- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 159 คัมภีร์เปลี่ยนคลาสรอง (อ่านฟรี17-04-2025)
บทที่ 159 คัมภีร์เปลี่ยนคลาสรอง (อ่านฟรี17-04-2025)
บทที่ 159 คัมภีร์เปลี่ยนคลาสรอง (อ่านฟรี17-04-2025)
"เวริโอน่า อัสตาร์โต?" ทันทีที่วัลเลียร์ได้ยินชื่อนี้ออกจากปากของรีกัน สีหน้าของเขาก็แสดงความฉงนขึ้นเล็กน้อย "นั่นใครกัน?"
"ชื่อของลูกสาวของชายคนนั้น และเป็นหัวหน้าหมู่บ้านอัสตาร์โตคนปัจจุบัน" รีกันตอบ ก่อนจะเอ่ยถามต่อทันที เมื่อรู้สึกว่าวัลเลียร์กำลังสงสัยในคำพูดของเขา "เวริโอน่าเป็นชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบันใช่ไหม?"
วัลเลียร์ส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ใช่ อัลฟาเอร่า อัสตาร์โต คือหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบัน ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าจำนางได้ไหม แต่นางเคยบอกว่าเคยพยายามเข้ามาในดันเจี้ยนนี้เมื่อก่อน"
"นางหน้าตาเป็นยังไงล่ะ? อาจช่วยให้ข้านึกออก" รีกันขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะคิดทบทวน ก่อนจะถามออกไป วัลเลียร์จึงเริ่มอธิบายลักษณะของอัลฟาเอร่าให้ฟัง
หลังจากค้นหาความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง รีกันก็พอจะนึกออกว่าครั้งหนึ่งเคยมีหญิงสาวที่มีลักษณะตรงตามที่วัลเลียร์บรรยายเข้ามาในดันเจี้ยน แต่นางไม่สามารถเอาชนะร่างที่สองของบอสตัวสุดท้ายได้
รีกันเผยรอยยิ้มเจื่อนๆ พลางมองวัลเลียร์ "โชคดีที่ข้ายังจำผู้หญิงที่มีลักษณะอย่างที่เจ้าพูดได้ แต่ถ้าคนที่เจ้าบอกว่าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบัน แล้วทำไมเวริโอน่าถึงไม่เคยเข้ามาในดันเจี้ยนเลยล่ะ?"
"เว้นแต่ว่า..." ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของรีกัน สีหน้าที่เคร่งขรึมก่อนหน้านี้ กลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันที จากนั้นหน้าจอหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา ก่อนที่เขาจะหันไปถามวัลเลียร์
"วันนี้เป็นวันอะไร?"
"ก็..." วัลเลียร์สั่งให้ระบบแสดงวันที่ที่แน่นอน ก่อนจะอ่านออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แล้วหันกลับไปมองรีกัน "วันที่ 7 เดือน 3 ฤดูหนาว ปีที่ 25 แห่งยุคคาเอลิสทิสที่ 100 มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?"
"ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้" คำพูดของวัลเลียร์ตอกย้ำสิ่งที่รีกันคิดไว้ เขาจึงเผลอสบถออกมาก่อนจะถอนหายใจยาว "ผ่านมา 300 ปีแล้วตั้งแต่ข้าสร้างดันเจี้ยนนี้ขึ้นมา"
"เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ... 300 ปี?" วัลเลียร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจขณะมองรีกัน เพราะจากที่เห็น เขาดูเหมือนชายวัย 30 กลางๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม วัลเลียร์เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ก่อน แล้วพยายามขบคิดว่าทำไมรีกันถึงจำไม่ได้เลยว่าเวริโอน่าเคยเข้ามาในดันเจี้ยน
"ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงไม่เคยเข้ามาในดันเจี้ยน เพราะนางคงตายไปนานแล้ว" รีกันพูดขึ้นก่อนที่วัลเลียร์จะสรุปอะไรออกมาเอง ราวกับว่าเวริโอน่าลืมเข้ามาในดันเจี้ยนตั้งแต่แรก
แน่นอนว่า วัลเลียร์ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น เพราะเขารู้ดีว่าหลายคนในหมู่บ้านรู้เรื่องดันเจี้ยนนี้ดี เขาจึงรีบอธิบายให้รีกันฟัง "เป็นไปไม่ได้ที่นางจะไม่เคยเข้ามา อย่างน้อยต้องเคยลองครั้งหนึ่ง เพราะอัลฟาเอร่าเคยบอกพวกเราว่า ทุกคนที่เลื่อนเป็นแรงค์ 1 ในหมู่บ้านต้องมาลองพิชิตดันเจี้ยนนี้ นางบอกว่านี่เป็นอุปสรรคเดียวที่ขวางการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นเมือง"
"ดังนั้น ข้ามั่นใจว่าหัวหน้าหมู่บ้านก่อนอัลฟาเอร่าก็คงทำแบบเดียวกัน รวมถึงเวริโอน่าด้วย" เขาพูดต่อ "เจ้าคงเคยเห็นผู้คนมากมายเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ในอดีต ใช่ไหม?"
