เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 2: ค่าสถานะ

Chapter 2: ค่าสถานะ

Chapter 2: ค่าสถานะ


 

เที่ยงคืน พระจันทร์กระจ่างกลางฟ้า

ที่ด้านหลังหุบเขามีเส้นทางลับ หลังจากเดินเลาะผ่านพุ่มไม้เพียงสั้น ๆ ก็จะพบผืนพรมหญ้ากว้างใหญ่มีพืชและสัตว์นานาพรรณ

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น บรรยากาศในหุบเขาชัดตา นี่ทำให้ผู้ดูแลหลินและอวี้ชิวเหลิ่งประหลาดใจ แต่ในเมื่อพวกเขามาถึงแล้ว จะไม่เดินสำรวจต่อก็กระไร?

เมล็ดข้าวโตราวไข่มุก สะท้อนแสงจันทร์

ต้นไม้ผลไม้อุดมสมบูรณ์ มีเหอโฉ่วอูที่ยิ่งมีสีเข้มก็ยิ่งมีสรรพคุณในการรักษาสูง และที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้มีสีม่วงเกือบดำ และยังมีหั่วหลงชู่ หลานซิงเฉ่า พืชสมุนไพรทั่วไปและพืชผลอื่น ๆ อีกมากมาย ราวกับว่าผืนดินบริเวณนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตะลึง

แน่นอนว่าถ้ามีใครค้นพบสถานที่นี้ คงไม่พ้นพยายามหาประโยชน์จากมัน

มีแค่ในตำนานเท่านั้นที่จะมีสถานที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้!

และสถานที่นี้เป็นของสำนักกุยหลิง

ถ้าฟางหยวนรู้เรื่องสถานที่นี้ เขาคงจะแค่นเสียงใส่เพราะมีแค่เขาที่รู้ว่าแม้ว่าสถานที่นี้จะอุดมสมบูรณ์เพียงไร มันก็ยังไม่สามารถเปรียบกับที่กล่าวไว้ในตำนานได้

 

“ท่านอาจารย์...”

ฟางหยวนยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพว่างเปล่าอย่างเศร้าโศก

เขาเป็นกำพร้า และได้ท่านอาจารย์เวิ่นซินอุปการะเลี้ยงดู ท่านอาจารย์เวิ่นซินเป็นผู้มากความสามารถและมีชีวิตเรียบง่าย เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญการแพทย์และพืชยิ่งนัก

ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต ได้สั่งให้ฟางหยวนเผาศพของตน และโปรยปรายอัฐิไปทั่วหุบเขา และถ้าฟางหยวนอยากจะแสดงความเคารพท่าน ก็ให้ตั้งป้ายหลุมศพก็พอ

หลังจากทิ้งคำสั่งเสียแก่ฟางหยวน ท่านอาจารย์เวิ่นซินก็หลับตาลงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วฟางหยวนก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากดำเนินชีวิตลำพังต่อไป เขาคิดว่าอาจารย์ของเขาจะต้องมีศัตรูมากมายและเกรงว่าพวกมันจะมาตามหาแม้จะตายตกลงไป อาจารย์จึงได้ตัดสินใจให้เผาร่างของท่านและตั้งป้ายหลุมศพเปล่า จะไม่มีใครอื่นใดสามารถตามรอยท่านอาจารย์เวิ่นซินได้อีกต่อไป

“ข้าปลูกดอกชาที่ท่านชอบ... และจิ๋วจื่อเหอก็เริ่มแตกหน่อแล้วเหมือนกัน...” ฟางหยวนพึมพำต่อหน้าป้ายหลุมศพ “อ้อ... และผู้ดูแลหลินก็มาขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย แต่เขาส่งของขวัญให้ข้ามากมาย รวมถึงข้าวหยกแดงที่ท่านเคยพูดถึงด้วย ข้าจะปลูกมันคืนนี้!”

หลังจากที่ไหว้หลุมศพเสร็จ ฟางหยวนก็เดินไปยังแปลงปลูกใหม่ที่ยังว่างเปล่า

พระจันทร์ลอยสูงขึ้นกลางฟ้า แสงจันทร์ส่องสว่าง ทำให้มองเห็นรอบ ๆ ได้ชัดเจน

ด้วยแสงสว่างจากพระจันทร์ ฟางหยวนใช้จอบค่อย ๆ ขุดหลุมและโปรยเมล็ดข้าวหยกแดงลงไป

“ข้าวหยกแดงนี้จำต้องปลูกในเวลากลางคืน น้ำที่ใช้ต้องมาจากท้องฟ้าโดยตรง น้ำพุที่ในหุบเขานี้เกือบจะใช้การไม่ได้ เมื่อหว่านเมล็ดครั้งแรกต้องพรวนดินให้ร่วนซุยทุกสามชั่วยาม แล้วยังต้องใส่ไหหั่วเย่...”

ฟางหยวนนั้นเชี่ยวชาญ [การดูแลพืช] ภายใต้การสอนของท่านอาจารย์เวิ่นซิน แต่ขาดการฝึกปฏิบัติ

แม้ว่าจะดูไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายอะไร แต่เหงื่อของเขาก็ยังไหลพรั่งพรูลงดิน

พืชวิญญาณบอบบางกว่าพืชชนิดอื่น ๆ มาก ดังนั้นการปลูกพืชพวกนี้จึงต้องใช้ความพยายามมากกว่า

เมื่อฟางหยวนปลูกเมล็ดสุดท้ายลงดิน แสงอาทิตย์ก็เริ่มมองเห็นได้ที่ขอบฟ้า

“ฟู่... ในที่สุดก็เสร็จแล้ว...” ฟางหยวนปาดเหงื่อและถอนหายใจยาว “นี่เป็นพืชวิญญาณ มันจะทำให้ [การดูแลพืช] ของข้าพัฒนาขึ้นบ้างหรือเปล่านะ?”

ลึกลงไปในหัวใจของเขา มีความลับอยู่

ตั้งแต่เด็ก ยามหลับเขามักจะฝัน ในความฝัน มันแปลกประหลาดแต่ก็เหมือนจริงมาก ภายในความฝัน เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ใช้ชีวิตในแบบอื่น ๆ

การอาศัยอยู่ในหุบเขาและน้อยนักที่จะย่างเท้าออกไปข้างนอก มันน่าประหลาดใจที่กิริยาของเขาดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุ และเฉลียวฉลาดกว่าผู้อื่นทั่วไป

และยังมีความพิเศษอื่น หรือจะเรียกว่า พรสวรรค์

ประกอบกับความคิดของฟางหยวน สิ่งที่เขามองเห็นได้คนเดียวปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

“ชื่อเต็ม: ฟางหยวน

พลังกาย: 1

พลังลมปราณ: 1

พลังเวทย์: 1

อายุ: 18

ระดับการฝึกตน: ไม่มี

วิทยายุทธ์: ไม่มี

ทักษะ: [การแพทย์ (ระดับ 1)], [การดูแลพืช (ระดับ 2)]”

มุมมองคล้ายเกมที่ในความฝันนี้คือความลับที่ใหญ่ที่สุดของฟางหยวน

และมันยังมีความพิเศษ

เมื่อเขาเพ่งไปที่ ‘ทักษะ’ จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นมา

“[การแพทย์ (ระดับ 1)] สามารถรักษาแผลเบื้องต้น รวมถึงแผลที่ไม่รุนแรง และเมื่อใช้พืชสมุนไพรในการรักษาจะให้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น”

“[การดูแลพืช (ระดับ 2)] นักพฤกษศาสตร์ที่มีความชำนาญ สามารถปลูกพืชธรรมดาใด ๆ ให้เติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ดังนั้น [การดูแลพืช] คือเหตุผลเบื้องหลังของเทือกเขาและหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์นี้

“พลังกาย, พลังลมปราณ และพลังเวทย์นั้น เมื่อเกิดมาก็มีอยู่หนึ่งแล้ว ในขณะที่วิทยายุทธ์และระดับการฝึกตนนั้นขึ้นกับความมุ่งมั่นของแต่ละคน และสุดท้าย ทักษะ ต้องได้รับการสั่งสอนจากผู้อื่น...”

หลังจากไตร่ตรองมาหลายปี ฟางหยวนก็เข้าใจคุณลักษณะพวกนี้มากขึ้น

“ตัวข้าในตอนนี้มีความสามารถทางกายเทียบเท่ากับผู้ชายโตเต็มวัยธรรมดา แต่ว่าทักษะ...”

เขารู้ดีว่า ในส่วนของทักษะ ยังมีลักษณะคล้าย ๆ กับการเก็บประสบการณ์ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นได้อย่างจำกัด เฉพาะเมื่อมีการฝึกและพัฒนาความสามารถของเจ้าตัวเท่านั้นที่ระดับความเชี่ยวชาญจะเพิ่มมากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น [การแพทย์] แม้ว่าท่านอาจารย์เวิ่นซินจะมีความสามารถทางการแพทย์สูงส่งอย่างไม่อาจเทียบได้ และคอยให้คำแนะนำแก่ฟางหยวน แต่โชคไม่ดีที่ฟางหยวนมีผู้ป่วยให้เขาฝึกฝนด้วยจำกัด และเขาไม่สามารถใช้อาจารย์ของตัวเองเป็นผู้ป่วยลองมือได้ เนื่องจากการขาดการฝึกฝน ตั้งแต่เริ่มต้นจนบัดนี้เขาก็ยังคงติดอยู่ที่ระดับ 1 แม้ว่าเขาจะได้รับคำชมจากอาจารย์เวิ่นซินและประเมินได้ว่าเขามีความสามารถราว ๆ สามในสิบส่วนของอาจารย์เวิ่นซินแล้วก็ตาม

ตรงกันข้าม [การดูแลพืช] ของเขาพัฒนาขึ้นอย่างมากหลังจากท่านอาจารย์เวิ่นซินจากไปเพราะว่าเขาไม่ต้องคอยระวังอีกต่อไปแล้ว ด้วยการฝึกฝนอย่างหนัก เขาสามารถขึ้นถึงระดับ 2 ได้ และผลลัพธ์นั้นก็เกินคาด

จากที่ฟางหยวนคาดเดาเองนั้น แม้แต่อาจารย์เวิ่นซินก็ยังมีความชำนาญไม่เท่าเขาในด้านการดูแลพืช

หลังจากขึ้นระดับ 2 ก็เหมือนกับการพัฒนาในด้าน [การดูแลพืช] ของเขาจะหยุดลง แม้ว่าจะปลูกพืชจำนวนมากแต่ก็ดูจะยังไม่สามารถเลื่อนระดับได้ง่าย ๆ หลังจากพยายามหลายครั้งครา ฟางหยวนก็ตัดสินใจที่จะลองปลูกพืชวิญญาณและพืชเซียน

แต่เพราะว่าพืชพวกนี้หาได้ยากมาก แม้แต่ผู้ดูแลหลินเองก็ต้องรอจนกระทั่งบุตรสาวได้เข้าสำนักกุยหลิงก่อนที่จะได้รับเมล็ดพืชเหล่านี้มาเป็นของขวัญ

“ข้าวหยกแดง แม้ว่าจะเป็นพืชวิญญาณระดับต่ำสุด แต่ในสำนักกุยหลิงเอง ข้าเชื่อว่ามีแต่อู่จงและทายาทสายตรงเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรส...”

ฟางหยวนถอนหายใจ

ผู้ดูแลหลินให้เมล็ดพืชนี้แก่เขาเพื่อเป็นของขวัญโดยไม่ได้คิดเลยว่าฟางหยวนจะสามารถทำอะไรกับมันได้บ้าง

ซึ่งก็จริง ถ้าไม่เพราะ [การดูแลพืช] ฟางหยวนก็ไม่ต้องการพืชวิญญาณใด

แต่ถ้า ถ้าผู้ดูแลหลินสามารถช่วยให้เขาผ่านระดับ 2 ของ [การดูแลพืช] ด้วยการใช้พืชวิญญาณ นั่นก็ดียิ่งแล้ว

ตอนนี้ก็ถึงเวลาตรวจสอบผลลัพธ์แล้ว!

ฟางหยวนเหลือบมองไปทางแปลงดินที่ปกคลุมข้าวหยกแดงเอาไว้

ประกอบกับแสงอาทิตย์ที่เริ่มส่องสว่าง แสงสีขาวที่มีแต่เขาที่มองเห็นก็ปรากฏขึ้นจากพื้นดินและค่อย ๆ รวมตัวกันรอบ ๆ ส่วนของ ‘ทักษะ’ ในหน้าต่างข้อมูลของเขา

ด้านหลัง [การดูแลพืช] คำว่า ‘ระดับ 2’ ค่อย ๆ พร่ามัว แล้วกลายเป็น ‘ระดับ 3’!

ระดับ 3 [การดูแลพืช]!

ฟางหยวนขยี้ตาให้แน่ใจว่าเขามองไม่ผิด ก่อนจะยิ้มกับตัวเองและอุทานด้วยความดีใจ “ฮ่า ๆ .. ฮ่า ๆๆ ข้าทำสำเร็จ!”

เหตุผลของความดีใจนี้ก็คือ คำอธิบายของ [การดูแลพืช] เปลี่ยนไป

“การดูแลพืช (ระดับ 3) -- เจ้าเป็นผู้ที่มีความชำนาญในด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ใช้ประโยชน์จากพืชผลของเจ้าได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ถูกจำกัด มีโอกาสเล็กน้อยที่พืชผลจะพัฒนาไปเป็นสายพันธุ์พิเศษ!”

โอกาสพัฒนาเล็กน้อยอะไรนั่นไม่ได้อะไรกับฟางหยวน แต่นี่หมายความว่าทักษะและความสามารถของคนผู้หนึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก!

เมื่อความคิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้ว มันก็หมายถึงว่าฟางหยวนสามารถที่จะบรรลุสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ได้!

แม้ว่าการเพิ่มระดับ [การดูแลพืช] จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่รายละเอียดที่เพิ่มขึ้นมานั้นเหลือเชื่อ ลองคิดดูว่าถ้าเป็นทักษะอื่นหรือวิทยายุทธ์ จะเป็นอย่างไร?

“พัฒนาไปเป็นสายพันธุ์พิเศษ?”

หลังจากสงบใจลงได้ ฟางหยวนก็เริ่มพิจารณาความสามารถใหม่ของเขาทันที

“พืชธรรมดาจะโตเต็มที่ได้ภายใต้การดูแลของข้า บางครั้ง...พืชธรรมดาพวกนี้ก็สามารถพัฒนาไปเป็นพืชวิญญาณได้?”

เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่หนึ่ง ในใจเขานั้นลิงโลดยิ่งจนเกือบจะระเบิดออกมา ถ้าเขาคาดเดาถูกต้อง ความสามารถใหม่ของเขานี้ห้ามเปิดเผยออกไปภายนอกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะถูกสำนักอื่น ๆ จับตัวไปและทำการทดลองเหมือนเขาเป็นหนูตะเภาหรืออาจจะต้องเป็นคนสวนไปตลอดชีวิต

“หลังจากยืนยันความสามารถใหม่ของข้าได้ ข้าควรจะมองหาวิทยายุทธ์สักอย่าง...”

หลังจากใจเย็นลงแล้ว ฟางหยวนก็มองอาหารเช้าของตัวเอง ความรู้สึกซับซ้อน

วัตถุดิบในหุบเขานี้มีเหลือเฟือ และอาหารที่เขาปรุงด้วยตัวเองก็ดีมาก

จานหลักคือปลาที่จับได้สด ๆ ย่างจนหนังกรอบและเนื้อด้านในนุ่มเด้งไร้กลิ่นคาว มันละลายในปาก เนื้อนุ่มลิ้นยิ่งนัก

เขาดื่มน้ำบริสุทธิ์จากน้ำพุบนเขา รสหวานและสดชื่น

นอกจากนี้ยังมีอวี้จู๋*และเจียงกั๋ว**ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง

เขาตักอวี้จู๋เป็นคำแรก แล้วตามด้วยปลาย่างคำโต “อืม... อร่อย! อร่อยมาก! ข้าได้ยินมาว่าสำนักกุยหลิงนั้นเป็นสำนักใหญ่สุดในรัศมีร้อยลี้ ข้าสงสัยนักว่าบรรยากาศที่นั่นจะเป็นแบบไหน อู่จงคืออย่างไร? จะว่าไป ข้าไม่เคยรู้เลยว่าที่โลกด้านนอกนั้นเป็นอย่างไร? น่าเสียดาย... ท่านอาจารย์ไม่ได้ทิ้งตำราวิทยายุทธ์ลับใดไว้ให้ ท่านไม่ได้เป็นผู้ไร้ชื่อเสียงมิใช่หรือ? เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีตำราวิทยายุทธ์ตกทอดไว้? ไม่สมเหตุสมผลเลย!”

หลังจากอาศัยอยู่ในหุบเขามาสิบแปดปี ฟางหยวนก็เริ่มรู้สึกอดรนทนไม่ได้ อยากจะออกไปดูโลกภายนอก

“ตอนนี้ข้าต้องเพิ่มความสามารถของตัวเองก่อน... โลกภายนอกนั้นน่าสนใจ แต่ก็อันตรายเช่นกัน ด้วยร่างกายบอบบางนี้ ข้าควรจะฝึกฝนไปก่อน!”

หลังจากกินอิ่ม เขาก็กลับเข้าไปในห้องของเขา รู้สึกพึงพอใจและนอนหลับไปอย่างสบาย ไม่นานจากนั้น เขาก็เข้าสู่ความฝันของเขา

 

อวี้จู๋: Solomon’s Seal

เจียงกั๋ว: Berry

 

 

จบบทที่ Chapter 2: ค่าสถานะ

คัดลอกลิงก์แล้ว