เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10: แลกเปลี่ยน

Chapter 10: แลกเปลี่ยน

Chapter 10: แลกเปลี่ยน


 

“ให้ข้าพูดตรง ๆ เลยก็แล้วกัน หลานชาย ข้ามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้า!”

ผู้ดูแลหลินเหลือบมองโจวเหวินซินที่กำลังหงุดหงิด ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองฟางหยวน

“บิดาของข้าป่วย และข้าได้ยินมาว่าคุณชายน้อยมีความสามารถทางการแพทย์สูงนัก ข้ามาเพื่อขอยาสักเทียบ!”

คุณชายรองตระกูลโจวได้รับการอบรมสั่งสอนมาดีและขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ “ข้าหวังว่าคุณชายน้อยจะช่วยพวกข้าได้ ทั้งตระกูลโจวจะรู้สึกขอบคุณยิ่ง”

ที่ข้าง ๆ เขา โจวเหวินซินทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ยั้งเอาไว้เมื่อเห็นพี่ชายของนางเหลือบมองมาดุ ๆ

‘ไม่คิดเลยว่าแค่เรื่องเล็ก ๆ ในเมืองนั่นจะย้อนกลับมาและไล่ตามข้านัก..’

ฟางหยวนยังคงเงียบ

เขาสังเกตเห็นเสื้อผ้าราคาแพงบนร่างของพี่น้องตระกูลโจว รวมทั้งข้ารับใช้ตัวโตเหล่านั้น ถ้าตอนนี้ไม่มีผู้ดูแลหลินอยู่ด้วย คนพวกนี้คงไม่สุภาพเช่นนี้

ส่วนผู้ดูแลหลินนั้น เพราะการถอนหมั้นก่อนหน้านี้ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่แน่นแฟ้นเหมือนเดิม

นอกเสียจากฟางหยวนจะรับความช่วยเหลือจากฮวาหูเตียวฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดแล้วหนีไป เขาคงไม่สามารถหลุดจากสถานการณ์นี้

‘จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังข่มเหงข้า...’

ฟางหยวนครุ่นคิดเงียบ ๆ และพูดออกไปว่า “พี่ชาย ท่านมาช้าไป อาจารย์ของข้า อาจารย์เวิ่นซินต่างหากที่เป็นหมอที่เก่งกาจ ส่วนข้าน่ะเหรอ? ข้าแค่เรียนรู้เรื่องพื้นฐานนิดหน่อยจากท่านเท่านั้น และก่อนที่จะได้ตรวจพ่อของท่าน ข้าไม่สามารถประเมินอาการเขาได้...”

“แก ไอ้คนเลว..”

เขาแค่คิดวางแผนหาทางรอดให้ตัวเอง แต่ไม่คิดเลยว่า โจวเหวินซินจะรู้สึกอยุติธรรมและเริ่มร้องไห้ออกมา

สำหรับนาง การถูกฟางหยวนกลั่นแกล้งเมื่อครั้งนั้นในเมืองเป็นการถูกรังแกรุนแรงที่สุดที่นางเคยได้รับมาก่อน

แล้วตอนนี้ แม้ว่าพวกนางจะมาหาเขาและข้อร้องอย่างสุภาพให้เขาช่วย เขาก็ยังปฏิเสธพวกนาง!

นี่ทำให้โจวเหวินซินรู้สึกโกรธเกรี้ยวมากขึ้นจนน้ำตาไหล

“ฮ่าฮ่า.. ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว ต่อให้อาจารย์เวิ่นซินไม่อยู่แล้ว ข้าจำได้ว่าพวกท่านมีสมุนไพรคุณภาพสูงอยู่ใช่หรือไม่ ถ้าข้าสามารถขอแบ่งสักส่วนหนึ่งไปรักษาท่านผู้เฒ่าโจวให้ดีขึ้น นั่นก็พอแล้ว...”

