- หน้าแรก
- ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์
- ตอนที่ 17 นิกายโลหิต (อ่านฟรี)
ตอนที่ 17 นิกายโลหิต (อ่านฟรี)
ตอนที่ 17 นิกายโลหิต (อ่านฟรี)
ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 17 นิกายโลหิต
“ขะ...เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม? นั่นเป็นเพียงการตอบสนองของ NPC ใช่หรือไม่? หลังจากนี้แขนของเขาจะงอกออกมาเหมือนเดิมใช่หรือไม่?” หยวนพยายามหลอกตนเอง เพื่อให้เขารู้สึกผิดน้อยลงที่ได้ตัดแขนศิษย์คนนั้นไป
“แก...ไอ้สารเลว! ข้าจะสังหารเจ้า!” เหรินคำรามด้วยความโกรธ ทว่าเขาก็แอบหวาดกลัวความแข็งแกร่งของหยวนจากการปะทะกันครั้งก่อน
“มิใช่ความผิดของข้า เจ้าผู้นั้นก้าวเข้ามาระหว่างการต่อสู้เอง” หยวนพุ่งประเด็นไปที่ศิษย์คนนั้น ทำให้เขากระอักเลือดเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น
“ช่วยด้วย! ข้ากำลังจะดับสิ้น!!” เขาตะโกนอย่างสุดเสียง เหล่าศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงมิมีผู้ใดก้าวเข้ามาช่วย เพราะมิปรารถนาจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ จนกระทั่งเรื่องไปถึงหูผู้เฒ่าที่กำลังจิบชาอยู่ห่างไปไม่ไกล
เขาโยนถ้วยชาขึ้นไปบนอากาศแล้วกระโดดขึ้นหลังคา จากนั้นโดดจากหลังคาหนึ่งไปยังอีกหลังคาหนึ่ง ราวกับเขากำลังควบคุมร่างให้ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง และเพิ่มแรงโน้มถ่วงได้ เมื่อมาถึงเขาก็ยังมิเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่สิ่งแรกที่เขากระทำคือการห้ามเลือดให้หยุดไหล
เมื่อเขาจัดการสถานการณ์เบื้องต้นได้ เขาก็ผนึกสิ่งบางอย่างไว้ที่แขนของศิษย์ จากนั้นก็เช็ดเหงื่อที่หน้าผากของตน แล้วหันหน้าไปหาโมโจว “นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นโมโจว!”
เขาแปรเปลี่ยนความโกรธที่ได้ยินเสียงร้องของศิษย์ไปลงที่โมโจว
“น...นี่...พวกเขากำลังต่อสู้กัน ท่านหยวนกำลังปกป้องข้า และได้ทะเลาะกับศิษย์พี่เหริน ศิษย์พี่หวังก้าวเข้ามาจะพยายามแทงท่านหยวน แต่ถูกท่านหยวนสวนกลับ”
“ท่านหยวน? เด็กผู้นั้นอย่างนั้นหรือ?” ผู้เฒ่าเจียงหันไปมองที่หยวน ซึ่งกำลังพยายามซ่อนดาบที่เปื้อนเลือดเอาไว้ด้านหลัง
“เด็กผู้นั้นเป็นเพียงผู้ฝึกฝนวิญญาณฝึกหัดระดับเก้า แต่กลับเอาชนะหวังและเหรินได้ ซึ่งทั้งสองเป็นศิษย์ชั้นในชั้นยอดอย่างนั้นหรือ?”
