เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่15

บทที่15

บทที่15


ผู้แปล loop

ณ อพาร์ตเมนต์ของฉูยวนในห้องนั่งเล่น.

แม่ของดงซูบินถามขึ้นมาทันทีว่:“เกิดอะไรขึ้น? บอกแม่มาเร็ว!.”

ฉูยวนยังถามด้วยว่า:“นายสอบผ่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แต่นายทำข้อสอบศักยภาพได้คะแนนไม่ดีไม่ใช่รึยังไง?”

“เอิ่ม ฉันไม่ได้คะแนนไม่ดีสักหน่อย พวกคุณทุกคนเป็นคนที่เข้าใจฉันผิดไปเอง และพวกคุณทุกคนก็ไม่เคยถามฉันเกี่ยวกับการสอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว” ดงซูบินหัวเราะด้วยความเขินอาย “จริงๆแล้วผมคิดว่าจะรอให้ผ่านการสัมภาษณ์ไปก่อน แล้วค่อยบอกทีเดียว ผมไม่ต้องการให้ทุกคนผิดหวัง เอ่อ ... แม่ยังจำได้ไหมว่าผมออกไปในตอนเช้าของวันก่อน? ผมไปสัมภาษณ์ในเช้าวันนั้น ในระหว่างการสัมภาษณ์ผมรู้สึกว่าคำตอบของผมไม่ค่อยดีเท่าไรและผมอยู่ในอันดับที่ 4 ซึ่งผมคิดว่าผมไม่น่าผ่านสัมภาษณ์ แต่พวกเขาเพิ่งโทรหาผมขอให้ผมไปรายงานตัวที่สำนักงานสาขาเขตตะวันตกในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ พวกเขาบอกผมว่าผมได้เลือกให้เข้ารับราชการแล้ว”

แม่ของดงซูบินจับมือเขา ริมฝีปากของเธอสั่นเทา:“จริงเหรอ? ลูกไม่ได้โกหกแม่ใช่ไหม?”

ดงซูบินตอบว่า:“ฮ่าฮ่าฮ่า ผมไม่กล้าโกหกแม่หรอก”

นางซูพูดติดอ่าง:“นี่เป็นความผิดพลาดหรือป่าว? คะแนนของเธอในการทำข้อสอบได้เท่าไร?”

ดงซูบินมองไปที่แม่และเสี่ยวตง “คะแนนโดยรวมของผมสำหรับการสำหรับการสอบอยู่ที่ประมาณ 130”

“130?” เสี่ยวตงรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ “นายได้คะแนน 130 คะแนนจริง ๆ เหรอ?”

“ลูกชายสุดเก่งของแม่……ลูกชายสุดเก่งของแม่……” แม่ของดงซูบินเริ่มร้องไห้ น้ำตาของเธอไหล เธอจับมือของฉูยวนและหายไปเพราะคำพูด “ฉูยวน! หนูได้ยินที่ซูบินพูดไหมเขาผ่านแล้ว ลูกชายของป้าตอนนี้เป็นข้าราชการพลเรือน”

"ใช่ ๆ. หนูก็ได้ยินอย่างงั้น“ฉูยวนช่วยเช็ดน้ำตาของเธอ” นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด หยุดร้องไห้ก่อนเถอะคะ."

แม่ของดงซูบินไม่สามารถหยุดน้ำตาของเธอที่ไหลลงมาได้ “ป้ามีความสุขเหลือเกิน มีความสุขมากจริงๆ”

ฉูยวนหัวเราะและตบหัวของดงซูบิยอย่างสนุกสนาน:“เจ้าตัวเล็กนี้ทำให้พวกเราภูมิใจจริงๆ”

ดงซูบินก็รู้สึกดีใจมากเช่นกัน

หลังจากนั้นไม่นานแม่ของดงซูบินก็หยุดร้องไห้ในที่สุด เธอเช็ดหน้าแล้วพูดทันทีว่า: "ฉูยวนไม่ต้องทำอาหารกลางวันวันนี้ เดียวป้าจะเป็นคนทำอาหารด้วยตัวเอง แม่จะไปชั้นล่างเพื่อซื้อผักและเนื้อ แม่จะเตรียมงานฉลอง“เธอหันไปหานางซูและเสี่ยวตง” คุณและเสี่ยวตงก็มาทานด้วยกันนะ ที่ห้องของพวกเรา”

นางซูค่อยๆฝื้นยิ้ม:“ไม่ล่ะขอบคุณ ฉัน……ฉันยังมีอะไรบางอย่างต้องทำในช่วงบ่าย”

