- หน้าแรก
- ฉันมาเกิดไนร่างตัวร้ายแล้วรู้จุดจบ
- บทที่ 1: ผู้มาเยือนแห่งรุ่งอรุณ
บทที่ 1: ผู้มาเยือนแห่งรุ่งอรุณ
บทที่ 1: ผู้มาเยือนแห่งรุ่งอรุณ
บทที่ 1: ผู้มาเยือนแห่งรุ่งอรุณ
◉◉◉◉◉
【ชื่อความสำเร็จ: ผู้ข้ามผ่านสู่รุ่งอรุณ】 【เงื่อนไข: ได้รับความสำเร็จทั้งหมดในเกม "รุ่งอรุณ"】 【ผู้เล่นเพียง 0.1% เท่านั้นที่ครอบครองความสำเร็จนี้】
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนความสำเร็จปรากฏขึ้นที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซูโม่ก็เอนหลังพิงเก้าอี้เกมมิ่ง ความรู้สึกปลาบปลื้มยินดีเอ่อล้นขึ้นมาในใจ
"รุ่งอรุณ" สุดยอดเกมฟอร์มยักษ์แนวไซไฟไซเบอร์พังก์ที่ยังอยู่ในช่วงทดสอบ Close Beta
จากผู้เล่นทั่วโลก 1,000 คนที่ได้เข้าร่วมทดสอบ เขาคือคนแรกที่สามารถพิชิตความสำเร็จทั้งหมดได้!
ซูโม่แคปหน้าจอความสำเร็จนั้นแล้วส่งเข้าไปในกลุ่มผู้เล่น "รุ่งอรุณ" พร้อมกับอีโมจิหน้าทะเล้น
ทันทีที่เขาส่งภาพเข้าไป กลุ่มที่มีสมาชิกนับพันคนก็ระเบิดขึ้นมาทันที:
【เชี่ย! เชี่ย! เกมเพิ่งเปิดได้ไม่นาน มีคนเก็บครบทุกความสำเร็จแล้วเหรอ???】 【พี่ชาย นายแม่งโคตรอึด ผมเพิ่งจะตบ ดร.เฉิน ผ่านเอง】 【เทพ! เทพ! บอสใหญ่เฟสสองตอนตาแดงสู้ยังไงอะครับ? ผมโดนมันสับตายเป็นร้อยรอบแล้ว (หน้าเศร้า)】 【ท่านเทพ ทำคลิปสอนลง Bilibili หน่อยสิ เดี๋ยวผมไปโดเนทให้ (ยิ้มยิงฟัน)】
ขณะที่ซูโม่กำลังเพลิดเพลินกับการอวยของเพื่อนๆ ในกลุ่ม โปรดิวเซอร์ของเกม "รุ่งอรุณ" ก็ปรากฏตัวขึ้น: 【ยินดีด้วยครับที่ได้เป็นผู้เล่นคนแรกของโลกที่เก็บครบทุกความสำเร็จ รู้สึกว่าเกมยากไปไหมครับ?】
ยากไปไหม? ซูโม่รู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ "ยาก" แล้วล่ะ
"รุ่งอรุณ" ใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบใยแมงมุมตลอดทั้งเกมเหมือนกับ "Baldur's Gate 3" เนื้อหาของเควสหลักและเควสรองนั้นเยอะจนน่ากลัว ความยากในการต่อสู้ก็ไม่แพ้ซีรีส์ Ninja Gaiden แถมยังมีโอกาสพลาดได้น้อยกว่า Dark Souls เสียอีก
เพื่อที่จะเก็บทุกความสำเร็จ ซูโม่จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองตายไปกี่พันครั้ง เขาเคยสงสัยด้วยซ้ำว่าโปรดิวเซอร์เกมต้องมีรสนิยมซาดิสม์แน่ๆ ถึงได้สร้างเกมมาคัดกรองพวกมาโซคิสม์แบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้น ซูโม่ก็ยังคงวางมาดพิมพ์ตอบกลับไปเพียงสองคำ: 【ธรรมดา】
ทันใดนั้น หน้าแชทก็เต็มไปด้วยเลข 666 (แสลงจีนหมายถึง สุดยอด)
ซูโม่คุยโม้กับเพื่อนๆ ในกลุ่มต่ออีกสักพัก ก่อนจะลุกไปล้างหน้าล้างตาด้วยความอารมณ์ดี
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง แม้จะง่วงมากแล้ว แต่ในใจก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
"เกมนี้ถึงจะยากมาก แต่คุณภาพก็สูงจริงๆ เนื้อหาให้สำรวจเยอะกว่าโลกของ Hyrule ใน Zelda ซะอีก จองตำแหน่งเกมแห่งปีของ TGA ได้เลย" "รอให้ 'รุ่งอรุณ' เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ทำได้แบบเรา" "อา...ปวดหัวอีกแล้ว...ยาเหมือนจะหมดแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปแผนกประสาทวิทยาให้หมอสั่งยาเพิ่มซะแล้ว..." "ง่วงจัง...ง่วง..." "ง่วง..."
ซูโม่หลับตาลง ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความมืดมิดถาโถมเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของเขาราวกับกระแสน้ำ
"ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้บุกรุกเข้ามา พื้นที่ศูนย์กลางถูกเจาะแล้ว" "ระบบรักษาความปลอดภัยลับของฐานทัพทำงาน เริ่มกระบวนการทำลายตัวเอง...นับถอยหลัง 5 นาที" "นักวิจัยทุกท่าน โปรดอพยพผ่านช่องทางฉุกเฉินโดยทันที"
เสียงจักรกลไร้อารมณ์ดังก้องอยู่ข้างหูของซูโม่ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แหลมแสบแก้วหู
เขาพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่พร่ามัวเริ่มกลับมาคมชัด... ภาพที่ไม่คุ้นเคยปรากฏสู่สายตา
ที่นี่คือพื้นที่ปิดสนิท ผนังถูกหุ้มด้วยโลหะสีทึม เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทดลอง เสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรกลดังประสานกัน ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นยาจางๆ
ไฟฉุกเฉินบนผนังกระพริบไม่หยุด แสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วราวกับเลือดที่ถูกสาดกระเซ็น ยิ่งประกอบกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังถี่กระชั้น ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกเป็นพิเศษ
ซูโม่ยันตัวลุกขึ้นจากท่าที่นอนคว่ำอยู่ แล้วมองไปรอบๆ
บนโต๊ะตรงหน้าเขามีเข็มฉีดยาที่ว่างเปล่าวางอยู่ ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้มันบรรจุอะไรไว้
การที่จู่ๆ ก็มาโผล่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ทำให้ซูโม่สับสนงุนงงอย่างมาก
ที่นี่ที่ไหน? เราไม่ได้คุยในกลุ่มเสร็จแล้วก็นอนแล้วเหรอ? นี่คือความฝัน? ไม่ใช่สิ ในฝันมันจะมีความรู้สึกสมจริงขนาดนี้ได้ยังไง
อีกอย่าง คนที่ฝันอยู่ พอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังฝัน ก็น่าจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้า นี่ไม่ใช่ความฝัน
หรือว่า... ทะลุมิติมาแล้ว?!
แม้ว่าซูโม่จะเคยอ่านนิยายออนไลน์แนวทะลุมิติมามากมาย และเคยจินตนาการว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะได้ทะลุมิติกับเขาบ้าง แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดเล่นๆ
พอเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ เขาก็ถึงกับมึนไปหมด
"กระบวนการทำลายตัวเองของฐานทัพ...นับถอยหลัง 4 นาที" "นักวิจัยทุกท่าน โปรดอพยพผ่านช่องทางฉุกเฉินโดยทันที"
เสียงจักรกลเย็นชาดังวนซ้ำไปมา
ซูโม่พยายามตั้งสติ ตอนนี้ไม่มีเวลามาคิดแล้วว่าทะลุมิติมาได้ยังไง สิ่งสำคัญคือต้องรีบหนีตามเสียงประกาศเตือนภัยก่อน ใครจะไปรู้ว่าที่นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น
เขามองหาป้ายชี้ทางหนีฉุกเฉิน แล้วลุกขึ้นวิ่งไปทางนั้น
"ตูม——"
เขายังไม่ทันได้วิ่งเข้าไปในช่องทางฉุกเฉิน เพดานด้านบนเฉียงๆ ก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน เงาดำขนาดมหึมาบิดเบี้ยวร่างหนึ่งร่วงลงมาจากฟ้า
"โครม!" เงาดำนั้นตกลงตรงหน้าซูโม่ แรงลมปะทะซัดเขากระเด็นล้มลงกับพื้น พื้นที่แข็งแกร่งถึงกับแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม
ซูโม่ลืมตาขึ้นมอง รู้สึกได้ถึงกระแสความเย็นเยียบที่แล่นจากแผ่นหลังลงมาจนทั่วร่าง ในชั่วพริบตานั้นเอง มือเท้าของเขาก็เย็นเฉียบ
สิ่งที่ตกลงมาเบื้องหน้าคือชายที่ร่างกายผิดรูปทั้งตัว เขาสูงเกือบสี่เมตร แขนขวาบิดเบี้ยวและบวมเป่ง ไม่มีผิวหนัง เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อสีแดงฉานปรากฏให้เห็นอยู่ภายนอก ตามร่องกล้ามเนื้อเต็มไปด้วยฟันแหลมคม เห็นได้ชัดว่ามันคืออวัยวะต่อสู้ที่กลายพันธุ์ไปแล้ว
ดวงตาของชายร่างยักษ์นั้นเรียวเล็ก เขาก้มลงมองซูโม่จากมุมสูง ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินที่สาดส่องสลับไปมา เงาบนใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวไปมาไม่หยุด ราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจบรรยายได้
ชายร่างยักษ์ยื่นแขนขวาออกมา เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อสลายตัวกลายเป็นหนวดขนาดใหญ่หลายเส้น ราวกับอสูรร้ายที่อ้าปากกว้างเขมือบเลือด ค่อยๆ โอบล้อมเข้ามาหาซูโม่
ในฐานะที่เป็นเกมเมอร์สายโอตาคุ ซูโม่เคยเล่นเกมสยองขวัญมามากมาย เล่นคนเดียวตอนกลางคืนปิดไฟก็ยังชิลๆ
แต่ความสยองขวัญที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้าแบบนี้ มันเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
เขาขยับแขนขาที่สั่นเทาจนชา วิ่งเตลิดหนีไปข้างหลังอย่างทุลักทุเล
แต่ความเร็วของเขาช้าเกินไป เทียบกับชายร่างยักษ์ตรงหน้าไม่ได้เลย
ในขณะที่หนวดกำลังจะรวบร่างของซูโม่ไว้ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ แขนขวาของชายร่างยักษ์ก็เกิดโพรงขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที มันระเบิดออกเป็นวงกว้างจากขวาไปซ้าย เศษชิ้นส่วนแขนกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตร
"ปัง!"
หลังจากแขนของชายร่างยักษ์ถูกระเบิดกระจุย เสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็เพิ่งจะดังตามมาจากสุดปลายทางของช่องทางฉุกเฉิน
ซูโม่หันไปมองทิศทางของเสียงปืนอย่างเหม่อลอย
สุดปลายทางเดินนั้นมีคนสองคนยืนอยู่
พวกเขาสวมชุดต่อสู้สีดำ ใบหน้าสวมหน้ากาก มองไม่เห็นหน้าตา แต่จากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ผู้ชายผมสีดำ
ผู้หญิงผมสีขาวบริสุทธิ์
ในมือของชายผมดำมีปืนไรเฟิลซุ่มยิงกระบอกหนึ่งกำลังเล็งมาที่ชายร่างยักษ์ ปลายกระบอกปืนมีควันปืนลอยกรุ่นออกมา
หรือว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้องแล็บ? ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของซูโม่
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดอย่างชายร่างยักษ์ ตัวเขาเองคงช่วยอะไรไม่ได้แน่นอน
ในสถานการณ์แบบนี้ ห้ามตะโกนโวยวายหรือวิ่งไปทั่วเป็นตัวถ่วงเด็ดขาด
แค่หลบให้ดีๆ อย่าสร้างปัญหา ก็ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุดแล้ว
ซูโม่ฉวยโอกาสตอนที่กำลังชุลมุนหลบเข้าไปใต้โต๊ะ ปล่อยพื้นที่สนามรบให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองคน
ชายร่างยักษ์ไม่สนใจซูโม่อีกต่อไป เขาหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูในช่องทางฉุกเฉิน
"ฟู่—" บาดแผลที่แขนขาดของชายร่างยักษ์มีเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อจำนวนมากงอกออกมาอย่างรวดเร็ว มันบิดตัวไปมาจนอุดรอยแผลจากกระสุนได้ในที่สุด พลังในการฟื้นตัวของเขาน่าทึ่งอย่างยิ่ง
เขากระทืบเท้าพุ่งเข้าใส่คนทั้งสอง แขนขวากลายสภาพเป็นปากขนาดมหึมากลางอากาศ ฟันแหลมคมนับไม่ถ้วนส่องประกายแวววาวราวกับเลือดภายใต้แสงไฟฉุกเฉิน
"ปัง! ปัง! ปัง!..."
ชายผมดำยังคงยิงไม่หยุด กระสุนเจาะร่างของชายร่างยักษ์จนเป็นรูพรุน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งการโจมตีของเขาได้เลย
หญิงสาวผมขาวส่งสัญญาณให้ชายผมดำถอยไป ส่วนตัวเองก็พุ่งเข้าใส่
"ชิ้ง—" เธอจับด้ามดาบที่เอว ชักดาบถัง*ที่ส่องประกายเย็นเยียบออกมาอย่างไหลลื่น แล้วพุ่งเข้าโจมตีชายร่างยักษ์จากด้านหน้า
ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ในชั่วพริบตาที่ปะทะกัน ร่างของหญิงสาวผมขาวก็เร่งความเร็วจนกลายเป็นภาพติดตา เห็นเพียงประกายดาบวาบขึ้นมาครั้งหนึ่ง
"ฟุ่บ!" แสงสีเงินเจิดจ้าสาดกระจายไปทั่วทางเดินราวกับแสงจันทร์ที่สาดส่อง
ชายร่างยักษ์เสียหลักเซไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อยสองสามก้าว ก่อนจะหยุดนิ่งแข็งทื่อ
หญิงสาวผมขาวยืนนิ่งอยู่ด้านหลังของชายร่างยักษ์ เธอใช้แขนหนีบดาบถังไว้ เช็ดคราบเลือดบางๆ บนใบดาบออก แล้วเก็บดาบเข้าฝักด้วยท่วงท่าที่แม่นยำและชำนาญอย่างหาที่เปรียบมิได้ โดยไม่หันกลับไปมองเลยแม้แต่น้อย
"แกร๊ก" เสียงดาบเข้าฝัก
รอยฟันสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนร่างของชายร่างยักษ์ มันคือรอยตัดเฉียงที่เริ่มจากเอวขวาลากยาวไปจนถึงไหล่ซ้าย ตัดผ่านทั่วทั้งร่าง
ร่างกายของเขาแยกออกจากกันตามรอยตัดนั้น ท่อนบนและท่อนล่างล้มลงกับพื้นเสียงดัง "โครม" ตามลำดับ รอยตัดนั้นเรียบเนียนราวกับกระจก เลือดสดๆ ย้อมทางเดินทั้งสายจนกลายเป็นสีแดง
การต่อสู้ที่สั้นและดุเดือดจบลงด้วยความเงียบสงบ เหลือเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังอยู่รอบๆ
ในที่สุด เส้นประสาทที่ตึงเครียดของซูโม่ก็คลายลง เขารีบคลานออกมาแล้ววิ่งไปหาเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคน
เมื่อครู่อยู่ไกลเกินไปจนมองไม่เห็นรายละเอียด ตอนนี้พอมาอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผมขาว ซูโม่ถึงได้เห็นว่าผมของเธอนั้นสวยงามจริงๆ สีขาวบริสุทธิ์ราวกับม่านหิมะที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
ซูโม่กล่าวขอบคุณไม่หยุด: "ขอบคุณพวกคุณมาก ผมเกือบจะโดนเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นฆ่าแล้ว...เรารีบหนีกันเถอะ"
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน...เกิดขึ้นอีกครั้ง
ทันใดนั้นซูโม่ก็รู้สึกว่าสายตาของเขามืดลง แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ใบหน้า ความรู้สึกเหมือนไร้น้ำหนักแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว
"ตุ้บ!" แผ่นหลังกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง
กว่าเขาจะรู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองนอนหงายอยู่บนพื้น ใบหน้าถูกหญิงสาวผมขาวกดเอาไว้แน่น
ชายผมดำก็เดินเข้ามา ใช้ปากกระบอกปืนจ่อที่หน้าผากของเขา
ทั้งสองคนก้มลงมองเขาอย่างไร้อารมณ์ ราวกับกำลังมองดูศพ
◉◉◉◉◉
[เชิงอรรถจากผู้แปล: ดาบถัง (Tang Dao) คือดาบจีนชนิดหนึ่ง มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ถัง มีลักษณะตรงและเพรียว เป็นที่รู้จักในด้านความแข็งแกร่งและความคม]
[จบแล้ว]