- หน้าแรก
- ปล้นชิงพลังในวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 83: สังหารนรกแตก!
ตอนที่ 83: สังหารนรกแตก!
ตอนที่ 83: สังหารนรกแตก!
"ไม่ยุติธรรมงั้นเหรอ?"
ซีอันสะบัดร่างไร้วิญญาณของหวู่ซินทิ้งไปอย่างไร้ใยดี
"เปล่าหรอกน่า...นี่แหละคือยุติธรรมที่สุดแล้ว"
ในสายตาของหวู่ซินและพรรคพวกซีอันคือขุมพลังที่เหนือล้ำเกินจินตนาการ
แต่สำหรับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว...หวู่ซินเองก็เป็นถึงระดับที่ไม่อาจเอื้อม
ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ...
โลกนี้ไม่เคยมีคำว่า 'ยุติธรรม' อยู่จริง ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังวันสิ้นโลกก็ตาม
เหตุผลที่เขายอมให้ห้าผู้ปลุกพลังระดับ S รุมกระทืบเมื่อครู่? ก็แค่จงใจเผยจุดอ่อนให้เห็น เพื่อล่อให้หวู่ซินเข้ามาโจมตี
ไม่อย่างนั้น...ไอ้แก่คนนี้มันมีพลังเทเลพอร์ต
ถ้ามันหนีไปได้ เขาก็ตามไม่ทันหรอก
เมื่อหวู่ซินตาย ห่วงเดียวที่ค้างคาในใจซีอันก็สลายไป ความซวยของเขาก็ถูกลบหายตามไปด้วย กำปั้นเหล็กทะลวงร่างผู้ปลุกพลังระดับ S คนหนึ่งในชั่วพริบตา พร้อมกับคอมโบปล้นสามฮิต ใส่ในคราเดียว
ซีอันดึงมือเปื้อนเลือดออกมา บิดไหล่ที่เมื่อยล้าเบาๆ เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่ไร้ขีดจำกัด
"สะใจกับการกระทืบของพวกแกแล้วใช่ไหม? ทีนี้...ตาฉันบ้างล่ะ"
แค่กระพริบตา เพื่อนร่วมทีมสองคนก็สังเวยชีวิตไปแล้ว รวมถึงหวู่ซินผู้ปลุกพลังเทเลพอร์ตระดับ S ด้วย
ส่วนที่เหลืออีกสี่คนถึงกับขวัญกระเจิงกันทันที
"แย่แล้ว! ถอยเร็ว!"
ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ
ต่อให้เป็นไอ้โง่ก็รู้ว่าวันนี้พวกเขาเจอของแข็งเข้าให้แล้ว
ไม่สิ!
ต้องบอกว่าเจอยมทูตกระหายเลือดเข้าให้ถึงจะถูก!
ถ้าอีกฝ่ายฆ่าเพื่อนร่วมทีมได้สองคนในพริบตา มันก็ฆ่าพวกเขาได้เหมือนกัน!
สี่คนหันหลังโกยอ้าวไม่พูดไม่จา กลัวว่าจะช้ากว่ากันเอง ถึงขั้นใช้พลังพิเศษอัดใส่เพื่อนร่วมทีมให้ช้าลงด้วยซ้ำ
ตอนหนีเนี่ย ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วกว่าศัตรู...ขอแค่เร็วกว่าเพื่อนร่วมทีมก็พอ!
ร้อยพันธมิตรงั้นเหรอ? พี่น้องงั้นเหรอ? ช่างแม่งมันเถอะ!
"เอ็งช่วยรับการโจมตีแทนข้าก่อนแล้วกันนะ...น้องรัก"
"ไม่มีทางหนีรอดหรอกน่า"
คำพูดแห่งความตายของซีอันตกลงพร้อมกับที่ร่างของเขาที่เทเลพอร์ตหายไป
ชั่วพริบตา เขาก็ปรากฏตัวด้านหลังหนึ่งในนั้น
จัดการด้วยคมมีดเพียงครั้งเดียว!
