- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 288-289
ตอนที่ 288-289
ตอนที่ 288-289
ตอนที่ 288 พบกับเหมยซิ่ว
"เฟิงเฟิง ... ผมของเจ้า ... " หยวนชี้ไปที่ผมสีแดงเข้มของเธอด้วยนิ้วของเขาที่ยังเปียกไปด้วยน้ำลายของเฟิงหยูเซียง
“เอ๊ะ? ผมข้าทำไมหรอ?” เฟิงหยูเซียง มองไปที่ผมของเธอ
"อะไรกัน! มันกลายเป็นสีแดง!" เฟิงหยูเซียง อุทานด้วยเสียงประหลาดใจหลังจากที่เธอรู้ตัว
“นั่นมันปกติงั้นหรอ?” หยวนถามเธอครู่ต่อมา
"ใช่! นี่หมายความว่าเลือดของท่านกำลังทำงานและระงับคำสาปของข้าได้จริงๆ!" เฟิงหยูเซียง พยักหน้า
"แล้วพลังของเจ้าล่ะ กลับมาหรือยังเจ้าฟินิกซ์" เสี่ยวฮัวถามเธอ
"น่าเสียดายที่มันยังคงถูกปิดผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ แต่ถึงอย่างนั้น ข้าเชื่อเหลือเกินว่าข้าจะถอนคำสาปได้ อยู่ในร่างนี้มาเป็นหมื่นปี จะรอต่ออีกสักสิบปีคงไม่สาย! " เฟิงหยูเซียง พูดด้วยความกระตือรือร้นในน้ำเสียงของเธอ
เมื่อ เฟิงหยูเซียง หยุดดูดเลือดของ หยวน เป็นเวลาหนึ่งนาทีช่องเล็ก ๆ บนนิ้วของเขาก็ปิดลงเองภายในไม่กี่วินาที
สำหรับ เฟิงหยูเซียง ดวงตาสีทองและผมสีแดงเข้มของเธอก็กลับมาเป็นปกติหลังจากนั้นไม่นาน
"โอ้ใช่แล้ว เหมยซิ่วจะมาหาเราวันนี้" หยวน กล่าวกับพวกเขา
“เหมยซิ่วจริงเหรอ?” เฟิงหยูเซียง ดูมีความสุขที่ได้พบ เหมยซิ่ว อีกครั้ง
"ใช่ แต่จริงๆเธอควรจะมาถึง....”
หยวนหยุดพูดทันทีเมื่อเขาสังเกตเห็นว่ามีคนคุ้นเคยปรากฏขึ้นที่สวนหลังบ้านของเขา
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดใช้งานสัมผัสพระเจ้า แต่หลังจากกลายเป็นอาจารย์วิญญาณแล้วเขาก็ได้รับความสามารถในการตรวจจับการปรากฏตัวของผู้อื่นได้ตามธรรมชาติตราบเท่าที่พวกเขาอยู่ใกล้มากพอและเขาก็ไม่ฟุ้งซ่านเกินไป
“ข้าคิดว่านั่นคือเธอ” หยวนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและเดินไปที่สวนหลังบ้าน
เมื่อเขาไปถึงประตูที่นำไปสู่สวนหลังบ้านหยวนก็หายใจเข้าลึก ๆ และเปิดประตูออกไป
ในขณะเดียวกัน เหมยซิ่ว ที่เพิ่งเข้ามาในเกมก็หันกลับมาเมื่อเธอได้ยินเสียงบางอย่างมาจากด้านหลังเธอ.
"เจ้าคือ..."
