เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

The Dark King – Chapter 88 ไปกันเถอะ [อ่านฟรี 10-04-2019]

The Dark King – Chapter 88 ไปกันเถอะ [อ่านฟรี 10-04-2019]

The Dark King – Chapter 88 ไปกันเถอะ [อ่านฟรี 10-04-2019]


The Dark King – Chapter 88 ไปกันเถอะ

 

เหมืองโคลินเป็นบริษัทที่ครอบครองโดยตระกูลเมล มันถูกดูแลโดยหอการค้า สถานที่ตั้งของมันอยู่ที่เขตชานเมืองทางด้านทิศตะวันตกของสลัม ฟู่เทียนจ้างรถม้าและเดินทางไปพร้อมกับเพื่อนทั้งสามคน

 

รถม้ามีอยู่จำนวนน้อยนิดในสลัม โดยปกติแล้วผู้คนที่ทำงานอยู่ในหอการค้าหรือโรงงานอื่นๆ จะจ้างพวกเขาเพื่อการเดินทางที่สะดวก

 

เป็นครั้งแรกสำหรับโจเซฟ โครนและแบรี่ในการนั่งรถม้า พวกเขารู้สึกประหม่าและตั่วสั่นรวมถึงไม่กล้าแตะต้องอะไรสักอย่าง พวกเขากลัวที่จะไปทำให้เก้าอี้ต้องสกปรก

 

ฟู่เทียนไม่ได้พูดอะไรออกมา เขารู้ดีว่าเพื่อนๆของเขาต้องประสบกับช่วงเวลาอันเลวร้ายมาและมันคงไม่ง่ายนักในการปรับตัว ครึ่งชั่วโมงผ่านไป รถม้าหยุดลงหน้าเหมืองโคลิน มันดูเด่นกว่าสลัมอย่างมาก มีอาคารดูโดดเด่นซึ่งถูกสร้างโดยหอการค้าสำหรับเป็นสำนักงาน

 

ฟู่เทียนก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก  เขาจ่ายค่าจ้างให้คนขับรถมาเป็นจำนวน 1 เหรียญทองแดง เขาหันไปเรียกทั้งสามคนให้ตามลงมาเพื่อเข้าไปยังอาคาร

 

มีผู้รักษาความปลอดภัยหนุ่มที่ดูเอื่อยเฉื่อยยืนอยู่หน้าประตู 2 คน พวกเขายืนขึ้นแต่เมื่อเห็นว่าเป็นเพียงพวกเด็กที่เดินเข้ามา อาการขี้เกียจก็ถูกแสดงออกอีกครั้ง หนึ่งในนั้นมองไปทั่วทั้งตัวของฟู่เทียน หลังจากนั้นเขากล่าว “ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานของหอการค้า เธอต้องการอะไร?”

 

“บอกให้เจ้าหน้าที่ชั้นบนสุดมาเจอผมหน่อย” ฟู่เทียนกล่าว

 

ทั้งสองคนรู้สึกประหลาดใจ หนึ่งในนั้นหันกลับมาและพูดว่า “น้องชาย ในฐานะประชาชนทั่วไปถ้าจะมาขอซื้อแร่ธาตุต่างๆตามคำสั่งเจ้านายพวกเราก็พอจะช่วยจัดการให้ได้ แต่สำหรับเธอที่จะต้องการมาพบท่านประธาน ฉันต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถช่วยเรื่องนี้ได้”

 

ฟู่เทียนหยิบเหรียญตราของผู้รักษาความปลอดภัยสีเงินออกมา “คุณแค่ไปแจ้งพวกเขาว่า ผมเป็นตัวแทนของตระกูลเมล”

 

ทั้งสองคนต่างรู้สึกสับสนเมื่อได้เห็นเหรียญตราที่มีรูปดาบไขว้กัน พวกเขาตั้งใจมองดูอย่างดีเพื่อตรวจสอบว่ามันไม่ใช่ของปลอม  หนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาด้วยความลังเล “เธอรออยู่ที่นี่ ฉันจะไปแจ้งให้ ว่าแต่เธอชื่ออะไร?”

