- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 354 เพื่อนเก่า
บทที่ 354 เพื่อนเก่า
บทที่ 354 เพื่อนเก่า
“โฮสต์... เจ้าชายวิญญาณมาถึงแล้ว”
“_”
แลนดอนแทบจะตกเก้าอี้เมื่อได้ยินประกาศของระบบ
ยอดเยี่ยม!... ในที่สุดเขาก็มาถึง!!
หลังจากหลายเดือนของการค้นหาและรอคอยให้เจ้าหมอนี่โผล่มา ในที่สุด..... เขาก็สบายใจได้เสียที
เพื่อให้ภารกิจของเขาสำเร็จ เขาต้องไปพบกับเจ้าชายวิญญาณบ้าๆ นั่นก่อนไม่ใช่หรือ... ก่อนที่จะทำให้เขาขึ้นครองบัลลังก์ได้
ดังนั้น แน่นอนว่าการที่เขามาส่งตัวเองถึงหน้าประตูบ้านของแลนดอนทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเป็นสิบเท่า
“ระบบ... เขามาถึงเมื่อไหร่?
เจ้าช่วยแสดงให้ข้าดูหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?” แลนดอนถามอย่างตื่นเต้น
“ตอบโฮสต์... เขามาถึงเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว และขณะนี้อยู่ในอาณาจักรตามที่เรากำลังสนทนากัน”
“แล้วทำไมเจ้าไม่แจ้งข้าตอนที่เขาเพิ่งมาถึงล่ะ?”
“ตอบโฮสต์... ระบบกำลังพยายามที่จะเป็นสิ่งที่มนุษย์จะเรียกว่า ‘ห่วงใย’
ระบบเห็นว่าโฮสต์กำลังหมกมุ่นอยู่กับงานอย่างหนัก และเลือกที่จะบอกโฮสต์ในภายหลัง
ระบบกำลังแสดงด้านที่ห่วงใยต่อโฮสต์”
“_”
แลนดอนไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะหรือร้องไห้กับสถานการณ์ของตัวเองดี
เขารู้สึกอยากจะจับระบบมาทุ่มให้ตายจริงๆ
ตอนนี้เนี่ยนะที่มันเลือกจะมาห่วงใยเขา?
แล้วภารกิจกะทันหันทั้งหมดที่มันโยนใส่เขาเมื่อเร็วๆ นี้ล่ะ?
ทัศนคติที่ห่วงใยของมันหายไปไหนตอนนั้น?
พระเจ้า!!
ใครมันจะไปเจอะเจอกับระบบแบบของเขาได้กันวะ?
ช่างมันเถอะ ช่างมัน... เฮ้อ... ตอนนี้มาร้องไห้เสียดายเรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในที่สุดเจ้าชายวิญญาณก็มาถึงเบย์มาร์ดแล้ว
“ก็ได้... เจ้าบอกว่าเขามาถึงเมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้วใช่ไหม?
โอเค... งั้นก็แค่แสดงให้ข้าดูบนจอภาพแทนแล้วกัน”
“ขออภัยโฮสต์... แต่ระบบนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงให้ท่านเห็นว่าเจ้าชายวิญญาณหน้าตาเป็นอย่างไร... ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถแสดงให้ท่านเห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่บนจอภาพได้” ระบบกล่าวโดยไม่มีร่องรอยของอารมณ์ในน้ำเสียง
“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเขา?
เจ้ารู้ไหมว่าในแต่ละวันมีคนขอเข้าพบข้ากี่คน และข้าต้องปฏิเสธไปกี่คนจากทั้งหมดนั่น?
แล้วถ้าข้าเผลอปฏิเสธการเข้าพบของเขาไปล่ะ?”
“นั่นก็จะเป็นปัญหาของโฮสต์”
“_”
แลนดอนสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมอย่างจนปัญญา ขณะที่เขาพยายามอย่างรวดเร็วเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล
ถ้าเขาเกิดระเบิดอารมณ์โกรธออกมาตอนนี้... คนรอบข้างจะไม่คิดว่าเขาบ้าไปแล้วหรือ?
