- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 392 เคลื่อนพลอีกครั้ง
บทที่ 392 เคลื่อนพลอีกครั้ง
บทที่ 392 เคลื่อนพลอีกครั้ง
“แทนที่จะใช้สัญญาณวิทยุ... เจ้าพวกนี้จะใช้สายแทน!”
--ความเงียบ--
ถึงตอนนี้ พวกเขายิ่งสับสนมากกว่าเดิมเสียอีก
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังแลนดอนด้วยสีหน้างุนงง
มันเป็นไปได้จริง ๆ หรือ?
ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้ตอนที่แลนดอนพูดถึงเรื่องข้อความเสียง พวกเขาก็ตกตะลึงกับแนวคิดนั้นไปแล้ว... เพราะพวกเขาพบว่ามันยากที่จะเชื่อจริง ๆ
อุปกรณ์นี้จะบันทึกเสียงของพวกเขาสำหรับสิ่งที่เรียกว่าข้อความเสียงได้อย่างไร?
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ พวกเขาสามารถฟังข้อความเสียงที่อัดไว้เมื่อ 3 วันก่อนได้
นอกจากนั้น... ด้วยโทรศัพท์พื้นฐานเหล่านี้ คนมากกว่า 2 คนสามารถอยู่ในสายเดียวกันได้ในคราวเดียว
แล้วจะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นสุด ๆ ที่จะได้เริ่มโครงการใหม่นี้ได้อย่างไร?
แต่เมื่อแลนดอนบอกว่าพวกเขาจะใช้สายแทนคลื่นความถี่วิทยุ... อารมณ์ที่ตื่นเต้นของพวกเขาก็พลันมอดลงอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาพบว่ามันยากที่จะเชื่อว่าคนเราจะสร้างโทรศัพท์พื้นฐานเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องใช้การส่งคลื่นวิทยุ
แต่ในเมื่อผู้สร้างวิทยุสื่อสารได้พูดเช่นนั้น ก็อาจจะมีความเป็นไปได้จริง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น
ในตอนนี้ พวกเขาเลือกที่จะรอและฟังคำอธิบายของแลนดอน
แลนดอนมองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของพวกเขา และใช้เวลาอธิบายเรื่องต่าง ๆ เพิ่มเติมกับพวกเขาอย่างใจเย็น
สำหรับโทรศัพท์พื้นฐาน เมื่อคนเราพูด คลื่นเสียงจะกระทบกับแผ่นไดอะแฟรมในไมโครโฟน... ซึ่งจะแปลงมันเป็นสัญญาณไฟฟ้า แล้วถูกส่งต่อไปตามสายโทรศัพท์
และคนที่อยู่อีกปลายสายของโทรศัพท์ ก็จะได้รับสัญญาณเหล่านี้เช่นกัน... โดยมันจะไปกระทบกับแผ่นไดอะแฟรมของฝั่งเขาและส่งต่อไปยังลำโพงโทรศัพท์เพื่อให้พวกเขาได้ยิน
โดยสรุปแล้ว ก็แค่นั้นแหละ!
หลังจากได้ฟังคำอธิบายอย่างละเอียดของฝ่าบาท... ดวงตาของทุกคนก็พลันเปล่งประกายขึ้นด้วยความทึ่ง
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็อดที่จะกังวลเล็กน้อยไม่ได้
“มีคำถามอะไรไหม?”
“ฝ่าบาท... ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่าทุกสายที่โทรจะต้องมีคนคอยต่อสายให้เพื่อที่จะได้พูดคุยกันใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” หนึ่งในนั้นถามขึ้นอย่างสงสัย
เมื่อแลนดอนได้ยินดังนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความชื่นชมในตัววิศวกรเหล่านี้
เป็นไปตามคาด พวกเขาก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน
สิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึง คือการใช้พนักงานต่อสาย
ก่อนหน้านี้บนโลก การโทรศัพท์จะต้องถูกเชื่อมต่อโดยพนักงานต่อสายก่อนจึงจะสามารถพูดคุยกันได้... เนื่องจากทุกสายจะถูกส่งตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทโทรศัพท์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นชุมสายกลาง
คนเราจะโทรออก... และจะได้พูดคุยกับพนักงานต่อสายโดยตรง ซึ่งพนักงานก็จะจดเบอร์ที่พวกเขาต้องการโทรหาและทำการเชื่อมต่อสายไปยังบุคคลนั้นแทน
และเมื่อเปรียบเทียบกับวิทยุสื่อสารที่ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลที่สามในการติดต่อใครสักคน แน่นอนว่าเหล่าบุรุษก็ไม่ค่อยพอใจกับเทคโนโลยีใหม่นี้เท่าไหร่นัก
อย่างแรกเลยคือ ถ้าพนักงานต่อสายทุกคนไม่ว่าง... คนโทรก็อาจจะต้องรอสายเป็นเวลานาน
แล้วถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในช่วงที่กำลังรอสายล่ะ?
“ไม่!... เราไม่จำเป็นต้องมีใครมาต่อสายให้
โดยหลักแล้ว เราจะใช้สวิตช์!”
“...”
