- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 119 การตีเหล็กและการอัพเกรด (อ่านฟรี24-03-2025)
บทที่ 119 การตีเหล็กและการอัพเกรด (อ่านฟรี24-03-2025)
บทที่ 119 การตีเหล็กและการอัพเกรด (อ่านฟรี24-03-2025)
เมื่อมองไปที่ทักษะที่เขาได้รับจากการปลดล็อกความก้าวหน้า วัลเลียร์ก็อ่านคำอธิบายของมัน ขณะกำลังอ่าน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาคิดถึงวิธีอื่นๆ ในการเพิ่มพลังให้ตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง
'มันค่อนข้างแย่ที่การพัฒนาอุปกรณ์สามารถทำได้แค่ช่างตีเหล็กระดับแรงค์ 3 ขึ้นไป แม้แต่การพัฒนาอุปกรณ์ทั้งหมดที่ข้าจะใช้ในดันเจี้ยนให้อยู่ที่ระดับขั้น 1 ก็น่าจะช่วยให้ข้าสบายใจขึ้นได้เยอะ'
'แต่ถ้าคิดดูดีๆ การใช้ทั้งตีบวกและการเสริมพลังร่วมกันมันก็ดีกว่าการเสริมพลังเพียงอย่างเดียว' เขายักไหล่ก่อนจะปิดหน้าต่างตรงหน้า รู้สึกพึงพอใจเมื่อพบว่าการเปลี่ยนแปลงของทักษะที่เกิดจากคลาสของเขา ทำให้ความเร็วและอัตราความสำเร็จของตีบวกเพิ่มขึ้น
การตีบวกเป็นหนึ่งในสามฟีเจอร์หลักที่ใช้ในการเสริมความแข็งแกร่งของอุปกรณ์ โดยหลักการของมันคือการกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนเร้นของอุปกรณ์และปลุกพลังนั้นขึ้นมา จากนั้นจึงหลอมรวมมันให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ ซึ่งแตกต่างจากการเสริมพลังที่เน้นขัดเกลาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ไปถึงขีดสุด ทำให้ระดับของอุปกรณ์เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ตีบวกยังขึ้นอยู่กับระดับความหายากของอุปกรณ์เป็นหลัก โดยแต่ละระดับความหายากจะสามารถหลอมรวมได้สูงสุด 5 ขั้น ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ระดับ 'ธรรมดา' สามารถหลอมรวมได้ถึง +5 , อุปกรณ์ระดับ 'เหนือสามัญ' ถึง +10 , อุปกรณ์ระดับ 'หายาก' ถึง +15 และสูงขึ้นไปตามลำดับ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตีบวกของอุปกรณ์ผ่านระดับ +10 ไปแล้ว อัตราความสำเร็จในการเพิ่มขึ้นเป็น +11 จะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับ +15 ที่หาได้ยากมากหากไม่ใช้ ‘อัญมณีหลอมรวม’ ซึ่งสามารถหาได้จากดันเจี้ยนระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับของเขาในตอนนี้ วัลเลียร์ยังไม่มีช่องทางในการหา ‘อัญมณีหลอมรวม’ ได้ง่ายๆ นั่นจึงทำให้เขารู้สึกโล่งใจ เมื่อพบว่าทักษะหลอมรวมของเขามีอัตราความสำเร็จที่สูงขึ้น
เมื่อรู้สึกง่วงขึ้นมา วัลเลียร์อดหาวออกมาเบาๆ ไม่ได้ แม้ว่าอาการง่วงจะหายไปชั่วครู่ เมื่อเขานึกถึงหัวหอกที่เขาหลอมขึ้นมาในระหว่างการแข่งขันที่เมืองดาเนียริส เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด โดยมีความคิดกังวลเล็กๆ ว่าหอกของเขาอาจจะปฏิเสธการติดตั้งหัวหอกนี้
ทว่ามากกว่าที่จะลังเลในการดัดแปลงหอกของตน เพราะความคิดด้านลบที่ผุดขึ้นมาในหัว เขากลับถอนหายใจลึกๆ พร้อมกับวางความเชื่อมั่นลงไปในประสบการณ์อันโชกโชนจากชีวิตก่อนของเขาเกี่ยวกับการดัดแปลงอุปกรณ์
'เอาเถอะ ถ้ามันล้มเหลว ข้าก็แค่เพิ่มระดับสายสัมพันธ์กับอาวุธเป็นเลเวล 3 ก็เท่านั้น' เขาวางหัวหอกไว้ข้างตัว ก่อนจะเอนตัวลงนอนอีกครั้ง พลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปิดเปลือกตาลง คิดว่าขอใช้เวลาที่เหลือของวันนี้ไปกับการพักผ่อนบ้าง
…
เมื่อรุ่งเช้ามาถึง วัลเลียร์รู้สึกสดชื่นและมีพลังเต็มเปี่ยม สภาพจิตใจของเขาอยู่ในจุดที่ดีที่สุด ตั้งแต่เมื่อวานที่เขาได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบายๆ เขารู้สึกกระตือรือร้นเป็นพิเศษเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังจะทำในวันนี้
หลังจากทำกิจวัตรตอนเช้าตามปกติ เขาก็ออกจากค่ายทหารในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังคงค่อยๆ ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา ระหว่างทาง วัลเลียร์แวะซื้ออาหารเช้าเล็กๆ น้อยๆ ให้กับทริสตัน ก่อนจะเดินไปที่โรงตีเหล็ก
เมื่อไปถึง เขาเห็นทริสตันกำลังเปิดร้านพอดี
"ว่าไง? วันนี้ดูจะตื่นเช้ากว่าปกตินะ" วัลเลียร์พูดขึ้นพลางยกถุงอาหารเช้าในมือให้ทริสตันสังเกต เมื่อกลิ่นหอมของอาหารกระจายออกมาเบาๆ ทริสตันก็ก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะรับถุงไปจากมือของวัลเลียร์
"ข้าก็ควรพูดแบบเดียวกันกับเจ้า มันเกี่ยวกับวัสดุที่เจ้าให้ข้าหามาให้เมื่อวานนี้ใช่ไหม?" ทริสตันกล่าวพลางหยิบอาหารเช้าออกมาจากถุง ก่อนจะหันไปถามวัลเลียร์ว่าสิ่งนี้สำหรับเขาหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากวัลเลียร์ เขาก็กล่าวขอบคุณก่อนจะเริ่มทานอาหาร
วัลเลียร์หัวเราะเบาๆ กับท่าทางของทริสตันก่อนจะพยักหน้าตอบคำถามแรก "แน่นอน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวัสดุ ข้าคงไม่มาหาเจ้าแต่เช้าแบบนี้หรอก ว่าแต่… มันราคาเท่าไหร่?"
"ข้าต้องใช้เส้นสายหามาบางส่วน แต่รวมๆ แล้ว เจ้าติดหนี้ข้าอยู่สองเหรียญทอง" ทริสตันหยุดกินไปชั่วครู่ขณะตอบคำถาม "ถึงข้าจะพอเดาได้ว่าเจ้าจะเอาของพวกนี้ไปใช้ทำอะไรเป็นหลัก แต่บางส่วนข้าก็เดาไม่ออกเลย"
ได้ยินเช่นนั้น วัลเลียร์เผยรอยยิ้มที่รู้ทัน ก่อนจะเดินไปยังพื้นที่ทำงานของทริสตัน "เดี๋ยวอีกไม่นานเจ้าก็จะได้เห็นเอง ว่าแต่ข้าขอใช้เครื่องมือของเจ้าหน่อยได้ไหม?"