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในรถลีมูซีนของราชวงศ์ เคียงข้างคู่หมั้นของเขา เกรซ, โมโม่น้อย, ลินดาน้อย และท่านแม่วินนี่
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสองโมง เป็นเวลาที่พระราชพิธีอภิเษกสมรสที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น
แน่นอนว่าก่อนงานนี้... พวกเขาได้จัดกิจกรรมมาแล้วตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์และแสดงความทุ่มเทของท่านแม่คิมและลูเซียสที่มีต่ออาณาจักรและประชาชน
ในขณะนี้ เขาอยู่กับเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ... ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางไปยังสถานที่จัดงานแต่งงาน
ดังนั้นถ้าเขาเริ่มคลั่งขึ้นมา พวกเขาจะไม่คิดว่าในที่สุดเขาก็สติแตกไปแล้วหรือ?
นี่เป็นแผนของระบบใช่ไหม!!
ชิ!... แต่มันจะไม่ได้ผลหรอก!... ตราบใดที่เขายังอยู่
“ถ้างั้น... โอ้ระบบผู้ยิ่งใหญ่ของข้า... ข้าจะจำกัดการค้นหาเจ้าชายวิญญาณคนนี้ให้แคบลงได้ยังไงกัน”
“โฮสต์... ดังที่ระบบได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ใช้สัญชาตญาณของท่านในการตอบรับและปฏิเสธคำขอ แล้วท่านจะปลอดภัยดี
นี่คือทัศนคติที่ห่วงใยของระบบที่มีต่อท่าน
แต่แน่นอนว่าถ้าท่านใช้สัญชาตญาณของท่านแล้วปฏิเสธเขาไป ระบบก็พูดได้แค่ว่าจะผิดหวังในตัวท่าน”
“_”
บรื๊นนนนนนนน!!!
รถเร่งความเร็วไปยังเขต C โดยมีแลนดอนแอบถอนหายใจหลายครั้งขณะเอนตัวพิงเบาะรถ
บ้าเอ๊ย!!!!!!
ภายในโรงแรมกราซิโอ-เดโรระดับ 4 ดาวในเขต C... วิลเลียมและคนของเขากำลังนั่งอยู่ในห้องพักของโรงแรมด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งได้เห็นระหว่างทางมาที่นี่
ส่วนเหตุผลที่พวกเขามาถึงเร็วกว่าสมาชิกราชวงศ์คนอื่นๆ ถึง 2 สัปดาห์... นั่นเป็นเพราะพวกเขาใช้เส้นทางที่สั้นที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุดเพื่อมาที่นี่
และนอกเหนือจากนั้น... พวกเขาเดินทางกันไม่หยุดพัก โดยให้คนของพวกเขาสลับเวรกันตลอดการเดินทาง
ดังนั้นพวกเขาจึงนำหน้าคนอื่นๆ ไปไกลในแง่นั้น
ตั้งแต่สถานีขนส่งทางบกไปจนถึงรถยนต์ รถโดยสาร อาคาร อาหาร และทุกสิ่งทุกอย่าง... พวกเขากล้าพูดได้เลยว่าในตอนนี้ไม่มีที่ใดในโลกที่จะเทียบกับเบย์มาร์ดได้
ที่นี่คือสวรรค์!!
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าวิลเลียมไม่เคยเสียอาการไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!... แต่เมื่อเขามาถึง เขาก็เสียอาการไปพักหนึ่งเลยทีเดียว
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
แม้ว่าคนของเขาจะบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เขาฟังแล้ว... การได้เห็นด้วยตาตัวเองทำให้เขารู้สึกว่าจู่ๆ พวกนั้นก็บรรยายสิ่งต่างๆ ได้แย่มาก
ทำไมพวกเขาไม่อธิบายจริงๆ ว่าการนั่งในรถโดยสารพวกนั้นรู้สึกอย่างไร?
ทำไมพวกเขาไม่ค่อยพูดถึงการบริการลูกค้าที่น่าทึ่งของที่นี่ให้เขาฟังเลย?
วิลเลียมรู้สึกเหมือนทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน... ขณะที่เขายืนอยู่ริมหน้าต่างระเบียงด้วยความงุนงง พลางมองดูถนนที่พลุกพล่านของเบย์มาร์ด รวมถึงตึกสูงระฟ้ารอบตัวเขา
ผู้คนยิ้มแย้มและใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างร่าเริง... ราวกับว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะหยุดความสดใสของพวกเขาได้
สถานที่ทั้งหมดดูล้ำสมัยสำหรับเขามาก จนเขาเกือบจะคิดว่าตัวเองได้เดินทางไปยังอีกโลกหนึ่งแทน
แต่หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของที่นี่คือผู้คน
ตอนที่เขาอยู่ที่สถานีขนส่งทางบก รวมถึงระหว่างทางมายังโรงแรม... เขาตระหนักได้ว่าไม่ว่าใครจะมีภูมิหลังอย่างไร จะรวยหรือจน... พนักงานที่นี่ทุกคนปฏิบัติต่อผู้คนดั่งราชาเมื่อให้บริการ
มันเป็นการเปิดหูเปิดตาสำหรับวิลเลียมอย่างแท้จริง... ขณะที่เขาแอบจดจำไว้ในใจเพื่อปลูกฝังค่านิยมดังกล่าวเมื่อเขาได้ครอบครองอาร์คาดิน่า
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในคุณสมบัติและจุดแข็งที่ดีของเบย์มาร์ดที่เขาสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งหนึ่งคือเทคโนโลยีของพวกเขา
เมื่อพวกเขาให้กุญแจห้องพักแก่เขาและคนของเขาและนำทางเข้าไป พวกเขาทุกคนรู้สึกว่าทั้งหมดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อ
น้ำสะอาดปรากฏขึ้นมาได้อย่างไรเพียงแค่บิดแท่งโลหะเมื่อไหร่ก็ได้ที่พวกเขาต้องการ?
แม้แต่แสงสว่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟในการจุด... พวกเขาใช้สิ่งที่เรียกว่าหลอดไฟ
มีอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าห้องน้ำ... ซึ่งเขาคิดว่ามันแยบยลจริงๆ
ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!
สิ่งที่แยบยลอย่างแท้จริงคือกระดาษชำระ
มันรู้สึกนุ่มนวลอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับฟองน้ำ หญ้า หรือแม้กระทั่งเศษผ้า
และอย่าลืมความจริงที่ว่าห้องจะร้อนหรือเย็นก็ได้หากเขาเลือกที่จะให้เป็นเช่นนั้น
กล่าวโดยสรุป มีสิ่งดีๆ มากมายในเบย์มาร์ด... เช่นเดียวกับความลับมากมายที่นี่ ซึ่งอาจทำให้คนเกิดความอยากที่จะฝันถึงการพิชิตสถานที่แห่งนี้หากพวกเขาไม่ระวัง
เขาเรียกมันว่าความฝันเพราะไม่ต้องสงสัยเลยว่า... เขาเชื่ออย่างแท้จริงว่าการที่เบย์มาร์ดเปิดประตูต้อนรับทุกคน... นั่นหมายความว่ามันมีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเองได้ในขณะนี้
ตั้งแต่การได้เห็นธนาคาร ไปจนถึงการได้เป็นพยานในปาฏิหาริย์อื่นๆ อีกหลายอย่างภายในอาณาจักรนี้... วิลเลียมอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจในใจ
ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลไปโดยเปล่าประโยชน์
ไม่มีทางเลยที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้จะถูกอเล็กรังแกได้
“เอาล่ะ!... พวกเจ้าทุกคนเลิกล้อเล่นได้แล้ว
ข้าต้องการความเห็นที่ตรงไปตรงมาของพวกเจ้า... คอลลินส์ เจ้าเริ่มก่อน”
นายน้อย... ลูกพี่ลูกน้องของท่านคนนี้เก็บตัวลึกเกินไปแล้ว!!!!
ให้ตายเถอะ!!!” คอลลินส์อุทานอย่างตื่นเต้นขณะลุกขึ้นจากเตียงอันแสนสบาย
“นายน้อย!
เป็นครั้งแรกเลย...ที่ข้าเห็นด้วยกับคอลลินส์ในเรื่องนี้
แต่ปัญหาที่แท้จริงในตอนนี้คือนายน้อย... เราจะไปพบเขาได้อย่างไรขอรับ
นายน้อยขอรับ ตามคำสั่งของท่าน... ข้าได้ลองไปสืบเรื่องนี้มาบ้างแล้ว และข้ารับประกันได้เลยว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะสามารถเข้าเฝ้าองค์กษัตริย์ได้โดยไม่ขออนุญาตก่อน
และไม่เหมือนกับพระราชวังของอาร์คาดิน่าที่เราสามารถปลอมตัวเข้าไปได้... สำหรับที่นี่ พวกเขาตรวจสอบประวัติความเป็นมาอย่างละเอียดและยืนยันกับข้อมูลที่พวกเขามีอยู่ ก่อนที่จะอนุญาตให้ใครใช้วิธีนั้นได้ขอรับ” แมคเคนตอบขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการอาหารที่พนักงานนำขึ้นมาส่งให้
“และยังไม่หมดแค่นั้นขอรับนายน้อย..
จากการสืบข้อมูลของข้า... เรามีโอกาสหลัก ๆ เพียง 2 ทางเท่านั้นที่จะได้พบเขานายน้อย
ทางแรกคือบังเอิญไปเจอเขาแถว ๆ เบย์มาร์ด
แต่หนทางนั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้... เพราะการที่จะบังเอิญไปพบองค์กษัตริย์ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว
ดังนั้นนายน้อย ตัวเลือกสุดท้ายของเราก็คือการยื่นคำร้องขอเข้าพบอย่างเป็นทางการขอรับ
เท่าที่ทราบ ต่อให้เป็นกษัตริย์จากอาณาจักรอื่น... ก็ยังต้องยื่นคำร้องใด ๆ ก็ตามก่อนที่จะขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทแลนดอน... เว้นเสียแต่ว่าพระองค์จะทรงรอพบพวกเขาอยู่แล้วตั้งแต่แรก
นายน้อย... ข้าขอเสนอให้เรายื่นคำร้องขอเข้าพบองค์หญิงลูซี่แทนดีกว่า
นางจะต้องจำท่านได้อย่างแน่นอนหลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้” คอลลินส์พูดอย่างจริงจัง
“ข้าเห็นด้วยขอรับนายน้อย... อีกอย่างนางก็มีพระราชกรณียกิจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับฝ่าบาทแลนดอน ดังนั้นเราน่าจะมีโอกาสมากกว่าหากผ่านทางนางแทนที่จะเป็นคนอื่น”
“_”
วิลเลียมนั่งลงอย่างใจเย็นและรินดอมเปรีญงใส่แก้วให้ตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนของเขา
“อืม... จริงด้วยสินะ!!
ไม่ได้เจอเพื่อนทั้งสองคนนั่นมานานมากแล้ว
เอาล่ะ!... เดี๋ยววันนี้เราค่อยยื่นคำร้องไป
แต่ตอนนี้... เราจะพลาดงานแต่งงานของท่านป้าไปง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?”
และทันทีที่การตัดสินใจสิ้นสุดลง... พวกเขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ ที่หน้าห้อง
‘ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!’
ใครกันนะ?