ดวงตาของเหมยซิ่วเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นชายหนุ่มรูปหล่อยืนอยู่ที่ประตูที่เปิดอยู่ห่างจากเธอไม่กี่เมตร
แม้ว่ารูปลักษณ์ของเขาจะแตกต่างจากร่างกายของเขาในโลกแห่งความเป็นจริงเล็กน้อย แต่เหมยซิ่วก็สามารถบอกได้ทันทีว่านั้นคือหยวน แม้ว่าจะเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษแล้วที่เธอได้เห็นเขาในรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบและมีสุขภาพดีเช่นนี้ แต่เหมยซิ่วไม่มีทางที่จะลืมใบหน้าที่มีชีวิตชีวาและเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของหยวนได้ โดยเฉพาะดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความไร้เดียงสาของเขา
ในขณะเดียวกันในสายตาของหยวนนอกจากชุดแม่บ้านและส่วนสูงของเธอแล้วเหมยซิ่วก็ดูแทบไม่ต่างจากที่เขาจำเธอได้ ผมสีดำยาวสลวยยาวเป็นทรงเรียบร้อย ดวงตาสีดำใสและลักษณะเฉพาะของเธอใบหน้าที่ดูเบื่อโลก
แน่นอนว่าเธอสูงกว่าตอนเด็กมาก และความสวยงามของเธอไม่แพ้สาวงามอันดับต้นๆภายในวิหารแก่นมังกรเช่นซวนหวู่ฮั่นหรือเฟยหยูหยาน บางทีอาจจะเอาชนะพวกหล่อนได้หากมีการประกวดขึ้นมาจริงๆ
“หยู ... หยวน?” เหมยซิ่ว พึมพำชื่อของเขาด้วยเสียงงุนงง
"ไม่เจอกันนานเลยนะเหมยซิ่ว ดูเจ้าจะสูงกว่าหยูรุด้วยซ้ำ" หยวนค่อยๆเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันหล่อเหลาบนใบหน้าของเขา
ณ เวลานั้นเธอไม่รู้ว่าต้องตัวอย่างไร เหมยซิ่วยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเหมือนรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งจนกระทั่งหยวนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“ข้าอยากทำแบบนี้มาตลอด ...”
จู่ๆหยวนก็อ้าแขนกว้างและสวมกอดเหมยซิ่วก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ขอบคุณเหมยซิ่ว ... ที่ดูแลหยูรุและข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ... "
"หยวน..."
ทันใดนั้นน้ำตาที่เปล่งประกายสองสายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่สวยงามของเหมยซิ่วและเปื้อนไหล่ของหยวนอย่างรวดเร็ว
เหมยซิ่วค่อยๆยกแขนขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะกลับมากอดหยวน แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพียง แต่กอดหยวนอย่างเงียบ ๆ
"พวกเขาดูสนิทกันมาก" เฟิงหยูเซียงพึมพำด้วยเสียงเหมือนยุงขณะที่เธอมองพวกเขาจากในบ้านและดูพวกเขากอดกัน
เสี่ยวฮัวก็ดูอยู่เช่นกันแต่เธอไม่ได้ปริปากแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นหยวนก็ปลดแขนของเขาออกจากเธอและก้าวถอยหลัง
“เหมยซิ่ว ข้าขอแนะนำเพื่อน ๆ ก่อนนะ” หยวนพูดกับเธอก่อนจะหันกลับไปมองประตูที่เปิดอยู่
“เสี่ยวฮัวเฟิงเฟิงมาที่นี่” เขาพูดกับพวกเขา
ไม่กี่อึดใจทั้งสองก็ออกจากบ้านมายืนข้างๆหยวน
