เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)

บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)

บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)


ขณะที่วัลเลียร์ใกล้จะตีชิ้นแรกของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตเสร็จ เขาก็หยุดกลางคัน ดึงวัสดุทั้งหมดที่โยนเข้าไปในเตาเผาออกมา ยกเว้นเหล็กอาซูร์ที่เขาหยิบออกมาก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาก็วางพวกมันซ้อนทับกันและปล่อยให้วัสดุเหล่านั้นเย็นลง พอเห็นว่าพวกมันเริ่มหลอมรวมกันทีละน้อย เขาก็พยักหน้าให้กับตัวเองก่อนจะกลับไปสนใจหมวกเกราะต่อ

ตึง! ตึง! ตึง!

"และแล้ว... ก็เสร็จ" วัลเลียร์เช็ดเหงื่อที่หน้าผากไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาวางหมวกเกราะที่เพิ่งตีเสร็จไว้ด้านข้าง ก่อนจะเตรียมโยนก้อนเหล็กอาซูร์อีกก้อนเข้าไปในเตาเผาเพื่อใช้ตีชุดเกราะชิ้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้ทำตามแผน ความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาในหัวของเขา ทำให้เขาตัดสินใจหย่อนหมวกเกราะลงไปในเตาเผาอีกครั้งชั่วครู่ ก่อนจะเทขวดเลือด 'โลหิตไทด์มาเธอร์' ลงไปบนมัน

ฟู่ววว!

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เลือดส่วนใหญ่จะระเหยกลายเป็นควันเหม็นไหม้ เนื่องจากความร้อนของหมวกเกราะในเตา ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองคนไม่อยากจะสูดดมมันเข้าไปเลยสักนิด อย่างไรก็ตาม เมื่อวัลเลียร์หยิบหมวกเกราะออกมาและปล่อยให้มันเย็นลง ก็พบว่าผิวของมันถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงจางๆ

"หืม... มันดูแข็งแกร่งขึ้นแฮะ" วัลเลียร์โยนหมวกเกราะขึ้นกลางอากาศเล็กน้อยก่อนจะจับมันอีกครั้ง และในที่สุดก็มาสรุปได้ว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากเลือดที่เขาใช้ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่าสนใจ เขาก็วางหมวกเกราะไว้ด้านข้าง ก่อนจะโยนก้อนเหล็กอาซูร์ก้อนใหม่เข้าไปในเตาเผา

"ระหว่างที่รอให้มันถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ข้าควรไปทำเรื่องนั้นก่อน" หลังจากเติมไฟในเตาเผาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีกเล็กน้อย วัลเลียร์ก็หันไปสนใจวัสดุที่เขาซ้อนทับไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นว่าพวกมันหลอมรวมกันไปมากพอสมควรแล้ว เขาก็พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะหยิบมันโยนกลับเข้าไปในเตาเผา

ทริสตันที่ยืนมองการทำงานของวัลเลียร์อยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ รู้สึกว่าเขามีสไตล์การหลอมอาวุธที่ดูน่าหลงใหลอยู่บ้าง แต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงทันที เมื่อเห็นกองวัสดุที่วัลเลียร์ใส่เข้าไปในเตาเผา กลายเป็นสีแดงฉานภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ทริสตันรีบขยับเข้าไปใกล้เตาเผามากขึ้นเพื่อเตรียมดึงวัสดุออกมา หากมันเริ่มไหม้เกินไป แต่โชคดีที่วัลเลียร์หยิบมันออกมาทันเวลาก่อนที่มันจะถึงจุดเผาไหม้ แล้วนำมันไปวางบนทั่ง จากนั้นใช้สิ่วแบ่งมันออกเป็นหกส่วนเท่าๆ กัน

"งั้นก็มี หมวกเกราะ, เกราะไหล่, เกราะอก, ปลอกแขน, สนับแข้ง แล้วก็รองเท้า ใช่ ข้าแบ่งส่วนถูกต้องแล้ว" วัลเลียร์พึมพำกับตัวเอง เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าการแบ่งสัดส่วนถูกต้อง หลังจากนั้น เขาก็เริ่มลงค้อนรัวๆ จนแต่ละส่วนกลายเป็นแผ่นโลหะทรงกลม ก่อนจะโยนมันกลับเข้าไปในเตาเผาอีกครั้ง

เมื่อแผ่นโลหะเหล่านั้นถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการตีขึ้นรูปอีกครั้ง วัลเลียร์ก็นำมันออกมาและทำซ้ำกระบวนการนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเป็นลูกกลมสีฟ้าเข้มหกลูก ขนาดประมาณลูกเทนนิสเรียงอยู่บนทั่ง

"แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว ทีนี้ก็กลับไปสนใจชุดเกราะชิ้นอื่นต่อได้" วัลเลียร์พยักหน้าพอใจ ก่อนจะนำลูกกลมทั้งหกไปวางบนโต๊ะใกล้ๆ ระวังไม่ให้สัมผัสกับหมวกเกราะที่เขาตีเสร็จแล้ว จากนั้นก็หันไปหาก้อนเหล็กอาซูร์ที่เขาใส่เข้าเตาเผาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งบังเอิญกำลังอยู่ที่อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับการตีหลอมพอดี

จากนั้น เขาก็เริ่มตีเกราะชิ้นอื่นๆ ของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตต่อไป เมื่อเสร็จจากเกราะไหล่ ก็ไปต่อที่เกราะอก จากเกราะอกก็ไปปลอกแขน แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

ระหว่างที่ดูวัลเลียร์ตีชุดเกราะทั้งชุด ทริสตันเพิ่งจะได้เห็นเป็นครั้งแรกว่าวัลเลียร์จดจ่ออยู่กับการตีเหล็กขนาดนี้ และก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาได้ตระหนักถึงความมุ่งมั่นและความหลงใหลในศาสตร์แห่งการตีเหล็กของชายตรงหน้า

สำหรับเขาแล้ว มันให้ความรู้สึกเหมือนวัลเลียร์เกิดมาเพื่อเป็นช่างตีเหล็กโดยแท้ เขาหายใจ เดิน และใช้ชีวิตเพื่อสิ่งนี้ จากความคล่องแคล่วและความสง่างามในทุกการเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ภาพที่น่าตื่นตานี้ก็ต้องจบลงในที่สุด เมื่อรองเท้าชิ้นสุดท้ายของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตถูกตีเสร็จ วัลเลียร์ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะยืดเส้นยืดสายจนสุดเท่าที่ร่างกายจะรับไหว จากนั้นก็หันไปยิ้มให้กับทริสตัน

"ไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม ค่อยกลับมาทำต่อ?" เมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแล้ว วัลเลียร์ก็เอ่ยปากชวน ซึ่งทริสตันก็ตอบตกลงทันที ทั้งสองจึงออกจากโรงตีเหล็กชั่วคราว มุ่งหน้าไปยังโรงแรมของหมู่บ้านเพื่อหาอาหารกลางวัน วัลเลียร์สั่งมื้ออาหารชุดใหญ่พร้อมกับบอกทริสตันว่าเขายังมีของอีกอย่างหนึ่งที่ต้องตีขึ้น

ระหว่างที่กำลังกินกันอยู่ ทริสตันก็มองวัลเลียร์ด้วยความสงสัย เมื่อคำถามหนึ่งแวบเข้ามาในหัว

"เฮ้ วัลเลียร์ เจ้าพอจะบอกข้าได้ไหมว่า ลูกกลมสีน้ำเงินเข้มที่เจ้าทำขึ้นมาก่อนหน้านี้คืออะไร?"

น่าแปลกใจที่วัลเลียร์พยักหน้าตอบรับคำถามทันที ทำให้ทริสตันรีบตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น แต่แล้วความตื่นเต้นนั้นก็พังทลายลงทันที เมื่อเขาเห็นวัลเลียร์แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

"ข้าบอกเจ้าได้นะ… แต่เจ้าต้องยอมสละสิทธิ์ในยาเสริมพลังพวกนั้น เจ้าจะเลือกอะไรล่ะ?"

เมื่อได้ยินข้อเสนอของวัลเลียร์ ทริสตันก็ได้แต่เกาหัวเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ "เจ้ากดดันข้าสุดๆ เลยนะ รู้ตัวไหม?"

