- หน้าแรก
- ปล้นชิงพลังในวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 84:สรวงสวรรค์บนดิน
ตอนที่ 84:สรวงสวรรค์บนดิน
ตอนที่ 84:สรวงสวรรค์บนดิน
หลังจากที่ซีอันกวาดล้างร้อยพันธมิตรได้ในคราเดียว กฎระเบียบทั้งหลายก็มลายหายไปสิ้น
ผลคือ ฝูงชนจำนวนมากต่างหยิบฉวยอาวุธและพุ่งตรงไปยังพื้นที่เขตวิจัยอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย ไม่สนอะไรทั้งนั้น...ลุยไปเลย!
สู้ไปในขณะที่ยังมีแรงเหลืออยู่
ผลลัพธ์มันชัดเจนอยู่แล้ว...
นี่คือประสบการณ์ที่ต้องแลกด้วยชีวิต...ซึ่งค่อนข้างโหดร้าย
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังดีกว่าการอดตายอย่างสิ้นหวัง
เมื่อจำนวนห้องแล็บที่ถูกยึดได้เพิ่มขึ้น ผู้คนก็จะได้เมทัลเกียร์มากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราการบาดเจ็บก็จะลดลง
แต่สำหรับตอนนี้...ทำได้แค่เอาชีวิตเข้าแลกเท่านั้น
ชื่อเสียงของซีอันเองก็พุ่งทะยานไปในพริบตา
เมื่อพูดถึงคำว่า "บอสซีอัน “ ใบหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความชื่นชมและศรัทธา เป็นเพราะว่าซีอันที่ได้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้สำรวจห้องแล็บและที่สำคัญที่สุด...พวกเขาไม่ต้องจ่ายภาษีในราคาแพงหูฉี่อีกต่อไป
หีบสมบัติที่ค้นพบก็เป็นของพวกเขาเองทั้งหมด
บางคนถึงกับพาครอบครัวมาเข้าร่วมกับสิ่งที่เรียกว่า "วิหารของลัทธิเทพสัตย์"
มีข่าวลือว่านี่คือลัทธิที่ศรัทธาใน ท่านผู้นำซีอัน
ตราบใดที่คุณศรัทธาในตัวของบอสซีอันอย่างจริงใจ...
คุณก็คือครอบครัวของ วิหารของลัทธิเทพสัตย์
วิหารของลัทธิเทพสัตย์นั้นจะไม่ละทิ้งผู้ศรัทธาคนใด เราจะยืนหยัดเคียงข้างกันไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข
ข้อแม้คือ...คุณจะต้องไม่ลาออกจากการเป็นสาวกเด็ดขาด ถ้าลาออก...ก็เตรียมตัวได้เลย
ถ้าคุณลาออก...คุณคือพวกนอกรีต คุณคือคนทรยศ วิหารของลัทธิเทพสัตย์ จะต่อสู้กับคุณจนตาย และถ้าถูกจับได้ คุณจะถูกลงทัณฑ์ด้วย "บทลงโทษนอกรีตสามไม้ตาย"
ถลกหนัง, ดึงเอ็น, ขูดกระดูก...
ด้วยชื่อเสียงของซีอัน วิหารของลัทธิเทพสัตย์ สามารถดึงดูดผู้ศรัทธาได้หลายพันคนในเวลาอันสั้น รวมถึงผู้ปลุกพลังบางคนด้วย และยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ
ในไม่ช้าพวกเขาก็ตั้งหลักได้อย่างมั่นคงในเขตเมืองซูที่พวกร้อยพันธมิตรหายไป ทิ้งอาณาเขตว่างเปล่าไว้มากมาย วิหารของลัทธิเทพสัตย์ ก็เข้าครอบครองบางส่วน มีความเป็นไปได้เลือนลางว่าพวกเขาจะกลายเป็นกองกำลังหลัก
ในเวลาเดียวกัน วิหารของลัทธิเทพสัตย์ก็ส่งทีมสำรวจของตัวเองไปยังห้องแล็บด้วย
ศรัทธากินไม่ได้
มันแค่ทำให้คุณกล้าหาญมากขึ้นเวลาเหวี่ยงมีด หรือสงบและโล่งใจมากขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับความตาย
เมื่อความตายมาเยือน โปรดจงยึดมั่นในศรัทธาและลืมความเจ็บปวดไปชั่วคราว
จงเชื่อว่า พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาจะนำพาคุณไปสู่ดินแดนที่สวยงามที่ไร้ความหิวโหย ไร้ซอมบี้ ไร้ความทุกข์ทรมาน
นี่ไม่ใช่ความสุขอย่างหนึ่งหรอกหรือ?
ในเวลาเดียวกันกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักผจญภัยขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ก็ออกเดินทางสู่เส้นทางแห่งการสำรวจห้องแล็บด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นกลุ่มนักผจญภัยขนาดใหญ่และความแข็งแกร่งก็ไม่ธรรมดา แถมยังมีสาวสวยที่เป็นผู้ปลุกพลังจำนวนมากในกลุ่มอีกด้วย
เป็นไปไม่ได้ที่จะแค่สำรวจพื้นที่รอบนอกเหมือนคนทั่วไป
พวกเธอต้องเข้าไปลึกยิ่งกว่านั้น!
กลุ่มนักผจญภัยขนาดใหญ่ก็มีข้อเสียตรงที่มีคนให้เลี้ยงดูมากกว่า และผลผลิตจากห้องแล็บระดับต่ำก็ยากที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐานในแต่ละวันได้
ครึ่งวันต่อมากลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำก็สามารถยึดห้องแล็บที่มีค่าความปลอดภัย ระดับ 1 ได้สำเร็จถึงสองแห่ง และได้รับของดีมากมาย รวมถึงอุปกรณ์โลหะผสม ระดับกลางสองชิ้น
ถือได้ว่าเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่สำหรับพวกเธอเลยทีเดียว!
"เทียบกับทั้งเมืองซูแล้ว ความเร็วในการโจมตีของกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำก็ถือว่าเร็วมากเช่นกัน
ส่วนใหญ่เป็นเพราะหัวหน้าทีมอย่างไป๋หลีปิง ที่นำทีมด้วยตัวเธอเอง
ผู้ปลุกพลังระดับ S ผู้ทรงพลังนั้นคือรากฐานของกลุ่มนักผจญภัยขนาดใหญ่
ไป๋หลีปิงสั่งให้สำรวจลึกเข้าไปอีกครั้ง ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำน่าจะพอสู้กับห้องแล็บที่มีค่าความปลอดภัย ระดับ 2 ได้
แม้ว่าคนจะตาย แต่พวกเธอเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปต่อ
นี่คือยุคสมัยที่มีเพียงผู้ที่พยายามอย่างหนักเท่านั้นที่จะชนะ การได้กินอิ่มหนำคือเป้าหมายสูงสุดของทุกคน
ยิ่งลึกเข้าไปเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมโดยรอบก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเท่านั้น
ไม่เพียงแต่มีสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จำนวนมากที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนปรากฏขึ้น
ยังมี "หมาซอมบี้" อีกด้วย!
ไอ้ผีห่าซาตานนั่นมันรับมือยากเป็นพิเศษ มันเร็วสุดขีดและจะโจมตีแบบซุ่มจากความมืด ถ้าไม่ระวังให้ดี หากถูกกัดก็แทบจะหมดหวัง...ติดเชื้อซอมบี้แน่นอน
ไวรัสที่พวกกลายพันธุ์ในเขตวิจัยแบกมานั้นแข็งแกร่งกว่าพวกซอมบี้ในเมืองมาก แม้แต่ผู้ปลุกพลังก็ยังต้านทานไม่ไหว
พักหนึ่งผ่านไป ทุกคนก็อ่อนเพลียจนอยากจะนอนงีบหลับลง
ในขณะนั้น สาวๆ ทั้งกลุ่มกลับได้กลิ่นเนื้อหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ
ทีนี้แหละ...ไม่ง่วงแล้ว!
"กลิ่นอะไรกันหอมอะไรขนาดนี้เนี่ย! กลิ่นเหมือนเนื้อหมูเลย!"
"ใช่ๆ! ฉันก็ได้กลิ่นเหมือนกัน! กลิ่นหมูเลยอ่ะ! หมูพะโล้ด้วย! ได้กลิ่นทุกวันในฝันเลยนะเนี่ย!"
ไม่ได้กลิ่นเนื้อมานานกว่าเดือนนึงแล้ว กลิ่นนี้ทำเอาน้ำลายสอเลยอ่า
แค่ได้กลิ่นก็กินข้าวได้สองชามแล้ว!
แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีอาหารให้พวกเธอกินมากมายขนาดนั้นก็เถอะ...
ทุกคนต่างถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอม และเดินไปในทิศทางที่กลิ่นนั้นลอยมาอย่างไม่รู้ตัว
แม้แต่ไป๋หลีปิงเองก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่ามันคืออะไร
เมื่อเลี้ยวตรงหัวมุม สายตาก็พลันเปิดกว้าง
นี่คือพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ในป้อมปราการของห้องแล็บ
มีค่ายพักอยู่ในพื้นที่โล่งนั้น
มีเสาหลายต้นปักอยู่รอบๆ ค่ายพัก โดยมีซากศพของสัตว์ประหลาดที่ไม่รู้จักแขวนอยู่บนเสาหลายตัว
มีคนเดินไปมาในค่ายพัก พวกเธอทั้งหมดล้วนเป็นหญิงสาววัยรุ่นที่ดูสวยงาม
พวกเธอต่างมีรอยยิ้มบนใบหน้า บางคนกำลังพูดคุยกัน บางคนกำลังยุ่งอยู่กับการทำอะไรบางอย่าง
และที่น่าตกใจคือ หญิงสาวเหล่านี้ทุกคนต่างสวมใส่ ชุดเกราะโลหะผสมแบบไฮเทค ที่สามารถทำให้ตาพร่ามัวได้ และอาวุธในมือของพวกเธอก็คือ อาวุธโลหะผสม ที่พวกเธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ที่ยิ่งกว่านั้นคือ ดูเหมือนจะมีคนกำลังทำอาหารอยู่ในค่าย บางคนกำลังผัดผัก บางคนกำลังนึ่งข้าว และยังมีหม้อเหล็กใบใหญ่อีกใบที่กำลังตุ๋นหมูพะโล้รสเลิศ
กลิ่นเนื้อหอมกรุ่นที่สดชื่นเล็ดลอดออกมาจากค่ายพักแห่งนี้
สาวๆ ของกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
สวรรค์บนดินงั้นเหรอ?
"บ้าน่า! แม่เจ้า! พวกเธอ...พวกเธอมีเนื้อกินด้วย!"
"แถมยังมีผัดผักอีก..."
"และข้าวสวยร้อนๆ เต็มชาม..."
"อุปกรณ์ของพวกเธอโคตรเท่เลย..."
ลองคิดดูสิ อาหารที่พวกเธอนั้นกินกันเป็นประจำทำจากหญ้าแห้งและธัญพืชหยาบ ส่วนใหญ่ของอุปกรณ์ป้องกัน ก็เป็นเกราะธรรมดาที่ทำจากแผ่นเหล็ก...
การเปรียบเทียบนี้มันช่างโหดร้ายเกินไป
หัวใจของทุกคนราวกับถูกกระแทกอย่างแรง
ปกติพวกเธอคิดว่าสวัสดิการของกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำนั้นดีที่สุดในบรรดากลุ่มนักผจญภัยทั้งหมดแล้ว...
พวกเราเองต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำไมถึงมีความแตกต่างกันมากมายขนาดนี้นะ?
ไป๋หลีปิงเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา
ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม เธอรู้ว่าการเลี้ยงคนจำนวนมากขนาดนี้ และให้พวกเธอได้กินข้าวขาวกับหมูพะโล้นั้นหมายความว่าอย่างไร
พูดตรงๆ ก็คือ...
เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!
ไม่มีหมูสดให้กินในช่วงเวลานี้ และไม่ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้! การได้กินเนื้อรมควันก็ทำเอาร้องไห้แล้ว
ไม่เพียงแต่เนื้อสด แต่ผักสดก็ไม่มีให้กิน เพื่อเสริมวิตามิน พวกเธอก็กินแค่ผักป่าและหญ้าเท่านั้น
แต่คนในค่ายพักแห่งนี้ กลับกำลังตุ๋นหมูพะโล้และผัดผักสด!
"นั่นใครน่ะ!?"
คนในค่ายพักก็ค้นพบกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำเช่นกัน
ในพริบตา พวกเขาก็รวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบพร้อมรบ
มือขนาดมหึมาที่ทำจากทรายและหินพลันผุดขึ้นจากพื้นดินในค่ายพัก หญิงสาวสวยในชุดเมดยืนอยู่บนฝ่ามือและกล่าวอย่างเย็นชาออกมาว่า:
"ที่นี่คืออาณาเขต ของกลุ่มนักผจญภัยฉางเซิง บุคคลภายนอกโปรดอ้อมไปทางอื่นด้วย!"