- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 145 น่ารำคาญ (อ่านฟรี03-04-2025)
บทที่ 145 น่ารำคาญ (อ่านฟรี03-04-2025)
บทที่ 145 น่ารำคาญ (อ่านฟรี03-04-2025)
ติ๊ง!
————
[เอียร์, ก็อบลินมหาเวทเพลิง (เหนือสามัญ)] (เลเวล 15 | มินิบอส)
HP: 450/450
MP: 650/650
ค่าสเตตัส: 36 VIT, 23 STR, 23 AGI, 23 DEX, 53 INT, 39 WIS, 23 PER, 23 LUK
หมายเหตุ: ก็ดูจากฉายาของมันก็น่าจะเข้าใจเองได้แหละนะ
————
หลังจากต่อว่าตัวเองที่ดันลืมรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับดันเจี้ยน วัลเลียร์ก็หันกลับมาสนใจหน้าต่างสถานะตรงหน้าแทน พบว่ามันค่อนข้างน่าสนใจที่มินิบอสตัวนี้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์
นอกจากนั้น เขายังสังเกตว่าเจ้ามินิบอสตัวนี้มี 'ชื่อ' และ 'ฉายา' ซึ่งแตกต่างจากก็อบลินที่เขาเผชิญหน้ามาก่อนหน้านี้
สำหรับมอนสเตอร์ที่มีชื่อ นั่นหมายความว่าพวกมันมีระดับสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ หรืออย่างน้อยก็มากพอที่จะสามารถสนทนากับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีระดับปัญญาสูงกว่าได้ โดยทั่วไป มอนสเตอร์ที่มีค่าสติปัญญา (INT) และค่าภูมิปัญญา (WIS) สูง ก็มักจะได้รับการตั้งชื่อ ซึ่งดูเหมือนว่าเอียร์เองก็อยู่ในกรณีนั้นเช่นกัน
ส่วนฉายา ก็มักจะทำงานคล้ายกับระบบของผู้เล่นและ NPC คือได้รับมาเมื่อตัวบุคคลประสบความสำเร็จในบางสิ่งที่ยากเป็นพิเศษ สำหรับกรณีของเอียร์ วัลเลียร์คาดเดาว่ามันคงเกี่ยวข้องกับ การควบคุมเปลวเพลิงขั้นสูง
เมื่อตรวจสอบค่าสถานะของเอียร์เสร็จ วัลเลียร์ก็หันไปใช้ [วิเคราะห์] กับหนึ่งในสี่ก็อบลินที่ยืนอยู่รอบๆ พบว่าพวกมันเป็นเพียงเวอร์ชันที่ด้อยกว่าของเอียร์เท่านั้น โดยทั้งหมดมี ระดับเลเวล 11 และมีค่าสเตตัสกระจายไปทางค่าความทนทาน (VIT), ค่าสติปัญญา (INT) และค่าภูมิปัญญา (WIS) คล้ายกับเอียร์
พอได้รับข้อมูลเพียงพอ วัลเลียร์ก็เดินไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกความสนใจของกลุ่มก็อบลิน เมื่อทั้ง เอียร์และก็อบลินลูกสมุน เหลือบมองมาที่เขา วัลเลียร์ก็คาดว่าพวกมันน่าจะจู่โจมใส่เขาทันที
แต่ผิดคาด—
แทนที่พวกมันจะพุ่งเข้าใส่ วงเวทสีแดงจางๆ กลับปรากฏขึ้นเบื้องหน้าก็อบลินทั้งสี่ ขณะที่เอียร์เปิดปากพูด
"มนุษย์ เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใด?"