แน่นอนว่าเหตุผลที่โทรศัพท์ยุคใหม่เชื่อมต่อได้โดยไม่ล่าช้า ก็เพราะที่ฐานของบริษัท... พวกเขามีระบบสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้กระบวนการที่เรียกว่ามัลติเพล็กซิ่ง
พูดสั้น ๆ ก็คือ ระบบนี้สามารถทำให้การสนทนานับพันคู่สายถูกส่งไปพร้อมกันได้ในสายเคเบิลเส้นเดียว
และก็เป็นเพราะเทคโนโลยีนี้ที่ทำให้พนักงานต่อสายนับพันคนต้องตกงานหรือเกษียณอายุก่อนกำหนด
แลนดอนรู้ว่าการจ้างพนักงานต่อสายนับพันคนไม่ใช่สิ่งที่ดีในระยะยาว
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะยึดตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปรับเปลี่ยนการทำงานภายในของโทรศัพท์พื้นฐานเหล่านี้
สำหรับพนักงานต่อสาย คำถามคือ... พวกเขายังมีอยู่หรือไม่?
แน่นอนว่ามี!... แต่ลักษณะงานนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากการต่อสายเพื่อให้คนได้คุยกับคนที่รัก หรือทำธุรกรรมทางธุรกิจ
ในโลกสมัยใหม่ พนักงานต่อสายเป็นเพียงเจ้าหน้าที่เฉพาะทางที่ทำงานกับฝ่ายบริการลูกค้าโดยตรง
โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะจัดการกับสายเรียกเข้าจำนวนมาก ทำงานในคอลเซ็นเตอร์ในฐานะตัวแทนลูกค้า... อย่างเช่นพนักงานรับสาย 911 ที่จะรับข้อความและส่งต่อไปยังตำรวจ
และแน่นอน พวกเขายังทำงานในโรงพยาบาลด้วย โดยจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินและอื่น ๆ อีกมากมาย
กล่าวโดยสรุป พวกเขามักจะถูกใช้ในงานอื่น ๆ ทุกอย่าง ยกเว้นการต่อสายส่วนตัว
ดังนั้นด้วยการเกิดขึ้นของโทรศัพท์ แน่นอนว่าเบย์มาร์ดยังคงต้องการพนักงานต่อสาย... เพราะเขาคาดว่าแต่ละอุตสาหกรรมจะมีแผนกคอลเซ็นเตอร์ของตัวเอง สำหรับรับฟังข้อร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และอื่น ๆ
และแม้แต่โรงพยาบาลก็ต้องมีของตัวเองเช่นกัน ซึ่งจะจัดการกับคำถามเกี่ยวกับยาในร้านขายยา การส่งต่อผู้ป่วยในโรงพยาบาล และรายการอื่น ๆ อีกมากมาย
แน่นอนว่ายังพบเห็นได้ในบริษัทโลจิสติกส์ บริษัทด้านการบริการขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมแกรนด์โฮเทลที่ต้องรับการจองทางโทรศัพท์หรือการจองห้องพักหลายร้อยสายในคราวเดียว
แลนดอนใช้เวลาทั้งวันไปกับภาคทฤษฎี เนื่องจากนักเรียนของเขาทุกคนต่างระดมยิงคำถามใส่เขามากมาย
และในวันที่สองของการเรียน พวกเขาก็เริ่มการผลิตในทันที... และแล้วหนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไป แลนดอนก็ส่งต่อหน้าที่การสอนให้กับทิมในทันที
ชิ้นส่วนส่วนใหญ่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับนักเรียนของเขาเป็นอย่างดี ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
แต่การประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันนี่แหละที่เล่นเอาพวกเขาหนักใจ
“เดี๋ยวนะ!... ตัวเก็บประจุนี่ต้องใส่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่! ไม่! ไม่! เพื่อน... มันต้องเป็นไดโอดต่างหากที่อยู่ตรงนั้น!!!”
“เอ๊ะ?... ทำไมวงจรของฉันถึงไม่ทำงานหลังจากทดสอบแล้วล่ะ?”
“เพื่อนเอ๊ย!... มันจะทำงานได้ยังไงในเมื่อวงจรของนายยังเปิดอยู่เลย? ดูนี่!... วางเจ้านี่ตรงนี้เพื่อปิดวงจร!”
อ๋า!... เข้าใจแล้ว!! บ้าชะมัด!!... ทำไมฉันถึงโง่อย่างนี้นะ?”
“...”
และด้วยเหตุนั้น ปฏิบัติการโทรศัพท์พื้นฐานก็ได้เริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
แน่นอนว่า ในขณะที่เรื่องทั้งหมดนี้กำลังดำเนินไป... อีกด้านหนึ่ง แลนดอนก็กำลังเตรียมตัวออกเดินทางในภารกิจช่วยเหลือของเขา
ด้วย 'เจ้านาย' สุดเพี้ยนอย่างระบบ เขาจะปักหลักอยู่ที่เบย์มาร์ดได้อย่างไรในเมื่อ 'วิญญาณ' ของเขาอาจตกอยู่ในอันตรายในระยะยาว?
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมุ่งหน้าเข้าไปยังรังของศัตรู... จักรวรรดิเทริกซ์