ฝีมือการใช้มีดของเขานับวันยิ่งเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ
ฟันแค่ครั้งเดียว เหลือลมหายใจรวยรินพอก็พอแล้ว...พอให้ได้ใช้ปล้นสามฮิตได้ครบพอดี
หลังการปล้นเสร็จสิ้น ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือซ้ำอีก ฝ่ายตรงข้ามก็จะจากไปอย่างสงบสุขเอง
ด้วยฝีมือแบบนี้ ถ้าบอกว่าไม่เคยไปเรียนวิชาฟันดาบที่สถาบันสอนวิชาดาบหรือการต่อสู้มาหลายเดือน ใครจะไปเชื่อ!
"หนึ่ง"
เทเลพอร์ตอีกครั้ง และน็อกเอาต์ด้วยคมมีดเดียว!
ปล้นสามฮิต!
"สอง"
เทเลพอร์ตอีกครั้ง!
"สาม"
เทเลพอร์ตอีกครั้ง!
"สามรุมหนึ่ง"
"สู้ได้ห่วยแตกจริงๆ"
ซีอันสะบัดมีดนาโน สะบัดทำให้เลือดสาดกระเซ็น
ตอนนี้...ผู้ปลุกพลังระดับ S ทั้งหกคนของร้อยพันธมิตรต่างก็ได้รับการปลดปล่อยโดยซีอันไปหมดแล้ว
หกพลังระดับ S ได้ถูกช่วงชิงไว้ในมืออย่างปลอดภัยแล้ว!
แน่นอนว่า ถ้าเขาเป็นคนดีถึงที่สุด เขาก็จะช่วยปลดปล่อยคนอื่นๆ ไปทีละคน แทนที่จะปล่อยให้ต้องทนทุกข์อยู่ในโลกวันสิ้นโลกเช่นนี้ สู้เปิดประตูไปสู่โลกใหม่ให้เร็วที่สุดยังจะดีซะกว่า
ซีอันรู้สึกราวกับว่าแสงแห่งพุทธะกำลังจะปรากฏขึ้นบนศีรษะของเขา
ช่างเป็นบุญกุศลอันล้นเหลือ!
ซีอันหันกลับไปมอง เห็นเจ้าหวังไฉมันกำลังถูกผู้ปลุกพลังนับร้อยรุมกระหน่ำ
มันไม่ใช่แค่สถานการณ์ตกที่นั่งลำบากแล้ว แต่นี่คือการถูกฉีกเป็นชิ้นๆทั้งตัว!
ร่างกายถูกฉีกขาดไส้ทะลักกองอยู่บนพื้น
มันน่าสังเวชเป็นอย่างมาก!
แต่เจ้าหวังไฉก็ยังคงต่อสู้อย่างดุดันด้วยท่าทางที่ดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ทำให้ผู้ที่เห็นอดตัวสั่นไม่ได้
จนซีอันต้องกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้
ไอ้แมวบ้าตัวนี้ มันคงถูกวิญญาณนักแสดงเข้าสิงจริงๆ!
ถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาที่ดูเฉลียวฉลาดของเจ้าหวังไฉที่แอบเหลือบมองมาที่เขาเป็นบางครั้ง ซีอันคงเกือบจะเชื่อไปแล้วว่ามันกำลังจะตายจริงๆ
"เลิกตอแหลได้แล้วน่า! คืนนี้ถ้ากลับบ้านไปจะให้ขนมมากพิเศษเป็นรางวัลละกัน!"
"เหมี๊ยวววว..."
'ข้าเป็นแมวโว้ย! ไม่ใช่หมา!'
พอได้ยินว่าจะได้ของกินเพิ่ม เจ้าหวังไฉก็คึกขึ้นมาทันที บาดแผลบนตัวหายเป็นปลิดทิ้งในพริบตา ไม่ว่าใครจะโจมตีมันยังไงก็ไม่สามารถทำลายมันได้เลย มันแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในทันที!