"ก็เจ้าใช้เครื่องมือของข้ามาตั้งหลายครั้งแล้ว ทำไมข้าต้องห้ามด้วยล่ะ?" ทริสตันตอบพร้อมกับยังเคี้ยวอาหารอยู่เล็กน้อย "แถมวันนี้ข้ากะจะตีแค่อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นเอง ตามสบายเลย"
"ยินดีเลยล่ะ" วัลเลียร์ยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปยังมุมหนึ่งของโรงตีเหล็กที่ทริสตันบอกว่าวัสดุที่เขาสั่งไว้อยู่ตรงนั้น หลังจากหยิบวัสดุขึ้นมาหลายชิ้น เขาก็โยนพวกมันส่วนใหญ่เข้าไปในเตาเผา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปลวไฟภายในร้อนพอที่จะทำให้พวกมันถึงอุณหภูมิที่ต้องการ
จับตาดูวัสดุแต่ละชิ้นในเตาเผาอย่างใกล้ชิด เขาหยิบชิ้นหนึ่งออกมาในเวลาต่อมา พลางจดจำช่วงเวลาที่วัสดุชิ้นอื่นจะถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมไว้ในใจ วางมันลงบนทั่งก่อนจะเริ่มลงค้อน ตีขึ้นรูปให้เป็นรูปร่างตามพิมพ์เขียวที่อยู่ในหัวของเขา 'เอาเหล็กอาซูร์มาใช้กับของแบบนี้ดูจะสิ้นเปลืองไปหน่อย แต่ข้าก็มีพิมพ์เขียวชุดเซ็ตเกราะแค่อันเดียว'
เขาไหวไหล่ในใจ ก่อนจะค่อยๆ ปรับจังหวะการตีให้เหมาะสม ใช้ความสามารถเพ่งสมาธิของทักษะ [ดวงตาอันเฉียบคมของนักพนัน] ช่วยเป็นระยะๆ ขณะที่เศษเหล็กอาซูร์บนทั่งค่อยๆ กลายเป็นรูปร่างของหมวกเกราะ
ในตอนนั้นเอง ทริสตันที่กินอาหารเช้าที่วัลเลียร์ซื้อให้เสร็จแล้ว ก็ยืนดูอยู่ข้างหลังเขา "เจ้ากำลังตีชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตอยู่สินะ?"
"ก็ข้ามีชุดเซ็ตเกราะแค่นี้" วัลเลียร์ตอบขณะนำหมวกเกราะที่ยังไม่เสร็จดีเข้าไปในเตาเผาอีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองทริสตัน "ถ้าเจ้ามีพิมพ์เขียวของชุดเซ็ตเกราะที่ดีกว่านี้ก็บอกได้นะ"
"น่าเสียดายที่ชุดเซ็ตเกราะป้องกันอัสตาร์โตเป็นเซ็ตที่ดีที่สุดที่ข้ามี" ทริสตันยิ้มขมขื่น "จริงๆ ข้ามีพิมพ์เขียวของเกราะที่ดีกว่านี้นะ แต่พวกมันเป็นแค่เศษชิ้นส่วนที่แยกกัน ถ้าเจ้าจะตีไว้ใช้สำหรับดันเจี้ยนใกล้หมู่บ้านล่ะก็ พวกนี้คงไม่ช่วยอะไร"
"ว่าแต่เจ้าจะตีชุดเกราะทั้งเซ็ตตามแบบพิมพ์เขียวเลย หรือจะปรับแต่งอะไรเพิ่มเข้าไป?" เขาถาม ก่อนจะตอบเองในอีกไม่นาน "แต่พอคิดอีกที พอรู้จักนิสัยของเจ้าแล้ว ข้าว่าแบบหลังแน่ๆ"
วัลเลียร์ยิ้มกว้างเป็นการตอบรับ ก่อนจะหยิบหมวกเกราะออกจากเตาเผาแล้วเริ่มลงค้อนต่อไป
"แน่นอนอยู่แล้ว"