- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 640 – ของขวัญฉันพี่น้อง
บทที่ 640 – ของขวัญฉันพี่น้อง
บทที่ 640 – ของขวัญฉันพี่น้อง
แน่นอน ในขณะที่ผู้คนกำลังง่วนอยู่กับการวางแผนร้าย... กลับมาที่เบย์มาร์ด ตอนนี้แลนดอนกำลังวิ่งวุ่นไปทั่วราวกับคนบ้า
อย่างแรก เขาได้สัญญากับพวกพ้อง (แกรี่, มาร์ค, จอช และเทรย์) ว่าเขาจะดูแลงานแต่งงานของพวกเขา เนื่องจากพวกเขาต้องการให้มันเป็นงานที่ไม่เหมือนใคร
ดังนั้นแลนดอนจึงได้คิดไอเดียและการออกแบบใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ
ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงาน ของตกแต่ง และอะไรต่อมิอะไร ทุกอย่างล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้แต่แหวนแต่งงานก็ยังแสดงถึงลักษณะนิสัยและบุคลิกที่แตกต่างกันซึ่งคล้ายคลึงกับแต่ละคนและแต่ละคู่
แน่นอนว่าการเตรียมงานแต่งงานไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงความสนใจทั้งหมดของแลนดอนไป
ยังมีเรื่องของสงครามอีกด้วย!
ถูกต้อง สงครามกำลังจะมาถึง... แถมยังเป็นสงครามทางเรืออีกด้วย
ดังนั้นทุกๆ วัน แลนดอนจะเดินทางไปยังเขตชายฝั่งเพื่อประชุมสั้นๆ กับผู้บังคับบัญชาที่นั่น
พวกเขามักจะทบทวนแผนการและจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ ในระหว่างนั้น
ตัวอย่างเช่น การทำความสะอาดพื้นมหาสมุทรเป็นอีกเรื่องสำคัญที่พวกเขาต้องหารือกัน
เพราะหลังจากการสู้รบ ไม่มีทางที่พวกเขาจะทิ้งเศษไม้กระจัดกระจายเหล่านั้นให้ลอยอยู่บนพื้นมหาสมุทร และทำลายระบบนิเวศที่นั่น
แม้แต่เรือที่เสียหายก็ไม่สามารถปล่อยทิ้งไว้ในทะเลได้
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องลากเรือกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ รวมทั้งทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อย
สิ่งของที่จมอยู่ก็จะถูกเก็บกู้โดยเรือซึ่งมีกล้องติดอยู่กับระบบที่เหมือนกรงเล็บคว้าจับ
แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่เกี่ยงที่จะดำน้ำลึกลงไปเช่นกัน
แต่นั่นอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีในตอนนี้ เนื่องจากเลือดจากผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตอาจล่อให้สัตว์อันตรายเบื้องล่างเข้ามากินเป็นอาหาร
ดังนั้นจึงไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ลงไปในน้ำจนกว่าพวกเขาจะแน่ใจอย่างยิ่งว่าไม่มีสัตว์อันตรายอยู่เบื้องล่าง
แน่นอนว่ายามชายฝั่งจะเป็นคนหลักที่เกี่ยวข้องกับการเคลียร์พื้นที่ทางน้ำ
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องเตรียมพร้อมและพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนเองเมื่อสงครามสิ้นสุดลง
นอกจากนี้ สถานที่ยังต้องสะอาดและปลอดโปร่งสำหรับผู้มาเยือนที่เดินทางมายังเบย์มาร์ดทางเรือ
ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องทำให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นอกจากนี้ นอกเหนือจากการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการทำความสะอาดแล้ว พวกเขายังเตรียมการสำหรับนักโทษอีกด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็จำเป็นต้องรู้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเทริเก้ แล้วทำไมไม่จับคนพวกนี้มาสักหน่อยล่ะ?
พึงรู้ไว้ว่าแม้แลนดอนจะรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ทหารที่เหลือไม่รู้
ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย วิธีที่ดีที่สุดคือการทำให้ศัตรูเหล่านี้บอกข้อมูลอัปเดตล่าสุดแก่พวกเขาแทน
โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับที่ตั้งของที่พักและที่ซ่อนของนอพไลน์ภายในเทริเก้ รวมถึงจำนวนทหารใหม่ที่ถูกเกณฑ์เข้ากองทัพของเขาในช่วงเวลานี้ด้วย
กล่าวโดยย่อ ภารกิจของพวกเขาคือการปกป้องเบย์มาร์ด
แต่วิธีการจัดการนั้นขึ้นอยู่กับพวกเขาโดยสิ้นเชิง
พวกเขาไม่เพียงแค่ต้องการระเบิดเรือเหล่านั้นทั้งหมด เพราะมันจะยิ่งเพิ่มงานให้พวกเขาในท้ายที่สุด
จะเป็นอย่างไรถ้ามีเรือมากกว่า 100 ลำ?
นั่นจะไม่หมายความว่าพวกเขาจะต้องดึงเรือที่กำลังจมทั้ง 100 ลำขึ้นมา และทำการทำความสะอาดที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นหรอกหรือ?
ไม่เอาน่า!
