- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 277 ซูจิวหยี
ตอนที่ 277 ซูจิวหยี
ตอนที่ 277 ซูจิวหยี
ตอนที่ 277 ซูจิวหยี
"ช่างเป็นคนที่ไม่เป็นมิตรเอาซะเลย ทั้งที่เจ้าสำนักบอกให้เราผูกมิตรกันไว้แท้ๆ แต่ช่างเขาเถอะไม่เปลืองคะแนนสมทบดี" ซูจิวหยีกล่าวขณะที่เธอเดินต่อ พร้อมกับเกาตงเยี๋ยที่กำลังเดินจากไปอีกทาง
ไม่กี่วินาทีต่อมา ซูจิวหยีก็หันกลับไปมองหยวนและถามเขาอีกครั้ง "แล้วเจ้าล่ะอยากมาด้วยกันไหม"
หยวนพยักหน้า“ข้าจะไปกับเจ้า”
ไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นอาหารฟรี แน่นอนว่าเขาต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อยเกี่ยวกับสาวกที่จะเข้าร่วมในอาณาจักรลึกลับกับเขา
"เยี่ยมเลย งั้นไปกันเถอะ"
ซูจิวหยีเริ่มเดินในเวลาไม่นานและเธอก็คิดกับตัวเองว่า 'ถ้าเขาไม่ได้วางแผนที่จะกินโดยสวมหน้ากากนั้น ในที่สุดข้าก็จะได้เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนั่น!'
พวกเขาสองคนมาถึงพลับพลามังกรในเวลาต่อมาและพวกเขาก็ถูกพาไปยังที่นั่งที่ดีที่สุดในสถานที่นั้น
เมื่อได้ที่นั่งแล้ว ซูจิวหยีก็พูดว่า "เอาเลยสั่งอะไรก็ได้ที่เจ้าต้องการ ข้าจะจ่ายให้"
หยวนพยักหน้าและเลือกทุกรายการในเมนูทำให้พนักงานเสิร์ฟที่นั่นตกใจและ ซูจิวหยีที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง
แม้จะเป็นศิษย์หลักแต่เธอแตกต่างจากเฟยหยูหยาน ซูจิวหยีก็ไม่มีคะแนนสะสมมากพอที่เธอจะใช้มันได้อย่างฟุ่มเฟือยและเธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าหยวนจะสั่งอาหารมากขนาดนั้น หมายความว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
“เจ้า ... เจ้าจะกินมันหมดได้จริงๆหรอ หรือว่าเจ้ากำลังกวนประสาทข้าอยู่กันแน่?” ซูจิวหยีถามเขาหลังจากที่พนักงานเสิร์ฟออกไปเพื่อให้พ่อครัวทำอาหารตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง
"ข้าจะกวนเจ้าทำไมหล่ะ ข้ากินหมดจริงๆ" หยวนรีบตอบ
ซูจิวหยียิ่งงงไปใหญ่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเธอก็เปลี่ยนเรื่องพูด "เอาเถอะ เจ้าเข้าร่วมนิกายมาประมาณหนึ่งเดือนแล้วใช่ไหม?"
หยวนพยักหน้าและพูดว่า "ประมาณนั้น"
“ตั้งแต่นั้นมา เจ้าทำอะไรอีกนอกจากท้าทายหอคอยปลาคาร์ปแถมยังล้างบางได้ทั้งร้อยชั้นแหน่ะ”
หยวนนิ่งใช้ความคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่เขาจะตอบ และเขาก็คิดได้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรมากในนิกายนอกจากการแข่งขันจะเข้และการเข้าร่วมการทดสอบศิษย์
“ข้าเข้าร่วมการแข่งขันดนตรี อ้อใช่สิ มีครั้งนึงที่ข้าต่อสู้กับศิษย์อีกคนในการประลอง” เขากล่าวในที่สุด
“เจ้าสู้ศิษย์คนอื่นงั้นรึ ใครกันที่กล้าสู้กับเจ้า” ซูจิวหยีดูประหลาดใจมาก ว่าใครจะกล้าต่อสู้กับอัจฉริยะอย่างเขาได้นั่นต้องเป็นคนที่บ้าไม่ก็โง่มากๆ
"คนที่ชื่อหวูเหลาฮูถ้าข้าจำไม่ผิดหน่ะนะ"
“หวูเหลาฮูเหรอ...ไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย” ซูจิวหยียักไหล่
ในฐานะศิษย์หลัก พวกเขามักจะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องของพวกศิษย์ชั้นนอกเท่าไหร่นัก ดังนั้นในขณะที่หวูเหลาฮูมีชื่อเสียงมากในหมู่ศิษย์ชั้นนอก แต่เขาก็เป็นคนที่ไม่มีใครรู้จักเลยในบรรดาศิษย์หลักทั้งหลาย
ในเวลาต่อมาพนักงานเสิร์ฟก็กลับมาพร้อมอาหาร
"อืม ... เอาสิ ข้าอยากเห็นเจ้ากินมันทั้งหมด" ซูจิวหยีกล่าวกับเขาโดยคาดหวังว่าจะได้เห็น หยวนถอดหน้ากากออก
หยวนพยักหน้าและตามที่ ซูจิวหยีคาดไว้เขาถอดหน้ากากหยกดำออกเพื่อที่เขาจะได้กินของอร่อยๆอย่างถนัดมือ
“เด็กมาก!” กรามของ ซูจิวหยีลดลงเมื่อเห็นใบหน้าที่หนุ่มและหล่อของ หยวน"จ จะ เจ้าอายุเท่าไหร่กันเนี่ย?"
"ข้าอายุสิบแปดปี" หยวนตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
“สิบแปด?!”
ซูจิวหยีไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเด็กอายุ 18 ปีจะสามารถก้าวสู่อาณาจักรอาจารย์วิญญาณได้ ความสามารถนี่มันอะไรกัน???!!
ถ้าเพียงซูจิวหยีได้รู้ว่า หยวนเพิ่งเริ่มฝึกฝนเมื่อไม่นานมานี้ เธออาจจะช็อกหัวใจวายไปเลยก็เป็นได้
ในขณะที่ ซูจิวหยีจ้องมองเขาอย่างเงียบ ๆ หยวนก็กินอาหารของเขาก่อนที่มันจะเย็นและกินทุกอย่างบนโต๊ะด้วยความรวดเร็ว
'ความสามารถในการกินของข้าเพิ่มขึ้นหลังจากกลายเป็นอาจารย์วิญญาณรึเปล่านะ?' หยวนสงสัยในใจหลังจากตระหนักว่าตัวเองยังไม่อิ่มทั้งๆที่กินอาหารเยอะจนพุงกาง
ในขณะเดียวกันซูจิวหยีกลับอิ่มหลังจากกินอาหารไปเพียงจานเดียวเท่านั้น
"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ศิษย์ซู" หยวนพูดกับเธอหลังจากเช็ดริมฝีปากด้วยผ้าขนหนูอุ่น ๆ
"ไม่ต้องพูดหรอก ... " เธอตอบด้วยเสียงราวกับผู้ที่แพ้จากอะไรบางอย่าง อย่างราบคาบ
หลังจากจ่ายบิลด้วยเงินเกือบทั้งหมด ไม่ต่างจากการรีดเลือดจากปู ซูจิวหยีกล่าวว่า "ข้าเดาว่าข้าคงจะได้พบเจ้าในอีกสองวันเมื่อเราต้องเริ่มออกเดินทาง"
หยวนพยักหน้า“แล้วเจอกันใหม่”
เมื่อพวกเขาออกจากพลับพลามังกร หลังจากนั้นไม่นานท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้ว
หยวนตรงกลับไปที่บ้านเพื่อตรวจสอบว่าเขามีความสามารถอะไรเพิ่มขึ้นบ้างหลังจากได้พัฒนาฐานการฝึกฝนถึงขั้นอาจารย์วิญญาณ
สิ่งแรกที่เขาทำคือการทดสอบก็คือ สัมผัสพระเจ้าของเขา และด้วยความประหลาดใจ การมองเห็นของเข้าเพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่าจากเดิม โดยตอนนี้เขาสามารถมองเห็นได้ถึงบ้านของหมินลี่ได้อย่างชัดเจน
"ว้าว ... ข้าสามารถมองเห็นหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ ... " หยวนพึมพำด้วยความกลัว
"แล้วถ้าข้าพัฒนาได้ถึงขั้นปรมาจารย์หรือสูงกว่านั้นหล่ะ!?”
“นายน้อยในสวรรค์ชั้นบนมีผู้คนที่สามารถครอบคลุมเมืองทั้งเมืองด้วยสัมผัสพระเจ้าของพวกเขา” เฟิงหยูเซียงพูดกับเขา
"ฮึมม." หยวนพยักหน้า
หลังจากทำความคุ้นเคยกับพลังหน้าทึ่งของเขา หยวนก็ออกจากระบบในวันนั้นเพื่อทดสอบสัมผัสพระเจ้าของเขาในโลกแห่งความเป็นจริง แต่อนิจจาเขายังไม่สามารถปลดปล่อยสัมผัสพระเจ้าของเขาได้แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
"ยินดีต้อนรับกลับ เหมยซิ่ว" หยวนพูดกับเธอหลังจากที่ได้ยินเธอ กลับมาจากโรงเรียน
“ข้ากลับมาแล้วหยวน”
“พรุ่งนี้เจ้าไม่มีเรียนใช่ไหม”
"ถูกต้อง" เหมยซิ่วกล่าว
“พรุ่งนี้เจ้าอยากเล่นกับข้าไหม อีกสองวันข้างหน้า ข้าต้องเข้าร่วมการแข่งขันอาณาจักรลึกลับระหว่างนั้นข้าอยากให้เจ้าช่วยขายสมบัติระดับเทพให้สักหน่อย” หยวนพูดกับเธอ
"ข้าสัญญากับหญิงสาวว่าข้าจะไปเยี่ยมเธอในเช้าวันพรุ่งนี้ แต่ข้าจะเล่นเกมเมื่อข้ากลับมา" เหมยซิ่วกล่าว
"ตกลง."
เหมยซิ่วไปเตรียมอาหารเย็นในภายหลังและหยวนได้ทำการฝึกฝนต่อ ในขณะที่เขารอ เวลาต่อมาเหม่ยซิ่วก็กลับมาที่ห้องพร้อมอาหารเย็น.