ผู้ดูแลหลินยิ้มแล้วถูมือทั้งสองเข้าด้วยกัน

ตรงกันข้าม ฟางหยวนขมวดคิ้วแล้วรู้สึกว่าไม่สามารถเชื่อเขาได้

ความสัมพันธ์ของผู้ดูแลหลินและฟางหยวนเคยดีมากพอที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้จักอีกฝ่ายดี

ฟางหยวนดีใจที่ตนเองไม่ใช่อาจารย์เวิ่นซินเอง ไม่อย่างนั้นถ้าผู้ดูแลหลินรู้เรื่องต้นชาชำระจิต ฟางหยวนคงจะเจอปัญหาแน่ ๆ

“เอ๋? ที่เราพบกันก่อนหน้านี้ คุณชายน้อยชายโสมแดง แม้ว่าโสมแดงจะอายุน้อยไปสักนิด แต่สรรพคุณทางยาดีอย่างเหลือเชื่อ! หลังจากท่านพ่อทานเข้าไป อาการก็ดีขึ้น!”

คุณชายรองตระกูลโจวพยักหน้าเมื่อคิดถึงบางอย่างได้ และดูดีใจ

ฟางหยวนกลอกตาแต่ก็ไม่อยากดูไม่น่าเชื่อถือต่อหน้าผู้ดูแลหลิน

ฟางหยวนเหมือนถูกเปิดโปง ชั่วครู่ใหญ่ ๆ ถึงได้ตอบออกมา “ผู้ดูแลหลินก็รู้ว่าอาจารย์เวิ่นซินและข้าอาศัยอยู่ในหุบเขามาเกือบ 20 ปี ดังนั้นสมุนไพรภูเขาที่อายุมากที่พวกมีอยู่ ล้วนเป็นอาจารย์ของข้าเก็บจากเทือกเขาลึก ๆ มันมีอยู่จำกัด และนั่นคือทั้งหมดที่เรามีตอนนี้...”

“ข้าเข้าใจ..”

ผู้ดูแลหลินรู้สึกอับอายเพราะเขารู้ว่าอาจารย์เวิ่นซินนั้นเก่งกาจเป็นตำนานสามารถท่องไปในภูเขาป่าดงดิบเหมือนเป็นพื้นราบ แต่ฟางหยวนเล่า? เขาไม่ได้มีความสามารถแบบนั้น

และดังนั้นการเจาะจงสมุนไพรจากบนเขาที่มีจำกัดของฟางหยวนนั้นก็ดูจะเกินไปสักนิด

แต่เพื่ออนาคตของเหลยเยว่ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถาม

“หลานชาย ถ้าเจ้าอยากได้อะไรหรือมีข้อเรียกร้องอะไรที่ข้าช่วยเจ้าได้ก็บอกมาเลย!”

“ใช่แล้ว ตระกูลโจวประกาศไว้ว่าถ้าคุณชายน้อยสามารถรักษาท่านพ่อของข้าได้ ท่านสามารถเรียกร้องอะไรก็ได้” คุณชายรองตระกูลโจวย้ำ

“ถ้าอย่างนั้น...”

ฟางหยวนรู้สึกยินดีเพราะนี่ต่างหากคือสิ่งที่เขาอยากได้จริง ๆ เขาเกรงว่าเขาจะไม่ได้รับอะไรเป็นค่าสมุนไพรกลับมา ความชื่นชมของมนุษย์นั้นเชื่อถือไม่ได้ที่สุดแล้วเพราะคนผู้หนึ่งสามารถลืมมันไปวันไหนก็ได้ ผู้ดูแลหลินทำถูกแล้วที่คิดถึงเรื่องนี้และตกลงรับปากให้ค่าตอบแทน

“สำหรับสมุนไพรล้ำค่า ที่ข้ามีเหลืออยู่กับตัวนั้นเป็นโสมแดงอายุ 60 ปีต้นหนึ่ง แน่นอนว่าเป็นของแท้ แต่ข้าไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันจะทำให้เหล่าโจวอาการดีขึ้น เพราะงั้นข้าจะไม่เรียกร้องอะไร แต่เพราะว่าข้าอาศัยอยู่ในป่าเขา ข้าอยากจะเรียนรู้วรยุทธ์เพื่อป้องกันตัวเอง ดังนั้น ข้าหวังว่าจะเป็นไปได้ที่จะได้รับตำรายุทธ์สักเล่มหรืออะไรคล้ายกันนั้น...”

“เจ้าอยากเรียนวรยุทธ์?”

ผู้ดูแลหลินดูตกใจ ใช้เวลาครู่หนึ่งในการสังเกตภูเขาและป่าที่ล้อมรอบอยู่ และดูจะเข้าใจขึ้นมาได้บ้าง

ส่วนพี่น้องตระกูลโจวนั้น ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

จากปฏิกิริยาของพวกเขา ฟางหยวนก็รู้เลยว่าพวกเขาคิดไปไกลแล้วว่าเขาต้องการแอบฝึกวิทยายุทธ์ของตระกูลโจว เขารีบโบกมือไปมา “แน่นอนว่าข้าต้องการแค่วิชายุทธ์พื้นฐานเท่านั้น เพียงเพื่อใช้ป้องกันตัว ข้าไม่ได้หวังถึงวิชาลับอะไรนั่น ผู้ดูแลหลินหาอะไรประเภทวิชาลมปราณที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปแบบที่เรียนรู้ได้ง่าย นั่นก็เพียงพอแล้ว!”

“โอ้ นี่.. นี่ง่ายมาก...”

ผู้ดูแลหลินลูบเคราของตนเอง ลึกลงไปรู้สึกโล่งใจขึ้น

ถ้าฟางหยวนเรียกร้องวิทยายุทธ์หลักของสำนักกุยหลิง แม้พี่น้องตระกูลจะตกลง ทางสำนักก็ย่อมไม่เห็นด้วยอยู่ดี

แค่วิทยายุทธ์พื้นฐานที่สุด? ไม่ระบุชนิด?

ด้วยฐานะของตระกูลโจว ผู้มีวรยุทธ์มากมายได้รับคัดเลือกเข้าไปเพื่อปกป้องตระกูล เมื่อเอาตำรายุทธ์ของคนพวกนั้นมารวมกัน พวกเขาย่อมมีตำราพวกนี้อยู่บ้าง

หรือไม่อย่างนั้น ตำราฝึกลมปราณทั่ว ๆ ไปนั้นก็มีเผยแพร่อยู่ ดังนั้นการจะหามาสักเล่มย่อมไม่เป็นปัญหา

“คำขอนี้ง่ายดายมาก ข้ายอมรับคำขอนี้แทนตระกูลโจว! ต้องการเมื่อไหร่ก็ไปหาข้า!”

ผู้ดูแลหลินยิ้มกับตัวเอง

“ดี นั่นเป็นสัญญา โสมแดงอายุ 60 ปีต้นหนึ่งกับตำรายุทธ์ ไม่รวมอย่างอื่น ดังนั้น นี่จึงไม่รวมกับรางวัลจากตระกูลโจว! นี่เป็นข้อตกลงของผู้ดูแลหลินกับข้า!”

เมื่อเห็นว่าผู้ดูแลหลินพยายามยื่นมาเข้ามาขนาดนี้ ฟางหยวนก็เข้าใจว่าการยอมยกความชอบนี้ให้ผู้อื่นจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นชัดเจน

“ตกลง!”

พี่น้องตระกูลโจวมองหน้ากันและรู้สึกว่าตนเองทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะพูดอะไรได้ และทำให้แค่เป็นผู้สังเกตการณ์ผู้อื่นบรรลุข้อตกลงกัน

ส่วนโจวเหวินซิน นางพึมพำประโยคหนึ่งอย่างหงุดหงิด “ไม่ใช่ว่าเจ้าแก่เกินเรียนวิชายุทธ์ไปแล้วรึ? คิคิ... เจ้าไม่รู้จักกระทั่ง 12 ประตูทอง แล้วเจ้ายังอยากจะบรรลุวิชายุทธ์อีก?”

น้ำเสียงของนางออกไปในทางดูหมิ่น

ฟางหยวนยังคงใจเย็นราวกับไม่ได้ยินที่นางพูด เขาแอบจำคำ ‘12 ประตูทอง’ เอาไว้ค้นหาในภายหลัง

“กรุณาตามข้ามา ผู้ดูแลหลิน!”

ฟางหยวนเปิดประตูห้องเก็บของแล้วเชิญผู้ดูแลหลินเข้าไป เขาไม่ได้ห้ามพี่น้องตระกูลโจวตามเข้าไปในห้อง

ตราบเท่าที่ชาชำระจิตและข้าวหยกแดงยังเป็นความลับอยู่ มันก็ไม่เป็นไรถ้าสมุนไพรที่เขาเก็บไว้จะมีคนอื่นเห็น

เมื่อปล่อยให้พวกเขาเข้ามา ก็จะกำจัดความคิดละโมบใดที่พวกเขาอาจจะมีออกไปได้ด้วย

ไม่อย่างนั้น ต่อไปภายหน้า ไม่ใช่ว่ามันจะกลายเป็นเรื่องปกติที่พอใครป่วยก็มาที่นี่เพื่อขอสมุนไพรหรอกเหรอ?

“ฮืม เจ้าเก็บของได้เรียบร้อยและเป็นระเบียบมาก”

ภายในห้องเก็บของ อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนแรง โจวเหวินซินปิดจมูก แต่ผู้ดูแลหลินกลับไพล่มือทั้งสองไว้ที่ด้านหลัง “ข้าวหยกมุกนี่พิเศษมากและปลูกด้วยวิธีที่ดีที่สุด ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้กินข้าวนี้ ข้าก็ไม่คิดถึงอาหารและกระทั่งกลิ่นเนื้อก็ไม่สามารถดึงดูดข้าได้อีกเลย...”

“ถ้าผู้ดูแลหลินชอบ ก่อนกลับท่านก็แบ่งไปสักหน่อย...”

ฟางหยวนตอบโดยไม่หันกลับมา

นี่ทำให้โจวเหวินซินนึกถึงครั้งแรกที่นางได้พบฟางหยวนและถูกทำให้อับอายและโมโหในเวลาเดียวกัน

ตลอดทางจนมาถึงที่ท้ายห้องเก็บของเป็นแถวของชั้นไม้ ที่บนนั้นมีกล่องเปล่ามากมายวางอยู่

ฟางหยวนเดินไปทางขวาของห้อง หยิบกล่องหนึ่งออกมายื่นให้ “ผู้ดูแลหลิน เชิญรับไป!”

ผู้ดูแลหลินรับกล่องมาเปิด ข้างในเป็นโสมต้นใหญ่สีแดงเข้มราวหยก ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดี มีคุณภาพสูงเยี่ยม และที่ดีที่สุดก็คือรากของโสมต้นนี้ไม่มีตรงไหนเสียหายเลย

“อืม ดีมาก! ดีมาก!”

สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง และลอบส่ายหน้าด้วยความไม่พอใจ ‘ดูเหมือนว่าห้องเก็บของของอาจารย์เวิ่นซินคงจะว่างเปล่าเร็ว ๆ นี้จริง ๆ ..’

“ดี! ดี! ดีจริง ๆ!”

คุณชายรองตระกูลโจวเหลือบมองโสมแดงแวบหนึ่งแล้วก็รู้สึกยินดีมาก “คุณค่าทางยาของโสมนี่อย่างน้อย ก็ 60 ปีเพราะว่าคุณค่าทางยาของโสมแดงนั้นจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โสมแดงอายุเกิน 50 ปีนั้นหายากยิ่งนัก! ตอนนี้ท่านพ่อมีหวังแล้ว!”

“อืม เก็บให้ดีล่ะ”

มองโสมแดงในมือ ผู้ดูแลหลินก็รู้สึกลังเล แต่ก็ยังคงส่งให้คุณชายรองเก็บเอาไว้ แล้วบอกฟางหยวน “ไม่ต้องห่วง ตำรายุทธ์ที่เจ้าอยากได้จะส่งมาให้แน่นอน”

“ขอบคุณมาก ผู้ดูแลหลิน!”

ฟางหยวนประสานหมัดกล่าวขอบคุณ

“อืม อย่างนั้นข้าขอตัวแล้ว!”

อยู่ต่อหลังข้อตกลงสำเร็จแล้วจะอิหลักอิเหลื่อกันเสียเปล่า ๆ ผู้ดูแลหลิน รวมทั้งตระกูลโจวเดินออกไปแล้วหายลับไปนอกหุบเขา

“กิกิ๊?!”

ฟางหยวนถอนหายใจยาวดูพวกเขาจากไป

ในตอนนั้นเองที่ประกายสีขาวแวบออกมา ฮวาหูเตียวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันชี้เท้าไปรอบ ๆ และในดวงตาดูมีความสงสัย

“คราวนี้เจ้ายังไม่ต้องสู้...”

ฟางหยวนลูบหัวฮวาหูเตียวและพึมพำให้มันฟัง “ครั้งหน้า หากข้าไม่อยู่ ถ้าใครเข้ามาถึงในสวน ฆ่ามันซะ เข้าใจไหม?”

ฮวาหูเตียวสามารถเข้าใจความหมายของฟางหยวนและพยักหัวเล็ก ๆ ของมันเหมือนมนุษย์

“ข้าไม่แน่ใจว่าโสมแดงหนึ่งต้นจะรักษาอาการป่วยของเหล่าโจวได้ และถ้ารักษาไม่ได้จริง ๆ เรื่องหลังจากนั้นน่าจะเป็นปัญหาแล้ว...”

ฟางหยวนมองที่สถานะของตัวเอง

“[การแพทย์(ระดับ 1)] สามารถรักษาแผลทั่วไป รวมถึงแผลระดับกลาง และเมื่อใช้สมุนไพร จะให้ผลการรักษาดีขึ้น”

“[การดูแลพืช (ระดับ 3)] เจ้าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ใช้ประโยชน์จากพืชผลของเจ้าได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ถูกจำกัด มีโอกาสเล็กน้อยที่พืชผลจะพัฒนาไปเป็นสายพันธุ์พิเศษ!”

“แผลระดับกลาง ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการของเหล่าโจวจะสามารถใช้คำว่าระดับกลางได้หรือไม่... แต่ถ้าใช้สมุนไพรจะให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น คงจะดีถ้ามันใช้การได้จริง...”

ตอนนี้ฟางหยวนอยากจะเพิ่มระดับ [การแพทย์] ของเขา

จากการทดลองใน [การดูแลพืช] ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าถ้าจะเพิ่มระดับก็ต้องมีความชำนาญและการฝึกอย่างจริงจัง

[การดูแลพืช] ของเขานั้นเพิ่มเป็นระดับ 2 จากการปลูกพืชสารพัดชนิด แต่ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากพืชวิญญาณ เขาคงจะไม่สามารถเพิ่มเป็นระดับ 3 ได้

ถ้าจะเพิ่มระดับ [การแพทย์] ของเขา เขาจะต้องเริ่มรักษาคนไข้จำนวนมากทีเดียว

“ฮืม... ตระกูลโจวเหรอ? ฮ่าฮ่า”

ฟางหยวนส่ายหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก

จบบทที่ Chapter 10: แลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว