่เลวเลย……” หยางจินหงษ์หันมามองดงซูบิน เขาพยักหน้า:“ฉันจำได้ว่าชื่อของนายคือดง…… ดงซูบิน ใช่มั้ย ทำได้ดีมาก ในอนาคตนายจะได้รับผิดชอบในการเขียนคำปราศรัยของฉัน”

“ขอบคุณหัวหน้าสำนักหยาง” ความสามารถในการทิ้งความประทับใจให้กับหัวหน้านั้นหายาก ดงซูบินหันหลังให้ตรงเพื่อพยายามดูฉลาดเท่าที่จะทำได้

สำนักงานอยู่ในความสับสนวุ่นวายหลังจากหยางจินหงษ์เดินออกไป

ต้าหลินเหมย่เป็นคนแรกที่ถามว่า: "ซูบิน, นายเขียนอะไร ทำไมหัวหน้าสำนักหยางถึงมีความสุขขนาดนั้น”

ฉางจ้วงหัวเราะ:“ห้องทำงานของเรามีเสือหมอบและมังกรซ่อนอยู่”

เกาแพนเหว่ยจ้องไปที่ดงซูบินด้วยความอิจฉา

ฉางจี้เองก็ไม่ได้ดีใจเช่นกัน ‘ทำไมหัวหน้าสำนักหยางที่จู้จี้จุกจิกขนาดนั้นถึงพอใจกับร่างปราศรัยของดงซูบิน และคนที่เหลือที่ส่งไปมากกว่า 10 ฉบับถูกปฏิเสธจนหมด?’

ดงซูบินไม่สามารถบอกความลับที่เหลือได้ว่าหยางจินหงษ์มีคำที่อยู่ในหัวของเขานั้นจำกัด ถ้าหัวหน้าสำนักหยางรู้ว่าเขาคือคนที่บอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาอาจจะเดือดร้อนได้ ดังนั้นดงซูบินจึงอธิบายว่าหยางจินหงษ์ ชอบคำที่เรียบง่ายและสะอาด

หลังจากที่ทุกคนเห็นแบบร่างบนหน้าจอของดงซูบิน พวกเขาจึงเข้าใจความหมายของคำว่า "เรียบง่ายและสะอาด" นั้นคืออะไร

ต้าหลินเหม่ยรู้สึกประทับใจอย่างมาก เธอยกนิ้วให้ดงซูบิน:“ยอดเยี่ยม”

โจวฉางจูไม่คาดหวังว่าปัญหาจะอยู่ในระดับการศึกษาของหยางจินหงษ์แน่ๆ เขารู้สึกประทับใจในการเก็บรายละเอียดของดงซูบิน เขาตบหลังของดงซูบิน:“ทำได้ดีมาก นายทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม” โจวฉางจูรู้สึกว่าสิ่งที่สำนักงานกิจการขาดไปคือคนอย่างดงซูบิน คนที่จะยืนขึ้นและแก้ไขสถานการณ์ในช่วงเวลาที่สำคัญได้

จบบทที่ บทที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว