เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 การจัดการหลังศึก

บทที่ 35 การจัดการหลังศึก

บทที่ 35 การจัดการหลังศึก


บทที่ 35 การจัดการหลังศึก

หลังจากที่เชลยโจรสลัดทั้งหมดถูกนำตัวไปยังห้องใต้ดินแล้ว พอลก็สังเกตเห็นว่าข้างกายชโรเดอร์ยังคงมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ แม้ว่าหนวดเคราจะไม่โกน เสื้อผ้าบนตัวก็ขาดรุ่งริ่ง แต่ก็มองออกได้ในแวบเดียวว่าเสื้อผ้าแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามัญชนทั่วไปจะใส่ได้

เขาเอ่ยปากถาม "ชโรเดอร์ ผู้นี้คือ?"

"โอ้ ลืมบอกไป เขาอ้างว่าเป็นคนของตระกูลฟอสเตอร์แห่งสหพันธ์ฮอร์นเบย์ทางตอนใต้ เมื่อหลายเดือนก่อนมาผจญภัยที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ โชคร้ายถูกโจรสลัดลักพาตัวไป"

ชายหนุ่มรีบก้าวไปข้างหน้าทำความเคารพแบบขุนนาง ท่าทางสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

"ท่านเคานต์ คาดว่าท่านคงจะเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นของที่นี่สินะ โปรดอนุญาตให้ข้าน้อยแนะนำตัวเองสักหน่อย บิดาของข้าคือมาร์ควิสฟอสเตอร์ เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาของสหพันธ์ฮอร์นเบย์ ข้าคือบุตรชายคนรองของท่าน เควลเลอร์ ฟอสเตอร์ ข้าในนามของตระกูลฟอสเตอร์ขอแสดงความเคารพอย่างสูงต่อท่าน ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของโจรสลัดในครั้งนี้"

เมื่อได้ฟังการแนะนำตัวเองของชายหนุ่ม เขาก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลั้นหัวเราะแล้วตอบกลับไป "ท่านเกรงใจเกินไปแล้ว! นี่เป็นหน้าที่ในฐานะลอร์ดของข้า"

ท่านมาร์ควิสฟอสเตอร์ผู้นี้ช่างตั้งชื่อได้ดีจริงๆนะ ในเมื่อเป็นบุคคลสำคัญในสภาของสหพันธ์ฮอร์นเบย์ ก็คงจะทำธุรกิจการค้าด้วยสินะ ถึงกับตั้งชื่อลูกชายตัวเองว่า "เควลเลอร์" (ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า 'ขาดทุน' ในภาษาจีน) แม้จะรู้ดีว่าเป็นเพียงแค่การออกเสียงที่บังเอิญเหมือนกับภาษาจีนเท่านั้น แต่ในใจเขาก็ยังอดที่จะบ่นไม่ได้

"เจ้าคือ เควลเลอร์ ฟอสเตอร์?" หลังจากที่ชายหนุ่มเอ่ยนามของตน สมาชิกกลุ่มนักผจญภัยลิชแมนทุกคนก็หันมามองเขาพร้อมกัน

"คือข้าน้อยเอง" ชายหนุ่มเสยผม พูดอย่างหลงตัวเองเล็กน้อย คนพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นสามัญชน ไม่จำเป็นต้องพูดกับพวกเขาอย่างสุภาพเหมือนกับที่พูดกับท่านเคานต์เมื่อครู่

หัวหน้ากลุ่ม เมรู ไฮเมอร์ โกรธจนผมตั้ง "หา— เจ้ารู้ไหมว่าพวกเราใช้ความพยายามไปมากแค่ไหนเพื่อตามหาเจ้า"

เควลเลอร์ ฟอสเตอร์ ทำหน้างุนงง เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "เอ่อ... ไม่ทราบว่าพวกท่านคือ?"

"อ๊า! ทนไม่ไหวแล้ว ช่างเป็นคุณชายใหญ่ที่เอาแต่ใจจริงๆ ครอบครัวของเจ้าไม่ได้รับข่าวคราวจากเจ้ามาสองเดือนแล้ว ร้อนใจกันจนเหมือนมดที่อยู่บนกระทะร้อนแล้ว ท่านมาร์ควิสได้ว่าจ้างกลุ่มนักผจญภัยของเราให้มาตามหาเจ้า พวกเรามาถึงที่นี่แล้วถึงได้สืบรู้ว่าเจ้าไปตกอยู่ในรังโจรสลัด เพื่อช่วยเจ้า เกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว"

"เอ่อ เป็นข้าที่หุนหันพลันแล่นเกินไป ทำให้ที่บ้านต้องเป็นห่วง"

"เฮ้ๆ! ประเด็นที่ข้าพูดเมื่อกี้น่ะมันอยู่ที่ประโยคสุดท้ายนะ"

"หืม? เจ้าพูดอะไร?"