"ก็ข้าต้องเก็บไว้ใช้เองบ้างน่ะสิ จริงไหม?" วัลเลียร์หัวเราะเบาๆ "เอาเป็นว่าเจ้าจะได้เห็นว่ามันทำอะไรได้ในภายหลัง"

เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ทั้งสองก็กินอาหารกลางวันของตนต่อไป พร้อมกับพูดคุยเรื่องข่าวลือที่พวกเขาได้ยินมาจากคนในหมู่บ้าน

---

เมื่อกลับมาถึงโรงตีเหล็กหลังจากอิ่มท้อง วัลเลียร์ก็หยิบลูกกลมสีน้ำเงินเข้มลูกหนึ่งขึ้นมาถือไว้ให้ทริสตันดู ทำให้สายตาของทริสตันจ้องจับจ้องไปที่มันทันที จากนั้น เขาก็นำหมวกเกราะของชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตวางลงบนทั่งเหล็ก

แล้วโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า วัลเลียร์ก็กระแทกลูกกลมสีน้ำเงินเข้มลงไปบนหมวกเกราะ ทำให้ทริสตันเผลอคิดว่ามันต้องบุบแน่ๆ แต่พอวัลเลียร์ยกมือออก ก็ไม่มีรอยบุบให้เห็นเลย

ที่สำคัญไปกว่านั้น—ลูกกลมสีน้ำเงินเข้มหายไปแล้ว

"อะไร—" สีหน้าของทริสตันเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ และกำลังจะถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วความตกตะลึงของเขาก็ทวีคูณขึ้นไปอีก เมื่ออยู่ๆ หมวกเกราะก็เริ่มเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มออกมา

ทริสตันอ้าปากค้าง ขณะที่จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า

สองสามนาทีต่อมา แสงสีน้ำเงินเข้มรอบหมวกเกราะก็ค่อยๆ จางหายไป วัลเลียร์หยิบมันขึ้นมาวางไว้ข้างๆ ก่อนจะนำเกราะอกไปวางบนทั่ง จากนั้นก็หย่อนลูกกลมสีน้ำเงินเข้มอีกลูกลงไป

ขณะที่เกราะอกเริ่มเปล่งแสงเช่นเดียวกับหมวกเกราะก่อนหน้านี้ วัลเลียร์ก็ส่งหมวกเกราะที่เปลี่ยนไปแล้วให้ทริสตันพร้อมกับรอยยิ้ม "ลองใช้ [วิเคราะห์] ดูสิ"

แม้ยังไม่หายจากอาการตกตะลึง ทริสตันก็ทำตามคำแนะนำของวัลเลียร์ และในเวลาไม่นาน เขาก็หันมามองวัลเลียร์ด้วยสายตาที่เบิกกว้างกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก สลับไปมาระหว่างหมวกเกราะในมือกับชายตรงหน้า

"นี่… มันยังเป็นชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตแบบเดิมอยู่จริงๆ เหรอ?"

"ก็ประมาณนั้น" วัลเลียร์พยักหน้า ขณะที่ยกเกราะอกออกไปวางไว้ข้างๆ แล้วนำเกราะไหล่มาวางบนทั่งแทน "ข้ายังไม่ได้เช็คว่ามันเปลี่ยนคำอธิบายไปหรือเปล่า แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะขั้นตอนสุดท้ายนี้เป็นแค่การทดลองเท่านั้น"

"ทดลองงั้นเหรอ?" ทริสตันแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้… เป็นแค่การทดลอง?!"

"จากที่เจ้าแสดงออกมา คงต้องบอกว่าการทดลองนี้สำเร็จสินะ" วัลเลียร์หัวเราะ "ลองมองในแง่นี้ดู ข้าสามารถทำแบบนี้กับชุดเกราะในอนาคตได้อีกเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า ชุดเกราะที่เจ้าถืออยู่ในมือนี้ ก็คือชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตเวอร์ชันเสริมพลังแล้วสินะ"

"แค่เวอร์ชันเสริมพลัง? ด้วยความแตกต่างในค่าสเตตัสขนาดนี้เหรอ?" ทริสตันส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยื่นหน้าจอที่เขากำลังดูอยู่ให้วัลเลียร์ดู "เจ้าต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ"

"มันจะดีกว่าที่จะเรียกสิ่งที่ข้าถืออยู่ในมือตอนนี้คือ หนึ่งในชิ้นส่วนของ 'ชุดเซ็ตสุดยอดเกราะป้องกันอัสตาร์โต' เลยจะดีกว่า"

"…"

"…"

"ชื่อมันดูโอเวอร์ไปหน่อยไหม?"

จบบทที่ บทที่ 120 ชุดเซ็ตเกราะใหม่ (อ่านฟรี24-03-2025)

คัดลอกลิงก์แล้ว