"เจ้ารู้จักเธออยู่แล้ว นี่คือเฟิงหยูเซียง หรือที่เรียกว่าเฟิงเฟิงก็ได้และเธอเป็นนกฟีนิกซ์" หยวนชี้ไปที่เฟิงเฟิงและกล่าว
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่เสี่ยวฮัวและพูดว่า "นี่คือเสี่ยวฮัวเพื่อนคนแรกของข้าในโลกนี้และเธอก็เหมือนน้องสาวคนเล็กของข้าอีกคน"
เสี่ยวฮัวพยักหน้าให้เหมยซิ่วหลังจากแนะนำตัว
“ทีนี้ตาเจ้า” หยวนพูดและพูดต่อว่า “เสี่ยวฮัว เฟิงเฟิงนี่คือเหมยซิ่วซึ่งเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวของข้าเนื่องจากเราอยู่ใกล้กันมาตลอดตั้งแต่เด็ก เธอได้ช่วยเหลือข้าอย่างมากมาตลอดหลายปี ข้าคงตายไปแล้วหากไม่มีเธอและหยูรุคอยช่วยเหลือ”
"นอกจากหยูรุแล้ว เธอเป็นอีกหนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของข้า"
"ข้าเคยพูดแบบนี้มาแล้ว แต่เพื่อน ๆ ของนายน้อยก็เป็นเพื่อนของข้าเช่นกัน! หากเจ้าต้องการความช่วยเหลืออย่าลังเลที่จะมาหาข้าเพื่อขอความช่วยเหลือ!" เฟิงหยูเซียง พูดกับ เหมยซิ่ว
“เสี่ยวฮัวด้วย”
"ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่ะ" เหมยซิ่ว พยักหน้า
จากนั้นเธอก็จ้องมองไปที่หยวน
'โดยเฉพาะเจ้าหยวน ... ' รอยยิ้มที่หายากปรากฏบนใบหน้าของเหมยซิ่วขณะที่เธอจ้องไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา
ในเวลาต่อมาพวกเขากลับไปที่บ้านและนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
“ข้าจะไปชงชาให้” เฟิงหยูเซียง กล่าวกับพวกเขาก่อนที่จะไปที่ห้องครัว
ในขณะเดียวกัน หยวน ก็เริ่มเล่าให้ เหมยซิ่ว ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ของเขาในโลกฝากนี้ตั้งแต่ตอนที่พบกับเสี่ยวฮัวจนมาถึงจุดนี้
ตอนที่ 289 เมืองหลงเฉิน
"แล้วตอนทดสอบศิษย์ข้าก็ได้สู้กับกบหยกเป็นรอบที่สอง แล้วก็นะ..."
"นายน้อยชาค่ะ" เฟิงหยูเซียง กลับไปที่ห้องนั่งเล่น เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่เธอออกไปชงชา แต่เนื่องจากหยวนกำลังสนุกกับการเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของเขาในโลกฝากนี้เวลาจึงไหลไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนกับเหมยซิ่วที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของหยวนและความมีชีวิตชีวาของเขาจนลืมเรื่องเวลาไปเสียสนิท
"ขอบคุณเฟิงเฟิง" หยวนพูดกับเธอขณะรินชาให้พวกเขา
"หืม? ทำไมชาถึงแดงขนาดนี้หล่ะ" หยวนถามเธอหลังจากที่หยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาและสังเกตเห็นน้ำสีแดงที่คล้ายกับหยดเลือด
“เป็นชาที่ทำจากสมุนไพรที่มีคุณค่ามากซึ่งสามารถเพิ่มความเข้มแข็งทางจิตใจได้ คนส่วนใหญ่เรียกมันว่าชาดอกบัวคริมสัน หรือ ชาดอกบัวแดง” เฟิงหยูเซียง กล่าว
หยวนเริ่มจิบชาดอกบัวแดงหลังจากเป่าไปสองสามครั้งเพื่อให้หายร้อน
"โอ้มันหวานจัง" หยวนพึมพำด้วยน้ำเสียงประหลาดใจหลังจากนั้นเขาก็ดื่มจนแทบจะเคี้ยวถ้วยเข้าไปด้วยในเวลาต่อมา
ดิง!
