- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 200 สิ้นปี (1)
บทที่ 200 สิ้นปี (1)
บทที่ 200 สิ้นปี (1)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 200 สิ้นปี (1)
ร่างสูงใหญ่กำยำราวกับตู้กับข้าวของโจเซฟ เฟลตัน PDผิวสีผู้มีส่วนสูงทะลุ 190 เซนติเมตร ปรากฏขึ้นตรงหน้าคังวูจิน พร้อมกับยื่นนามบัตรสีขาวสะอาดตาให้ ทีมงานชาวต่างชาติที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังของทั้งคู่พลันดูเล็กลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับรูปร่างของชายร่างยักษ์ผู้นี้
วินาทีนั้นเอง ความตื่นตะลึงแล่นริ้วผ่านใจของวูจิน
‘โอ้โห... ฉันตกใจหมดเลย! พอมาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ ยิ่งดูตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย คิมแดยองเห็นแบบนี้ คงยืนกอดอกนิ่ง ๆ ไม่ได้แน่’
ถึงแม้จะเคยเห็นหน้าค่าตากันมาบ้างแล้วตอนที่อยู่ที่สตูดิโอ แต่พอได้มาเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่ารัศมีของโจเซฟนั้นช่างทรงพลังยิ่งนัก ทว่า วูจินในตอนนี้ไม่เหมือนกับวูจินคนเดิมอีกต่อไป บุคลิกที่มั่นใจและสุขุมเยือกเย็นราวกับสวมวิญญาณนักแสดงเข้าสิง ทำให้เขายังคงรับนามบัตรจากมือหนาด้วยท่าทางที่ไม่หวั่นเกรง
“ผม คังวูจิน ครับ”
ทันใดนั้นเอง โจเซฟก็ยื่นมือหนาออกมากุมมือของวูจินไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ฮ่า ๆ ๆ การทดสอบเมื่อกี้คุณทำได้สุดยอดมาก! ผมทำงานเป็นPDมานาน เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก น่าจดจำจริง ๆ”
คำพูดแฝงความชื่นชมอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาวูจินถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็ตอบกลับอย่างสุภาพ
“ขอบคุณครับ”
ชเวซองกุน ชายหนุ่มผมเปียที่ยืนอยู่ด้านหลัง เห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนจะหันไปกระซิบกับวูจินแผ่วเบา
“นี่ใครน่ะ? บอดี้การ์ดเหรอ?”
“ไม่ใช่ครับ พี่ซองกุน นั่นPDที่อยู่ตอนทดสอบหน้ากล้องไงครับ”
“ห๊ะ! PDเหรอ? คนนี้เนี่ยนะ!”
โจเซฟเห็นท่าทางแปลกใจของชเวซองกุน ก็หยิบนามบัตรใบใหม่ออกมายื่นให้
“ผม โจเซฟ เฟลตัน ครับ คุณเป็นผู้จัดการของคังวูจินใช่ไหมครับ?”
ชเวซองกุนรับนามบัตรมาอย่างงุนงง ก่อนจะยื่นนามบัตรของตัวเองสวนกลับไปบ้าง ถึงแม้ภาษาอังกฤษจะติด ๆ ขัด ๆ ไปบ้าง แต่เขาก็พยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นใจที่สุด
“ผมเป็นทั้งผู้จัดการและCEOของคังวูจินครับ”
“โอ้! อย่างนั้นเหรอครับเนี่ย CEOเลยเชียว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณดูแลนักแสดงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“ครับ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
"ฮ่า ๆ ๆ คุณผู้จัดการคงได้เห็นตอนทดสอบบทแล้วสินะครับ นักแสดงของคุณนี่ทำเอาที่นั่นแทบพลิกเลยล่ะ!"