นั่นมันก็แค่การเพิ่มงานให้พวกเขาทำ
ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจว่าเรือของศัตรูเพียง 50% เท่านั้นที่จะประสบชะตากรรมนั้น
และสำหรับอีกครึ่งหนึ่ง พวกเขาจะทำการโจมตีแค่ในระดับพื้นผิวดาดฟ้าเรือแทน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นาวิกโยธินบนเรือรบจะบุกจู่โจมลงบนเรือเหล่านี้และจัดการศัตรูทันทีที่เห็น
ผู้ที่ต่อสู้ขัดขืนจะถูกยิง และผู้ที่ยอมจำนนจะถูกใส่กุญแจมือและนำตัวไป
มันก็ง่ายๆ แค่นั้นเอง
และสำหรับผู้ที่อยู่บนเรือที่กำลังจม หากพวกเขายังมีชีวิตอยู่... แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องเกาะแผ่นไม้หรือวัตถุลอยน้ำบางอย่างไว้
ดังนั้นการจับกุมพวกเขา ณ จุดนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก
แต่อีกครั้ง นี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้แลนดอนยุ่งอยู่
‘วรรรรรรรรรรรรรรรร่ม!’
เขาขึ้นรถและขับไปยังเขต B เพื่อเข้าร่วมการประชุมที่สำคัญ
"อา... ฝ่าบาท ยินดีต้อนรับพ่ะย่ะค่ะ"
"อืม... ยินดีที่ได้เจอเช่นกัน โกโนวิช"
"ฝ่าบาท ยินดีต้อนรับพ่ะย่ะค่ะ!"
"ยินดีต้อนรับฝ่าบาท!"
"ยินดีต้อนรับ"
"ยินดีต้อนรับ"
แลนดอนเดินเข้าไปในห้องโถงและได้รับการต้อนรับทันทีจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลและทหารหลายคน
ใช่แล้ว!
วันนี้พวกเขาต้องพูดคุยเกี่ยวกับการขยายอาณาเขตของเบย์มาร์ด!
พูดง่ายๆ ก็คือ ก่อนที่วิลเลียมและพรรคพวกจะจากไป พวกเขาได้ประชุมกับแลนดอนและเจ้าหน้าที่ทหารสองสามคนเกี่ยวกับสนธิสัญญาที่พวกเขาได้ลงนามไว้แล้ว
และเพื่อเป็นของขวัญขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเบย์มาร์ด พวกเขาได้ตัดสินใจมอบ 4 เมืองที่อยู่ใกล้เบย์มาร์ดที่สุดให้เป็นของขวัญ
แน่นอนว่าใครก็ไม่ควรดูถูกตัวเลขนั้น
เพราะรอบๆ และข้างเคียงเมืองเหล่านี้ จะพบหมู่บ้าน 17 แห่งและเมืองเล็ก 2 แห่งที่ล้วนขึ้นอยู่กับ 4 เมืองนี้
นั่นหมายความว่าเบย์มาร์ดได้รับดินแดนทั้งหมด 23 แห่ง
และคนที่สุขที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแลนดอน
ก่อนหน้านี้ ระบบได้บอกเขาว่าเขาไม่ได้รับอนุญาตให้บังคับหรือขโมยดินแดนใดๆ จากวิลเลียม
ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะถามวิลเลียมเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากพิธีราชาภิเษกของเขา
แต่ใครจะไปคิดว่าวิลเลียมจะเป็นคนมอบดินแดนใหม่นี้ให้เขาเป็นของขวัญง่ายๆ แบบนี้?
อืม ถ้าลองคิดดูดีๆ เขาได้ช่วยชีวิตเจ้าหมอนั่นไว้ที่ฐานทัพหลักและยังโค่นอเล็กได้อีกด้วย... ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัววิลเลียมเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากวิลเลียมยังคงดิ้นรนที่จะรับมือกับอีไลและคอนเนอร์
นอกจากนี้ เขายังจัดหาการเดินทางที่รวดเร็วและปลอดภัยไปยังเมืองหลวง ทำให้พวกเขาใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่วัน
อีกทั้ง เขายังส่งคนของเขาออกไปเพื่อขนส่งและควบคุมตัวอเล็ก และช่วยเหลือวิลเลียมในการยึดครองอาร์คาดิน่า
และที่ดีที่สุดคือ เขาได้มอบการแก้แค้นที่วิลเลียมและครอบครัวของเขาโหยหามาตลอดหลายปีให้แก่พวกเขา
แลนดอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเหมือนคนบ้าขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องประชุมอย่างร่าเริงยินดี
เฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ... ในที่สุด เบย์มาร์ดก็จะถูกขยายอีกครั้ง
โต๊ะในห้องประชุมถูกจัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยทุกคนหันหน้าเข้าหากัน
มีผู้เข้าร่วมการประชุมนี้เพียง 13 คน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟนหรืออะไรทำนองนั้น
ผู้จดบันทึกมองดูนาฬิกาของเขาและยื่นค้อนทองคำขนาดเล็กในมือขวาออกมา
‘เป๊ง!’
"ขณะนี้เป็นเวลา 10:00 น
การประชุมได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว"
‘เป๊ง!’