- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 1328 - ราตรีที่น่าอัปยศ
บทที่ 1328 - ราตรีที่น่าอัปยศ
บทที่ 1328 - ราตรีที่น่าอัปยศ
เอี๊ยด~ เอี๊ยด~
ฮูก~ ฮูก~
อ๊บ อ๊บ~
บทเพลงที่บรรเลงอย่างพร้อมเพรียงจากเหล่าสรรพสัตว์ยามค่ำคืนดังก้องไปทั่วผืนป่าอันหนาทึบและอุดมสมบูรณ์ หมู่ใบไม้ไหวเอนเล็กน้อยยามสายลมพัดผ่านอย่างแผ่วเบา
สายลมยามราตรีนั้นอ่อนโยนและชวนให้เคลิบเคลิ้มอย่างยิ่ง มันสามารถทำให้หลายผู้หลายคนที่ล้มตัวลงนอนหลับใหลได้ในเวลาเพียงชั่วครู่
และราวกับต้องมนต์สะกดอันเจ้าเล่ห์ของมัน สัตว์ร้ายหลายตัวก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
แต่สำหรับเหล่าคนแปลกหน้าจำนวนมากในป่าแห่งนี้ ค่ำคืนนี้เป็นเพียงค่ำคืนที่เปื้อนเลือด!
บัดนี้ ทีมต่างๆ ทั้งทางอากาศและทางบกได้เคลื่อนไหวมาเป็นเวลานานแล้ว
เวลาเที่ยงคืน
ปัง!
แลนดอน จอช และคนอื่นๆ อีกสองสามคนแอบย่องลงมายังพระราชวังอย่างเงียบเชียบผ่านกำแพงสูงตระหง่านทางทิศตะวันออก
ใบหน้าของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลน และเสื้อผ้าชั้นนอกของพวกเขาก็ดูเหมือนชาวนาและทาสธรรมดาๆ
แลนดอนรีบม้วนตัวเข้าไปหลังพุ่มไม้ใกล้ๆ เงยหน้าขึ้นและสังเกตการณ์ผ่านแว่นตาของเขา
และในไม่ช้า เขาก็ส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลออกไป
[ทางสะดวก]
ดี..
เช่นนั้น ชายฉกรรจ์ก็พุ่งไปข้างหน้าในลักษณะนั้น โดยมีคนสองสามคนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเสมอเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ก่อนที่คนที่เหลือจะมาถึง
และในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงส่วนกลางของเขตุที่พักของสามัญชนและทาส
บ้านที่นี่เป็นอาคารชั้นเดียวทั้งหมด มีหลังคาที่เตี้ยมาก ทว่าสิ่งที่อาคารขาดไปในด้านความสูง กลับถูกชดเชยด้วยความกว้าง
อาคารถูกสร้างทอดยาวและจัดเรียงราวกับเป็นหอพักที่แออัดยัดเยียด
ไม่สิ... อาจกล่าวได้ว่าภายในห้องเล็กๆ แต่ละห้องในอาคาร มีคนอย่างน้อย 5 คนหรือมากกว่านั้นเบียดเสียดกันอยู่ แม้แต่ทาสที่แต่งงานกันและมีลูกที่นี่ก็ล้วนนอนอยู่ในห้องเดียวนี้ โดยที่เท้าของทุกคนแทบจะแตะกัน
แทบจะไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย และด้วยเหตุนี้ ทาสส่วนใหญ่จึงมักจะแอบย่องออกมาข้างนอกตอนกลางคืนเพื่อหาความใกล้ชิดกันในพุ่มไม้รอบๆ ที่พักของตน
แลนดอน จอช และคนอื่นๆ รีบจับสังเกตเสียงแปลกๆ มากมายรอบตัวพวกเขาได้
เวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปเล็กน้อยแล้ว และพระราชวังมีเวลานอนอย่างเป็นทางการคือ 23.00 น
นั่นหมายความว่าหลังจาก 5 ทุ่มไปแล้ว ไม่ควรมีใครเดินเพ่นพ่านอีก
จะมีก็แต่เฉพาะเมื่อมีการจัดงานเลี้ยงหรืองานในวังเท่านั้นที่จะเห็นผู้คน ทั้งแขกและเจ้าหน้าที่เคลื่อนไหวไปมาหลังจากเวลานอนอย่างเป็นทางการ
แน่นอน ผู้คนสามารถเดินไปรอบๆ ลานบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวได้ แต่การไปไกลเกินไปจะทำให้ตนเองต้องเดือดร้อนอย่างหนัก
เมื่อได้ยินเสียงผู้คนลอบไปมา จอช แลนดอน และคนที่เหลือก็เริ่มเคลื่อนที่ผ่านฉากนั้นไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ด้วยการมองอย่างรวดเร็ว แลนดอนใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อตรวจดูทีมกองทัพอากาศทั้งหมดที่เข้าประจำที่แล้ว
เวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว และอีกไม่นาน เพลิงนรกของซุสจะโปรยปรายลงมา
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถอ้อยอิ่งได้อีกต่อไป พวกเขามีเวลาประมาณ 43 นาทีในการเข้าใกล้ส่วนเป้าหมายให้มากที่สุด!
เช่นนั้น กลุ่มคนก็เร่งฝีเท้าขึ้น ในที่สุดก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางหลังจากออกจากเขตุที่พักของทาส/สามัญชน
ดี..
ปฏิบัติการช่วยเหลือทิลด้าได้เริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบแล้ว!
แลนดอน จอช และคนอื่นๆ ต่างก็มีภารกิจและเป้าหมายที่แตกต่างกันไปในใจ
ในขณะเดียวกัน ในส่วนที่ลึกที่สุด พอลล่าถูกล่ามโซ่และถูกจูงไปยังห้องบรรทมของอเล็กซานเดอร์ราวกับสุนัข
ทีละก้าว นางถูกลากไปด้วยโซ่เส้นใหญ่ที่คล้องคออยู่
นางสวมผ้าที่โปร่งบางและมองทะลุได้ 2 ชิ้นซึ่งสามารถฉีกขาดได้จากการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ชิ้นหนึ่งผูกรอบเอว และอีกชิ้นหนึ่งประคองหน้าอกของนางไว้
~วู้ววว~
สายลมลูบไล้ยอดถันของนางเบาๆ ทำให้มันแข็งและชี้ชันขึ้น นางดูเหมือนนางยั่วสวาทผู้เจนจัด เหล่ายามเลียริมฝีปาก พลางลอบมองแผ่นหลังและด้านหน้าของนางหลายครั้ง
ฮี่ๆๆๆๆๆๆ~
เหล่าชายฉกรรจ์หัวเราะคิกคักท่ามกลางความอึดอัดของพอลล่า
และทุกย่างก้าวที่นางเหยียบย่ำลงไป มีแต่จะทำให้ขาทั้งสองข้างของนางรู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความกลัว
คืนนี้ ไอ้คนสารเลวนั่นจะได้ตัวนางไป
และเพียงเท่านี้ก็ทำให้นางสันหลังชาวาบ ราวกับมีแมงมุมนับพันไต่ขึ้นมาบนแผ่นหลัง
เป็นเวลากว่า 16 ปีแล้วที่ร่างกายแก่ๆ ของนางไม่ได้ลิ้มรสชาติของผู้ชาย... นางไม่เคยมีประสบการณ์ที่ดีกับเรื่องพรรค์นี้เลย ต้องหวาดกลัวเอาชีวิตรอดทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ 'สามีสุดที่รัก' ของนาง เมื่อเขาเลิกมาหานางเมื่อหลายปีก่อน นางรู้สึกขอบคุณมากจนคุกเข่าข้างหนึ่งและเริ่มอดอาหารเป็นเวลาสองสามวัน
ประสบการณ์นั้นโหดร้าย ป่าเถื่อน และปราศจากความเร่าร้อนใดๆ ทั้งสิ้นอย่างที่บางคนกล่าวอ้าง
"ขยับเท้าเฮงซวยของแกซะ! ต้องให้ข้าลากแกไปตลอดทางรึไง? ข้าบอกให้เดิน!"
~แกร๊ง!
ยามที่นำหน้ากระชากโซ่สุนัขของนาง ทำให้พอลล่าถลาไปข้างหน้า เกือบจะล้มลงกับพื้น
ไม่มีใครสงสารนาง รู้สึกว่านางสมควรได้รับชะตากรรมนี้อย่างแท้จริง
หึ!
โทษฐานที่นางเป็นนางยั่วสวาท หากนางไม่ได้อวดเรือนร่างต่อหน้าฝ่าบาท เขาจะปรารถนานางได้อย่างไร?
ผู้หญิงประเภทนี้แสร้งทำเป็นว่าไม่ชอบบางสิ่ง ทั้งที่ในความเป็นจริง สิ่งที่พวกนางหมายถึงคือนางต้องการมากกว่านั้น
ถูกต้อง เมื่อผู้หญิงพูดว่าไม่... แท้จริงแล้วนางหมายถึงใช่ต่างหาก
พอลล่าก้มหน้าลง บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ และทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของนางก็เย็นชาและเฉยเมย
การร้องไห้มีแต่จะทำให้ไอ้สารเลวนั่นมีความสุข แล้วไฉนนางจะต้องให้ความพึงพอใจแก่มันด้วยเล่า?
เพื่อเห็นแก่หลานสาว นางต้องเข้มแข็ง!
ด้วยย่างก้าวที่มั่นคง นางเชิดอกขึ้นและเริ่มเดินราวกับราชินี ทุกคนชำเลืองมองนางอย่างดูถูก ไม่ได้ใส่ใจลึกลงไปกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของนาง
สำหรับพวกเขา ชะตากรรมของนางถูกผนึกไว้แล้ว แล้วท่าทีเสแสร้งจอมปลอมทั้งหมดนี่คืออะไรกัน?
~ต็อก แต็ก ต็อก ต็อก ต็อก~
ทีละก้าว นางถูกนำเข้าไปในอาคารหลัก ไม่เห็นใครเลยนอกจากยามหลายคนที่อยู่ในสายตา
และทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในโถงทางเข้า พวกเขาก็เผชิญหน้ากับชายผู้หนึ่งซึ่งมีลำคอเป็นรอยไหม้และใบหน้าที่ดุร้าย
"คุณหญิงพอลล่า ฝ่าบาทกำลังรออยู่ เมื่อเห็นว่าพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของหลานสาวของท่าน เราก็คงไม่อยากรบกวนเวลาบรรทมของพระองค์นานใช่หรือไม่?"