- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 332 ภารกิจสำเร็จ
บทที่ 332 ภารกิจสำเร็จ
บทที่ 332 ภารกิจสำเร็จ
ในที่พักอีกแห่งหนึ่ง แซนเดอร์สกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่มีใครรู้จักพร้อมกับองครักษ์เงาของเขา
ต่างจากมาร์เดอร์ แซนเดอร์สมีองครักษ์เงาอย่างน้อย 30 คนอยู่กับเขาเสมอเมื่อเขาอยู่นอกเมือง
แต่ถึงแม้เขาจะเตรียมพร้อมมาอย่างดี เขาก็ยังคงพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอยู่บ้าง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
แซนเดอร์สวิ่งอย่างกระวนกระวาย พลางหันกลับไปมองเป็นครั้งคราว...ราวกับว่าเขากำลังหลีกเลี่ยงปีศาจบางชนิด
บ้าเอ๊ย!!!!
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ?
ก่อนหน้านี้ เขากำลังพูดคุยกับคนของมาร์เดอร์ 3 คนตามลำพังในห้องนอนของเขา
แน่นอนว่าองครักษ์ลับของเขาทั้งหมดซ่อนตัวอยู่ในห้อง เผื่อว่ามาร์เดอร์ส่งคนเหล่านี้มาเพื่อตลบหลังเขา
แต่ทันทีที่เขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วและโน้มตัวไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน... ในไม่ช้าเขาก็ได้ยินเสียงแตกดังลั่นมาจากด้านหลัง
เปรี๊ยะ!!
กำแพงที่เขาเพิ่งพิงอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้มีรูในจุดที่ศีรษะของเขาเคยพิงอยู่
ด้วยโชคช่วย เขารอดพ้นจากการโจมตีที่มุ่งเอาชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
อะไรวะเนี่ย?
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังคงรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าถ้าการโจมตีนั้นโดนเขา...ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว
อย่างรวดเร็ว แซนเดอร์สทิ้งตัวลงกับพื้นและม้วนตัวหนีไป
เขาเนี่ยนะ!!
เจ้าเมืองผู้สง่างาม กลับต้องกลิ้งหนีเหมือนพวกกุ๊ยข้างถนนงั้นหรือ?
บ้าบอสิ้นดี!!!
ถ้ามีใครมาบอกเขาว่าเขาจะทำแบบนี้ เขาคงจะเรียกคนพวกนั้นว่าตัวตลกและหัวเราะเยาะใส่ไปแล้ว
แต่ตอนนี้ เขากำลังทำอย่างนั้นจริงๆ
เขาสาบานเลยว่าถ้าเขาตาย เขาจะบีบคอวิญญาณตนใดก็ตามที่ทำเรื่องนี้กับเขาไปชั่วนิรันดร์
ชิ้ง!!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ครืดดดดดด!!!!!!!
ชายอีก 3 คนนอกเหนือจากแซนเดอร์สชักดาบออกมาขณะที่เสียงปืนดังขึ้น
ส่วนแซนเดอร์ส เขากำลังกลิ้งหนีออกจากที่เกิดเหตุด้วยความอัปยศอดสู
จากนั้น มหากาพย์ก็ได้ดำเนินต่อไปเมื่อองครักษ์เงาทั้งหมดของเขาเผยตัวออกมา ในความพยายามที่จะช่วยเจ้านายของตน
พวกเขายืนอยู่ข้างหน้าแซนเดอร์สที่กำลังกลิ้งอยู่ และพยายามใช้ดาบหยุดการโจมตีทุกอย่างที่พุ่งเข้ามา
พวกเขาถึงกับหลับตา และพยายามคาดเดาว่าการโจมตีมาจากทิศทางใด...เพราะพวกเขาเคยต้องป้องกันลูกธนูที่พุ่งเข้ามามาก่อน
แต่ความเร็วของลูกธนูจะเทียบกับความเร็วของปืนได้อย่างไร?
คนผู้นั้นต้องเสี่ยงชีวิตฝึกฝนกับกระสุนจริง ๆ เพื่อที่จะเชี่ยวชาญความเร็วและวิถีของกระสุน
(*นี่ไม่ใช่เดอะเมทริกซ์นะโว้ย)
เนื่องจากพวกเขามองไม่เห็นว่าอะไรกำลังพุ่งเข้ามา...พวกเขาจึงหลับตาแน่น เพราะต้องการจะหยุดการรับรู้ทางสายตาและเพิ่มความเฉียบคมของประสาทสัมผัสอื่นแทน
ฟิ้ว!
พวกเขาสามารถได้ยินเสียงกระสุนที่ถูกยิงออกจากปืน...แต่ที่น่าประหลาดใจคือ พวกเขากลับไม่ได้ยินเสียงหวีดหวิวใด ๆ เลย
นี่มันแปลกมาก!!
โดยปกติแล้ว เมื่อลูกธนูถูกยิงออกไป...คนเราแทบจะได้ยินเสียงหวีดหวิวขณะที่ลูกธนูแหวกอากาศด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูง
นั่นเป็นวิธีที่ทำให้พวกเขาสามารถใช้ดาบฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาได้เช่นกัน
แต่ทำไมอาวุธเหล่านี้ถึงไม่เหมือนกับลูกธนู?
และทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ยินเสียงหวีดหวิวจากอาวุธเหล่านี้ด้วย?
คำตอบนั้นเกี่ยวข้องกับความเร็ว
ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!
อ๊ากกกกกกกก
กระสุนหลายนัดโดนพวกเขาหลายครั้งในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทำให้ร่างของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจากแรงปะทะของกระสุน
เหล่าชายฉกรรจ์หอบหายใจอย่างหนัก ราวกับว่าพวกเขากำลังตื่นตระหนก...ขณะที่พยายามสงบหัวใจที่เต้นรัว
ใบหน้าของพวกเขาซีดลงทุกวินาที ขณะที่กระสุนยังคงสาดใส่พวกเขาราวกับห่าฝนจากทางหน้าต่าง เช่นเดียวกับจากประตูข้างบานหนึ่งภายในห้องนอน
พวกเขาคิดจริงๆ ว่ากำลังต่อสู้กับภูตผีวิญญาณ เพราะอย่างแรก...ทำไมองครักษ์เงาที่อยู่ข้างนอกที่พักถึงไม่ส่งข่าวเรื่องผู้บุกรุกมาให้พวกเขาทราบ?
โดยปกติแล้วถ้าเป็นการจู่โจมของศัตรู คนที่อยู่ข้างนอกจะส่งคน 1 หรือ 2 คนมาส่งสัญญาณให้เจ้านายทราบเกี่ยวกับผู้บุกรุกที่อยู่นอกห้องบรรทม
แต่ทำไมถึงไม่มีใครส่งสัญญาณอะไรมาเลย?
คำตอบของพวกเขานั้นง่ายมาก!
ผู้บุกรุกเหล่านี้ใช้กล้องส่องทางไกลกลางคืนเพื่อตรวจหาศัตรูทั้งหมด...เพราะไม่มีมนุษย์คนใดสามารถซ่อนตัวจากแว่นตาเหล่านี้ได้
ดังนั้นจึงพูดได้อย่างปลอดภัยว่าองครักษ์เงาที่อยู่ข้างนอกคงถูก 'จัดการ' เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในขณะที่องครักษ์บางคนถูกยิงล้มลงด้วยห่ากระสุน คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ที่ถูกยิง...ก็รีบใช้ร่างของสหายเป็นโล่ และรีบตามเจ้านายที่กำลังกลิ้งอยู่ออกไปจากห้อง
การต่อสู้กับสิ่งที่ไม่รู้จักเป็นสิ่งที่แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน
"เจ้านาย รอพวกเราด้วย!!"
เมื่อเขาออกจากห้อง แซนเดอร์สก็ลุกขึ้นยืนทันทีและวิ่งหนีสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้...โดยมีองครักษ์เงาบางส่วนตามหลังเขามาด้วย
พวกเขาวิ่งไปตามทางเดินที่ยาวและคดเคี้ยวด้วยความหวาดกลัว ขณะที่พยายามจะหนีให้พ้นจากเสียงฝีเท้าที่ได้ยินว่าใกล้เข้ามาจากด้านหลังกลุ่มของพวกเขา
เดี๋ยวนะ!...เสียงฝีเท้า?
ขณะที่พวกเขาเงี่ยหูฟังระหว่างวิ่งหนี...ในไม่ช้าพวกเขาก็ตระหนักว่าการโจมตีเหล่านี้น่าจะมาจากผู้บุกรุกจริงๆ
แต่ผู้บุกรุกเหล่านี้มีอาวุธอะไรกัน ถึงได้จัดการกับพวกเขาแบบนี้?
และใครคือคนที่สามารถผลิตอาวุธเช่นนี้ได้?
โดยไม่ต้องคิดอะไรอีก...ชื่อของเบย์มาร์ดปรากฏขึ้นในใจของแซนเดอร์สและองครักษ์เงาทุกคนที่กำลังหลบหนีในทันที
พวกเขายิ้มอย่างขมขื่น เมื่อตอนนี้เข้าใจแล้วว่าจักรวรรดิเล็ก ๆ แห่งนี้มาหาพวกเขาเพราะการโจมตีในวันนี้
ในหัวของพวกเขา สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือวิ่งหนีและสลัดพวกสารเลวเหล่านี้ให้หลุดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ขณะที่พวกเขาวิ่ง...จำนวนของพวกเขาก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อคนที่อยู่รั้งท้ายสุดยังคงล้มลงราวกับใบไม้ร่วง
และเช่นนั้นเอง แซนเดอร์สและอัศวินองครักษ์ที่รอดชีวิตอีก 2 คนก็รีบเข้าไปในห้องอีกห้อง...ที่ซึ่งพวกเขารีบเอาดาบขวางไว้ที่ลูกบิดประตู...รวมทั้งวางของหนัก ๆ ไว้หน้าประตูด้วย
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ขณะที่เสียงทุบประตูดังต่อเนื่อง พวกเขาก็ก้าวถอยหลังอย่างหวาดกลัว...พร้อมกับพยายามมองหาทางออกใดๆ ภายในห้อง
ห้องนี้อยู่บนชั้นสาม...ดังนั้นพวกเขาจะต้องกระโดดลงไปถ้าอยากจะหนี
ตอนนี้พวกเขาจะทำอย่างไรดี?