เสี่ยวตงยิ้มให้เห็นฟันเล็กน้อย:“แม่ไปกันเถอะ”

ฉูยวย ถามอย่างสุภาพ:“ทำไมไม่อยู่อีกซักพัก”

“เรายังมีบางอย่างต้องทำหลังจากนี้ พวกคุณเชิญอยู่คุยกันต่อเลย”

นางซูลากเสี่ยวตงออกมา ก่อนออกเดินทางเสี่ยวตงมองไปที่ดงซูบินอย่างอิจฉา เขาจะไม่หยิ่งและจองหองได้อีกแล้วเมื่อดงซูบิน กลายเป็นข้าราชการพลเรือน มันจะทำให้เขาพัดแม่ลูกคู่นี้ออกไปจากชีวิตได้สักที่

หลังจากพวกเขาจากไปประมาณ 10 นาทีมีเสียงของสิ่งต่าง ๆ ก็ถูกโยนลงมาจากชั้นบน และได้ยินเสียงตะโกน

“พอแล้วๆ” มันเป็นเสียงของนางซู “หยุดทำยังงี้ได้แล้ว”

"พ่อ……"

“แม้แต่เด็กจากตระกูลดงก็ยังดีกว่าแก! ฉันจะหักขาของแกวันนี้!” มันเป็นเสียงของหัวหน้าส่วนซู

“อ๊าห์...... .”

ดงซูบินรู้สึกดีที่ได้ยินว่าเสี่ยวตงร้องด้วยความเจ็บปวด

ในระหว่างมื้อกลางวันแม่ของดงซูบินมีความสุขมาก เธอถือเบียร์มาสองขวด “ดงซูบิน! ลูกทำให้แม่ภูมิใจมากๆเลย แม่ไม่เคยมีความสุขมากเท่านี้มาก่อน ช่วยแม่เติมเบียร์ลงในแก้วให้หน่อย แม่จะดื่มมันให้หมดในวันนี้เลยคอยดู”

ดงซูบินรู้สึกภูมิใจและช่วยแม่ของเขาและฉูยวนก็เทเบียร์

ฉูยวนเตือนว่า“อย่าปล่อยให้คุณป้าลวนดื่มมาก เดียวเธอจะเมาเอาได้!”

“ไม่เป็นไร มันก็โอเค” แม่ของดงซูบินยิ้มแย้มและยกแก้วของเธอ“ฉูยวนให้ป้ายกแก้วให้หนู สองสามวันนี้หนูช่วยซูบินมาก ถ้าไม่ใช่เพราะหนูช่วยเขาทำอาหารและซักเสื้อผ้า เขาจะไม่มีเวลามากพอที่จะอ่านหนังสือแน่ๆ”

ดงซูบินได้ยินและยกแก้วของเขาด้วย “ฉูยวน! ขอบคุณนะ”

ฉูยวนโบกมือแล้วพูดว่า:“คุณป้าลวน,ซูบินอย่าพูดอย่างนั้นเลย ซูบินเองก็ช่วยชีวิตหนูไว้ เราไม่จำเป็นต้องขอบคุณกันหรอก หนูอายุน้อยกว่าป้า ดังนั้นหนูจึงควรเป็นคนที่จะอวยพรให้  ไชโย.”

ตอนเย็น

ฉูยวนกลับไปห้องของเธอและแม่ของดงซูบินกำลังฮัมเพลงยุคแปดศูนย์อยู่ ในขณะที่เก็บกระเป๋าเดินทางของเธอ

ดงซูบินทนไม่ได้ที่จะเห็นแม่ของเขากำลังจะกลับบ้านนอกไป:“ทำไมแม่ต้องกลับก่อน? แม่อยู่ต่อไปอีกสองสามวันไม่ได้เหรอ?”

