- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 1823 ภาพหลอนงั้นหรือ?
บทที่ 1823 ภาพหลอนงั้นหรือ?
บทที่ 1823 ภาพหลอนงั้นหรือ?
ขณะที่ผ่านไปตามถนนที่พลุกพล่าน ทุกคนต่างก็ตกตะลึง ตลอดทาง ผู้คนโบกมือให้พวกเขา และเด็กบางคนก็กระโดดโลดเต้น เรียกพวกเขาว่าเป็นเจ้าหญิงฟิโอน่าหรือตัวละครในภาพยนตร์ เฮ้! บางคนก็แค่คิดว่าพวกเขาหน้าตาดีเกินไป พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของพวกเขา หลังจากเห็นแลนดอนในรถลีมูซีนที่นำทางอยู่ข้างหน้า ทุกคนก็รู้ว่าพวกเขาจะต้องเป็นแขกคนสำคัญอย่างแน่นอน บางครั้งแลนดอนก็ลดกระจกรถลงและโบกมือให้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นคนอื่นๆ ก็ทำตามไปด้วย ทั้งโบกมือ ยิ้ม และหน้าแดงเมื่อได้ยินคำชมเหล่านั้น พวกเขาหน้าตาดีขนาดนั้นเชียวหรือ? เฮ้! มันทำให้พวกเขารู้สึกดีนะ
ทุกสิ่งที่พวกเขาเห็นทำให้พวกเขายิ้มได้ แต่ก็ไม่มีอะไรสามารถเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะตามมาได้ เสียงทรัมเป็ตดังขึ้น ผู้คนในเครื่องแบบเดินเข้ามาต้อนรับพวกเขา โค้งคำนับและจับมือ จากนั้นก็มีงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรู ซึ่งแลนดอนได้แนะนำครอบครัวของเขาและชาวเบย์มาร์ดคนสำคัญอื่นๆ ในรัฐบาลที่พวกเขาควรรู้จัก แล้วพวกเขาก็ถูกพาไปยังห้องพักสุดหรูที่พวกเขาจะใช้เวลาตลอดเดือนหน้า กว่าพวกเขาจะเข้าที่เข้าทางก็เป็นเวลา 22.00 น. แล้ว อย่างรวดเร็ว ทาโชลล่าได้จัดประชุมสั้นๆ กับอัมรูส, บิลโธซาร์ และชาวเมิร์ฟคนอื่นๆ ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ เหล่ารัฐมนตรีและผู้บัญชาการมารวมตัวกัน มองไปยังผู้นำของพวกเขาอย่างเงียบๆ บรรยากาศนั้นหนักอึ้งและใบหน้าของพวกเขาก็เย็นชา “ข้ามั่นใจว่าพวกท่านทุกคนรู้ว่าข้ารวบรวมพวกท่านมาที่นี่ทำไม” ทาโชลล่ากล่าวพลางกวาดสายตามองไปทั่วกลุ่ม
มีเพียงเมื่อท่านเป็นผู้นำเท่านั้น ท่านถึงจะรู้ว่าน้ำหนักที่ต้องแบกรับบนบ่านั้นหนักหนาเพียงใด “จงจำเหตุผลที่แท้จริงที่เรามาที่นี่ แม้ว่าจะพอใจ และแม้ว่าเทพแห่งลมจะยอมรับฝ่าบาทแลนดอนแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเดินหน้าต่อไปโดยปราศจากความระมัดระวัง”
—เงียบ—
ทาโชลล่าหยุดชั่วครู่ ปล่อยให้คำพูดของเขาซึมซับเข้าไปในความคิดของทุกคน “1 เดือน… เราอยู่ที่นี่เป็นเวลา 1 เดือน เราไม่เพียงแต่ต้องศึกษาเกี่ยวกับคนหน้าซีด แต่ยังต้องศึกษาเกี่ยวกับคนจากพื้นที่อื่นๆ ด้วย” “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้รับประสบการณ์โดยตรงกับโลกภายนอก ดังนั้น เราต้องรู้ว่าเบย์มาร์ดนั้นเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับดินแดนอื่นๆ” ทุกคนพยักหน้า เพื่อปกป้องตนเอง พวกเขาต้องเข้าใจศัตรูมากมายของโลก นี่เป็นสามัญสำนึกธรรมดาเมื่อพูดถึงสงคราม “และอีกเรื่องหนึ่ง…” ทาโชลล่ากล่าวต่อ “ในอีกหนึ่งสัปดาห์ เราจะเริ่มการเจรจาสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการ” เทพของพวกเขาไม่มีทางนำทางพวกเขาผิด บางทีการที่พวกเขาจะก้าวข้ามอุปสรรคบางอย่างได้ พวกเขาอาจต้องการเบย์มาร์ด ทาโชลล่าจำเป็นต้องสืบสวนอย่างละเอียดว่าผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างไร เพื่อดูว่าพวกเขามีความสุขจริงหรือไม่ก่อนการเจรจาสนธิสัญญาในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า เขาทำการสืบสวนนี้เพื่อทำให้หัวใจและจิตใจของเขาสงบลง เพราะไม่ว่าเขาจะสืบสวนหรือไม่ก็ตาม เขาเข้าใจดีว่าเทพของพวกเขาซึ่งเห็นชอบกับแลนดอนอย่างยิ่ง ต้องการให้พวกเขาลงนามในสนธิสัญญา ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะยืดเยื้อเรื่องนี้ให้นานเกินไป อีกครั้ง พวกเขายังจะใช้โอกาสนี้พูดคุยกับเชื้อพระวงศ์บางส่วนที่ได้พบในวันนี้ ซึ่งมาจากส่วนอื่นๆ ของโลก เชื้อพระวงศ์ผิวคล้ำจากซาลิปเนีย โรมิน ก็มาเยือนที่นี่เช่นกัน น่าทึ่งมากที่ได้รู้ว่าพวกเขามีผู้หยั่งรู้อยู่ในกลุ่ม ซึ่งชี้ตัวแลนดอนว่าเป็นผู้กอบกู้ของพวกเขาเช่นกัน แลนดอนจะน่าทึ่งขนาดไหนกัน ที่ถูกผู้คนมากมายทั่วโลกชี้ตัวออกมา? พวกเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังดินแดนที่ไม่เคยมีใครสำรวจ โดยไม่เคยเห็นหน้าแลนดอนมาก่อน มันช่างน่าเหลือเชื่อเพียงใด? สัญญาณทุกอย่างบ่งชี้ว่าการยอมรับสนธิสัญญาซึ่งพวกเขาได้อ่านทบทวนมาแล้วหลายครั้งทั้งในเมอร์วานนาและระหว่างการเดินทางมาที่นี่ เป็นสิ่งที่ดี สนธิสัญญาระบุว่ามีเพียงเบย์มาร์ดเท่านั้นที่สูญเสียทรัพยากรในขณะที่พวกเขาได้รับทรัพยากร สนธิสัญญาจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 20 ปี หลังจาก 20 ปี จะมีการร่างสนธิสัญญาฉบับใหม่ขึ้น แน่นอนว่าถึงตอนนั้น โลกก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และไม่ต้องการการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากเบย์มาร์ดอีกต่อไป ในตอนนั้น พวกเขาไม่ควรจะเป็น ‘ทารก’ ที่ทำได้แค่คลานอีกต่อไป แต่เป็น ‘วัยรุ่น’ ที่จะค้นพบเส้นทางของตนเองและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถึงตอนนั้น แลนดอนสรุปว่าเขาคงจะกวาดล้างกลุ่มต่อต้านที่เหลืออยู่ทั้งหมดจากพวกมอร์กส์กบฏหรือผู้ติดตามของอโดนิสที่คอยสร้างปัญหาอยู่เป็นครั้งคราวได้อย่างสิ้นซาก เอาล่ะ นั่นคือแผนการลับของเขา ถึงตอนนั้น โลกอาจจะอยู่ในศตวรรษที่ 24 และต่อมา เขาจะผลักดันมันให้สูงขึ้นไปอีกระดับ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของอนาคต สำหรับตอนนี้ ชาวเมิร์ฟได้วางแผนของพวกเขา โดยรู้ว่าพวกเขาจะต้องใช้เวลา 1 เดือนที่นี่อย่างไร
แต่ว่า… หลังจากเอนกายลงบนเตียงและซึมซับความงามอันน่าทึ่งของห้องพัก ทุกคนก็หลับตาลงพร้อมกับความคิดสุดท้ายที่แล่นเข้ามาในหัว — เบย์มาร์ดแม่งโคตรสุดยอด!!!! (*0*)
เพียงพริบตาเดียว 4 วันก็ผ่านไป บิลโธซาร์ยังคงทึ่งกับความสะดวกสบายของการมีบัญชีธนาคารพร้อมบัตรธนาคาร จริงอยู่ที่การเดินไปมาพร้อมกับถุงเหรียญหนักๆ นั้นมันเหนื่อยเกินไป ท่านต้องการสิ่งนี้เหรอ? รูดบัตรสิ! ท่านต้องการสิ่งนั้นเหรอ? รูดบัตรตรงนี้แล้วใส่ PIN ลับและรหัสผ่านลับ 8 หลัก ไม่ได้ล้อเล่นนะ แลนดอนกำหนดให้มีระบบ PIN 2 ชั้นแทนที่จะเป็น 1 ชั้น หากไม่มีทั้ง 2 อย่าง ท่านก็ไม่สามารถรูดบัตรได้ เขาเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยวิธีที่ยากเพื่อป้องกันกรณีการฉ้อโกงในอนาคตอันไกลโพ้น ในที่สุด โลกก็จะกลายเป็นเหมือนโลกศตวรรษที่ 21 ที่เขาจากมา แล้วอาชญากรรมทุกรูปแบบก็จะปะทุขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เขาเริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างเข้มงวดแล้ว ระบบที่เขาวางไว้ถูกเข้ารหัสมากกว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คุ้นเคยกันมาก เขแก้ไขข้อบกพร่องมากมายที่ยังมีอยู่บนโลกและทำให้เจาะเข้าระบบได้ยากขึ้น 50 เท่า และจนกว่าเขาจะตาย เขาจะยังคงพัฒนาระบบความปลอดภัยอย่างบ้าคลั่งต่อไป พูดแบบนี้แล้วกัน ถ้าแฮกเกอร์ในยุคปัจจุบันเดินทางมายังเฮิร์ตฟิเลียและเห็นระบบปัจจุบันของเขา แม้แต่พวกเขาก็ยังต้องเหงื่อตกพลั่กพลางสงสัยว่าจะเจาะมันเข้าไปได้อย่างไร ชาวเมิร์ฟไปเยี่ยมชมธนาคาร ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล นัดพบทันตแพทย์ เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสนุกๆ และถึงกับหลงระเริงไปกับความสนุกจนเกือบลืมแผนการสอดแนมของพวกเขาไป ทุกคืนที่มาถึง ทาโชลล่าจะถูกชาวเมิร์ฟที่เริ่มหมดความอดทนลงทุกวินาทีรุมกระหน่ำ “ท่านผู้นำ! เราต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้ลงนามในสนธิสัญญา? ท่านรู้ไหมว่าการขับรถมันสนุกแค่ไหน? ข้าแทบบ้า… เอ่อ ข้าหมายถึง ข้ากำลังสืบสวนสถานที่ที่เรียกว่า โกคาร์ท มาเนีย และข้าต้องบอกว่าการขับรถเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ท่านรู้ไหมว่ามีเพียงพันธมิตรเท่านั้นที่สามารถเรียนขับรถและขับบนถนนจริงในเบย์มาร์ดได้? เราต้องรออีกนานแค่ไหน?”
“ท่านผู้นำ! ข้าไปห้องสมุดสาธารณะตามที่ท่านร้องขอ แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าเพราะเราไม่ใช่พันธมิตร เราจึงสามารถขึ้นไปได้แค่ชั้น 1 และ 2? ข้าได้ยินมาว่าพันธมิตรสามารถขึ้นไปได้ถึงชั้น 6 เลยนะ แล้วเราต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าท่านจะลงนาม?” ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่เข้าใจถึงความแตกต่างอย่างแท้จริง แต่หลังจากท่องเที่ยวและเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ มากมาย รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว พวกเขาก็สังเกตเห็นสิทธิพิเศษที่ชาติพันธมิตร นักเรียน และผู้สูงอายุได้รับ นี่มันอะไรกันวะ? ราวกับว่าพวกเขาได้รับแค่เศษเสี้ยวที่นี่ แน่นอนว่าประสบการณ์นั้นยอดเยี่ยม แต่มันจะยอดเยี่ยมกว่านี้ถ้าพวกเขามาจากชาติพันธมิตร ชายคนไหนบ้างจะไม่ชอบขับขี่ยานพาหนะของเบย์มาร์ดเหล่านี้? ท่านรู้ไหมว่าเบย์มาร์ดมีร้านให้เช่ารถ? ชาวต่างชาติบางคนเช่ารถตลอดระยะเวลาที่อยู่ในเบย์มาร์ด พวกเขามีใบขับขี่และสามารถขับรถไปตามถนนได้อย่างภาคภูมิใจ แต่แล้วพวกเขาล่ะ? พวกเขาทำได้เพียงมองด้วยความอิจฉา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาโชลล่า ที่ไปไหนมาไหนกับเชื้อพระวงศ์ที่มาเยือนจากดินแดนพันธมิตรคนอื่นๆ ซึ่งกระโดดขึ้นรถอย่างสง่างาม ทาโชลล่าทำได้เพียงนั่งในที่นั่งผู้โดยสาร พูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์การขับขี่แบบลูกผู้ชายที่เขาเห็น และเมื่อวันเวลาผ่านไป ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างพันธมิตรกับคนทั่วไปก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เซ็นสิ เซ็นสิ เซ็นสิ! พวกเขารออะไรกันอยู่? ปัง! ทาโชลล่าตวัดลายเซ็นของเขาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า จนหน้ากระดาษแทบขาด บ้าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~
ด้วยเสียงหัวเราะอย่างสะใจ เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่าในที่สุดมันก็เสร็จสิ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้พักหายใจ แลนดอนก็โยนเขาและคนอื่นๆ อีกมากมายเข้าไปในค่ายทหาร เฮะๆๆๆๆ~
ได้เวลาแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าการฝึกที่นี่มันโหดแค่ไหน ด้วยเหตุนี้ แลนดอนจึงเสร็จสิ้นธุรกิจของเขากับชาวเมิร์ฟและหันไปจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อไป แต่ในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับเทคโนโลยี ไกลออกไปแสนไกล ลูกศิษย์ดาวเด่นของเขากำลังลงมือปฏิบัติการในไวน์เอตตา ราชากบฏสตรีเงามายา!
นั่นคือสิ่งที่คนส่วนน้อยเรียกเธอ