- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 882 - สู้จนตัวตาย!
บทที่ 882 - สู้จนตัวตาย!
บทที่ 882 - สู้จนตัวตาย!
10 นาทีเต็มผ่านไปแล้วนับตั้งแต่เหล่าขุนนางและผู้ที่นำร่างของจูลิอุสออกจากอาคารไป
นอกจากนี้ เหล่าเจ้าชายทุกคนได้ส่งพระมารดาของพวกเขาออกไปพร้อมกับพี่น้องสตรี... ยกเว้นก็แต่เอลโดรา ผู้ซึ่งปฏิเสธที่จะไปไหน
หลายคนอาจคิดว่าเหล่าสตรีถูกส่งกลับไปยังตำหนักของตนในพระราชวัง แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เหล่าบุตรชายของพวกนางได้แอบวางแผนให้พวกนางออกจากพระราชวังไปก่อนจนกว่าพวกเขาจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
เหล่าเจ้าชายและเอลโดรานั่งอยู่ในความเงียบงันต่อไปอีก 22 นาที
และในที่สุด เมื่อวินสตันคาดคะเนว่าพระมารดาของพระองค์น่าจะเดินทางออกจากพระราชวังไปได้อย่างน้อย 1 ใน 3 ของเส้นทางแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างโหดเหี้ยมให้อูลริช
ถึงเวลาชิงบัลลังก์แล้ว!
ต้องรู้ไว้ว่าก่อนที่จะมาพบจูลิอุส พวกเขาได้รีบแจ้งคนของตนให้นำกำลังพลในเมืองหลวงมาที่นี่ก่อนที่กำลังพลจากภายนอกจะตามเข้ามาทีหลัง
และพวกเขาใช้เวลากว่า 20 นาทีในการเดินทางด้วยรถม้าเพื่อมาหาบิดา และใช้เวลาอีกยี่สิบกว่านาทีเพื่อให้ชายคนนั้นสิ้นใจ
ถึงอย่างนั้น พวกเขายังใช้เวลาร้องไห้ไว้อาลัยนานกว่า 1 ชั่วโมง 10 นาที เผื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหลอกลวง ก่อนที่จะแอบตรวจสอบชีพจรของพระองค์อย่างรอบคอบ
ตามธรรมเนียม ข้าราชการทุกคนต้องจุมพิตพระหัตถ์ของกษัตริย์
ดังนั้นจึงใช้เวลาพอสมควร
ไม่ต้องพูดถึงเวลาเพิ่มเติมอีกสองสามนาทีที่อูลริชใช้เพื่อแสดงอำนาจอันน่าขยะแขยงของเขาด้วยการสั่งการผู้คนไปทั่ว
ดังนั้นเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง พวกเขาใช้เวลาไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงสำหรับเรื่องราวทั้งหมด
และตอนนี้ พวกเขาจ้องหน้ากันมาอีก 32 นาทีแล้ว
ขณะนี้เป็นเวลา 11:42 น
คนของเขาน่าจะอยู่ใกล้อาคารนี้แล้ว
แน่นอนว่าเขามักจะเดินทางไปไหนมาไหนพร้อมกับทหารองครักษ์ 400 นายที่สามารถยันเอาไว้ได้ในขณะที่รอคนอีกหลายพันคนที่กำลังเดินทางมายังอาคารแห่งนี้
และในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกที่อยู่นอกเมืองก็น่าจะมาถึงที่นี่เช่นกัน
วันนี้จะต้องนองเลือด
แต่วินสตันไม่ใช่คนเดียวที่แอบคำนวณทุกอย่างอยู่เช่นกัน
ทุกคนยิ้มอย่างโหดเหี้ยม
อูลริชเอนหลังพิงเก้าอี้ที่จูลิอุสเคยประทับอยู่ก่อนหน้านี้และยิ้มกว้าง
“หืม?
ทำไมทุกคนถึงเงียบกันนักล่ะ?
พวกท่านทุกคนบอกว่ามีเรื่องจะพูดกับข้าไม่ใช่หรือ
แล้วทำไมถึงเงียบไปนานขนาดนี้?”
ปัง!
ดยุกบัลคิงตันตบต้นขาของตนด้วยความโกรธ
“หลานรัก พอทีเรื่องไร้สาระ!
เจ้ารู้ดีว่าเจ้ายังเด็กเกินกว่าจะนั่งบนบัลลังก์
เจ้าไม่มีประสบการณ์หรือความเข้าใจในสิ่งที่จำเป็นต่อการปกครองจักรวรรดิ
ดังนั้นมันจึงสมเหตุสมผลที่เจ้าควรจะมอบมันให้ข้า ลุงคนโตของเจ้า เพื่อรักษาการในตำแหน่งนี้ไปพลางก่อน จนกว่าเจ้าจะเข้าใจทุกสิ่งที่ต้องทำอย่างถ่องแท้”
ใบหน้าของดยุกโอเซียสบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“หลานรัก ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่พี่ชายข้าพูด
แต่เจ้าควรจะส่งมอบมันให้ข้าแทน เพราะไม่เหมือนพี่ชายข้า ข้ามีผลงานในจักรวรรดิมากกว่า
ดังนั้นข้าจะสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างเหมาะสมในขณะที่รอให้เจ้าเติบใหญ่”
วินสตันเดือดดาลอย่างยิ่งในขณะที่ฟังพวกตาแก่เหล่านี้
พวกเขามีอายุห่างจากจูลิอุสเพียง 2 และ 5 ปี ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว พวกเขาก็แก่แล้วมิใช่หรือ
สำหรับเขาแล้ว ใครก็ตามที่อายุเกิน 32 ถือว่าแก่แล้ว
ท้ายที่สุด พิธีบรรลุนิติภาวะคือตอนอายุ 14 ปี เมื่อเด็กชายกลายเป็นชายหนุ่ม
ดังนั้นอายุ 32 ปีสำหรับเขาจึงถือว่าแก่มากและไม่มีสิทธิ์ที่จะสืบทอดบัลลังก์
แล้วตาแก่สองคนนี้กำลังพล่ามเรื่องอะไรกันอยู่?
“ท่านลุงทั้งสอง หุบปากได้หรือไม่?
ต่อให้พี่ชายข้าต้องการจะมอบบัลลังก์ให้พวกท่านคนใดคนหนึ่ง ข้า วินสตัน ก็จะไม่อนุญาต!
ทำไมบัลลังก์จะต้องถูกมอบให้กับคนที่ก้าวขาลงโลงไปแล้วครึ่งหนึ่งด้วยเล่า?”
“ว่ากระไรนะ หลานชาย!
นี่เจ้ากำลังแช่งให้พวกเราตายรึ?
เราเป็นลุงของเจ้า หัดให้ความเคารพเสียบ้าง!”
“เหอะ
จะเรียกมันว่าอะไรก็ตามใจ
ทั้งหมดที่ข้ารู้ก็คือพวกท่านแก่เกินไปที่จะอยู่ที่นี่กับพวกเราแล้ว”
“ใช่แล้ว ท่านลุง
พวกเราไม่ต้องการท่านที่นี่”
“ข้าเห็นด้วย”
“ข้าก็เห็นด้วยเช่นกัน!”
เจฟฟรีย์, โบนิเวียร์ และเอลโดราไม่สามารถทนความไร้ยางอายของพวกเขาได้อีกต่อไป
นี่มันเป็นการต่อสู้ระหว่างพวกเขา ไม่ใช่ระหว่างพวกตาแก่เหล่านี้!
“เจ้าพวกหลานอกตัญญูเนรคุณ!”
ทั้งบัลคิงตันและโอเซียสโกรธจนแทบบ้าแล้วในตอนนี้
อูลริชได้รับสัญญาณจากคนของเขา เขาแสยะยิ้มและลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างสง่างาม
“ท่านลุง เหล่าพี่น้อง..
ข้ารู้ว่าพวกท่านต้องการบัลลังก์ของข้า
แต่ทำไมข้าต้องมอบมันให้พวกท่านด้วยเล่า?
ก่อนหน้านี้ ข้าตัดสินใจว่าจะส่งพวกท่านทั้งหมดไปยังเกาะร้างเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบสุข โดยหวังว่าบางทีสักวันหนึ่ง พวกท่านจะมีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาในหัวนั่นบ้าง
แต่ในเมื่อตอนนี้พวกท่านทุกคนเต็มไปด้วยเจตนาร้าย ก็อย่าโทษข้าที่ต้องลงมือกับพวกท่าน”
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูทางด้านซ้ายหลังของอูลริชก็ถูกเปิดออก และอัศวินหลายนายก็กรูกันเข้ามาผ่านประตูที่ปกติแล้วเหล่าสาวใช้ พ่อบ้าน และคนครัวใช้กัน
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง!
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของพวกเขาสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่นได้ ไม่ต้องพูดถึงจำนวนมหาศาลของพวกเขาเลย
พวกเขายืนอยู่ข้างหลังอูลริชอย่างมั่นใจขณะจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้ามอย่างเคร่งขรึม
แต่วินสตันและคนอื่นๆ จะหวาดกลัวหรือ?
ไม่มีทาง!
คนของพวกเขาก็อยู่ที่นี่เช่นกัน แล้วจะกังวลไปใย?
“พี่ชาย น่าตลกที่ท่านพูดเช่นนี้ เพราะข้าก็กำลังคิดเรื่องเดียวกันอยู่เหมือนกัน
แต่แทนที่จะเป็นเกาะร้าง ความคิดของข้าออกไปในแนวทางที่จะส่งท่านไปยังทวีปอื่นในฐานะทาสมากกว่า”
“โอ้ตายจริง..
ส่วนความคิดของข้าน่ะ คือการมอบท่านให้พวกโจรสลัดไปเป็นโสเภณีชาย”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ครอบครัวของพวกเราช่างรักใคร่กลมเกลียวกันเสียจริง
แต่พอได้แล้วกับการพูดคุยไร้สาระ
บัลลังก์เป็นของข้า!”
ปัง!
ประตูทุกบานเปิดออก และชายอีกหลายคนในชุดเกราะสงครามที่แตกต่างกันก็กรูกันเข้ามาผ่านประตูหน้าคู่ขนาดมหึมาที่ใหญ่เท่ากับประตูเมืองสองบาน
ทุกคนเข้ามาและยืนอยู่ด้านหลังเจ้านายของตน
อูลริชมองดูภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่งและไม่สะทกสะท้าน
แน่นอนว่าเขาได้คาดการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาไว้แล้ว
ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ
และไม่มีใคร แม้แต่สวรรค์ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของการเตรียมการในวันนี้ได้
อาคารหลังนี้จะเป็นสุสานสำหรับสิ่งที่เรียกว่าสมาชิกในครอบครัวของเขา
คนของเอลโดราสร้างโล่กำบังรอบตัวนางพร้อมกับยื่นคันธนูและลูกธนูให้
นางฝึกฝนมาเพื่อวันนี้เป็นเวลานานแล้ว
ในขณะเดียวกัน วินสตัน, จอฟฟรีย์, โบนิเวียร์ และเหล่าดยุกก็ชักดาบของตนออกมาอย่างเยือกเย็น
มันคือการต่อสู้จนตัวตาย