- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 146 ทางเลือกที่ชัดเจน (อ่านฟรี04-04-2025)
บทที่ 146 ทางเลือกที่ชัดเจน (อ่านฟรี04-04-2025)
บทที่ 146 ทางเลือกที่ชัดเจน (อ่านฟรี04-04-2025)
ฟึ่บ!
ขณะที่วัลเลียร์กำลังพูดคนเดียวอยู่นั้น ระลอกคลื่นของลูกไฟสีชาดก็พุ่งเข้าหาเขาทันที ด้วยความรู้เกี่ยวกับทิศทางของลูกไฟ วัลเลียร์รีบขยับตัวหลบไปด้านข้าง ปล่อยให้พวกมันพุ่งผ่านร่างไป พร้อมกับลดช่องว่างระหว่างเขากับเหล่าก็อบลิน
เมื่อเห็นว่าวัลเลียร์สามารถเข้าประชิดตัวได้อย่างรวดเร็ว เอียร์และก็อบลินอีกสามตัวที่เหลือ ก็รีบร่ายวงเวทยิงลูกไฟใส่เขาอีกครั้ง หวังว่าหนึ่งในนั้นจะสามารถโจมตีโดนร่างของเขาได้ ทว่า ไม่มีลูกไฟลูกไหนโดนเลยแม้แต่ลูกเดียว ทำให้วัลเลียร์สามารถมายืนอยู่ตรงหน้าก็อบลินได้โดยไม่มีอุปสรรคใด
'ดังนั้น ถ้าก็อบลินลูกสมุนหนึ่งตัวถูกกำจัดไปแล้ว นั่นหมายความว่าเอียร์สามารถคืนชีพได้อีกสามครั้ง ก่อนที่การโจมตีครั้งที่สี่และเป็นครั้งสุดท้ายของข้าจะฆ่ามันได้จริงๆ' วัลเลียร์จ้องมองก็อบลินสามตัวที่อยู่รอบเอียร์ พลางคิดเส้นทางที่ดีที่สุดในการสังหารพวกมันให้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทันใดนั้น ความคิดบางอย่างเกี่ยวกับกลไกของการต่อสู้ในครั้งนี้ก็ผุดขึ้นมา ทำให้เขาถอยหลังไปเล็กน้อย
วัลเลียร์หลบลูกไฟที่พุ่งเข้าหาตัวเองได้อย่างง่ายดาย จากนั้น เขามองไปที่ก็อบลินลูกสมุนทั้งสามตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปหาเอียร์ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเตรียมวงเวทเพื่อโจมตีอีกระลอก เขาก็รีบใช้ [พุ่งหลบหลีก] พุ่งเข้าไปหาเอียร์อย่างรวดเร็ว
เมื่อวัลเลียร์ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเอียร์ ด้วยความสามารถของทักษะ ทำให้เอียร์ต้องรีบหันกลับมา พร้อมกับยิงลูกไฟสวนกลับไปทันที เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากวัลเลียร์โจมตีจากตำแหน่งนี้ มันไม่มีทางหลบได้แน่นอน แม้ว่าจะถูกลูกไฟที่พุ่งเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว แต่วัลเลียร์ก็สามารถบิดตัวหลบได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนจะพุ่งเข้าหาและแทงหอกไปที่ศีรษะของเอียร์โดยตรง
"[แทงทรงพลัง]!"
ปัง!
'-1254(!!!) [Brutal Hit (การโจมตีรุนแรง)]'
ไม่น่าแปลกใจเลยที่การโจมตีอย่างไร้ปรานีของวัลเลียร์ จะทำให้ศีรษะของเอียร์ระเบิดออกจากแรงปะทะอย่างรุนแรง เหลือทิ้งไว้เพียงร่างไร้ศีรษะของมันที่ร่วงลงสู่พื้นพร้อมเสียงดังตุบ สร้างความตื่นตระหนกให้กับก็อบลินทั้งสามที่เหลือ
ขณะดึงหอกกลับ วัลเลียร์อดไม่ได้ที่จะผิวปากเบาๆ ขณะนึกถึงตัวเลขสีแดงเข้มที่ลอยขึ้นเหนือร่างของเอียร์ หลังจากที่เขาจัดการมันได้ แม้ว่าเขาจะประทับใจกับความเสียหายที่สามารถทำได้ แต่เขาก็ยังรู้ว่า ยังมีก็อบลินอีกสามตัวที่ต้องกำจัด จึงใช้ช่วงเวลาที่พวกมันตกอยู่ในอาการตกใจนี้ เป็นโอกาสโจมตีสังหารพวกมันอย่างรวดเร็ว
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ก่อนที่พวกมันจะทันได้ตั้งตัว ก็อบลินทั้งสามก็ล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ร่างของพวกมันไร้ชีวิตไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ วัลเลียร์มองไปยังร่างไร้ศีรษะของเอียร์ ก่อนจะกวาดสายตามองเหล่าก็อบลินลูกสมุนที่ล้มตาย จากนั้น เขาจึงถอยออกจากกลุ่มศพ พร้อมนึกย้อนถึงความคิดที่ผุดขึ้นมาก่อนหน้านี้
"แม้ว่ากลไกการต่อสู้จะบังคับให้ผู้เล่นต้องฆ่าบอสหลายครั้งก่อนมันจะตายจริงๆ ในแทบทุกกรณี แต่ก็มีบางครั้งที่การฆ่าบอสก่อนลูกสมุน จะทำให้กลไกนี้ไร้ผล" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางรอดูว่ามินิบอสตัวนี้จะอยู่ในกรณีแรกหรือไม่ "เพราะสุดท้ายแล้ว กลไกทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับลูกสมุนที่ทำหน้าที่เป็นภาชนะสำหรับชีวิตที่สองของบอส"
หลังจากรออยู่ไม่กี่นาที วัลเลียร์สังเกตว่าศพทั้งหมดไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นคืนชีพเลยแม้แต่น้อย เขาจึงตัดสินใจเข้าไปใกล้ศพเหล่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าทุกตัวตายสนิทจริงๆ ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะทำเช่นนั้น ประตูที่นำไปสู่ห้องถัดไปก็เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดออกมา ทำให้เขาสะดุ้งก่อนจะหันศีรษะไปมองยังต้นเสียง และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อเห็นว่าทางไปยังห้องถัดไปเปิดออก วัลเลียร์ก็ละทิ้งความคิดที่จะเข้าไปตรวจสอบศพของก็อบลินโดยทันที เพราะการที่ประตูเปิดออกเอง ก็เป็นหลักฐานมากพอแล้วว่าพวกมันตายสนิทจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขานึกถึง 'เศษกุญแจดันเจี้ยน' ขึ้นมาอีกครั้ง วัลเลียร์ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจศพอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะปรากฏขึ้นมาเฉพาะในห้องที่มีเพียงมอนสเตอร์ทั่วไปหรือไม่
"ไม่มี… ไม่มีเศษกุญแจ" หลังจากตรวจสอบซ้ำอีกครั้งแล้วไม่พบเศษกุญแจดันเจี้ยนในศพใดเลย วัลเลียร์จึงเริ่มเชื่อมากขึ้นว่า ห้องที่มีเพียงมอนสเตอร์ทั่วไปเท่านั้นที่จะดรอปมัน
ด้วยความคิดนี้ เขามองศพไร้วิญญาณของเอียร์และก็อบลินลูกสมุนอีกสี่ตัวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินผ่านประตูไปยังห้องถัดไป ระหว่างที่เดินเข้าไป เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเอียร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างเป็นมิตรพอสมควร จากการสนทนาก่อนการต่อสู้ หากไม่ใช่เพราะพวกเขาอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้ บางทีเขาอาจจะได้เป็นสหายกับเอียร์ไปแล้วก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อก็อบลินตัวนั้นตายไปแล้ว วัลเลียร์ก็ละทิ้งความคิดทั้งหมดและมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องถัดไป ซึ่งจากการมองเพียงแวบเดียว ห้องนี้ดูเหมือนจะมีจุดประสงค์คล้ายกับห้องแรกที่เขาเข้ามา
"ห้องนี้เอาไว้พักงั้นเหรอ?" วัลเลียร์พึมพำ พลางหันไปมองประตูอีกบานที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร จากนั้นเขาก็ตัดสินใจใช้โอกาสนี้พักสักครู่ ก่อนจะนั่งลงกับพื้น หยิบกระติกน้ำและเสบียงที่เตรียมมาออกมากิน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังเคี้ยวอาหารอยู่ เสียงปริศนาก็ดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้เขาหยุดการกระทำทั้งหมดและตั้งใจฟังคำพูดของเสียงนั้น
"ข้าขอแสดงความยินดีที่เจ้าสามารถมาถึงจุดนี้ได้ มนุษย์" เสียงนั้นกล่าว "แม้ว่าความพยายามของเจ้าจะน่าชื่นชม แต่เจ้าไม่ใช่ผู้ที่ถูกลิขิตให้ได้รับสมบัติที่แท้จริงของดันเจี้ยน"
"สมบัติที่แท้จริงของดันเจี้ยน?" ได้ยินเช่นนั้น วัลเลียร์ก็เอียงศีรษะเล็กน้อย ขบคิดว่าคำพูดนี้หมายถึงอะไร ทว่า กระบวนการคิดของเขาก็ถูกขัดจังหวะอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
"อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเจ้ามาถึงจุดนี้แล้ว ข้าก็จำเป็นต้องมอบรางวัลให้เจ้าเป็นอย่างน้อย" เสียงนั้นกล่าวต่อ "แต่มีเงื่อนไขว่า เจ้าจะต้องไม่เอ่ยถึงสิ่งมีชีวิตที่เจ้าเผชิญหน้าก่อนหน้านี้ ให้ใครนอกดันเจี้ยนฟัง แม้แต่ผู้ที่ถูกลิขิตไว้เองก็ตาม"
"หากเจ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ ความพยายามของเจ้าจะได้รับรางวัลเป็นค่าตอบแทน"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น วัลเลียร์ก็ขบคิดเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ได้รับ "นี่คงเป็น 'คำสาบานผูกมัด' ของดันเจี้ยนนี้สินะ แล้วก็หมายความว่าเสียงนี้กำลังบอกให้ข้าปิดปากเรื่องของเอียร์กับคนอื่น?"
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าในระหว่างทางที่เขาเดินทางมากับทริสตัน เดเมียน และอัลฟาเอร่า ทั้งสามคนไม่เคยพูดถึงมินิบอสเลยแม้แต่น้อย ที่มากสุดก็แค่เอ่ยถึงบอสตัวสุดท้ายด้วยคำอธิบายที่คลุมเครือมาก
เมื่อคิดถึงจุดนี้ เขาก็เริ่มเชื่อว่าทั้งสามคนนั้น ได้ยอมรับเงื่อนไขเดียวกับที่เขาได้รับอยู่ตอนนี้ และเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว มันก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรกับการยอมรับเงื่อนไขนี้เลย อย่างไรก็ตาม วัลเลียร์ยังคงต้องการความแน่ใจ
"ถ้าข้าปฏิเสธล่ะ?"
"เจ้าจะถูกส่งกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมา" เสียงนั้นตอบกลับมาโดยทันที ทำให้วัลเลียร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่มันยอมตอบคำถาม อย่างไรก็ตาม คำตอบของเสียงนั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาตัดสินใจได้ เพราะนอกจากเขาจะไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว…
เขายังมีเควสต์ที่ต้องทำให้สำเร็จ
"ตกลง ข้ายอมรับเงื่อนไขของเจ้า"
"เจ้าตัดสินใจได้ดี"
ฟู่ววว!