“โรงเรียนที่หมู่บ้านกำลังจะเปิดอีกไม่นานนี้ จริงๆแม่ต้องกลับไปก่อนหน้านั้นสองสามวันแล้ว แต่แม่เห็นว่าลูกผิดหวังอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่แม่อยู่กับลูกยังไงละ” แม่ของดงซูบินยิ้ม “ตอนนี้ลูกเข้ารับราชการแล้วและแม่ก็ไม่กังวลอีกต่อไป ถึงเวลาที่แม่จะกลับไปที่หมู่บ้าน”จังหวัดเป้ยนั้นอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่งและขับรถไปเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

ดงซูบินช่วยแม่ของเขาเก็บหนังสือ สื่อการสอนภาษาจีนสองเล่ม “ให้ผมไปส่งพรุ่งนี้ แม่ต้องจำไว้ว่าต้องดูแลตัวเองด้วยนะ”

แม่ของดงซูบินยิ้ม “ไม่ต้องกังวลกับแม่ ลูกต้องระวังเมื่อทำงานในหน่วยงานของรัฐ มันเป็นสถานที่มีการแข่งขันมากที่สุดในประเทศจีน ครอบครัวของเราไม่มีพื้นฐานและมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนธรรมดาสามัญจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ไม่เป็นไรถ้าลูกยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำอยู่และไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง แม่แค่อยากให้ลูกปลอดภัย”

ดงซูบินพยักหน้าอย่างไม่มีเหตุผล "ผมรู้."

ถ้าเป็นเมื่อสองเดือนก่อนดงซูบินน่าจะพอใจถ้าเขาหางานได้ 2,000 หยวนต่อเดือนและหาผู้หญิงทั่วในมาภรรยาของเขา เขาและภรรยาจะใช้เงินกู้เพื่อซื้ออพาร์ทเมนต์และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ตอนนี้เขาเป็นข้าราชการพลเรือนแล้ว

ตั้งแต่ได้รับพลังพิเศษมา สิ่งต่างๆก็ราบรื่นสำหรับเขาในทิศทางที่ถูกต้อง

‘เป็นเจ้าหน้าที่หรอ’ ดูเหมือนจะไม่ใช่เป้าหมายของเขาสักที่เดียว

‘เส้นทางข้างหน้าของฉันจะเป็นยังไง?’

‘แล้วต่อไปฉันจะเป็นอะไร’

ในตอนกลางคืน ดงซูบินนอนคิดบางอย่างขณะนอนบนโซฟา เนื่องจากเขาสามารถเข้ารับราชการและมีพลังพิเศษ 'ย้อนกลับ' เขารู้สึกว่าเขาควรวางแผนชีวิตของเขา ถ้าเขายังเป็นคนทั่วไปเขาก็จะพอใจที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้าแผนกหลังจากทำงานที่นั่นเป็นเวลา 10 ถึง 20 ปี แต่ตอนนี้ดงซูบินสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เขาควรจะสามารถใช้ความสามารถนี้เพื่อเพิ่มอำนาจและความมั่งคั่ง ของเขาได้

‘ตั้งเป้าหมายเป็นหัวหน้าส่วนหรอ’ นายกเทศมนตรีของหมู่บ้าน นายกเทศมนตรีเขต หรือหัวหน้าสำนักจังหวัด?

ได้รับตำแหน่งหัวหน้าหมวดก่อนเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี? ฮะ? ตั้งเป้าหมายนี้ต่ำเกินไปหรือป่าว’

ถ้าอย่างนั้นหัวหน้ากองพลล่ะ? มันจะสูงเกินไปหรือป่าว ดงซูบินยังไม่มั่นใจในการไปถึงตำแหน่งรองหัวหน้าส่วน หัวหน้ากองมันดูไกลเกินไป’

แต่……

หลังจากนั้นไม่นานดงซูบินก็ตีก็ตักของเขา "แค่นั้นแหละ!"

ดงซูบินตัดสินใจที่จะตั้งเป้าหมายของเขาว่า "ต้องสูงกว่านี้ แน่นอนถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ต้องการได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากพนักงานระดับหัวหน้าส่วนไปจนถึงระดับหัวหน้าแผนกจาก หัวหน้าแผนก เป็นระดับผู้อำนวยการสำนัก จนไปถึงระดับรัฐมนตรีและจากระดับรัฐมนตรีระดับจังหวัด จนถึงระดับชาติ……ใช่ นี่จะเป็นเป้าหมายของฉัน

ดงซูบินต้องการเข้าร่วมคณะกรรมการกลาง

เขาต้องการที่จะเข้าสู่สำนักการเมืองของคณะกรรมการกลางของ พรรคคอมมิวนิสแห่งประเทศจีน!

ดงซูบินได้ตั้งเป้าหมายที่เกินจริงไปหน่อย แต่นี้เป็นเป้าหมายของเขาที่อยู่ในหัวใจของเขา

ตอนนี้ในเพจลงถึงตอนที่ 26 แล้วนะ

จบบทที่ บทที่15

คัดลอกลิงก์แล้ว