ด้วยความแข็งแกร่งของหวังไฉ พวกผู้ปลุกพลังเหล่านี้ทำอะไรมันไม่ได้จริง ๆ นอกจากจะต้องรุมโจมตีมันเป็นเวลาสองสามวันต่อเนื่องกัน
ซีอันก็เทเลพอร์ตเข้าไปในฝูงชนและเริ่มสังหารหมู่และปล้นชิงอย่างบ้าคลั่ง
ผู้ปลุกพลังระดับ S หลายคนของร้อยพันธมิตรได้ตายไปแล้ว
เกรงว่าพวกที่เหลือคงจะต้านทานได้อีกไม่นานแล้ว ก่อนที่แนวป้องกันจะพังทลาย
ถ้าปล่อยให้หนีไปได้จะลำบากในการตามล่า
ฆ่าให้ได้มากที่สุดก่อนที่พวกเขาจะฝ่าแนวป้องกันไปได้ และค่อยตามล่าพวกที่หนีรอดไปหลังจากนั้น
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังระงมขึ้นทีละคน สมาชิกผู้ปลุกพลังได้ลดจำนวนลงอย่างบ้าคลั่งในอัตราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในเวลาไม่ถึงสามนาที...คนกว่าครึ่งล้มลงไปแล้ว
นี่คือตอนที่ซีอันจงใจควบคุมขอบเขตการสังหาร
ถ้าไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ในการปล้นพลังพิเศษของพวกเขา เขาสามารถกวาดล้างคนพวกนี้ทั้งหมดได้ภายในหนึ่งนาทีด้วยพลังเต็มที่
เมื่อเห็นซีอันที่ฆ่าฟันราวกับเป็นเทพสังหาร ผู้ปลุกพลังทุกคนก็ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป
พวกเขาหันหลังเพื่อหนีตาย
"ช่วยด้วย! "แม่จ๋า!" "พ่อจ๋า!"
"แม่จ๋า! หนูอยากกลับบ้านแล้ว! หนูไม่อยากสู้แล้ว!"
ซีอันจะปล่อยให้พวกมันหนีไปแบบนี้ได้ยังไง?
หนีไปได้แค่คนเดียวก็ถือว่าขาดทุนแล้ว!
จากนั้นเขาก็ใช้พลังพิเศษของเขาให้ถึงขีดสุด!
ไล่ล่าและปล้นชิงไปพร้อมกัน ถ้าปล้นไม่พอ ก็แค่ซัดพวกมันให้สลบชั่วคราวแล้วค่อยกลับมาจัดการให้จบทีหลัง...
ผลคือ ฉากนั้นกลายเป็นคนหนึ่งคนกับแมวหนึ่งตัวไล่ล่าผู้ปลุกพลังหลายร้อยคน เสียงหัวเราะปนกับเสียงร้องไห้และเสียงกรีดร้องระงมไปหมด
ผู้รอดชีวิตที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง
ในเวลาไม่ถึง 30 วินาที รูปแบบการต่อสู้เปลี่ยนแปลงไปกลับหัวกลับหาง คนกับแมวที่กำลังจะตายกลับกลายเป็นเหมือนเทพเจ้าไล่สังหารคนของร้อยพันธมิตรเหมือนหั่นผักหั่นปลา
"ฆ่าพวกมันให้ตาย! ฆ่าพวกมันให้หมดเล๊ยย!"
"สุดยอดไปเลย!"
"บอสซีอันโคตรสุดยอด!"
"ไชโย! บอสซีอัน!"
เมื่อเห็นซีอันกลับมาอย่างปาฏิหาริย์ ผู้รอดชีวิตก็กระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาทุกคนยกแขนขึ้นและโห่ร้องอย่างดีใจ
อะไรคือผู้กอบกู้? ก็นี่แหละ!
อะไรคือการจุติของเทพเจ้า? ก็นี่แหละ!
ผู้ปลุกพลังที่เคยเป็นที่ปรารถนาในสายตาผู้คนในอดีต ตอนนี้กลับเปราะบางราวกับกระดาษต่อหน้าบอสซีอัน
เมื่อเห็นซีอันฆ่าคนอย่างไม่เลือกหน้า ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลาย
พวกเขาถูกร้อยพันธมิตรเอาเปรียบจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ไอ้พวกสารเลวพวกนี้ถึงกับจะแย่งแม้แต่รากหญ้าไปจากพวกเขา
การได้เห็นซีอันสังหารคนของร้อยพันธมิตรมันช่างสะใจจริงๆ!
"ฆ่าพวกมันให้หมดเล๊ยยยย!"
"สะใจโว้ยยยย!"
ห้านาทีต่อมา...
ซีอันส่งเหยื่อรายสุดท้ายขึ้นสวรรค์ไปอย่างสงบด้วยคมมีดเดียว
แม้จะช้าไปหน่อย แต่ก็หวังว่าเขาจะทันรถไฟขบวนสุดท้ายสู่สรวงสวรรค์
ทำไมไม่ลงนรกน่ะเหรอ?
อาจเป็นเพราะนรกเต็มไปแล้วตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกล่ะนะ
มองไปรอบๆ ก็ไม่มีผู้ปลุกพลังเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
มีเพียงสาวๆ จากกลุ่มนักผจญภัยกุหลาบดำกว่าสิบคนที่กอดกันตัวสั่นเทิ้ม
แม้แต่ไป๋หลีปิง แม่นางน้ำแข็งผู้เลอโฉมราวภูเขาน้ำแข็งก็ยังอดตัวสั่นเล็กน้อยไม่ได้
ความแข็งแกร่งของซีอันเกินขีดจำกัดความเข้าใจของเธอไปมากแล้ว
ในฐานะผู้ปลุกพลังระดับ S ที่อยู่จุดสูงสุดของผู้ปลุกพลัง เธอสามารถรู้สึกได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าเธอไร้พลังเพียงใดเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันยิ่งใหญ่ดุจเทพเจ้าเช่นนี้
บางทีในสายตาของเขานั้น ผู้ปลุกพลังระดับ S กับผู้ปลุกพลังระดับ G อาจไม่แตกต่างกันเลยด้วยซ้ำ
พลังที่เธอเคยภาคภูมิใจมากมาก่อน ดูเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับเขา
ราวกับมดที่กำลังเฝ้ามองดวงดาว
เธอเคยคิดว่าจะช่วยเขามาก่อน...
ตอนนี้มันดูโง่เขลาและอวดดีเสียเหลือเกิน เธอเองก็เหมือนคนเหล่านั้นจากร้อยพันธมิตรที่มักจะจัดซีอันให้อยู่ในระดับเดียวกับตัวเองมาโดยตลอด
ทว่า พลังของซีอันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาเลย
คนที่ควรฆ่าก็ฆ่าไปแล้ว คนที่ควรปล้นก็ปล้นไปแล้ว
จากนั้นซีอันก็กระโดดขึ้นหลังเจ้าหวังไฉ เตรียมพร้อมที่จะไล่ล่าเป้าหมายต่อไป
สมาชิกร้อยพันธมิตรอีกหลายคนยังคงร่อนเร่อยู่ที่ฐานของพวกเขา
ก่อนที่ข่าวจะรั่วไหลออกไป เขาต้องรีบไปเยี่ยมเยียนก่อนให้ได้
งั้นมันจะสายเกินไป
เกรงว่าหลังจากวันนี้ ผู้ปลุกพลังคงจะหลีกเลี่ยงเขาเมื่อเห็นหน้า คงจะยากที่จะจับผู้ปลุกพลังได้มากมายขนาดนี้ในคราวเดียว
ต้องทำศึกใหญ่ให้คุ้มค่าในวันนี้!
เมื่อเห็นผู้รอดชีวิตยังคงเต้นรำด้วยความตื่นเต้นซีอันก็อดไม่ได้ที่จะกรอกตา
"ยืนบื้ออยู่ทำไมกันอีกล่ะ? ไปสำรวจห้องแล็บสิ ไม่มีใครขวางพวกแกแล้วนะตอนนี้"
พูดจบ เขาก็ขี่เจ้าหวังไฉจากไป และหายลับไปจากสายตาผู้คนในชั่วพริบตา
ไม่นานหลังจากซีอันจากไป กลุ่มคนชุดดำกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
ชายชุดดำตัวเล็กคนหนึ่งเดินเข้าไปหาผู้รอดชีวิต ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่บอบบางราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ พร้อมรอยยิ้มสดใสบนริมฝีปาก
"พวกคุณรู้จักวิหารของลัทธิเทพสัตย์ไหมคะ?"
"ท่านองค์มหาเทพของเรา คือ ท่านซีอันค่ะ “
"ฉันชื่อ เซียนเซียน ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าร่วมวิหารของลัทธิเทพสัตย์ของเราได้ทุกเมื่อ และกลายเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านเทพค่ะ"