น้ำเสียงอารมณ์ดีปนขี้เล่นของโจเซฟ เฟลตัน ดังขึ้นพร้อมกับท่าทางกระฉับกระเฉงแบบฉบับคนพลังล้นเหลือ ชเวซองกุนมองเขาพลางคลี่ยิ้มตอบรับ แต่ภายในใจกลับครุ่นคิดอย่างจริงจัง
'อย่างนี้นี่เองสินะ PD ฮอลลีวูด พวกเขาเปิดเผยและใจกว้าง สมกับเป็นผู้สร้างจากตลาดภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่'
ชเวซองกุนเริ่มประเมินอิทธิพลของโจเซฟ เฟลตันได้เลา ๆ ในวงการฮอลลีวูด ทุกอย่างล้วนขับเคลื่อนด้วยระบบ PD ยิ่งเป็น PD จากฮอลลีวูดด้วยแล้ว ยิ่งไม่ได้ดูแลเพียงแค่โปรเจกต์เดียว ยิ่งมีความสามารถมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลโปรเจกต์ใหญ่ ๆ หลายโปรเจกต์มากขึ้นเท่านั้น
'การที่เขาเป็น PD ซีรีส์ "ปิดบัญชีเลือด" แสดงว่าเขาต้องเป็นหนึ่งใน PD ที่คนในวงการฮอลลีวูดรู้จักเป็นอย่างดีแน่'
การคาดเดาอย่างรวดเร็วของชเวซองกุนนั้นแม่นยำ โจเซฟ เฟลตัน กำลังดูแลโปรเจกต์ในฮอลลีวูดอยู่สามเรื่อง และแทบจะไม่มีใครในฮอลลีวูดที่ไม่รู้จัก PD ผู้มีนามว่า โจเซฟ คนนี้
ร่างสูงโปร่งของโจเซฟหันไปยิ้มให้กับคังวูจิน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"อืม... ผมไม่ใช่ผู้อำนวยการคัดเลือกนักแสดงหรอกนะครับ แต่ผมรู้ว่าจะดูพลังและพลังงานของนักแสดงยังไง และพลังงานและความแน่วแน่ที่คุณแสดงออกมาระหว่างการทดสอบบทนั้น หายากมาก"
คังวูจินตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
"อย่างนั้นหรือครับ?"
โจเซฟ เฟลตัน เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"นักแสดงชาวจีนที่ผมเห็นในการทดสอบบท ล้วนแล้วแต่ฝ่าฟันการคัดเลือกอันเข้มข้นมาทั้งนั้น พวกเขาเตรียมตัวกันมาอย่างหนักหน่วง ทั้งผู้กำกับและทีมงานต่างก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าบทนี้ต้องตกเป็นของนักแสดงชาวจีน ถือว่าเป็นเรื่องที่ปิดประตูตายตัวไปแล้ว คุณเป็นได้แค่ตัวประกอบเท่านั้น"
"..."
"แต่คุณกลับพลิกกระดานได้ด้วยฉากเดียว เพียงฉากเดียวเท่านั้น คุณไม่ได้แค่ช่วงชิงบทนั้นมาจากนักแสดงชาวจีน แต่คุณทำให้พวกเขายินยอมมอบมันให้คุณด้วยความเต็มใจ กลายเป็นการยอมรับ ไม่ใช่ชัยชนะ และคนที่ตัดสินใจก็คือคุณ ไม่ใช่ผู้กำกับ"
โจเซฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะชูนิ้วโป้งให้
"ไม่บ่อยนักหรอกนะที่ผมจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทั้งศิลปะการต่อสู้และพลังของคุณ...มันน่าทึ่งมาก"
ทันใดนั้น เสียงทีมงานก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกเวลา ทำให้ใบหน้าของโจเซฟฉายแววเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้ามีเวลา ผมอยากจะชวนคุณไปดื่มเบียร์ด้วยกันสักหน่อย เสียดายจริง ๆ ไว้คราวหน้าคุณคังวูจินกลับมาฮอลลีวูดอีกเมื่อไหร่ อย่าลืมนามบัตรที่ผมให้ไว้นะครับ"
"ครับ"
"ตอนนี้คุณจะกลับเกาหลีเลยไหม?"
"อ่า ผมยังพอมีเวลาเหลืออยู่ เลยกะว่าจะเดินเล่นแถวนี้สักหน่อย"
โจเซฟเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้นิ้วโป้งไปด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทภาพยนตร์ขนาดยักษ์ อาคารถูกตกแต่งอย่างหรูหราอลังการราวกับสวนสนุก ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของฮอลลีวูด
"ผมจะติดต่อให้คุณเข้าไปดูข้างในได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น บอกชื่อผมที่ทางเข้า เดี๋ยวจะมีพนักงานพาชมเอง ขอให้สนุกกับการมาฮอลลีวูดนะครับ"
วูจินกับโจเซฟ เฟลตันยื่นมือสัมผัสมือกันอีกครั้ง ก่อนที่โจเซฟจะหันหลังกลับมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ของตึก ดูท่าคงมีธุระเกี่ยวกับ ‘ปิดบัญชีเลือด 3’ รออยู่ ท่ามกลางทีมงานชาวต่างชาติที่เดินตามหลังเขามา มีบางคนหันมามองวูจินพร้อมกับซุบซิบนินทา
“นักแสดงเกาหลีคนนั้นได้รับนามบัตรจากโจเซฟด้วยเหรอ?”
“ใช่น่ะสิ น่าตกใจชะมัด นอกจากดาราฮอลลีวูดแล้ว ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้”
“นี่ขนาดเพิ่งเจอกันวันแรกนะเนี่ย?”
ในทางกลับกัน วูจินในชุดสูทดูดี บรรจุนามบัตรที่ได้มาลงในกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปสบตากับซองกุน
“ไปที่ที่เขาบอกกันเลยไหมครับ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวต้องไปรับเด็ก ๆ ที่พักด้วย หวังว่าคงจะไม่ถ่ายงานกันอยู่หรอกนะ”
ทันใดนั้น รถตู้ที่วูจินกับซองกุนรออยู่ก็มาจอดเทียบฟุตบาธ
ตัดภาพมาที่...
-แกร๊ก
โจเซฟ เฟลตันที่เพิ่งก้าวเข้ามาในลิฟต์ สั่งงานอะไรบางอย่างกับชายหัวล้านชาวต่างชาติที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“โรเบิร์ต ผมอยากให้ไปสืบเรื่องนักแสดงที่ชื่อคังวูจินมาให้ละเอียดเลยนะ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชื่อเสียงในเกาหลี ข่าวลือ ผลงาน รวมไปถึงคนรอบข้าง ผมต้องรู้จักเขามากกว่านี้ จะได้ไม่พลาดแบบวันนี้อีก”
“รับทราบครับ แต่ทำไมถึงให้ความสนใจเขานักล่ะครับ? ถึงการทดสอบเมื่อกี้เขาจะทำได้ดีก็เถอะ...หรือว่าเป็นเพราะกระแสเกาหลี?”
“กระแสเกาหลี... ใช่ มันก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ ตอนนี้ผมอธิบายไม่ถูก นอกจากคำว่า สัญชาตญาณ”
“สัญชาตญาณอย่างนั้นเหรอครับ?”
“ผมว่านักแสดงคนนั้น จะทำให้กระแสวงการเกาหลีระเบิดเป็นเท่าทวีคูณได้ในเร็ว ๆ นี้แน่”
โจเซฟชายผิวดำร่างสูงโปร่งหัวเราะในลำคอก่อนตอบเสียงเบา
“นามบัตรที่ผมเพิ่งให้ไป ก็เพื่อวันนั้นไงล่ะ”
ถ้อยคำนั้นยังคงก้องอยู่ในความคิด
บ่ายคล้อยของวันที่ 17 หลังจากนั้น ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ซึ่งโลดแล่นอยู่บนหน้าจอมาอย่างยาวนานก็เดินทางถึงแผ่นดินเกาหลี เสียงฮือฮาของผู้สื่อข่าวและแฟนคลับนับร้อยดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ สนามบินเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนจำนวนมหาศาล ราวกับมดแตกรัง ขณะที่ทีมงานกำลังหลงระเริงอยู่กับการโปรโมตอาหารเกาหลี ณ นครลอสแอนเจลิส ข่าวคราวของพวกเขาก็แพร่สะพัดไปทั่วเกาหลี ดุจไฟลามทุ่ง ยิ่งกระตุ้นให้เหล่านักข่าวกระหายใคร่รู้มากขึ้นเป็นทวีคูณ
“คุณยุน! ได้ข่าวว่ามีบทความลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่LAนี่จริงหรือครับ? มีอะไรน่าสนใจจะเล่าให้ฟังบ้างไหม?!”
“คนท้องถิ่นที่LA มีความคิดเห็นอย่างไรกับรายการบ้างครับ?!”
“ทางนี้ ๆ! มองทางนี้หน่อยครับ!”
“คุณฮวาลินครับ! ช่วงที่อยู่ที่LA กับคุณคังวูจินที่ช่วยกันปราบคนร้าย เป็นอย่างไรบ้างครับ?!”
“ฉันเห็นบทความที่บอกว่าเชฟที่LA ชื่นชมอาหารของคุณวูจินมากเลยค่ะ! คุณฮงฮเยยอน ได้เจอเชฟคนนั้นด้วยตัวเองหรือเปล่าคะ?!”
แม้จะมีกำแพงมนุษย์ขวางกั้นอยู่ แต่คลื่นความอยากรู้อยากเห็นของบรรดาผู้สื่อข่าวก็ไม่อาจต้านทาน คำถามหลั่งไหลไม่ขาดสาย ส่วนแฟนคลับที่เฝ้ารอคอยอยู่ต่างก็ส่งเสียงเชียร์ พร้อมมอบของขวัญให้กับศิลปินคนโปรด โถงผู้โดยสารขาเข้ากลับกลายเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อม วุ่นวาย โกลาหล ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ จึงต้องหาทางฝ่าวงล้อมออกไปให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
“เอ๊ะ?! พี่วูจิน! พี่วูจินหายไปไหน!”
“ใช่! จริงด้วยแฮะ??”
“คังวูจิน! ไม่มีคังวูจินเลย??”
ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่ว ดุจรอยร้าวบนกำแพง
“คังวูจินหายไป!”
“คุณยุน! คังวูจินอยู่ไหนครับ?!”
"ยังอยู่LAอีกเหรอครับ?!"
"มีปัญหากับเรื่องเอกสารเข้าเมืองหรือเปล่าครับ?!"
แม้จะถูกยิงคำถามรัวเร็ว ทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' ก็ยังคงเงียบกริบ ปล่อยให้ความกังวลและคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในอากาศ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากสนามบินไปอย่างเริ่มร้อนใจ
ไม่นานนัก ข่าวคราวการกลับมาของพวกเขาก็แพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ราวกับไฟลามทุ่ง
『[ประเด็นร้อน] ทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' เดินทางกลับจากLA / ภาพ』
『ภาพทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' โบกมือทักทายนักข่าว ทุกคนดูอิดโรย』
แม้ภาพการกลับมาของทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' จะเป็นประเด็นหลัก แต่การหายไปของคังวูจิน ก็กลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
『ทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' เดินทางกลับเกาหลีวันนี้... แต่ไร้เงาคังวูจิน? 』
『[ภาพถ่ายดารา] คังวูจิน ปรากฏตัวที่LAเพียงลำพัง? 』
เป็นเรื่องธรรมดาที่การกลับมาแบบไม่พร้อมหน้า จะสร้างความสงสัยและคำถามมากมายให้กับนักข่าว จนก่อเกิดเป็นข่าวลือไปต่าง ๆ นานา
『เบื้องลึกการกลับมาแบบไม่ครบทีมของ 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' ... หรือว่าคังวูจิน ติดภารกิจสำคัญที่LA? 』
ไม่เพียงเท่านั้น ประเด็นร้อนแรงที่เคยเกิดขึ้นระหว่างที่วูจินอยู่ที่LA ต่างก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
『ฮีโร่ผู้กล้าหายไปไหน... ทำไม ฮวาลิน ถึงกลับเกาหลีเพียงลำพัง? / ภาพ』
『คังวูจิน ไม่ได้เดินทางกลับเกาหลี เพิ่มน้ำหนักความเป็นไปได้ที่การถ่ายทำ 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' ร่วมกับซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก 'ไมลีย์ คาร่า' อาจล้มไม่เป็นท่า! 』
ท่ามกลางกระแสข่าวที่โหมกระหน่ำ บริษัทสื่อบันเทิงbw ก็ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ...
“ตามประกาศจาก บริษัท บีดับเบิลยู เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อย่างเป็นทางการ คังวูจินยังไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศได้ เนื่องจากติดภารกิจพักผ่อนที่LA ยาวนานกว่ากำหนด”
แถลงการณ์ที่แสนจะเป็นทางการ แต่กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำบิดเบือน ปิดบังความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับ ‘ปิดบัญชีเลือด 3’
ขณะเดียวกัน ภายในรถตู้คันใหญ่ที่กำลังแล่นฉิวอยู่บนทางด่วนในกรุงโซล ไมลีย์ คาร่า และทีมงาน กำลังพูดคุยถึงข่าวคราวของคังวูจิน พวกเธอเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจตามตารางงานที่เกาหลีในช่วงบ่ายแก่ของวันที่ 18 หรือก็คือเช้าวันใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
คาร่า สาวผมบลอนด์สะดุดตานั่งไขว่หาง เธอจดจ้องอยู่กับแท็บเล็ตคู่ใจ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ บทความข่าวของคังวูจินที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอนั่นเอง
“คังวูจินจะกลับเกาหลีภายในวันพรุ่งนี้จริง ๆ เหรอ”
คาร่าเอ่ยปากถาม น้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเย็นชา ผู้จัดการหนุ่มผมรองทรงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จึงรีบตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษทันที
“อืม ฉันคอนเฟิร์มกับทางเอเจนซี่ของเขาแล้ว เขาจะมาถึงเกาหลีคืนนี้ และการถ่ายทำที่เรานัดไว้ในเช้าวันพรุ่งนี้จะดำเนินต่อไปได้ตามแผน ไม่มีปัญหาแน่นอน”
คาร่าพยักหน้ารับเบา ๆ ขณะไล้นิ้วเรียวสวยปัดปอยผมสีทองขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหวนนึกถึงผลงานการแสดงที่แสนจะประหลาด ประวัติที่เต็มไปด้วยข่าวมากมาย และฝีมือการแสดงที่ถึงพริกถึงขิง ของคังวูจิน
“อืม… ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถ้าได้เจอตัวจริงจะเป็นยังไง”
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าแต่คาร่า เช็กข้อเสนอที่ช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ส่งมาให้แล้วหรือยัง”
“หมายถึงคอนเทนต์ที่เขาจะถ่ายทำน่ะเหรอ”
คาร่าถามพลางเปลี่ยนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นรายละเอียดคอนเทนต์ที่ทางทีมงาน ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ส่งมาให้ เธออ่านมันอย่างคร่าว ๆ ก่อนจะเปลี่ยนข้างที่ไขว่ห้างอย่างเกียจคร้าน
"เพลงดูเอ็ทของเรา... เรื่องนี้พอเดาออกอยู่แล้วล่ะ ส่วนที่ตกลงกันว่าหลังคุยเสร็จจะทำอาหารให้ทานตรงนี้ก็น่าจะโปรโมทหนังได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เรื่องที่เขาจะทำอาหารให้ทานนี่ก็น่าสนใจดี ถ้าไปออกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของLAได้ขนาดนั้น ฝีมือคงไม่ธรรมดา"
"ดูจากเนื้อข่าว เชฟมิชลิน 1 ดาวนี่ คุณคังวูจินเขาได้รับคำชมด้วยตัวเองเลยนะ"
"ก็นั่นน่ะสิ แต่เขาบอกว่าจะทำทุกอย่างที่ฉันอยากกินเนี่ยนะ พูดไปเรื่อยหรือเปล่า"
"ไม่รู้สิ คงไม่ใช่ทุกอย่างหรอก คุณคังวูจินเขาก็ไม่ได้เป็นเชฟอาชีพนี่"
"... แล้ว 'อวตารทำอาหาร' นี่มันอะไรกัน คำอธิบายบอกว่าฉันเป็นคนทำ ส่วนคุณคังวูจินจะคอยบอก นึกภาพไม่ออกเลย"
"ตามนั้นเลย มันเหมือนคอนเทนต์สนุก ๆ น่ะ ตามที่คุณคังวูจินบอก เธอจะเป็นคนลงมือทำเอง ถ้าไม่สะดวกใจ ทางเราก็ปฏิเสธได้นะ"
หลังจากฟังคำอธิบาย ดวงตาสีฟ้าของคาร่าก็เบิกกว้างขึ้น เธอนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ราว 5 วินาที ก่อนจะเม้มริมฝีปากบางเบา ๆ แล้วส่ายหน้า
"ไม่เอา ฉันว่าน่าสนุกดีออก"
"คาร่า คิดดี ๆ นะ เธอทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เหรอ?"
"ก็นี่ไง เขาถึงจะทำให้ฉันทำเป็นยังไงล่ะ"
"คุณคังวูจินนั่นแหละที่จะเหนื่อย คิดดี ๆ นะ แฟนคลับกับสื่อที่เกาหลีจับตามองอยู่เพียบเลย"
ทั้งนี้ ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในประเทศเกาหลี ไมลีย์ คาร่า ได้เข้าร่วมงานอีเวนต์ ปาร์ตี้ของแบรนด์เนมชื่อดัง รวมถึงให้สัมภาษณ์ต่าง ๆ อย่างครบถ้วน แต่เธอกลับไม่เคยไปออกรายการทางช่อง Youtube เลย พรุ่งนี้ที่ไปออกรายการ 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' จึงถือเป็นครั้งแรก
"อือ รู้แล้วน่า ยังไงก็บอกเขาไปเลยว่าฉันตกลง รออยู่เลยล่ะ"
ผู้จัดการผมสกินเฮดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“อือ ก็ได้ ฉันรู้แล้ว คิดเรื่องที่จะพูดในรายการกับเมนูอาหารไว้แล้วกัน”
“อืม”
ท่ามกลางบทสนทนา เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น แจ้งเตือนข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ดวงตากลมโตสีฟ้าครามของคาร่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นชื่อของผู้ส่ง
‘โจเซฟนี่นา’
โจเซฟ เฟลตัน PDชื่อดังแห่งฮอลลีวูด ส่งข้อความมาหาเธอ ภาพของชายร่างสูงผิวสีแทนแวบเข้ามาในห้วงความคิด คาร่ากดอ่านข้อความนั้นทันที
- โจเซฟ เฟลตัน: คาร่า เป็นยังไงบ้างอยู่ที่เกาหลี เห็นโพสต์ในโซเชียลมีเดีย เลยลองติดต่อมา ได้ยินว่าจะไปออกรายการ Youtube ของนักแสดงเกาหลีเหรอ ช่วงนี้ผมสนใจประเทศเกาหลีอยู่พอตัวเลย รอชมอยู่นะ
คาร่าเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป ไม่นานนัก ข้อความใหม่จากโจเซฟก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
- โจเซฟ เฟลตัน: ไว้กลับมาแล้วติดต่อมาด้วยนะ เรามานั่งจิบเบียร์คุยกันเรื่องเกาหลีหน่อย
คาร่าขมวดคิ้วหลังจากอ่านข้อความจบ เธอหันไปหาผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“······คือว่าโจเซฟติดต่อมา เคยได้ยินว่าเขาสนใจเกาหลีบ้างไหม?”
ผู้จัดการที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์เงยหน้าขึ้น ยักไหล่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ไม่เคยนะ เพิ่งได้ยินว่าเขาจะมาร่วมโปรดิวซ์ ‘ปิดบัญชีเลือด 3’ ก็เท่านั้นแหละ งานเขาก็เยอะ แถมยังมีหลายโปรเจกต์ ไม่น่าจะมีเวลามาสนใจเกาหลีหรอก”
“จริงเหรอ?”
คาร่าเกาผมสีทองของเธออย่างใช้ความคิด
“เขาต้องการอะไรกันแน่”
ค่ำคืนวันเดียวกัน ณ สนามบินที่ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาจากประตูทางออก เขาสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า และสวมแมสก์ปิดปากมิดชิด เขาคือคังวูจิน ที่แอบเดินทางเข้าประเทศเพื่อเลี่ยงนักข่าวและแฟนคลับ
‘ซู้ด- ฮ่า นี่แหละ บรรยากาศนี้แหละ โอ้โห จริง ๆ แล้วบ้านเรานี่ดีที่สุดเลย!’
คังวูจินแอบยิ้มน้อย ๆ ในใจ ก่อนจะก้าวขึ้นรถตู้ที่จอดรอรับอยู่ ไม่มีภาพนักข่าวมากมายมารุมล้อมส่งเสียงจอแจให้เห็นเลยสักนิด ซึ่งเขาก็ชอบแบบนี้มากกว่า
‘นานเป็นบ้า’
ตอนนี้เขาแค่อยากดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้เหยียบแผ่นดินเกาหลีอีกครั้งเท่านั้น ทันใดนั้น ชเวซองกุนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน ก็หันมาหาเขาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือให้ดู
“นี่ วูจิน บลูดราก้อนประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมดแล้วนะ”
บนหน้าจอโทรศัพท์ ปรากฏบทความข่าวที่เพิ่งเผยแพร่อย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดงานประกาศรางวัลภาพยนตร์บลูดราก้อน เป็นรายชื่อนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในปีนี้ แน่นอนว่าไม่นานนัก สื่อวงการภาพยนตร์ก็ตามติดรายงานข่าวนี้เช่นกัน
『[เทศกาลภาพยนตร์] เลขานุการของรางวัลภาพยนตร์บลูดราก้อน เผยรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลหลักของงานในปีนี้… ‘คังวูจิน’ เป็นที่จับตามองในฐานะผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่』
『คังวูจินได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ของบลูดราก้อนหลังจากเดบิวต์ได้เพียง 1 ปี แต่เขาก็ยังปรากฏชื่อในรางวัลอื่น ๆ อีกด้วย』
ราวกับจะไม่ยอมน้อยหน้ากัน รางวัลแกรนด์เบลล์ก็ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลเช่นกันในอีกไม่กี่สิบนาทีต่อมา เพราะทั้งสองงานประกาศรางวัลภาพยนตร์นี้จะจัดขึ้นในอีกประมาณสิบวันข้างหน้า
『[คุยข่าวภาพยนตร์] ตามมาติด ๆ กับบลูดราก้อน… ‘คังวูจิน’ ปรากฏชื่อในผู้เข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ของทั้งสองงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ ทั้งบลูดราก้อนและแกรนด์เบลล์』
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ชื่อของคังวูจินถูกพูดถึงอย่างมากมาย
ราวกับว่าคังวูจินจะเป็นผู้ครองวงการบันเทิงช่วงปลายปีนี้เสียแล้ว
[บลูดราก้อน รางวัลแกรนด์เบลล์ แค่สองรางวัลนี้ คังวูจินก็คว้ามาครองได้ถึงสองรางวัลแล้ว ความคาดหวังยิ่งพุ่งสูงขึ้น บวกกับรางวัลแดซังจากแต่ละสถานีโทรทัศน์อีก... หรือว่าคังวูจินจะสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่ปีแรกที่เดบิวต์]
พาดหัวข่าวมากมายดังกระหึ่มไปทั่ววงการบันเทิง
-จบ-
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_