"เพื่อไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของดันเจี้ยน" เมื่อเห็นว่าเอียร์เลือกจะพูดคุย วัลเลียร์ก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อ้อ จุดสิ้นสุดของดันเจี้ยน...ที่ซึ่งบรรพชนของพวกเราพำนักอยู่"
แทนที่จะโกรธหรือเป็นปฏิปักษ์กับวัลเลียร์ เอียร์กลับเผยสีหน้าโหยหาพลางระลึกถึงอดีต "เขาสอนสิ่งสำคัญหลายอย่างให้ข้า แนะนำข้าให้รู้จักโลกแห่งเวทมนตร์และเปลวเพลิง ทำให้ข้าเป็นตัวข้าในวันนี้"
"แม้ข้าจะเข้าใจว่าเจ้าต้องการพบเขา แต่เขาได้มอบหมายภารกิจให้ข้าอย่างชัดเจน—ไม่ให้คนนอกผ่านไปได้"
เมื่อกล่าวจบ วงเวทขนาดใหญ่กว่าวงของก็อบลินทั้งสี่ถึงสามเท่าก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเอียร์ แสงสีแดงเข้มเปล่งประกายออกมา พร้อมกับแรงกดดันจางๆ จากเจตนาต่อสู้ของเขา
"แต่หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ที่นี่ เช่นนั้นข้าก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเจ้าอีกต่อไป"
ได้ยินเช่นนั้น วัลเลียร์ก็เผยรอยยิ้มใต้หมวกเกราะก่อนจะจับหอก 'หอกโลหิตกระแสธารเที่ยงแท้' ในมือแน่นขึ้น เขาตอบกลับเอียร์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย
"ถ้าอย่างนั้น ข้าก็แค่ต้องเอาชนะเจ้าให้ได้ก็พอ"
"ในสายตาของข้า นั่นเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลานัก...แต่ในเมื่อเจ้าเลือกเช่นนั้น ก็จงเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ของมันเสียเถอะ"
ทันทีที่วัลเลียร์พุ่งเข้าโจมตี เอียร์ก็บรรลุขั้นตอนสุดท้ายของวงเวทตรงหน้า เปลวเพลิงสีแดงฉานลูกใหญ่พุ่งตรงไปยังวัลเลียร์ ตามมาด้วย ลูกไฟขนาดเล็กอีกสี่ลูก ที่ปล่อยออกมาพร้อมกัน
"[เพลิงโลกันตร์สีชาด]!"
ฟู่ววววว! ฟู่ววววว! ฟู่ววววว!
เห็นว่าลูกไฟกำลังพุ่งเข้าใส่ วัลเลียร์ตอบโต้ด้วยการหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว
ด้วยความได้เปรียบจาก ความว่องไว (AGI) และ ความแม่นยำ (DEX) ที่สูงกว่า เขาจัดการหลบลูกไฟทุกลูกที่ถูกส่งมาหาได้สำเร็จ แต่ทันทีที่เขาหลบพ้นจากระลอกแรก ระลอกถัดไปก็ถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาต้องตัดสินใจเปิดใช้งานทักษะเพื่อตอบโต้
"[พุ่งหลบหลีก]!"
ราวกับว่ากระดูกทั่วร่างของเขาหายไป วัลเลียร์บิดร่างไปมาหลบลูกไฟทั้งหมดอย่างเฉียบคม พุ่งทะลวงเข้าไปใกล้ศัตรูอีกหลายเมตร ลดช่องว่างระหว่างเขากับกลุ่มก็อบลินทั้งห้า ทันทีที่เห็นว่าก็อบลินลูกสมุนกำลังร่ายเวทระลอกใหม่ วัลเลียร์ก็ระเบิดพลังความเร็วทั้งหมดออกมา ตั้งเป้าหมายไปที่ก็อบลินสี่ตัวก่อน
"[แทงทรงพลัง]!"
"[เขี้ยวพิฆาตฟากฟ้า]!"
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เขารวบรวมพลังทั้งหมดลงไปในหอก แทงทะลวงเข้าที่ศีรษะของหนึ่งในก็อบลินลูกสมุน ส่งผลให้มัน ระเบิดกระจุยทันที จากนั้น เขาอาศัยแรงส่งของการโจมตีฟาดหอกเป็นเส้นโค้ง พุ่งลงกลางกระหม่อมของเป้าหมายตัวที่สอง ทำให้จำนวนศัตรูลดลงไปครึ่งหนึ่ง
วัลเลียร์เบี่ยงตัวหลบ ลูกไฟอีกสามลูกที่พุ่งมาทางเขาอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้โอกาสนี้สังหารก็อบลินที่เหลืออีกสองตัวอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ เอียร์กลายเป็นก็อบลินตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ในห้อง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่รอช้า ยิง [เพลิงโลกันตร์สีชาด] ใส่วัลเลียร์ทันที
ฟุ่บ!
เมื่อสังเกตเห็นว่าทุกลูกไฟที่ถูกยิงมา มีลักษณะการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง วัลเลียร์ก็ก้าวเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้าง จากนั้นจึงเปิดใช้งาน [พุ่งหลบหลีก] พุ่งเข้าไปประชิด ก่อนจะตวัดหอกส่ง [แทงทรงพลัง] เข้าใส่หน้าอกของเอียร์
ดวงตาของเอียร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและความเสียดาย เขามองวัลเลียร์ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้าย พลังชีวิตของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปจนหมด และร่างของเขาก็ทรุดลง
วัลเลียร์ดึงหอกกลับพลางนึกถึงคำพูดของเอียร์ก่อนหน้านี้ และอดไม่ได้ที่จะเกาหัวเบาๆ
"พูดซะดิบดีว่าไม่ให้ใครผ่านไปได้ แต่สุดท้ายก็จบลงง่ายๆ แบบนี้เองเหรอ?"
หลังจากนั้น วัลเลียร์ก็เริ่มค้นตามร่างของศัตรูทั้งห้า หวังจะเจอเศษกุญแจดันเจี้ยน แต่กลับพบว่าไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งทำให้เขาสันนิษฐานว่า เศษกุญแจอาจจะพบได้เฉพาะในห้องที่มีมอนสเตอร์ทั่วไปเท่านั้น
คิดได้ดังนั้น เขาก็มุ่งหน้าไปที่ประตูซึ่งนำไปสู่ห้องที่สี่ หวังว่าศัตรูในห้องถัดไปจะเป็นพวกที่ใช้เวทมนตร์ได้ เพื่อเพิ่มสีสันให้การต่อสู้ของเขา
อย่างไรก็ตาม—
ฟุ่บ!
ความร้อนที่แผดเผาอย่างรุนแรงพุ่งเข้ามาทางเขาอย่างกะทันหัน ทำให้วัลเลียร์หันกลับไปก่อนจะรีบก้มตัวหลบ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
"ลูกไฟนี่มันมายังไง!?"
เมื่อมองไปทางต้นทางของลูกไฟ วัลเลียร์ถึงกับอ้าปากค้าง
เอียร์ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น—
ร่างกายของเขา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยบาดแผล!
พร้มกับก็อบลินลูกสมุนอีกสามตัว และกำลังร่ายเวทเตรียมยิงลูกไฟลูกใหม่ออกมา ขณะเดียวกัน ก็มีซากของก็อบลินตัวหนึ่ง ที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้ยังคงอยู่บนพื้น โดยมีร่องรอยบาดแผลจากหอกของเขาอย่างชัดเจน
"เจ้านี่...มีหลายชีวิตสินะ"
วัลเลียร์นึกถึงกลไกบางอย่างที่บอสของดันเจี้ยนบางตัวมีอยู่ จากนั้น เขาหลบลูกไฟสีชาดทั้งสี่ลูกด้วย [พุ่งหลบหลีก] ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"หมายความว่าข้าต้องฆ่าเจ้าถึงสามครั้งเลยงั้นเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของวัลเลียร์ เอียร์เพียงแค่เผยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะยิงลูกไฟออกไปอีกลูก
"ตราบใดที่ข้ายังยืนอยู่ เจ้าจะไม่มีวันได้สมปรารถนา"
วัลเลียร์ที่ยังคงหลบลูกไฟไปมา ได้ยินประโยคนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
"อ้อ ใช่สิ... บอสที่มีระบบหลายชีวิต"
"บางคนอาจจะคิดว่ามันเป็นความท้าทาย"
"บางคนอาจจะคิดว่ามันสนุก"
"แต่สำหรับข้า..."
"มันน่ารำคาญชะมัด"