 

“พวกเขาไม่ได้รับอนุญาติให้รู้” ฟู่เทียนกล่าวด้วยความเฉยเมย

 

เมื่อพวกผู้ดูแลความปลอดภัยได้ยินน้ำเสียงที่เย็นชาของฟู่เทียนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เหมือนที่เขาได้กล่าวมาก่อนแล้วว่ามาจากตระกูลเมล ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์อะไรไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของหอการค้าโดยตรง

 

หลังจากนั้นไม่นาน ฟู่เทียนและเพื่อนๆเดินตามผู้รักษาความปลอดภัยเข้าไปข้างใน

 

ไม่มีผู้ดูแลความปลอดภัยคนไหนเข้ามาขวางพวกเขาอีก

 

ฟู่เทียนได้เห็นความหรูหราของสำนักงานในย่านการค้ามาก่อนแล้ว ดังนั้นภายในส่วนต่างๆของอาคารสำนักงานหอการค้าจึงไม่สามารถดึงความสนใจสายตาเขาได้เลย มันดูไม่เป็นระเบียบเล็กน้อย เขามองหาโซฟาเพื่อนั่งพักและรอโจเซฟ โครน และแบรี่ตามฟู่เทียนเข้าไปอย่างเงียบๆ

 

ทั้งสามคนดูกังวลอยู่บ้างเป็นเพราะพวกเขาเพิ่งเคยเจอสถานที่สะอาดและหรูหราแบบนี่เป็นครั้งแรก

 

ในไม่นานนัก ผู้ดูแลความปลอดภัยกลับมาพร้อมกับผู้หญิงร่างสูง

 

ผู้ดูแลความปลอดภัยเห็นฟู่เทียนและเพื่อนๆนั่งรออยู่ที่โซฟา เขาหันกลับไปพูดกับหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังของเขาด้วยความเคารพ

หญิงสาวมองไปยังฟู่เทียนแต่หางตาของเธอสะดุดเข้ากับทั้งสามคนที่อยู่ข้างหลัง เธอเดินเข้ามาใกล้ “ขอโทษนะ เธอเป็นคนจากตระกูลเมลอย่างนั้นหรอ?”

 

ฟู่เทียนสังเกตุเห็นสายตาอันดูถูกเหยียดหยามของหญิงสาว “คุณเป็นประธานใช่ไหม?”

 

“ฉันเป็นผู้ดูแลที่นี่” เธอขมวดคิ้วลงเล็กน้อยเมื่อฟู่เทียนไม่ตอบคำถามของเธอ

 

ใบหน้าของฟู่เทียนเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาขี้เกียจถามอะไรต่ออีก “ผมมาที่นี่เพื่อมารับตัวคนๆนึงที่ถูกส่งมายังเหมืองไม่นานมานี้ คุณตามตัวเขามาได้ไหม”

 

ใบหน้าของเธอไม่พอใจในขณะที่คอบ “คนงานเหมืองทุกคนมีสถานะเป็นทาส ถ้าหากคุณได้รับอนุญาติฉันสามารถส่งมอบตัวให้ได้ หรือมิฉะนั้นจะต้องจ่ายค่าตัวด้วยตัวเลขที่สูงเพื่อซื้อพวกเขาไป และแม้ว่าจะซื้อตัวเขาไปแล้วก็ยังคงมีสถานะเป็นทาส จะไม่มีการชดเชยใดๆให้ในกรณีที่เขาถูกคนอื่นฆ่า”

 

ฟู่เทียนหยิบเหรียญตรานักล่าออกมา “คุณรู้ไหมว่านี่คืออะไร?”