"ใช่..." รีเคียนพยักหน้าอย่างช้าๆ "พอเจ้าพูดขึ้นมา ข้าก็คิดว่ามันแปลกดีที่มีคนพยายามลงไปสำรวจดันเจี้ยนทุกวัน… แต่พอคิดได้ว่าเวลาผ่านไปถึง 300 ปีแล้ว ก็คงใกล้เคียงกับการที่มีคนพยายามเข้ามาทุกๆ สามถึงหกเดือนมากกว่า เวลานี่มันผ่านไปเร็วจริงๆ เมื่อเจ้าอายุมากขึ้น"
รีกันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะครุ่นคิดถึงคำถามอีกครั้ง "ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วทำไมข้าถึงจำไม่ได้เลยว่าเวริโอน่าเคยเข้ามา?"
โชคดีที่ในตอนนั้นเอง ความทรงจำบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนมานานก็ผุดขึ้นมา ทำให้เขาได้รับคำตอบที่กำลังตามหา
แต่แทนที่จะรู้สึกดีใจ รีกันกลับโกรธจัด เขาตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล เสียงของเขาก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่
"ให้ตายเถอะ อัลเวรอน! แกดันลืมบอกรหัสลับให้ลูกสาวแกฟังงั้นเรอะ!!" รีกันคำรามลั่นจนพลังที่เขากดเอาไว้ก่อนหน้านี้ แผ่ออกมาเล็กน้อย ทำให้วัลเลียร์รู้สึกราวกับมีบางสิ่งกดทับร่างของเขาในทันที
โชคดีที่รีกันสังเกตเห็นความผิดพลาดของตัวเองได้ทัน เขารีบระงับกลิ่นอายที่รั่วไหลออกมาก่อนจะถอยห่างจากวัลเลียร์ แล้วมุ่งหน้าไปยังผนังด้านหนึ่ง ก่อนจะระบายอารมณ์ด้วยการชกมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปัง! ปัง! ปัง!
โครม…
หลังจากที่ห้องสั่นสะเทือนไปชั่วครู่ ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ยกเว้นเพียงรอยบุ๋มขนาดใหญ่และลึกที่ปรากฏบนผนังด้านหนึ่ง
หลังจากนั้น รีกันเดินกลับมาหาวัลเลียร์ด้วยสีหน้าหม่นหมอง ก่อนจะถอนหายใจและนั่งลงอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มขมขื่น "ในที่สุดข้าก็รู้แล้วว่าทำไมเวริโอน่าถึงไม่ได้รับมรดก มันไม่ใช่ว่านางไม่เคยลองเข้าดันเจี้ยน…"
"แต่เป็นเพราะพ่อของนาง ดันลืมบอกรหัสลับที่จะทำให้ข้ารู้ว่านางเป็นลูกสาวของเขาต่างหาก"
"อา…" วัลเลียร์ทำได้เพียงเปล่งเสียงรับรู้ พลางพยักหน้าเบาๆ ในใจของเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าหมู่บ้านอัสตาร์โตจะเป็นเช่นไร หากเวริโอน่าได้รับมรดกที่นางสมควรได้รับจากดันเจี้ยนนี้ ทว่าหลังจากครุ่นคิดได้ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจละทิ้งความคิดนั้น และหันไปสนใจว่าหลังจากที่รู้ความจริงแล้ว รีกันจะทำอะไรต่อไป
"เจ้าบอกว่าหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบันคืออัลฟาเอร่า อัสตาร์โต ใช่ไหม?" น่าแปลกที่แม้จะรู้สึกหดหู่จากเรื่องที่เกิดขึ้น แต่รีกันกลับเรียกสติคืนมาได้อย่างรวดเร็วและตั้งใจหาทางแก้ไขแทน "นางยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?"
แม้วัลเลียร์จะรู้ว่าทำไมรีกันถึงถามเช่นนั้น แต่เขาก็อดรู้สึกแปลกใจกับคำถามไม่ได้ ทว่าสุดท้ายก็พยักหน้าตอบ "ใช่ นางยังอยู่"
"นางใช้ดาบรึเปล่า? เพราะคลาสรองที่ข้าตั้งใจจะมอบให้เวริโอน่าเหมาะกับผู้ใช้ดาบที่สุด คิดไปคิดมา… จริงๆ แล้ว อาวุธที่ใบมีดอะไรก็ใช้ได้" รีกันถามต่อหลังจากพยักหน้ารับคำตอบของวัลเลียร์
"ข้าว่าไม่นะ" วัลเลียร์ส่ายหน้าตอบ ทำให้รีกันเกาศีรษะเล็กน้อยขณะคิดหาทางออกใหม่
"แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าเป็น—" รีกันที่ตั้งใจจะให้คลาสรองกับวัลเลียร์แทน กลับหยุดพูดกลางคัน เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังหอกสีแดงโลหิตที่วัลเลียร์สะพายอยู่ด้านหลัง "ไม่เป็นไร ลืมไปเถอะ"
"เอาใหม่… แบบนี้ดีกว่า" พูดจบ รีกันยื่นมือออกไป ก่อนที่แผ่นกระดาษขนาดเล็กจะปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือฝ่ามือของเขา ไม่นานนัก ตัวอักษรนับพันที่วัลเลียร์อ่านไม่ออกก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษ พร้อมแสงสีขาวจางๆ ที่เปล่งออกมาเพียงครู่เดียวก่อนจะจางหายไป
จากนั้น รีกันคว้ากระดาษจากอากาศ ม้วนมันให้เรียบร้อยแล้วส่งให้วัลเลียร์ "ก็นะ… ตั้งแต่ข้าสร้างดันเจี้ยนนี้ขึ้นมาก็ผ่านมา 300 ปีแล้ว และเมื่อผู้ที่ควรได้รับมรดกตายไปนานแล้ว การเก็บดันเจี้ยนนี้ไว้ ก็คงไม่มีความหมายอะไรอีก"
"ดังนั้น ข้าเลยตัดสินใจมอบคัมภีร์นี้ให้แทน เจ้าสามารถเลือกใช้มันเองแล้วเปลี่ยนไปใช้ดาบ หรือจะมอบให้กับใครสักคนในหมู่บ้านที่ใช้ดาบก็ได้ โดยเฉพาะคนที่สามารถช่วยหมู่บ้านในยามคับขัน"
"เพราะเหตุผลหลักที่ข้าเสนอคลาสรองนี้ตั้งแต่แรก ก็เป็นเพราะเจ้าอัลเวรอนนั่น มันกลัวว่าคลื่นมอนสเตอร์จะทำลายหมู่บ้าน"
ติ๊ง!
[ท่านได้รับ 'คัมภีร์เปลี่ยนคลาสรอง']
"ข้าจะจำไว้" วัลเลียร์พยักหน้ารับ ก่อนจะเก็บคัมภีร์ที่ได้รับลงในกระเป๋าที่อยู่บริเวณอกของเขา
"ว่าแต่… ถ้าข้าใช้มันกับตัวเอง ข้าจะได้คลาสรองแบบไหน?" ทว่าไม่นานหลังจากนั้น วัลเลียร์ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะถ้ามันเป็นคลาสที่ทรงพลัง แม้ว่าเขาจะต้องเปลี่ยนอาวุธหลักของตัวเองก็ตาม เขาก็ไม่รังเกียจหากมันจะช่วยให้เขาได้รับค่าสเตตัสมากขึ้น
"คลาสรองนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการเดินทางของข้าจนถึงตอนนี้" ได้ยินคำถามของวัลเลียร์ รีกันก็เผลอหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต
"ข้าแสวงหาจุดสูงสุดของศาสตร์แห่งคมดาบ ข้าปรารถนาให้ทุกการฟาดฟันของข้าเป็นนิรันดร์และแน่วแน่ ให้มันแบกรับน้ำหนักของโลกไว้ได้ ข้าต้องการให้ดาบที่ข้าถืออยู่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ศัตรู และสร้างความหวังให้แก่พวกพ้อง"
"ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงตั้งชื่อคลาสรองนี้ว่า…"
"จอมดาบนิรันดร์"