ผู้เฒ่าเจียงไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น การเอาชนะผู้ที่มีฐานการฝึกฝนมากกว่ามิใช่เรื่องแปลก แต่เอาชนะผู้ที่สูงกว่าถึงห้าระดับนั้นมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน
“บัดนี้ใครผิดใครถูกมิได้สำคัญแล้ว! ทว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้า ที่ปล่อยให้เจ้าเข้ามาโดยไม่สนใจภูมิหลังว่าเจ้ามาจากที่ใดอย่างนั้นหรือ? เจ้าตอบแทนด้วยการทำร้ายศิษย์ของข้าอย่างนั้นหรือ?” ผู้เฒ่าเดินเข้าหาหยวน ซึ่งเขากำลังรู้สึกว่าที่นี่มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง แม้จะเห็นได้ชัดว่าพวกลูกศิษย์ของเขาเป็นฝ่ายผิด แต่กลับเป็นฝ่ายที่ได้รับการปกป้อง
แน่นอนว่าหยวนทำเกินไปจริง แต่เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ
“มิสำคัญว่าใครถูกใครผิดอย่างนั้นหรือ? เรามิใช่คนของที่นี่อย่างนั้นหรือ? นั่นหมายความว่าเราไม่ควรได้รับความปลอดภัยในที่แห่งนี้ใช่หรือไม่? ศิษย์คนหนึ่งของท่านยั่วยุให้เราต่อสู้กับเขา ท่านก็ไม่สนใจ ศิษย์อีกคนของท่านกำลังถูกรังแก ท่านก็ไม่สนใจ...นี่หรือการกระทำของผู้เป็นอาจารย์!” หยวนกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจโดยมิได้เกรงกลัว
“เจ้ากล้าดียิ่งนักที่มาสั่งสอนข้า!” ดวงตาของผู้เฒ่าเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นเช่นนั้น เสี่ยวฮัวก็เตรียมพร้อมอยู่อย่างเงียบๆ หากผู้เฒ่าเริ่มก่อน นางจะมิลังเลเลยที่จะจัดการเขา
“ช้าก่อน” ผู้เฒ่าหยุดการเคลื่อนไหวในทันที หันไปด้านหลัง เขาพบกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ซึ่งท่าทางของเขาแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าเขา
“ผู้นำนิกาย!!” ทุกคนในที่นั้นอุทานขึ้นพร้อมกัน
“ถอยออกไปผู้เฒ่าเจียง เรื่องนี้เราจะจัดการเอง”
“อะไรนะ?!” ผู้เฒ่าตกใจจนพูดไม่ออก เขาเพียงพยักหน้ารับคำ เมื่อผู้นำนิกายก้าวเข้ามา
จากนั้นก็มองไปที่เหรินและหวัง “ข้าเฝ้าดูมาตั้งแต่แรกแล้ว” ถ้อยคำนั้นทำให้เขาทั้งสองตกตะลึงและสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“ช่างน่าสมเพช! เจ้าทั้งคู่ต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง และยังพยายามจะลอบแทงจากด้านหลัง ข้ามิเคยสอนการต่อสู้ที่ขี้ขลาดเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใด? จากนี้เจ้าทั้งคู่จะถูกลงโทษทางวินัย!”
เหรินหน้าซีด เขารู้ว่าหลังจากนี้เขาจะต้องพบเจอกับนรกเป็นแน่ ส่วนหวังเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เป็นลมล้มไป
“เหตุใดจึงเงียบกัน!” ผู้นำนิกายตะโกนเสียงดัง
“เข้าใจขอรับท่านผู้นำนิกาย!” เหรินรีบตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
หลังจากนั้น เขาหันไปทางหยวนและเอ่ยขึ้น “วิชาเมื่อครู่ที่เจ้าใช้...เจ้ามาจากนิกายโลหิตอย่างนั้นหรือ?”
“นิกายโลหิต!! สถานที่ชั่วร้ายนั่นอย่างนั้นหรือ!!” ผู้เฒ่าเจียงกล่าวขึ้น เขายังคงเจ็บแค้นภายในไม่หาย
เขาไม่อยากเชื่อว่าเด็กที่ดูไร้เดียงสาเช่นนี้จะมาจากสถานที่เลวทรามถึงเพียงนั้น หากเขาล่วงรู้ตั้งแต่แรกคงมิอนุญาตให้หยวนเข้ามาตั้งแต่ต้น
“ข้ามิปรารถนาให้ท่านหรือสถานที่ของท่านเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา ท่านกลับไปเสียเถิด ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านมิใช่ฝ่ายผิด ดังนั้นมิจำเป็นต้องกังวลสิ่งใด”
“...”
ทุกคนในที่นี้ในยามนี้เงียบงัน มิมีผู้ใดกล้าเอ่ยสิ่งใด พวกเขาเกรงกลัวผู้นำนิกายอย่างมาก อีกทั้งพวกเขาส่วนใหญ่มิได้ล่วงรู้เรื่องนิกายโลหิต ดังนั้นจึงมิออกความเห็นใดๆ
“อ่า...” หยวนก็พูดไม่ออกเช่นกัน เขาไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้