- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 242: ฉี่ราดก็ยังยอมแพ้ไม่ได้
ตอนที่ 242: ฉี่ราดก็ยังยอมแพ้ไม่ได้
ตอนที่ 242: ฉี่ราดก็ยังยอมแพ้ไม่ได้
ตอนที่ 242: ฉี่ราดก็ยังยอมแพ้ไม่ได้
หลังจากเปิดใช้งาน การจ้องมองของมังกรเป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาได้เรียนรู้มัน หยวน ยังคงจ้องไปที่ หวูเหลาฮูเหมือนนักล่าที่จ้องมองไปที่เหยื่อของมัน
เนื่องจากเขาไม่สามารถใช้สมบัติของเขาได้ นี่เป็นวิธีเดียวที่เขาจะจัดการกับหวูเหลาฮูได้โดยไม่ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส
"กะ เกิดอะไรขึ้นกับพยัคฆ์คลั่งเขาหยุดเคลื่อนไหว นิ่งเหมือนกับหินเลย!"
"มองหน้าเขาสิ! หน้าเบ้เลย เขากำลังกลัวอะไรสักอย่าง!"
“อะไรนะ! เป็นไปได้ยังไง?!”
เหล่าสาวกและผู้อาวุโสเฉิงที่นั่นหันหน้าไปมองหยวนและด้วยความประหลาดใจเมื่อพวกเขาเห็นดวงตาสีทองของเขา ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านด้วยความกลัวอย่างสุดซึ้ง แม้ว่าจะไม่ได้ตกเป็นเป้าของการจ้องที่น่ากลัวนั่น
'มันเป็นเทคนิคแบบไหนกันนะ?! ข้าไม่เคยมีความกลัวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต - แม้กระทั่งตอนที่ข้าเกือบตายครั้งเดียว! ' ผู้เฒ่าเฉิงรู้สึกได้ว่าขาของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับมีแผ่นดินไหวอยู่
ในขณะที่เหล่าสาวกและผู้อาวุโสเฉิงต่างสั่นสะท้าน ด้วยออร่าที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ที่ปล่อยออกมาจากการจ้องมองของมังกร หวูเหลาฮูผู้ซึ่งถูกจ้องมองนี้โดยตรงนั้นรู้สึกแย่กว่าถึงร้อยเท่าราวกับว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย
'ข้ากำลังทำอะไร? ทำไมทุกอย่างมันช่างมืดมน ข้าอยู่ที่ไหน? ข้าเป็นใคร?'
หวูเหลาฮูเริ่มตั้งคำถามกับการดำรงอยู่ของตัวเอง
โจ่กกก …
หวูเหลาฮูผู้น่าเกรงขามถลกกางเกงขึ้นหลังพบว่ามีของเหลวสีเหลืองนองอยู่ที่เท้าของเขาและทำให้ฝูงชนตกตะลึง ถูกต้อง พยัคฆ์คลั่งกำลังฉี่ราด
นอกจากนี้เขาไม่กล้าที่จะสบตากับหยวนแม้แต่เสี้ยววินาทีเพราะเขากลัวว่าถ้าเขามองไปหยวนแล้วเขาอาจจะช็อกตายในทันที
“เจ้าบังคับให้ข้าต้องทำ”
จู่ๆหยวนก็พูดขึ้น ทำให้หวูเหลาฮูสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ม มะ เมื่อกี้เจ้าพูดอะไร…?” หวูเหลาฮูพึมพำด้วยเสียงต่ำ
“ข้าบอกว่า…ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเจ้า”
บูม!
ทันใดนั้นออร่าของหยวนก็ระเบิดและดวงตาของเขาก็เริ่มเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น
"วิเศษมาก! เขาปลดปล่อยออร่าที่คล้ายกับ นักรบวิญญาณ แต่เขาเป็นเพียงวิญญาณฝึกหัดไม่ใช่รึไงกัน!"
ทันใดนั้น เหล่าสาวกต่างตกตะลึงกับการแสดงออร่าที่ทรงพลังของหยวน
แค่ก !
หวูเหลาฮูไม่สามารถทนต่อการจ้องมองมังกรได้อีกต่อไป เขาไอและกระอั่กเลือดออกมา ทำให้พื้นเวทีที่เป็นหินอ่อนกลายเป็นสีแดง อย่างไรก็ตามเขายังมีสติอยู่ และไม่ได้สลบ!
"ถ้าเจ้าไม่ได้ยั่วยุข้า ก็จะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ถ้าเจ้าไม่บังคับให้เข้าร่วมการประลองแมตช์นี้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้" หยวนพูดด้วยน้ำเสียงสงบขณะที่เขาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งเดินไปหาหวูเหลาฮู
"ย ยะ อยู่ห่าง ๆ ข้า ... " หวูเหลาฮูพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวรู้สึกถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหันหลังกลับและวิ่งหนี แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่นั่นเพราะขาที่ก้าวไม่ออกเนื่องจากความกลัว
ก่อนที่เขาจะรู้ตัว หยวนก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาราวกับยักษ์ที่สูงตระหง่าน!
"ด ดะ ได้โปรด ... ข้ายอมแพ้การประลอง ข้ายอมแพ้แล้ว!" หวูเหลาฮูตะโกนออกมาเสียงดังเหมือนร้องขอชีวิต
อย่างไรก็ตามหยวนพูดดังก้องด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ยอมแพ้แล้วหรือ เจ้าลืมไปหรือเปล่า จะไม่มีการยอมแพ้ในการประลองครั้งนี้ มันจะจบลงก็ต่อเมื่อพวกเราคนใดคนหนึ่งเสียสติสัมปชัญญะ”
ทันทีที่ประโยคของเขาจบลงหยวนก็เพิ่มความรุนแรงของการจ้องมองมังกรของเขาและกดดัน หวูเหลาฮูมากยิ่งขึ้น
แอ่กก!
หวูเหลาฮูกระอักเลือดออกมามากขึ้น เขารู้สึกว่าการมองเห็นของเขาเริ่มจะพร่ามัว
“บางที…ข้าควรจะฆ่าเจ้าที่นี่ตอนนี้ เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่มารบกวนข้าอีก…” หยวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“อ อะ อะไรนะ?!” ดวงตาของ หวูเหลาฮูเบิกกว้างด้วยความตกใจและเขารู้สึกได้ถึงเลือดที่ไหลออกมาจากการจ้องมองของ หยวน
'เขาไม่ได้ล้อเล่น! เขาจะฆ่าข้าจริงๆ! ' หวูเหลาฮูคิดกับตัวเอง
เนื่องจากตอนนี้เขากำลังโดนเล่นงานจนฟุ้งซ่าน และลืมกฎของนิกายเกี่ยวกับการฆ่าสาวกคนอื่นไปเสียสนิท
"ตาย!"
หยวน เปิดใช้งาน การจ้องมองของมังกรจนเกือบเต็มพลังทำให้ หวูเหลาฮูตกตะลึง
"อา!"
หวูเหลาฮูตาเหลือก น้ำลางฟูมปาก และหงายท้องตึงท่ามกลางสายตาศิษย์ในนิกายจำนวนมาก
"... "
ทั่วทั้งสถานที่นี้เงียบสงัด เมื่อพวกเขาตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น
“พยัคฆ์คลั่งหมดสติ! ศิษย์คนนั้นชนะแล้ว! เขาเอาชนะศิษย์ชั้นนอกอันดับ 3 ได้โดยไม่ต้องยกนิ้วแม้แต่นิ้วเดียว!” สาวกคนหนึ่งที่นั่นร้องอุทานหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
หลังจากเอาชนะหวูเหลาฮูหยวนก็หลับตาและลูบมันสักสองสามวินาที เมื่อเขาเปิดตาของเขาอีกครั้งตาของเขาก็กลับมาเป็นปกติ
“หมดเรื่องแล้วใช่ไหม?” หยวนหันไปมองผู้อาวุโสเฉิงและพูด
"อึก!"
ผู้เฒ่าเฉิงกลืนน้ำลายอย่างประหม่า ขณะที่ความหนาวเย็นลงไปตามกระดูกสันหลังของเขา แม้ว่าหยวนจะไม่ได้ใช้การจ้องมองของมังกรอีกต่อไป แต่ร่างกายของเฉิงก็ยังสั่นเทาไม่หยุด
'เจ้านี่เป็นศิษย์ชั้นนอกจริงหรอ มันเป็นใครกันแน่ฟระ?!' เขาร้องไห้อยู่ข้างใน
“ฮ่าฮ่า!”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะดังกึกก้องดังก้องในบริเวณนั้นทำให้ทุกคนที่นั่นหันไปรอบ ๆ และด้วยความประหลาดใจหญิงชราคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาที่ลานประลอง
“ผู้อาวุโสนิกายนั้นเป็นใคร?”
เหล่าสาวกชั้นนอกไม่คุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของหญิงชราคนนี้
อย่างไรก็ตามดวงตาของผู้อาวุโสเฉิงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นหญิงชราคนนี้เพราะไม่มีทางที่เขาจะจำคนที่เขาทำงานให้ไม่ได้ - เจ้านายของเขา!
“ผู้อาวุโสงได๋!” ผู้อาวุโสเฉิงก้มหัวให้เธอทันที
ผู้อาวุโสได๋หยุดอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสเฉิงและพูดด้วยน้ำเสียงสงบ "ผู้อาวุโสเฉิงนี่มันเกิดอะไรกันขึ้นงั้นเลอะ?"
"ม มะ ไม่มีอะไรผิดปกติ ผู้อาวุโสสูงได๋ นี่เป็นเพียงการที่สาวกชั้นนอกสองคนที่ซ้อมต่อสู้กัน" ผู้อาวุโส เฉิงตอบด้วยรอยยิ้มที่แข็งกระด้างบนใบหน้าของเขา
"อ๋อเหรอ?" ผู้อาวุโสได๋พยักหน้าพร้อมกับมองหน้าด้วยความสงสัย ทำเหมือกับเธอไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
และเธอพูดต่อว่า "เจ้ากลับไปที่โถงพิพากษาได้แล้ว ข้าจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง "
"ท่านจะ?" ผู้อาวุโสเฉิงมองเธอด้วยสีหน้าขบขัน ทำไมเธอผู้อาวุโสของนิกายระดับสูงถึงต้องการจัดการเรื่องของสาวกชั้นนอกทั้งสองด้วย?
.................................