 

หญิงสาวในร่างสูงส่ายหัว “ไม่เคยเห็นมาก่อน”

 

“ถ้าอย่างนั้นแล้ว ช่วยตามตัวประธานของคุณมา!” ฟู่เทียนกล่าว

 

หญิงสาวยับยั้งอารมณ์โกรธของเธอไว้และกล่าว “เธอเป็นเพียงแค่ผู้รักษาความปลอดภัย! ถ้าเธอไม่ใช่คนที่ทำงานกับตระกูลเมลโดยตรง ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธออีก ท่านประธานยุ่งมากและไม่ใช่ว่าใครก็จะขอพบเขาได้”

 

ฟู่เทียนจ้องมองตาของเธอ “ผมขอบอกได้อย่างนึง ถ้าผมเอ่ยแค่คำเดียว พรุ่งนี้คุณจะไม่ต้องมาทำงานอีกเลย คุณไม่ได้รับอนุญาติให้รู้ถึงสถานะของผม ช่วยมีเหตุผลและเรียกประธานมาพบผมด้วย หรือคุณจะเลือกรับความเสี่ยงเอาไว้ทั้งหมดก็ตามใจ”

หญิงสาวโกรธมากเธออยากจะหัวเราะให้กับคำกล่าวของฟู่เทียน แต่เมื่อได้เห็นสายตาที่เย็นชานั่นแล้ว เธอก็คิดตามในทันใด หรือในบางทีเธออาจจะไม่รู้เบื้องหลังของเขาจริงๆพร้อมกล่าว “ถ้าอย่างนั้นรออยู่ที่นี่ซักครู่ ฉันจะไปแจ้งท่านประธานให้”

 

เมื่อกล่าวจบเธอหันหลังเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

โจเซฟและทุกคนตกใจกับท่าทีที่ดุดันและเอาแต่ใจของฟู่เทียน มันช่างต่างกับเด็กชายที่พวกเขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง

 

ใช้เวลาไม่นานนัก มีชายวัยกลางคนเดินตามหญิงสาวมา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นฟู่เทียนและเพื่อนๆจากระยะไกล แต่เขายังแสดงออกถึงมารยาทและความอดทนเอาไว้ “สวัสดี ฉันคือประธานของที่นี่ ของถามหน่อยได้ไหมว่าเธอเป็นใคร?” เขามองไปยังฟู่เทียน ดูเหมือนว่าถ้าหากเขาไม่พอใจกับคำตอบของฟู่เทียน พวกเขาทั้งหมดคงถูกจับโยนออกไปในทันที

 

ฟู่เทียนรับรู้ได้ถึงทิฐิและความสงสัยจากดวงตาของอีกฝ่าย แต่ก็ยังขี้เกียจตอบคำถามกลับไป เค้าแสดงเหรียญตราของนักล่าให้ดู “คุณรู้ไหมครับ ว่านี่คืออะไร?”

 

ดวงตาอันแหลมคมของชายวัยกลางคนจ้องมองไปยังเหรียญนั่นและหันกลับมามองฟู่เทียนด้วยความกลัว เขารีบตอบกลับด้วยความเคารพอย่างรวดเร็ว “แน่นอนครับ”

 

“ผมต้องการจะพบกับชายที่มีชื่อว่าบาร์ตัน เขาเป็นคนงานที่เพิ่งจะเข้ามาไม่นานนี้ ให้เขาออกมาพบกับผมหน่อยได้ไหม” ฟู่เทียนกล่าว

 

ชายวัยกลางคนตอบ “ได้แน่นอนครับ” เขากวาดมือให้หญิงสาวจัดการอย่างรวดเร็ว

 

หญิงสาวรู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นประธานปฏิบัติต่อเด็กชายเช่นนั้น ประธานมักแสดงกิริยาเช่นนี้เมื่อมีผู้จัดการจากหอการค้ามาตรวจสอบ เธอจำคำพูดของฟู่เทียนในก่อนหน้าได้และรู้สึกว่าโชคดีที่ระงับความโกรธเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องตกงานอย่างแน่นอน

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หญิงสาวกลับมาพร้อมกับเด็กชายตัวดำราวกับลิงคนหนึ่ง เธอทนไม่ได้กับกลิ่นของเด็กชายคนนั้นและรีบพาเขาไปพบฟู่เทียน “นี่คือชายที่ท่านต้องการพบ”

 

ฟู่เทียนรับรู้ได้ในทันทีว่าเขาคือบาร์ตันตั้งแต่เขาเดินเข้ามายังอาคารแห่งนี้ ขาที่ผอมบางทำให้เขาดูเหมือนกับชายแก่ ร่างกายของเขาผอมบางจนมองเห็นซี่โครงได้ ผมของเขายุ่งเหยิงและใบหน้าของเขาแทบจะไม่เหลือส่วนของเนื้ออยู่เลยราวกับว่าสามารถมองทะลุเห็นกะโหลกของเขาได้เลยทีเดียว

 

บาร์ตันรุ้สึกตกใจเมื่อดวงตาของเขาได้มองเห็น โจเซฟ โครนและแบรี่

 

โจเซฟเป็นคนแรกที่รู้จักกับบาร์ตันเขารีบกระโดดออกจากที่นั่งและวิ่งเข้าไปหา “เห้ บาร์ตัน พวกเรามารับนายไปแล้ว”

 

“นาย ทำไมนายถึงได้ผอมแบบนี้”

 

“คนงานเหมืองไม่มีของให้กินงั้นหรอ?”

 

ทั้งสามคมมองไปยังบาร์ตันในร่างผอมด้วยความเจ็บปวดและความประหลาดใจ

 

บาร์ตันพูดออกมาด้วยเสียงแหบ “พวกนายมาได้ยังไง?”

 

“เทียนพาพวกเรามา” โครนชี้ไปยังฟู่เทียนซึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาและพูดอีกครั้ง “เทียนปลดปล่อยพวกเราทั้งหมด”

 

“ทะ เทียน?” บาร์ตันมองไปยังฟู่เทียน

 

ฟู่เทียนไม่คิดมาก่อนว่าชีวิตของคนงานเหมืองเพียงเวลา 1 ปี จะทำให้เขาทรมานเขาขนาดนี้ “ฉันมาช้าไป นายสบายดีไหม?”

 

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของบาร์ตัน เขากล่าว “นายยัง.. นายยังคงจำฉันได้ ฉันคิดว่า….ฉันคิดว่า...”

 

ฟู่เทียนถอนหายใจและกล่าว “ฉันจากพวกนายไปแล้วสามปีและฉันยังไม่สามารถมาช่วยพวกนายได้ แต่ในตอนนี้แตกต่างออกไปแล้ว”

 

ชายวัยกลางคนมั่นใจในตัวของฟู่เทียนมากขึ้น เมื่อได้ยินคำพูดของฟู่เทียน เขากล่าวออกมาด้วยความเคารพ “บาร์ตันเป็นคนงานเหมืองที่อายุน้อยที่สุด และเขาได้รับการดูแลอย่างดี แต่ความเป็นอยู่ของคนงานเหมือนค่อนข้างลำบาก คุณก็รู้ใช่ไหมครับ สำหรับเขาที่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้...เราไม่ได้ต้องการที่จะ...มันอยู่นอกเหนือการควบคุม...”

 

“หุบปากเดี๋ยวนี้” ฟู่เทียนพูดและจ้องมองไปยังเขา

 

ชายวัยกลางคนไม่แสดงอารมณ์แม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าคนที่เขาเผชิญอยู่เป็นปิศาจประเภทไหน

 

หญิงสาวรูปร่างสูงคิดขึ้นมาได้ในทันใด ว่าเธอประเมินฟู่เทียนต่ำเกินไปแล้ว

 

“ไปกันเถอะ” ฟู่เทียนลุกขึ้น แม้ว่าบาร์ตันจะไม่ได้รับ “การดูแลอย่างดี” จากชายวัยกลางคน แต่อย่างน้อยคนอื่นๆก็ยังไม่เป็นอะไร

 

และยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่อ่อนแอกว่าต้องทำตามเงื่อนไขของผู้ที่อยู่เหนือกว่าเท่านั้น

จบบทที่ The Dark King – Chapter 88 ไปกันเถอะ [อ่านฟรี 10-04-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว