เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1946 มุมมองของเพน

บทที่ 1946 มุมมองของเพน

บทที่ 1946 มุมมองของเพน


ไม่ว่าจะมองไปทางไหนในเมืองก็เห็นแต่ความก้าวหน้า

เพนต้องยอมรับเลยว่าเบย์มาร์ดนั้นรู้วิธีการทำธุรกิจเป็นอย่างดี เบย์มาร์ดมีแพ็กเกจสมาชิกเครื่องเทศสำหรับนักธุรกิจเช่นพวกเขา โดยจ่ายเพียง 15 เบย์ต่อเดือน ก็จะได้รับตัวอย่างเครื่องเทศชุดใหญ่ที่จัดมาในรูปแบบกระเป๋าเอกสารส่งตรงถึงที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ดังนั้นในทุกๆ เดือน พวกเขาจึงมีความได้เปรียบในการได้รับเครื่องเทศที่พัฒนาขึ้นใหม่จากเบย์มาร์ด ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้พวกเขารู้ว่าชอบและไม่ชอบเครื่องเทศชนิดใด และก็ด้วยเหตุนี้เช่นกันที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการพัฒนาซอสสูตรเฉพาะของตนเองขึ้นมาด้วย ดังนั้นหลังจากที่รู้แล้วว่าชอบและไม่ชอบเครื่องเทศชนิดไหน พวกเขาก็สามารถสั่งซื้อในราคาขายส่งได้โดยมั่นใจอย่างเต็มที่ในการสั่งซื้อของตน เพนต้องยอมรับว่าในเวลาเพียง 1 ปี เศรษฐกิจดีขึ้นมากจนทำให้เขาตาแทบถลนเมื่อได้ประเมินภาพรวมทั้งหมด อัตราการเสียชีวิตลดลงอย่างฮวบฮาบ จำนวนคนอดอยากตามท้องถนนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในสายตาของเพน ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้จัดอยู่ในชนชั้นยากจนข้นแค้นอีกต่อไป แต่ยังขยับขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางอีกด้วย

ขณะที่เพนเดินผ่านแถวบ้านเรือนที่ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ เขาสังเกตเห็นหลังคาที่มุงจากและคานไม้ที่เปิดเปลือย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเขา แต่ทว่า บ้านหลายหลังในตอนนี้กลับมีหน้าต่างกระจกที่ส่องประกายแวววาวเมื่อต้องแสงอาทิตย์ และเขายังมองเห็นแสงเรืองรองจางๆ ของผลึกแสงเวทมนตร์ผ่านประตูที่เปิดอยู่บางบาน

น่าทึ่งที่หน้าต่างแบบใหม่นี้ช่างสวยงามเหลือเกิน หน้าต่างทุกบานที่นี่เป็นหน้าต่างสองชั้น ชั้นแรกที่หันออกด้านนอกเป็นชั้นลูกกรงเหล็กลายตาราง และชั้นที่สองถัดเข้าไปคือบานหน้าต่างกระจกที่หลายคนชื่นชม โครงเหล็กลูกกรงด้านหน้าหน้าต่างช่วยปกป้องกระจกจากสภาพอากาศต่างๆ และในช่วงเวลาที่ไม่มีพายุทอร์นาโดหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ ผู้คนก็จะเปิดชั้นลูกกรงออก เผยให้เห็นเพียงชั้นกระจกที่สวยงามให้ทุกคนได้ชื่นชม

หญิงคนหนึ่งที่กำลังกวาดถนนถอนสายบัวให้เพนเมื่อเขาเดินผ่าน “สวัสดีค่ะ ท่านลอร์ดเพน การตรวจการณ์ของท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“ยอดเยี่ยมไปเลย” เขาตอบอย่างอบอุ่น “เมืองนี้สวยงามขึ้นทุกวัน ต้องขอบคุณการทำงานอย่างหนักของผู้คน โดยเฉพาะเจ้าและทีมสุขาภิบาล”

เพนรัก ‘การตรวจการณ์’ ประจำสัปดาห์ของเขาอย่างแท้จริง

เมื่อเขาไปถึงบริเวณชานเมือง ฟาร์มต่างๆ ก็ปรากฏแก่สายตา เพื่อต่อสู้กับสภาพอากาศและการสูญเสียผลผลิตพืชผลจำนวนมากทุกครั้งที่พายุทอร์นาโดพัดมา พวกเขาได้ทำสัญญากับเบย์มาร์ดเพื่อสร้างเรือนกระจกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษพร้อมโครงสร้างเสริมความแข็งแรง เราจะเห็นบ้านกระจกขนาดยักษ์กว่า 200 หลังที่มีโครงเหล็กป้องกันที่แข็งแรงอยู่ห่างจากโดมแก้วจริงเพียงไม่กี่นิ้ว จะอธิบายอย่างไรดีล่ะ ลองจินตนาการว่าโดมแก้วคือร่างกายมนุษย์ และมีโครงโลหะอีกชั้นหนึ่งที่สร้างให้ใหญ่กว่าโดมเล็กน้อยและครอบอยู่รอบนอก โครงโลหะมีขนาดใหญ่กว่าตัวโดมเล็กน้อย ทำให้มีช่องว่างระหว่างโครงสร้างทั้งสองอย่างน้อย 1 เมตร

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโดมและโครงโลหะล้อมรอบฟาร์มอยู่ แต่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาก็ยังคงมองเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีคนงานคอยดูแลพืชผลอยู่ได้ โดมทั้งหมดเชื่อมต่อถึงกัน ดังนั้นคนงานจึงสามารถทำงานต่อไปได้อย่างสงบสุขไม่ว่าสภาพอากาศภายนอกจะเป็นอย่างไร

เพนก้าวเข้าไปในโดมแห่งหนึ่งและเดินเข้าไปหากลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันอยู่ใกล้ทุ่งข้าวสาลีที่อุดมสมบูรณ์

“เฮ้ เหล่าเกษตรกรผู้เก่งกาจ!” เขาตะโกนทัก “การเก็บเกี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง”

ชายสูงวัยที่สุดในกลุ่มซึ่งเป็นชายกร้านโลกชื่อคอลลินส์ ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ท่านลอร์ด ท่านต้องไม่เชื่อแน่ว่าผลผลิตที่เราได้นั้นมันมหาศาลขนาดไหน! ปุ๋ยสูตรผสมใหม่นั่นมหัศจรรย์จริงๆ!”

“ใช่ขอรับ ใช่!” เกษตรกรอีกคนพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ท่านต้องรู้ไว้ว่าต้องขอบคุณที่จักรวรรดิโซม่าเป็นส่วนหนึ่งของ UN พวกเขาจึงสามารถเข้าถึงหนังสือของเบย์มาร์ดและความรู้ของ UN ได้หลายเล่ม

หลายคนที่เคยฝึกงานในกระทรวงเกษตร และผู้ที่เข้าห้องสมุดหลายครั้งหลังจากไปเยือนเป็นเวลา 3 เดือน ตอนนี้กลับมาและนำทฤษฎีที่เรียนรู้มาโดยสังเขปมาทดสอบ แล้วพวกเขาเห็นอะไรน่ะหรือ มูลวัวสามารถทำให้พืชผลเติบโตได้ดีขึ้นจริงๆ หรือ การผสม xxx และ xxx เข้าด้วยกันให้ผลลัพธ์ที่ดีว่าดินนั้นมีชีวิตชีวาหรือ ยิ่งพวกเขาทดสอบและทดลองมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งทึ่งมากขึ้นเท่านั้น “ท่านลอร์ดขอรับ เทคนิคการจัดการปุ๋ยคอกจากดินแดนเบย์มาร์ดได้สร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง พืชผลของเราเติบโตเร็วขึ้นและแข็งแรงกว่าที่เคยเป็นมาขอรับ!”

“จริงแท้ทีเดียว แค่เทคนิคการชลประทานเพียงอย่างเดียวก็ช่วยให้แน่ใจได้ว่าน้ำจะถูกแจกจ่ายไปทั่วพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ” โดยปกติ ข้อเสียของพื้นที่เพาะปลูกแบบปิดคือเมื่อฝนตก น้ำฝนจะไม่สามารถรดพื้นที่ภายในได้ อย่างไรก็ตาม โดมของเบย์มาร์ดนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะมันสามารถกักเก็บน้ำฝนแล้วโปรยลงมาในพื้นที่ภายในได้เหมือนกับฝนที่ตกลงมาจากเบื้องบน

เพนยิ้มกว้างเมื่อได้ยินข่าว “นี่เป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมมาก! ทำดีต่อไปเถิด ถ้าเราทำเช่นนี้มาก่อนหน้านี้ จะมีใครในจักรวรรดิโซม่าต้องอดตายอีกเล่า”

หลายคนพยักหน้าทั้งน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงอดีต “พวกเราขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของท่านขอรับท่านลอร์ด นวัตกรรมเหล่านี้ได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเรา เราจะมีอาหารเพียงพอสำหรับครอบครัวและชุมชนโดยรวม”

“และเราต้องขอบคุณท่านและฝ่าบาทอาร์เทมิสที่นำแนวคิดเหล่านี้มาให้พวกเรา” หญิงคนหนึ่งเสริมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยอารมณ์

ลอร์ดเพนถอนหายใจ เข้าใจอารมณ์ของพวกเขาอย่างถ่องแท้ “เอาล่ะๆ ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าร้องไห้ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ ความทุ่มเทและทักษะของพวกเจ้านี่แหละที่ทำให้แนวคิดเหล่านี้เป็นจริงขึ้นมา เราร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นเพื่อทุกคน!”

“ใช่!!!” หลายคนเห็นด้วยพลางกลั้นน้ำตาที่เอ่อล้น (:T0T:)

ไม่นาน เพนก็ออกจากที่เกิดเหตุและตรวจการณ์ต่อไป หลังจากเดินเล่นอีกสักพัก หัวใจของเพนก็พองโตด้วยความภาคภูมิใจและความหวังหลังจากได้เห็นว่าเมืองของเขาพัฒนาไปมากเพียงใด เจ้าหน้าที่จราจรบนท้องถนน คนงานสุขาภิบาลที่คอยดูแลความสะอาดเรียบร้อย เด็กนักเรียนที่กำลังท่องบทกวี ทหารที่กำลังฝึกและวิ่งจ็อกกิ้งไปทั่วบริเวณ บ้างก็ลาดตระเวน บ้างก็ออกกำลังกาย เพนจ้องมองเมืองที่พลุกพล่านด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น เมืองอันเป็นที่รักของเขาเป็นตัวอย่างที่ส่องประกายว่าขนบธรรมเนียมและความก้าวหน้าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ก่อให้เกิดชุมชนที่ให้เกียรติอดีตและโอบรับอนาคต ในทุกย่างก้าว เพนรู้สึกขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่ประชาชนมีให้ และตื่นเต้นกับนวัตกรรมที่ยังจะตามมาอีกมาก นี่คือความก้าวหน้าในโอมาเนีย ในขณะที่จักรวรรดิต่างๆ ใน UN เริ่มเห็นความก้าวหน้าในดินแดนของตน

เช่นนั้น วันเวลาก็ผ่านไปเป็นสัปดาห์และจากสัปดาห์เป็นเดือน เดือนพฤศจิกายนมาถึง นำมาซึ่งวันเกิดของแลนดอน เช่นเดียวกับช่วงสอบปลายภาคของภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้มาเพียงแค่นั้น

มันมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามา โดยที่ชาวเบย์มาร์ดผู้มีความสุขไม่ล่วงรู้เลย แต่ในขณะที่พวกเขาไม่รู้ถึงสงครามที่กำลังจะมาถึง แลนดอนกลับตระหนักดีถึงการมาเยือนของแขกพิเศษที่บ้านของเขา

จบบทที่ บทที่ 1946 มุมมองของเพน

คัดลอกลิงก์แล้ว