- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้เทคโนโลยีระดับเทพ
- บทที่ 42 กลิ่นกาย
บทที่ 42 กลิ่นกาย
บทที่ 42 กลิ่นกาย
###
ที่ริมระเบียงของโรงแรมฮวาหลัน เจียงไห่เถามองสองคนที่กำลังสวีตกันบนระเบียงแล้วก็รู้สึกปวดหัว
เวลาใกล้ถึงตอนที่ประธานจะขึ้นกล่าวเปิดงานแล้ว แต่ดูจากท่าทางของซูเย่ชิงแล้ว เขาคงลืมเรื่องนั้นไปหมด เหลือแค่การพร่ำพรมคำหวานกับหญิงสาวในอ้อมแขน
"อะแฮ่ม ๆ"
เจียงไห่เถาแกล้งกระแอมขึ้นเบา ๆ ทำให้ทั้งสองที่อยู่บนระเบียงหันมาสนใจได้สำเร็จ
ซูเย่ชิงหันมา พอเห็นว่าเป็นเจียงไห่เถา ไฟโทสะที่เพิ่งจะปะทุขึ้นมาก็ลดลงไปกว่าครึ่ง
เขารู้ดีว่าเจียงไห่เถาเป็นคนรู้กาลเทศะ ถ้าไม่จำเป็นคงไม่มารบกวนแน่นอน
ส่วนเจียงซิงเสวียนเมื่อเห็นว่าถูกขัดจังหวะก็เขินอายจนต้องซุกหน้าลงในอกของซูเย่ชิง
ซูเย่ชิงมองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยสายตาเอ็นดู จากนั้นก็เลิกคิ้วมองเจียงไห่เถา
เจียงไห่เถารู้ดีว่าซูเย่ชิงรอฟัง เขาจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วพูดขึ้น
"ท่านประธาน อีกสักครู่ถึงเวลาที่คุณจะต้องขึ้นเวทีกล่าวเปิดงานแล้วครับ"
ซูเย่ชิงก้มดูนาฬิกา Rolex ที่ข้อมือ
แน่ล่ะ เขามัวแต่มีความรักจนลืมธุระสำคัญของวันนี้ไปเสียสนิท
เขาลูบหลังเจียงซิงเสวียนเบา ๆ พลางพูดว่า
"เสวียนเสวียน เธอรอฉันตรงนี้สักครู่นะ เดี๋ยวเราเต้นรำเปิดงานด้วยกัน"
"ค่ะ"
เจียงซิงเสวียนเป็นผู้หญิงที่รู้หน้าที่ เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วถอยออกมายืนรออย่างสงบ
เสียงพิธีกรบนเวทีประกาศว่า “ขอเรียนเชิญประธานบริษัทฟงอวิ๋น คุณซูเย่ชิง ขึ้นมากล่าวเปิดงานครับ!”
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วงาน
ซูเย่ชิงก้าวขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ
เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง
"ยินดีที่ได้พบทุกท่านครับ ผมชื่อซูเย่ชิง"
"วันนี้เราจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน"
"ต่อไป ผมจะพาฟงอวิ๋นเติบโตไปพร้อมกับทุกท่าน สร้างความมั่งคั่งไปด้วยกัน"
เสียงปรบมือรอบที่สองดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม
เพราะคำว่า "สร้างความมั่งคั่ง" นี่แหละ คือสิ่งที่ทุกคนต้องการที่สุดจากการเข้าร่วมกับบริษัทฟงอวิ๋น
ซูเย่ชิงพูดได้ตรงใจทุกคนจริง ๆ
หลังจากกล่าวเปิดงานอย่างกระชับ เขาก็ลงจากเวทีและเตรียมจะกลับไปหาเจียงซิงเสวียน
แต่ยังไม่ทันได้ไป เสียงเรียกก็ดังขึ้นก่อน
"ท่านประธานซู รอสักครู่ครับ!"
ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ พร้อมยื่นมือมาทักทาย
"ผมชื่อโหวหย่ง เป็นหนึ่งในกรรมการของฟงอวิ๋น ต้องขอโทษจริง ๆ ที่มาสายครับ"
ซูเย่ชิงจับมืออีกฝ่ายอย่างสุภาพ
"คุณโหว ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"ท่านประธานซู ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ ครั้งแรกที่พบกันก็มาสายเสียแล้ว สมควรโดนลงโทษ"
โหวหย่งพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมแต่มั่นใจ สามารถดึงระยะห่างระหว่างเขากับซูเย่ชิงให้ใกล้ขึ้นในทันที
"พ่อคะ เดินเร็วจัง หนูตามไม่ทันเลย"
เสียงหวานใสดังมาพร้อมกับหญิงสาวในชุดราตรีรัดรูป แต่งหน้าสวยงาม ทรงผมถูกรวบขึ้นอย่างพิถีพิถัน มีปอยผมสองข้างตกลงแนบแก้มอย่างเป็นธรรมชาติ
"พูดเสียงดังเหมือนเด็กไม่มีมารยาทแบบนี้ได้ยังไง?"
โหวหย่งหันกลับไปตำหนิทันที
เขายังหวังว่าลูกสาวของเขาจะสามารถดึงดูดใจซูเย่ชิงให้ได้ เพราะฉะนั้นต้องไม่ให้ภาพลักษณ์เสียหายตั้งแต่แรกเจอ
เขาดึงหญิงสาวมาข้างหน้า
"ท่านประธานซู นี่คือลูกสาวของผม โหวเมิ่งหยา"
"เมื่อครู่นี้กลัวว่าจะไม่ทันฟังคุณกล่าวเปิดงานก็เลยรีบร้อนไปหน่อย หวังว่าจะไม่ทำให้คุณขบขันนะครับ"
โหวหย่งพูดพลางหัวเราะ แล้วดันโหวเมิ่งหยาออกไปข้างหน้า
"เมิ่งหยา รีบทำความรู้จักกับท่านประธานซูสิลูก"
โหวเมิ่งหยาค่อย ๆ จัดกระโปรงยาวที่ยับเล็กน้อยเพราะรีบเดิน หายใจเข้าลึก แล้วแสร้งยิ้มอย่างเรียบร้อยที่สุด
เงยหน้าขึ้น
"สวัสดีค่ะ ประธานซู ดิฉันชื่อโหวเมิ่งหยา"
ซูเย่ชิงยืนมองตรงไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ โดยไม่ตอบรับคำทักทายใด ๆ จากเธอ
เขากำลังรอปฏิกิริยาของหญิงสาวคนนี้เมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"เป็นคุณ?"
ไม่ผิดคาด รอยยิ้มแสนเรียบร้อยของโหวเมิ่งหยาก็พังทลายทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของซูเย่ชิง
"พวกเธอรู้จักกันเหรอ?"
โหวหย่งดูจะดีใจเล็กน้อย เพราะคิดว่าลูกสาวกับซูเย่ชิงรู้จักกันมาก่อน ความหวังของเขาดูเหมือนจะเป็นไปได้มากขึ้น
"หนู... หนู..."
โหวเมิ่งหยาไม่รู้จะตอบพ่อของตัวเองอย่างไร
ก่อนออกจากบ้าน พ่อของเธอกำชับหลายครั้งให้ทำตัวดี ๆ กับประธานคนใหม่ ถ้าเป็นไปได้ก็พัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปด้วย
แต่เธอรู้ดีว่าจากเหตุการณ์ในคราวก่อน เธอได้สร้างความประทับใจแย่ ๆ ให้ซูเย่ชิงไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนนั้นเธอชี้หน้าเขาแล้วด่าว่าเป็นคนต่ำต้อย
แถมยังพูดออกไปอย่างคิดว่าเขาไม่คู่ควรกับเธอ
โหวหย่งเห็นซูเย่ชิงไม่ตอบรับอะไรเลย ส่วนลูกสาวก็ดูอึกอักไปหมด จึงเริ่มรู้สึกกังวล
"อะไรคือหนู... หนูล่ะ พวกเธอก็วัยเดียวกัน ไม่เห็นต้องเขินอายอะไรเลย"
เขาหันไปเอาใจซูเย่ชิงทันที
"ท่านประธานซู เมิ่งหยาเป็นเด็กผู้หญิง ขี้อายนิดหน่อย พวกคุณรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ?"
"ถ้ารู้ว่าคุณรู้จักกับเมิ่งหยา ผมคงพาเธอไปที่บริษัทฟงอวิ๋นตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องมาพบกันแบบรีบร้อนในงานเลี้ยงแบบนี้"
"แบบนี้คุณทั้งสองจะได้มีเวลาส่วนตัว ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นด้วย"
ซูเย่ชิงรู้สึกหมดคำจะพูดกับการเสนอขายลูกสาวอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้
เขาจัดเสื้อสูทตัวเองเล็กน้อย มองโหวหย่งด้วยสายตาเรียบเฉยโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองโหวเมิ่งหยา
"ท่านพูดเกินไปแล้ว ลูกสาวของท่านมีฐานะสูงส่ง ผมจะไปรู้จักได้ยังไงกันล่ะครับ"
"ขอตัวก่อนนะครับ แฟนของผมยังรออยู่"
พูดจบ เขาก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง
เมื่อคิดว่าตอนนี้เจียงซิงเสวียนเป็นแฟนของเขาแล้ว ใบหน้าของซูเย่ชิงก็พลันมีรอยยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว ทำเอาหญิงสาวที่อยู่รอบ ๆ หลายคนถึงกับใจละลายอีกระลอก
ส่วนโหวเมิ่งหยานั้นได้แต่ยืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะพูดกับเธอสักคำ
เธอคิดว่าอย่างน้อยเขาน่าจะประชดหรือเหน็บแนมเธอบ้าง เพราะตอนนั้นเธอด่าซูเย่ชิงอย่างแรง
แต่กลับไม่มีเลย
ซูเย่ชิงไม่พูดอะไรเลย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ
เหมือนกับว่าเธอเป็นแค่ลมผ่าน
ความรู้สึกที่ถูกมองข้ามแบบนี้ มันเจ็บยิ่งกว่าถูกด่าเสียอีก
โหวหย่งถึงจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาก็พอจะเดาได้จากบรรยากาศ
เขาหันไปมองลูกสาวด้วยแววตาโกรธจัด
"กลับไปค่อยว่ากัน!"
...
ทางด้านซูเย่ชิง เขาเดินไปที่โซฟาริมระเบียงและเห็นเจียงซิงเสวียนนั่งรออยู่
เขานั่งลงข้างเธอทันทีแล้วสอดแขนโอบไหล่เธออย่างแนบแน่น
"เสวียนเสวียน เธอช่างน่ารักจริง ๆ นั่งรอฉันตรงนี้ไม่ไปไหนเลย"
ทั้งสองนั่งใกล้กันมากจนซูเย่ชิงได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวเธอ
ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นกลิ่น(เต่า)หอมตามธรรมชาติของหญิงสาว
"เสวียนเสวียน เธอหอมจัง!"
คำพูดที่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้หน้าเจียงซิงเสวียนแดงระเรื่อทันที
เธอผลักซูเย่ชิงเล็กน้อยเพื่อให้มีระยะห่างเพิ่มขึ้น
"พูดจาให้มันดีหน่อยได้ไหม?"
ซูเย่ชิงนั่งตัวตรงทันที รู้ตัวว่าไม่ควรใจร้อนเกินไป
หากเธอคิดว่าเขาเป็นคนลามกแล้วหนีไป แบบนั้นเขาคงเสียใจมากแน่ ๆ
"ขอโทษนะ เสวียนเสวียน ฉันแค่เผลอไปนิดนึงเอง"
"แต่เชื่อเถอะ ฉันจริงใจกับเธอจริง ๆ"
"พึ่บ..."
เมื่อเห็นท่าทีประหม่าไม่มั่นใจของซูเย่ชิง เจียงซิงเสวียนก็หลุดหัวเราะออกมา