<คุณได้ทำการดื่มชาดอกบัวคริมสัน>
<ความแข็งแกร่งทางจิตใจ +1,500>
เหมยซิ่ว ยังได้รับค่าสถานะเดียวกันหลังจากดื่มชา
"เฟิงเฟิงข้าเคยดื่มชาที่เรียกว่าชาบุปผาฟินิกซ์มาก่อนและมันเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับวิญญาณของข้า มันมีข้อจำกัดไหมว่าสามารถเพิ่มได้มากเท่าไหร่?" หยวนถามเธอหลังจากนั้น
เฟิงหยูเซียง พยักหน้า“แน่นอนว่ามีขีด จำกัดนายน้อย เพราะไม่เช่นนั้นผู้คนในโลกคงเอาแต่ดื่มชาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางวิญญาณกันมากเสียจนไม่มีใครออกไปเสี่ยงชีวิตข้างนอกเลย”
“เมื่อพูดถึงสมบัติที่สามารถบริโภคได้โดยเฉพาะชา มีข้อจำกัดว่าจะได้รับประโยชน์เท่าใดก่อนที่ร่างกายของพวกเขาจะหยุดรับประโยชน์จากสมบัตินั้นไม่ว่าพวกเขาจะกินมากแค่ไหนก็ตาม”
“สมบัติส่วนใหญ่จะใช้งานได้เพียงครั้งเดียว” เฟิงหยูเซียง อธิบายให้เขาฟัง
“ข้าเข้าใจ ...” หยวนพึมพำ
“ถึงจะไม่ได้รับประโยชน์จากชานี่แล้ว ข้าก็จะดื่มมันต่ออยู่ดี” หยวนยื่นถ้วยแล้วพูดต่อ "ขออีกถ้วยได้ไหม"
"แน่นอน " เฟิงหยูเซียง รินให้เขาอีกถ้วยในเวลาต่อมาเหมยซิ่วกล่าวว่า "หยวนข้าได้ส่งคำขอประมูลจะเข้เยือกแข็งไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ต้องแจ้งเมืองที่เราอยู่ให้พวกเขาส่งคนเข้ามาตรวจสอบว่าเรามีของอยู่จริงๆ "
หยวนพยักหน้าและหันไปถาม เฟิงหยูเซียง "เมืองที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนหรอเฟิงเฟิง"
"นั่นน่าจะเป็นเมืองหลงเฉินเมืองนี้ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งวิหารแก่นมังกรและอยู่ห่างจากสถานที่นี้ประมาณ 20 ไมล์" เฟิงหยูเซียงกล่าว
"ข้าเข้าใจแล้ว ... เนื่องจากยังเหลือเวลาอีกพอสมควรก่อนที่จะถึงอาณาจักรลึกลับ งั้นเราไปขายสมบัติกันเถอะ" หยวนพูดกับเหมยซิ่ว
“เดี๋ยวก่อนนายน้อย เจ้ากำลังจะขายอะไรจะเข้เยือกแข็งงั้นหรอ?” เฟิงหยูเซียงถามเขา
หยวนพยักหน้า "ถูกต้อง ข้าไม่ต้องการมันอยู่แล้วเพราะแค่จะเข้บ่วงวิญญาณก็เพียงพอแล้ว"
"ขายทำไม ท่านต้องการเงินหรือ?"
"ใช่."
"ถ้าท่านต้องการข้าสามารถให้ท่าน ... " เฟิงหยูเซียง พูดพร้อมเอื้อมมือไปจับแหวนวิเศษของเธอ
"ไม่เป็นไรเฟิงเฟิงข้าจะขายแค่จะเข้เท่านั้น ถึงตอนนี้เจ้าน่าจะรู้แล้วว่าข้าไม่ชอบการได้รับอะไรมาโดยฟรีๆ"
"ข้าเข้าใจ ... " เฟิงหยูเซียง พยักหน้าด้วยท่าทางที่ค่อนข้างหดหู่
“ข้าต้องบอกให้ผู้อาวุโสรู้ก่อนว่าข้าจะต้องไปทำธุระข้างนอกนิกาย”
ไม่กี่อึดใจหยวนก็หยิบใบหยกสื่อสารของเขาขึ้นมาพร้อมกับเรียกหาผู้อาวุโสซวน
“สวัสดีศิษย์หยวน?”
“ผู้อาวุโสซวนข้าขอออกไปทำธุระนอกนิกายสักหน่อย”
"ไปทำธุระนอกนิกายหรือ เจ้าจะไปไหน เหลือเวลาอีกแค่สามวันการแข่งขันกำลังจะเริ่มอยู่แล้ว!"
“ข้ามีธุระที่เมืองหลงเฉินกับเพื่อนของข้าไม่น่าจะใช้เวลานาน น่าจะประมาณสองสามชั่วโมง”
"โอ้ถ้าแค่เมืองหลงเฉินก็เอาเลย ข้าอยากจะไปกับเจ้า แต่ตอนนี้ข้าก็ยุ่งมากและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ดังนั้นเจ้าจะต้องไปคนเดียววิหารแก่นมังกรนั้นมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเมืองหลงเฉินจึงไม่น่ามีปัญหาใด ๆ หากเจ้าไปที่นั่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเจ้าสวมเครื่องแบบของนิกาย อย่างไรก็ตามหากเกิดอะไรขึ้นอย่ากลัวที่จะใช้สมบัติช่วยชีวิตที่เรามอบให้เจ้า " ผู้อาวุโสซวนกล่าวกับเขา
“ข้าเข้าใจแล้วขอบคุณผู้อาวุโสซวน”
"เดินทางปลอดภัย."
หลังจากวางสาย หยวน พูดกับ เหมยซิ่ว "เจ้าสามารถบอกให้พวกเขาพบเราที่เมืองหลงเฉินได้เลย"
เหมยซิ่วพยักหน้าก่อนจะออกจากระบบและหยิบโน้ตบุคของเธอขึ้นมาพร้อมส่งข้อความ
(เมืองหลงเฉิน)
ดิง!
การตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็วในอีกสิบวินาทีต่อมา
(เราสามารถไปที่ประตูด้านทิศเหนือของเมืองหลงเฉินได้ภายในครึ่งชั่วโมง คุณสามารถไปที่นั่นได้ภายในเวลานั้นหรือไม่)
(ได้)
(แล้วพบกันที่นั่นในครึ่งชั่วโมง)
"ข้าจะออนไลน์เพื่อพบลูกค้า!" เจ้าหน้าที่กล่าวหลังจากปิดแชท
"เจ้าต้องการให้เราไปกับเจ้าไหม?"
"ไม่...ข้าไปเองได้ไม่อยากจะแบ่งส่วนแบ่งให้พวกเจ้า"
"ฮ่าฮ่าฮ่าข้าพนันได้เลยว่าเจ้าจะต้องโดนตุ๋นจนเปื่อยแน่ ๆ !"
"เจ้าเชิญเอาหน้าไปเถอะ! หากเจ้าพบผู้เล่นหยวนอย่าลืมขอลายเซ็นของเขาด้วยล่ะฮ่าๆ!"
แม้ว่าเพื่อนร่วมงานของเขาจะหัวเราะเยาะเขา แต่ชายที่ยอมรับคำขอประมูลของ เหมยซิ่ว ก็ไปที่ห้องเล่นเกมซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับที่เขาทำงาน
"โชคดีสำหรับข้า ข้ายังไม่ได้ออกจากเมืองหลงเฉินหลังจากไปสืบเรื่องหยวนในวิหารแก่นมังกรครั้งก่อน ถือว่าการไปครั้งที่แล้วก็ไม่ได้เสียเปล่าสักทีเดียว" ชายคนนั้นถอนหายใจกับตัวเองก่อนจะนอนบนเตียงที่มีอยู่หนึ่งในสิบเตียงและสวมหมวกคอนโซลที่ศีรษะ
“หวังว่านี่จะไม่เสียเวลา…” เขาถอนหายใจก่อนจะกดปุ่มเปิดปิดและเข้าเกม