- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)
บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)
บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)
ขณะที่วัลเลียร์ใกล้จะตีชิ้นแรกของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตเสร็จ เขาก็หยุดกลางคัน ดึงวัสดุทั้งหมดที่โยนเข้าไปในเตาเผาออกมา ยกเว้นเหล็กอาซูร์ที่เขาหยิบออกมาก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาก็วางพวกมันซ้อนทับกันและปล่อยให้วัสดุเหล่านั้นเย็นลง พอเห็นว่าพวกมันเริ่มหลอมรวมกันทีละน้อย เขาก็พยักหน้าให้กับตัวเองก่อนจะกลับไปสนใจหมวกเกราะต่อ
ตึง! ตึง! ตึง!
"และแล้ว... ก็เสร็จ" วัลเลียร์เช็ดเหงื่อที่หน้าผากไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาวางหมวกเกราะที่เพิ่งตีเสร็จไว้ด้านข้าง ก่อนจะเตรียมโยนก้อนเหล็กอาซูร์อีกก้อนเข้าไปในเตาเผาเพื่อใช้ตีชุดเกราะชิ้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้ทำตามแผน ความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวของเขา ทำให้เขาตัดสินใจหย่อนหมวกเกราะลงไปในเตาเผาอีกครั้งชั่วครู่ ก่อนจะเทขวดเลือด 'โลหิตไทด์มาเธอร์' ลงไปบนมัน
ฟู่ววว!
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เลือดส่วนใหญ่จะระเหยกลายเป็นควันเหม็นไหม้ เนื่องจากความร้อนของหมวกเกราะในเตา ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองคนไม่อยากจะสูดดมมันเข้าไปเลยสักนิด อย่างไรก็ตาม เมื่อวัลเลียร์หยิบหมวกเกราะออกมาและปล่อยให้มันเย็นลง ก็พบว่าผิวของมันถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงจางๆ
"หืม... มันดูแข็งแกร่งขึ้นแฮะ" วัลเลียร์โยนหมวกเกราะขึ้นกลางอากาศเล็กน้อยก่อนจะจับมันอีกครั้ง และในที่สุดก็มาสรุปได้ว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากเลือดที่เขาใช้ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าสนใจ เขาก็วางหมวกเกราะไว้ด้านข้าง ก่อนจะโยนก้อนเหล็กอาซูร์ก้อนใหม่เข้าไปในเตาเผา
"ระหว่างที่รอให้มันถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ข้าควรไปทำเรื่องนั้นก่อน" หลังจากเติมไฟในเตาเผาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีกเล็กน้อย วัลเลียร์ก็หันไปสนใจวัสดุที่เขาซ้อนทับไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าพวกมันหลอมรวมกันไปมากพอสมควรแล้ว เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะหยิบมันโยนกลับเข้าไปในเตาเผา
ทริสตันที่ยืนมองการทำงานของวัลเลียร์อยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ รู้สึกว่าเขามีสไตล์การหลอมอาวุธที่ดูน่าหลงใหลอยู่บ้าง แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงทันที เมื่อเห็นกองวัสดุที่วัลเลียร์ใส่เข้าไปในเตาเผา กลายเป็นสีแดงฉานภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ทริสตันรีบขยับเข้าไปใกล้เตาเผามากขึ้นเพื่อเตรียมดึงวัสดุออกมา หากมันเริ่มไหม้เกินไป แต่โชคดีที่วัลเลียร์หยิบมันออกมาทันเวลาก่อนที่มันจะถึงจุดเผาไหม้ แล้วนำมันไปวางบนทั่ง จากนั้นใช้สิ่วแบ่งมันออกเป็นหกส่วนเท่าๆ กัน
"งั้นก็มี หมวกเกราะ, เกราะไหล่, เกราะอก, ปลอกแขน, สนับแข้ง แล้วก็รองเท้า ใช่ ข้าแบ่งส่วนถูกต้องแล้ว" วัลเลียร์พึมพำกับตัวเอง เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการแบ่งสัดส่วนถูกต้อง หลังจากนั้น เขาก็เริ่มลงค้อนรัวๆ จนแต่ละส่วนกลายเป็นแผ่นโลหะทรงกลม ก่อนจะโยนมันกลับเข้าไปในเตาเผาอีกครั้ง
เมื่อแผ่นโลหะเหล่านั้นถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการตีขึ้นรูปอีกครั้ง วัลเลียร์ก็นำมันออกมาและทำซ้ำกระบวนการนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเป็นลูกกลมสีฟ้าเข้มหกลูก ขนาดประมาณลูกเทนนิสเรียงอยู่บนทั่ง
"แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ทีนี้ก็กลับไปสนใจชุดเกราะชิ้นอื่นต่อได้" วัลเลียร์พยักหน้าพอใจ ก่อนจะนำลูกกลมทั้งหกไปวางบนโต๊ะใกล้ๆ ระวังไม่ให้สัมผัสกับหมวกเกราะที่เขาตีเสร็จแล้ว จากนั้นก็หันไปหาก้อนเหล็กอาซูร์ที่เขาใส่เข้าเตาเผาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งบังเอิญกำลังอยู่ที่อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการตีหลอมพอดี
จากนั้น เขาก็เริ่มตีเกราะชิ้นอื่นๆ ของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตต่อไป เมื่อเสร็จจากเกราะไหล่ ก็ไปต่อที่เกราะอก จากเกราะอกก็ไปปลอกแขน แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ตามลำดับ
ระหว่างที่ดูวัลเลียร์ตีชุดเกราะทั้งชุด ทริสตันเพิ่งจะได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าวัลเลียร์จดจ่ออยู่กับการตีเหล็กขนาดนี้ และก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นและความหลงใหลในศาสตร์แห่งการตีเหล็กของชายตรงหน้า
สำหรับเขาแล้ว มันให้ความรู้สึกเหมือนวัลเลียร์เกิดมาเพื่อเป็นช่างตีเหล็กโดยแท้ เขาหายใจ เดิน และใช้ชีวิตเพื่อสิ่งนี้ จากความคล่องแคล่วและความสง่างามในทุกการเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตาม ภาพที่น่าตื่นตานี้ก็ต้องจบลงในที่สุด เมื่อรองเท้าชิ้นสุดท้ายของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตถูกตีเสร็จ วัลเลียร์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะยืดเส้นยืดสายจนสุดเท่าที่ร่างกายจะรับไหว จากนั้นก็หันไปยิ้มให้กับทริสตัน
"ไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม ค่อยกลับมาทำต่อ?" เมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแล้ว วัลเลียร์ก็เอ่ยปากชวน ซึ่งทริสตันก็ตอบตกลงทันที ทั้งสองจึงออกจากโรงตีเหล็กชั่วคราว มุ่งหน้าไปยังโรงแรมของหมู่บ้านเพื่อหาอาหารกลางวัน วัลเลียร์สั่งมื้ออาหารชุดใหญ่พร้อมกับบอกทริสตันว่าเขายังมีของอีกอย่างหนึ่งที่ต้องตีขึ้น
ระหว่างที่กำลังกินกันอยู่ ทริสตันก็มองวัลเลียร์ด้วยความสงสัย เมื่อคำถามหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
"เฮ้ วัลเลียร์ เจ้าพอจะบอกข้าได้ไหมว่า ลูกกลมสีน้ำเงินเข้มที่เจ้าทำขึ้นมาก่อนหน้านี้คืออะไร?"
น่าแปลกใจที่วัลเลียร์พยักหน้าตอบรับคำถามทันที ทำให้ทริสตันรีบตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น แต่แล้วความตื่นเต้นนั้นก็พังทลายลงทันที เมื่อเขาเห็นวัลเลียร์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
"ข้าบอกเจ้าได้นะ… แต่เจ้าต้องยอมสละสิทธิ์ในยาเสริมพลังพวกนั้น เจ้าจะเลือกอะไรล่ะ?"
เมื่อได้ยินข้อเสนอของวัลเลียร์ ทริสตันก็ได้แต่เกาหัวเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ "เจ้ากดดันข้าสุดๆ เลยนะ รู้ตัวไหม?"
"ก็ข้าต้องเก็บไว้ใช้เองบ้างน่ะสิ จริงไหม?" วัลเลียร์หัวเราะเบาๆ "เอาเป็นว่าเจ้าจะได้เห็นว่ามันทำอะไรได้ในภายหลัง"
เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ทั้งสองก็กินอาหารกลางวันของตนต่อไป พร้อมกับพูดคุยเรื่องข่าวลือที่พวกเขาได้ยินมาจากคนในหมู่บ้าน
---
เมื่อกลับมาถึงโรงตีเหล็กหลังจากอิ่มท้อง วัลเลียร์ก็หยิบลูกกลมสีน้ำเงินเข้มลูกหนึ่งขึ้นมาถือไว้ให้ทริสตันดู ทำให้สายตาของทริสตันจ้องจับจ้องไปที่มันทันที จากนั้น เขาก็นำหมวกเกราะของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตวางลงบนทั่งเหล็ก
แล้วโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า วัลเลียร์ก็กระแทกลูกกลมสีน้ำเงินเข้มลงไปบนหมวกเกราะ ทำให้ทริสตันเผลอคิดว่ามันต้องบุบแน่ๆ แต่พอวัลเลียร์ยกมือออก ก็ไม่มีรอยบุบให้เห็นเลย
ที่สำคัญไปกว่านั้น—ลูกกลมสีน้ำเงินเข้มหายไปแล้ว
"อะไร—" สีหน้าของทริสตันเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ และกำลังจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วความตกตะลึงของเขาก็ทวีคูณขึ้นไปอีก เมื่ออยู่ๆ หมวกเกราะก็เริ่มเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มออกมา
ทริสตันอ้าปากค้าง ขณะที่จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
สองสามนาทีต่อมา แสงสีน้ำเงินเข้มรอบหมวกเกราะก็ค่อยๆ จางหายไป วัลเลียร์หยิบมันขึ้นมาวางไว้ข้างๆ ก่อนจะนำเกราะอกไปวางบนทั่ง จากนั้นก็หย่อนลูกกลมสีน้ำเงินเข้มอีกลูกลงไป
ขณะที่เกราะอกเริ่มเปล่งแสงเช่นเดียวกับหมวกเกราะก่อนหน้านี้ วัลเลียร์ก็ส่งหมวกเกราะที่เปลี่ยนไปแล้วให้ทริสตันพร้อมกับรอยยิ้ม "ลองใช้ [วิเคราะห์] ดูสิ"
แม้ยังไม่หายจากอาการตกตะลึง ทริสตันก็ทำตามคำแนะนำของวัลเลียร์ และในเวลาไม่นาน เขาก็หันมามองวัลเลียร์ด้วยสายตาที่เบิกกว้างกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก สลับไปมาระหว่างหมวกเกราะในมือกับชายตรงหน้า
"นี่… มันยังเป็นชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตแบบเดิมอยู่จริงๆ เหรอ?"
"ก็ประมาณนั้น" วัลเลียร์พยักหน้า ขณะที่ยกเกราะอกออกไปวางไว้ข้างๆ แล้วนำเกราะไหล่มาวางบนทั่งแทน "ข้ายังไม่ได้เช็คว่ามันเปลี่ยนคำอธิบายไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะขั้นตอนสุดท้ายนี้เป็นแค่การทดลองเท่านั้น"
"ทดลองงั้นเหรอ?" ทริสตันแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้… เป็นแค่การทดลอง?!"
"จากที่เจ้าแสดงออกมา คงต้องบอกว่าการทดลองนี้สำเร็จสินะ" วัลเลียร์หัวเราะ "ลองมองในแง่นี้ดู ข้าสามารถทำแบบนี้กับชุดเกราะในอนาคตได้อีกเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า ชุดเกราะที่เจ้าถืออยู่ในมือนี้ ก็คือชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตเวอร์ชันเสริมพลังแล้วสินะ"
"แค่เวอร์ชันเสริมพลัง? ด้วยความแตกต่างในค่าสเตตัสขนาดนี้เหรอ?" ทริสตันส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยื่นหน้าจอที่เขากำลังดูอยู่ให้วัลเลียร์ดู "เจ้าต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ"
"มันจะดีกว่าที่จะเรียกสิ่งที่ข้าถืออยู่ในมือตอนนี้คือ หนึ่งในชิ้นส่วนของ 'ชุดเซ็ตสุดยอดเกราะป้องกันอัสตาร์โต' เลยจะดีกว่า"
"…"
"…"
"ชื่อมันดูโอเวอร์ไปหน่อยไหม?"