"โมโหจะตายอยู่แล้ว! ข้าไม่สนแล้ว ตอนที่ว่าจ้างตอนแรกบอกแค่ว่าให้ตามหาคน ไม่ได้บอกว่าต้องสู้กับโจรสลัดด้วย ค่าจ้างต้องเพิ่มเป็นสองเท่า ไม่สิ ต้องเป็นสามเท่าของเดิม"

เควลเลอร์ ฟอสเตอร์ ดีดนิ้ว พูดพลางหลับตา "เหะๆ เรื่องเล็ก! ข้าเคารพนักผจญภัยมาโดยตลอด ตระกูลฟอสเตอร์จะสนองความปรารถนาของพวกท่านอย่างแน่นอน"

ท่าทีนั้นช่างไม่แยแสเสียเหลือเกิน

"เจ้าไม่ถามหน่อยรึว่าค่าจ้างตอนแรกมันราคาเท่าไหร่!" ทุกคนในห้องโถงรวมถึงพอล ในชั่วพริบตาหนึ่งก็บังเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาและเกลียดชังต่อเศรษฐีบ้านนอกขึ้นมา

...

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ เหล่านายทหารที่ไปกวาดล้างปลาที่หลุดรอดจากแหในท่าเรือแฟรงคลินก็ทยอยกันมาถึงโบสถ์

ดังนั้นเควลเลอร์ ฟอสเตอร์และสมาชิกกลุ่มนักผจญภัยลิชแมนจึงถูกจัดให้ไปพักผ่อน ชาวเมืองก็ถูกส่งกลับบ้าน ในห้องหนึ่งข้างห้องโถง นายทหารระดับกองพันและกองร้อยถูกเรียกมารวมตัวกันเพื่อประชุม

เสนาธิการจอยซ์รับผิดชอบการรวบรวมผลการรบในครั้งนี้ เขาลุกขึ้นยืนรายงาน "ท่านผู้ใหญ่ทุกท่าน ผลการรบในครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก แก๊งชาร์คถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น มีโจรสลัดทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบสามนายที่ถูกสังหาร ส่วนที่เหลือรวมถึงหัวหน้าโจรชาร์คถูกจับเป็นเชลยทั้งหมด ฝ่ายเราเสียชีวิตสามสิบสองนาย บาดเจ็บในระดับต่างๆ ห้าสิบห้านาย"

เหล่านายทหารต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พอใจกับผลการรบเป็นอย่างยิ่ง

พอลถาม "แล้วแก๊งโจรสลัดที่มีฉายาว่า 'ไอ้ปลาหลด' นั่นมีข่าวคราวบ้างไหม?"

จอยซ์ตอบ "การรบครั้งนี้ไม่เจอคนของพวกเขา ตามคำให้การของเชลยดูเหมือนว่าพวกเขาจะหนีกลับทะเลไปแต่เนิ่นๆ แล้ว"

ชโรเดอร์เสริม "ตอนที่ไล่ตามชาร์ค หีบเงินหลายใบที่พวกเขาขนขึ้นเรือก็ถูกเรายึดกลับมาได้ ประเมินคร่าวๆ มีเหรียญทอง 2,000 เหรียญ เหรียญเงิน 6,000 เหรียญ และเหรียญทองแดงอีกหลายหมื่นเหรียญ"

"โอ้!" ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าอาชีพโจรสลลัดจะ 'มีอนาคต' ทางการเงินขนาดนี้ แก๊งโจรสลัดเล็กๆ แก๊งเดียวก็ปล้นทรัพย์สมบัติมาได้มากมายขนาดนี้

พอลยิ่งดีใจจนเนื้อเต้น มีเงินมากขนาดนี้ เขาก็สามารถทำเรื่องที่อยากทำมานานได้แล้ว

"ใช้เงินก้อนนี้หล่อปืนใหญ่เพิ่มได้"

"เกณฑ์ทหารเพิ่ม"

"สร้างปืนไฟเพิ่ม"

"ยังต้องสร้างกองกำลังทางทะเลของเราเองด้วย"

เหล่านายทหารต่างก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของเงินก้อนนี้ แม้แต่เซซิลก็ยังคอยส่งสายตาให้เขาเป็นระยะๆ บอกเป็นนัยว่างานข่าวกรองของตนเองก็ต้องการงบประมาณเพิ่มเช่นกัน

"แต่ว่าเงินพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ปล้นมาจากราษฎรชายฝั่ง ไม่ควรจะคืนให้พวกเขารึ?"

ทันใดนั้นก็มีคนตั้งคำถามนี้ขึ้นมา

ในห้องพลันเงียบลง การหารือที่ร้อนแรงเมื่อครู่หยุดชะงักลงทันที ทุกคนมองหน้ากันไปมาอยู่พักหนึ่งแล้วก็หันไปมองท่านเคานต์พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ให้ตายสิ! มองข้าทำไมกันหมด มองข้าทำไม? ในใจของข้าแน่นอนว่าอยากจะคืนให้ชาวบ้าน แต่ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าอยากจะคืนรึเปล่านี่สิ ถ้าในใจพวกเจ้าก็อยากจะคืนให้ชาวบ้าน แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าในใจพวกเจ้าไม่อยากจะคืนให้ชาวบ้าน ข้าพูดออกมาก็เท่ากับขัดความต้องการของทุกคน พวกเจ้าจะไม่โยนข้าออกจากหน้าต่างไปรึ

ในใจของท่านเคานต์กำลังต่อสู้กันอย่างหนัก โอ๊ย! อึดอัดจะตายอยู่แล้ว ใครสักคนช่วยลุกขึ้นมาแสดงท่าทีหน่อยสิ

ก็จ้องตากันอย่างเงียบๆ ไปเกือบหนึ่งนาที ในที่สุดอัศวินชราชโรเดอร์ก็ลุกขึ้นมา

"ด้วยวิธีการที่เรามีอยู่ในตอนนี้ เป็นการยากที่จะนับความเสียหายของแต่ละบ้านได้อย่างแม่นยำ อีกอย่างแก๊งชาร์คก็อาละวาดในทะเลมานานหลายปี เงินบางส่วนก็ปล้นมาจากดินแดนอื่น หากปล่อยให้ราษฎรเข้ามาอ้างสิทธิ์เอง จะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสตอนน้ำขุ่นได้ เช่น มีคนคนหนึ่งไม่ได้ถูกปล้น แต่เขาเกิดยืนกรานว่าตนเองถูกโจรสลัดปล้นเหรียญเงินเหรียญเดียวที่มีอยู่ไป พวกเราจะจัดการอย่างไร"

ทุกคนต่างก็คิดตามทันที เออใช่ อัศวินชราพูดถูก ไม่แน่ว่าสุดท้ายอาจจะเหลือเงินไม่กี่เหรียญ หรืออาจจะต้องควักเนื้อจ่ายเพิ่มเข้าไปอีก

เซซิลพูดขึ้นทันที "ใช่แล้ว ชาวบ้านน่ะร้ายที่สุด ทั้งเจ้าเล่ห์ทั้งโลภมาก ตอนที่ข้ารับผิดชอบงานด้านป่าไม้ ที่ปวดหัวที่สุดก็คือพวกชาวบ้านหัวหมอที่คิดแต่จะเอาเปรียบเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ"

ใครจะคิดว่าท่านเคานต์หนุ่มเมื่อได้ฟังประโยคนี้ก็โกรธจัด ตบโต๊ะ จ้องมองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองตาเขม็ง ตกใจจนเขารีบเอามือปิดปากตัวเอง แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าตนเองพูดอะไรผิดไป

ชโรเดอร์กล่าวต่อ "ดังนั้น ข้าขอเสนอให้ชดเชยแก่ราษฎรที่ได้รับความเสียหายด้วยวิธีอื่น เช่น ลดหย่อนภาษีบางส่วน หรือสร้างสะพานปูถนนให้แก่หมู่บ้านที่ถูกปล้น หรือส่งคนไปสืบอย่างลับๆ ให้เงินช่วยเหลือเฉพาะครอบครัวที่แน่ใจว่าถูกปล้นและกระทบต่อการดำรงชีพจริงๆ แน่นอนว่าต้องให้ในนามอื่น นี่ดีกว่าการปล่อยให้คนเข้ามาอ้างสิทธิ์เพียงแค่คำพูดลอยๆ"

"เป็นความคิดที่ดี!"

"ท่านชโรเดอร์มองการณ์ไกลจริงๆ!"

"ข้าเห็นด้วย"

ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของชโรเดอร์

พอลก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าทุกคนเห็นด้วย เขาก็ทุบโต๊ะตัดสิน "ดี! ตกลงตามนี้"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 35 การจัดการหลังศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว