เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 196 ความแปลกประหลาด (1)

บทที่ 196 ความแปลกประหลาด (1)

บทที่ 196 ความแปลกประหลาด (1)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 196 ความแปลกประหลาด (1)

“!!!”

‘วูจินอย่างนั้นเหรอที่อยากเจอ’ ดวงตาของชเวซองกุนเบิกกว้างขึ้นในเสี้ยววินาที เขารีบหันหลังกลับแล้วสาวเท้ากึ่งวิ่งกลับเข้าไปในที่พักทันที ‘Winner Movie Pictures รู้จักวูจินด้วยงั้นเหรอ?’ สายตาของเขาเหลือบมองไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางห้องรับแขก ชายหนุ่มสองคนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พวกเขาคือทีมงานจากบริษัทบันเทิง BW ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ลอสแอนเจลิสพร้อมกับเขา

พนักงานทั้งสองที่ดูเหมือนจะเพิ่งตื่นนอน ได้หันมาโค้งศีรษะทักทายชเวซองกุนเล็กน้อย

“อ่า”

ก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อเห็นว่าเขากำลังสนทนาทางโทรศัพท์อยู่ ชเวซองกุนลากเก้าอี้ตัวหนึ่งจากในครัวมาวางไว้ตรงหน้าพวกเขาก่อนจะนั่งลง จากนั้นจึงกดเปลี่ยนโหมดสนทนาเป็นแบบเปิดลำโพง เหตุผลน่ะหรือ ง่ายมาก เพราะหนึ่งในสองคนนี้คือล่ามที่สังกัดอยู่ในทีมต่างประเทศของบริษัทบันเทิง BW ถึงแม้ว่าชเวซองกุนจะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมากนัก

อีกอย่างก็เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้

หลังจากใช้สายตาส่งสัญญาณบอกสถานการณ์ให้ล่ามทราบแล้ว ชเวซองกุนก็พูดกับโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นภาษาอังกฤษ

“ขอโทษนะครับ เชิญคุณพูดต่อได้เลย”

“ค่ะ ดิฉันชื่อเมแกน สโตน เป็นผู้ดูแลฝ่ายคัดตัวนักแสดงจาก Winner Movie Pictures ค่ะ ตอนนี้ดิฉันกำลังทำงานกับผู้กำกับอย่างจอร์จ เมนเดสในภาพยนตร์เรื่อง ‘ปิดบัญชีเลือด 3’ ค่ะ”

ถึงแม้ว่าชเวซองกุนจะพอเข้าใจในสิ่งที่เมแกนพูดไปบ้างแล้ว แต่ล่ามที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ยังคงแปลคำพูดของเธอแล้วกระซิบข้าง ๆ หูเขาอย่างต่อเนื่อง

‘“ปิดบัญชีเลือด 3” งั้นเหรอ?’

หนังเรื่องนั้น...เรื่องที่เพิ่งแวบขึ้นมาในความคิดเมื่อครู่นี้ มันเป็นหนังที่กำกับโดย จอร์จ เมนเดส ผู้กำกับชื่อดังที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก หัวใจของชเวซองกุนเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น แต่เขาก็พยายามเก็บอาการเอาไว้

“อะ เอ่อ ครับ”

“คืออย่างนี้นะคะ คุณจอร์จ เมนเดส ผู้กำกับ เคยเห็นผลงานของคุณคังวูจินมาก่อนค่ะ แล้วก็สนใจในตัวคุณคังวูจินด้วย ตอนนี้คุณคังวูจินอยู่ที่ลอสแอนเจลิสใช่ไหมคะ?”

‘รู้ด้วยเหรอว่าวูจินอยู่ที่อเมริกา’ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ ชเวซองกุนพยักหน้ารับเบา ๆ

“···ใช่ครับ ตอนนี้อยู่แถว ๆ หาดเฮอร์โมซาครับ”

ทันทีที่ได้ยินคำว่า “หาดเฮอร์โมซา” น้ำเสียงของผู้หญิงที่ปลายสายก็แฝงไปด้วยรอยยิ้ม

“โอ้ หาดเฮอร์โมซาเป็นสถานที่ที่สวยมากเลยนะคะ ใกล้ ๆ กับที่ฉันอยู่เลย ถ้าไม่รบกวนเกินไป ฉันขอพบคุณคังวูจินได้ไหมคะ?”

“‘หมายถึงเรื่องนัดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่อง ‘ปิดบัญชีเลือด 3’ หรือเปล่าครับ?”

“ใช่แล้วค่ะ บอกรายละเอียดตอนนี้เลยคงไม่ได้ แต่ตอนนี้พวกเรากำลังหานักแสดงชาวเอเชียอยู่ค่ะ แน่นอนว่าเป็นบทที่ต้องใช้การแสดงบู๊ ซึ่งฉันได้ดูวิดีโอของคุณคังวูจินใน Youtube มาค่ะ เห็นตอนที่จัดการกับคนร้าย นี่มันสุดยอดไปเลยนะคะ”

“อ่า”

“ผู้กำกับเองก็ดูอย่างชื่นชมเลยล่ะค่ะ สรุปก็คือ ทางเรามีการนัดแคสติ้งกันไว้อยู่แล้ว เลยอยากให้คุณคังวูจินมาเข้าร่วมด้วย”

“······การแคสติ้งนี้จัดขึ้นเมื่อไหร่ครับ?”

“อีกไม่กี่วันก็จะถึง ก็ถือว่ากระชั้นชิดอยู่หน่อยนะคะ แต่บังเอิญว่าคุณอยู่LAพอดีเลย ไม่ต้องกดดันตัวเองนะคะ แค่ศิลปะการต่อสู้ขอพอใช้ได้ก็พอค่ะ เพราะสิ่งสำคัญคือการมองเห็นภาพลักษณ์ของนักแสดงผ่านหน้าจอมอนิเตอร์มากกว่าทักษะ”

โอกาสในการออดิชั่นหน้ากล้องที่ฮอลลีวูดนั้นแสนเลือนลาง กระทั่งซุปเปอร์สตาร์ทั้งหลายก็ยังต้องผ่านประตูบานนี้ และตอนนี้ คังวูจิน ผู้ซึ่งยังไม่มีแม้แต่ผลงานในฮอลลีวูดกลับได้รับข้อเสนอนี้ มันเป็นโอกาสทองที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

‘ผู้กำกับจอร์จ เมนเดส เห็นวูจิน และยัยผู้ดูแลฝ่ายคัดตัวนักแสดงคนนั้นก็ได้ ดูคลิปจากกล้องหน้ารถของวูจินแล้ว...’

เรื่องบังเอิญเช่นนี้คงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ถึงกระนั้นตอนนี้เรื่องแบบนั้นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งให้คุณคังวูจินทราบนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งข้อความแจ้งกำหนดการที่ชัดเจนและบทภาพยนตร์แบบย่อ ๆ ไปให้นะคะ รบกวนยืนยันและติดต่อกลับมาเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ”

แม้บทสนทนาจะจบลง แต่ชเวซองกุนยังคงนิ่งมองโทรศัพท์มือถือในมือด้วยสีหน้าว่างเปล่า ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ตรงกันข้าม พนักงานสองคนที่ได้ยินเรื่องราวต่างก็ตกตะลึง โดยเฉพาะล่ามแปลภาษาที่เอ่ยถามชเวซองกุนด้วยแววตาตื่นเต้น

“ท ท ท่านประธาน! ตอนนี้ ‘Winner Movie Pictures’ ติดต่อมาหาคุณวูจินงั้นเหรอครับ??!”

ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือในมือของชเวซองกุนก็สั่นเตือนขึ้น

-♬♪

ข้อความจาก ‘Winner Movie Pictures’ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา…

คังวูจินเดินออกมาจากห้องน้ำ มือขยี้ผมเปียก ๆ ของตัวเองอยู่คนเดียว แบบนี้ก็ไม่มีคอนเซ็ปต์อะไรให้เห็น เป็นคังวูจินคนเดิม ๆ เขามองนาฬิกา

‘10 โมง...’

ตารางงานที่เหลือในวันนี้เรียบง่ายเหลือเกิน อีก 30 นาทีค่อยแต่งหน้าอ่อน ๆ แล้วกลับไปถ่ายทำรายการ 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' สิบเอ็ดโมงเจอกับทีมงานคนอื่น ๆ เพื่อเตรียมร้าน ร้านเปิดตอนสิบสองนาฬิกาสามสิบนาที

คังวูจิน หาวหวอด ขณะที่มือก็กำลังใช้ไดร์เป่าผม

“อะไรกันเนี่ย พอเริ่มชินก็จะจบซะแล้ว”

น้ำเสียงของเขานั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดายปนโล่งใจ เพราะการถ่ายทำรายการ 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' ที่ทั้งต้องปรับตัวกับเวลาและตารางงานสุดโหด ตอนนี้ก็ใกล้จะปิดกล้องลงแล้ว ผ่านวันนี้พรุ่งนี้อีกวัน การถ่ายทำรอบแรกก็จบสิ้น

ส่วนรอบสองน่ะเหรอ ค่อยว่ากันอีกทีปีหน้า

“เหนื่อยชะมัดเลย แต่ก็สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ย”

ประเด็นหลักของรายการนี้คือการทำอาหารทั้งวัน แต่สิ่งที่คังวูจินชอบมากที่สุด เห็นจะเป็นตอนที่ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองอาหารที่เขาบรรจงปรุง สีหน้าของพวกเขาตอนถ่ายรูปอาหาร รวมถึงคำชมที่นาน ๆ ครั้งจะส่งมาให้เขา สิ่งเหล่านี้ในฐานะ คังวูจิน ประชาชนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง คงไม่มีวันได้พบเจอ

'ในทีวีจะออกมาเป็นแบบไหนกันนะ'

เขาเฝ้ารอคอยการออกอากาศตอนแรกของรายการ 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' อย่างใจจดใจจ่อ วางไดร์ลงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา ในบรรดาข้อความมากมาย ข้อความล่าสุดของชเวซองกุน ที่ขึ้นต้นอยู่คือ 'ถึงแล้ว' บอกได้คำเดียวสั้น ๆ

“อืม? อะไรของเขานี่”

วูจินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับไปหาชเวซองกุน แต่ไม่ทันจะได้กดส่ง ชเวซองกุนก็ปรากฏตัวขึ้นภายในเวลาเพียง 3 นาที ดูท่าทางคงรออยู่แถว ๆ นี้ บริเวณข้างเอวของชเวซองกุนที่สวมเสื้อฮู้ดสีขาว ปักโลโก้ 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' ม้วนกระดาษบาง ๆ เอาไว้

-ครืด

ทันทีที่ปิดประตู ชเวซองกุนก็เอ่ยขึ้น

“วูจิน ใกล้จะเริ่มถ่ายแล้ว ฉันจะพูดแค่ใจความสำคัญนะ”

แววตาของชเวซองกุนเป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น เขากล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน กระชับได้ใจความ "Winner Movie Pictures" "ปิดบัญชีเลือด 3" "การทดสอบหน้ากล้อง" และอื่น ๆ อีกมากมายที่คังวูจินนั่งฟังอย่างสงบ

"..."

ทว่ากลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ทั้งสีหน้าและภายในใจ ต่างก็เรียบเฉย ไร้ความรู้สึก ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกตื่นเต้น เพียงแต่ในวินาทีนั้น สมองของเขายังคงประมวลผลไม่ทัน จึงได้แต่หยุดนิ่งราวกับเครื่องจักรที่หยุดทำงาน

'เดี๋ยว ๆ หมายความว่าไงนะ? หมายความว่าตอนนี้ Winner อะไรนั่น บริษัทภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดกำลังสนใจในตัวฉันงั้นเหรอ??'

ในที่สุดคังวูจินก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด หัวใจของเขาเต้นระรัว เร็วแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่รอคอยคำตอบ

'หา?? ทำไมกัน???'

เรื่องราวในครั้งนี้ช่างแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยพบเจอโดยสิ้นเชิง ไม่สิ ต้องบอกว่ามันต่างกันราวกับเป็นคนละโลกเลยดีกว่า พูดตามตรง แม้แต่วงการบันเทิงเกาหลี เขายังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่สามารถปรับตัวได้อย่างเต็มที่ แต่นี่คือฮอลลีวูด บันไดสู่ดวงดาวที่ครอบงำตลาดภาพยนตร์ทั่วโลก สถานที่ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะใฝ่ฝันว่าจะได้เฉียดเข้าใกล้

บางครั้งคราว พอมีนักแสดงเกาหลีได้ไปเล่นหนังฮอลลีวูด ไม่ว่าจะบทสมทบหรือบทอะไรก็ตาม วงการบันเทิงเกาหลีก็นั่งกันไม่ติด พลิกไปพลิกมา ราวกับว่าเป็นเรื่องใหญ่โต แม้แต่ฮายูรา ที่เป็นถึงนักแสดงระดับท็อปของเกาหลี พอไปฮอลลีวูดก็กลายเป็นเพียงดาราหน้าใหม่ เท่านั้นก็คงรู้แล้วว่าสำหรับนักแสดงทั่วโลก ฮอลลีวูดคือเวทีในฝัน แต่แล้วจู่ ๆ สถานที่แบบนั้นกลับยื่นมือเข้ามาหาคังวูจินด้วยตัวเอง

ทว่าในตอนนี้ คังวูจินกลับรู้สึกเพียงความเฉยชา ไร้ความรู้สึก ราวกับถูกสาดน้ำเย็นเข้าใส่กลางอากาศ

ฮอลลีวูด ดินแดนแห่งความฝันที่แสนไกลโพ้น สำหรับใครหลายคนมันช่างเลือนลางราวกับภาพมายา เมื่อได้ยินว่ามีโอกาสได้ไขว่คว้า หลายคนคงดีใจจนเนื้อเต้น แต่สำหรับ 'คังวูจิน' กลับมิได้เป็นเช่นนั้น เขารู้ดีถึงน้ำหนักของโอกาสครั้งนี้ ทำให้ความทะเยอทะยานในใจก่อตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย

‘แปลกดีเหมือนกันนะ แต่ก็ยังไม่คอนเฟิร์มนี่ เป็นแค่เทสต์ เหมือนออดิชั่นทั่วไปนั่นแหละ’

ยิ่งสถานการณ์ดูจริงจัง เขายิ่งต้องใช้เวลาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แต่นี่คือคังวูจิน ความคิดและพัฒนาการของเขาเหนือกว่านักแสดงคนอื่นอยู่หลายขุม มุมมองและการตัดสินใจจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

‘ก็แค่ไปแสดงให้เขาดูเท่านั้นเอง อืม...ออดิชั่นนี่แหละ ต่างกันแค่เปลี่ยนจากคนเกาหลีเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น’

ไม่ว่าโอกาสจะยิ่งใหญ่เพียงใด ในสายตาของเขา มันกลับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ เพราะต่อให้จินตนาการสักกี่ครั้ง หากปราศจากประสบการณ์ มันก็คงไม่ต่างอะไรจากภาพลวงตา

'ชเวซองกุน' ไม่อาจล่วงรู้ความคิดของคังวูจินได้เลย สีหน้านิ่งเฉยนั้นปิดบังความนึกคิดไว้ได้มิดชิด จนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว

‘หรือว่าฉันเดาใจผิดไปนะ? แต่นี่มันเรื่องใหญ่นะ ฮอลลีวูดเชียวนะ ด้วยนิสัยของวูจิน เขาคงกำลังคิดหนักกว่าทุกครั้งแน่’

แต่ความจริงแล้ว ชเวซองกุนคิดผิด คังวูจินเพิ่งให้คำตอบเรียบง่ายสั้น ๆ ไปเมื่อครู่นี้เอง

‘ถือโอกาสไปเที่ยวด้วยก็ไม่เลว ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องไปตัดสินใจที่โน่นอยู่แล้ว’

"เอาล่ะ ตกลงจะรับข้อเสนอนี้หรือเปล่า?"

ความคิดแผลง ๆ นี้ผุดขึ้นในหัวของคังวูจิน ท่ามกลางสถานการณ์กดดันเช่นนี้ ความรู้สึกเร่งรีบร้อนรนพลันมลายหายไป วูจินใช้เวลาครู่หนึ่งปรับบุคลิกให้ดูเท่ห์สมเป็นเขา ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่เตรียมไว้ เพราะความมั่นใจคือสิ่งที่เขาขาดไม่ได้

"ก็น่าสนใจดีนะครับ"

"······น่าสนใจ?"

"ครับ"

"เฮ้ย นายไม่มีความตื่นเต้นบ้างเลยเหรอ?? นั่นมันฮอลลีวูดเชียวนะเว้ย!? หรือว่าแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนายอยู่แล้ว?"

"ไม่ใช่นะครับ แล้วแบบนี้หมายความว่า การทดสอบหน้ากล้องจะมีแค่ผมคนเดียวเหรอครับ?"

"เอ่อ อ่า ไม่สิ น่าจะไม่ใช่นะ วันนั้นก็น่าจะมีนักแสดงคนอื่น ๆ จากหลายประเทศมาร่วมด้วย? แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว คิดว่าคงจับนายยัดลงไปในการทดสอบที่เตรียมไว้แล้วล่ะ บทก็น่าจะประมาณตัวประกอบเด่นมั้ง"

"อย่างนี้นี่เอง"

"แต่นายก็รู้ใช่ไหม? ว่านี่มันเป็นโอกาสระดับมหาศาลเลยนะ? การเป็นตัวประกอบที่ฮอลลีวูดมันคนละเรื่องกับที่อื่นเลยนะ"

"ครับ รู้ครับ"

"ยิ่งหนังเรื่องนี้ก็ดังแบบสุด ๆ ไปเลย 'ปิดบัญชีเลือด' ไงล่ะ แค่ได้โอกาสนี้นะ ค่าตัวนายก็พุ่งแล้ว ถ้าเกิดนายได้เล่นนะ นายได้เป็นตำนานแน่"

จังหวะนั้นเองที่วูจินใช้นิ้วชีก้นของชเวซองกุน

"แล้ว นั่นมันอะไรครับ?"

ชเวซองกุนหยิบบทหนังที่เตรียมมาพลิกไปมา ก่อนจะตอบ

"บทหนังน่ะ ทาง 'Winner Movie Pictures' ส่งมาให้นาย การทดสอบหน้ากล้อง นายจะต้องเอาบทนี้ไปใช้"

"อย่างนั้นเหรอครับ?"

"ฉันดูคร่าว ๆ แล้ว บทพูดไม่เยอะหรอก ส่วนใหญ่เป็นฉากแอ็กชันมากกว่า พวกเขาบอกว่าให้ทำความเข้าใจบทพวกนี้มาให้แสดงได้อย่างลื่นไหลก็พอ เพราะยังไงเขาก็ดูแค่ฟอร์มนักแสดงที่ออกกล้อง นั่นแหละ"

"อืม—"

-ฟึบ

วูจินพลิกหน้ากระดาษบทภาพยนตร์ขึ้น ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ชเวซองกุนก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเอ่ยย้ำกับเขาอีกครั้ง

“วันทดสอบบทคือวันที่ 16 นะ โชคดีจริง ๆ ที่เวลามันลงล็อกกันพอดี พรุ่งนี้ถ่ายทำรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เสร็จปุ๊บ เราก็แค่เลื่อนตั๋วบินกลับเกาหลีออกไปอีกแค่วันเดียว เป็นไง?”

คังวูจินพยักหน้ารับช้า ๆ

“เข้าใจแล้วครับ แค่วันเดียวเอง งั้นก็ตามนั้น”

แววตาของชเวซองกุนเป็นประกายเปี่ยมสุขขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายตอบตกลง

“โอเค! ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะรีบติดต่อทาง ‘Winner Movie Pictures’ เดี๋ยวนี้เลย!”

เขาชี้ไปที่บทภาพยนตร์ที่วูจินกำลังอ่านอย่างใจจดใจจ่อ

“ว่าไง ยากไหมล่ะ ฉันว่ามันค่อนข้างซับซ้อนอยู่นะ เอ่อ...หรือว่านายไม่อยากไปทดสอบบท กลัวว่าจะต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับนักแสดงคนอื่น?”

“ไม่หรอกครับ มันไม่ได้ยากขนาดนั้น”

“โอ้! จริง ๆ เหรอ?”

น้ำเสียงของคังวูจินหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างไม่ปิดบัง เสียงทุ้มต่ำของเขาช่างน่าฟัง

“ไม่ว่าใครหน้าไหน หรือจะเป็นนักแสดงชาติอะไร ผมก็ไม่แพ้เขาหรอก”

เหตุผลน่ะเหรอ เรียบง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อ

‘บทภาพยนตร์งั้นเหรอ สักพักแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้จับต้อง นับตั้งแต่ที่มาที่นี่สินะ’

ก็เพราะว่าข้าง ๆ บทภาพยนตร์ มันมีกรอบสี่เหลี่ยมสีดำแปะอยู่ไม่ใช่หรือไงล่ะ

หลังจากนั้น...

เมื่อคังวูจินกลับมาทำหน้าที่เชฟปรุงอาหารอย่างเต็มตัว ข่าวเกี่ยวกับการถ่ายทำรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีก็เริ่มแพร่สะพัดออกไป

『ประเด็นร้อน คังวูจินกำลังโด่งดัง แม้กระทั่งในอเมริกา? ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น LA』

『[บทสัมภาษณ์ดารา] คังวูจิน ปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น LA แม้กระทั่งเชฟท้องถิ่นยังเอ่ยปากชมฝีมือการทำอาหาร? 』

แน่นอนว่าต้องมีข่าวที่ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ จงใจปล่อยออกมา แต่ก็ยังมีบทความอีกมากมายที่เกิดจากนักข่าวที่ให้ความสนใจ ลงพื้นที่ไปทำข่าวด้วยตัวเอง

ข่าวคราวความคืบหน้าของรายการ "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ที่ลอสแอนเจลิส เป็นที่กล่าวขานไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ

สื่อต่าง ๆ แห่นำเสนอภาพถ่ายที่ทีมงาน "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็นภาพคังวูจินในมาดพ่อครัวใหญ่ที่กำลังตั้งใจปรุงอาหาร หรือจะเป็นภาพของฮงฮเยยอนผู้ช่วยคนสวยที่กำลังช่วยงานอย่างขะมักเขม้น

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพรถขายอาหารและบรรยากาศภายในร้านที่อัปโหลดบนเว็บไซต์ทางการของรายการ "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ยิ่งเป็นการตอกย้ำความคาดหวังในหมู่ชาวเน็ตให้พุ่งสูงขึ้น

ร้าน "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ตั้งตระหง่านอยู่บนย่านหาดเฮอร์โมซา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของลอสแอนเจลิส กลายเป็นจุดหมายใหม่ที่ชาวต่างชาติต่างหลั่งไหลกันไปลิ้มลองรสชาติอาหารเกาหลีกันอย่างเนืองแน่น จนเกิดเป็นคำถามที่ทุกคนต่างสงสัย "อาหารเกาหลีมันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?"

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตา สองวันก็ล่วงเลย ร้าน "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ใกล้ถึงเวลาปิดร้านครั้งสุดท้าย ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านอาหารแห่งนี้ได้ต้อนรับลูกค้าชาวต่างชาติมากหน้าหลายตา เมนูอาหารถูกขายจนหมดเกลี้ยงแทบทุกวัน "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ไม่ใช่เพียงแค่รายการวาไรตี้บันเทิง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารเกาหลี แม้ว่ากระแสเกาหลีจะโด่งดังไปทั่วโลก แต่ช่วงเวลาเช่นนี้ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและน่าจดจำยิ่งนัก

ณ ด้านหน้าร้าน "ครัวเรือนหรรษาของเรา"

"เอาล่ะ! ปิดร้านแล้วนะครับบบ?" เสียงทุ้มของคังวูจินดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

เหล่านักแสดงและทีมงานกว่าสิบชีวิตของรายการ "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ยืนห้อมล้อมอยู่บริเวณหน้าร้าน ไม่นานนัก อันจองฮัก ประธานบริษัทผู้ดูแลรายการ ก็ก้าวเข้ามาเปลี่ยนป้ายหน้าประตูร้านเป็น "Closed" ทุกคนไม่ว่าจะเป็นอันจองฮัก คังวูจิน ฮวาลิน ฮงฮเยยอน ฮากังซู หรือแม้แต่ยอนแบกกวัง ต่างสวมชุดยูนิฟอร์มที่มีโลโก้รายการ "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ปรากฏเด่นชัด

"วันนี้ทุกคนทำงานกันได้ดีมากครับ" ยุนบยองซอน ผู้กำกับรายการเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม เมื่อการถ่ายทำวันแรกเสร็จสิ้นลง

“ทุกคนทำงานกันเหนื่อยมากเลยนะ!! ก่อนจะกลับไป เรามาถ่ายรูปหมู่กันหน้าร้านสักหน่อยดีกว่า เผื่อเอาไปใช้ทำโปสเตอร์ด้วย!”

เสียงปลุกเร้าของอันจองฮักเรียกรอยยิ้มจากทีมนักเแสดง ทุกคนพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง

“โอเค โอเค เอ่อ วูจิน คุณอยู่ตรงนั้นทำไม มาอยู่ตรงกลางสิ ตรงกลางเป็นของลีดเดอร์นะ”

“โอ้โห นี่มันคนของผู้กำกับอันนี่เอง!” เสียงแซวดังขึ้น ยิ่งเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากทีมงาน

“ฮีโร่จะอยู่ข้างนอกแบบนี้ไม่ได้นะ!”

“อา เอ่อ ก็ได้ครับ” คังวูจินยิ้มรับคำแเบบเขิน ๆ ก่อนจะยอมเดินเข้าไปยืนอยู่ท่ามกลางนักแสดงรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ทุกคนยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังเขา ดวงไฟสว่างไสวจากกล้องหลายตัวถูกเตรียมพร้อมอยู่ตรงหน้า บ้างก็โพสท่าทางร่าเริง บ้างก็ส่งยิ้มหวานให้กล้อง คังวูจินยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับเป็นประกายอย่างบอกไม่ถูก ภาพนี้ถ้ามีชื่อรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ อยู่ด้านล่างก็คงเหมือนโปสเตอร์ไม่มีผิด

ไม่นานนัก ยุนบยองซอนก็ตะโกนบอกทุกคนเมื่อเห็นว่าพร้อมแล้ว

“เอาล่ะ นะ หนึ่ง สอง!”

-แชะ!!

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น บันทึกภาพความทรงจำอันอบอุ่นนี้ไว้ เป็นสัญญาณว่าการถ่ายทำรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ครั้งแรกได้จบลงอย่างสมบูรณ์

เช้าวันที่ 16 ฮอลลีวูด

สายตาเหลือบไปเห็นป้าย ‘HOLLYWOOD’ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาหลังตึก สะกดทุกสายตา สมกับเป็นแหล่งกำเนิดภาพยนตร์ บรรดาชาวต่างชาติที่เดินกันขวักไขว่บนฟุตปาธล้วนดูเร่งรีบ เสียงแตรรถยนต์ที่ดังระงมบนท้องถนนยิ่งขับกล่อมให้บรรยากาศรอบข้างดูวุ่นวาย ตึกสูงระฟ้าเรียงรายแน่นขนัดอยู่สองข้างทาง ต่างแข่งกันอวดความโอ่อ่า ทันสมัย

ในบรรดาตึกทั้งหมด มีตึกหลังหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ ตัวตึกออกแบบคล้ายพระราชวัง บนดาดฟ้ามีตัวอักษรขนาดใหญ่ติดตั้งไว้อย่างโดดเด่น สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าจนต้องหรี่ตามอง

- ‘Winner Movie Pictures’

‘Winner Movie Pictures’ เป็นดั่งเรือลำหนึ่งที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรของบริษัทภาพยนตร์มากมายในฮอลลีวูด อาคารสูง 6 ชั้นแห่งนี้คือศูนย์บัญชาการของพวกเขา และเรือลำเล็กสีขาว 4 ชั้นที่จอดเทียบท่าอยู่เคียงข้างก็เป็นสมบัติของ ‘Winner Movie Pictures’ เช่นกัน แต่ทว่าเรือลำนี้ไม่ได้บรรทุกสัมภาระหรือกะลาสี หากแต่ภายในถูกเนรมิตเป็นฉากถ่ายทำและสตูดิโออันน่าตื่นตาตื่นใจ

ทุกตารางนิ้วของเรือลำใหญ่คลาคล่ำไปด้วยกะลาสีที่กำลังขะมักเขม้นทำงาน โดยเฉพาะดาดฟ้าชั้น 4 ที่ดูคึกคักเป็นพิเศษราวกับเป็นหัวใจของเรือ

ดาดฟ้าชั้น 4 นี้ หากมองเผิน ๆ อาจดูคล้ายกับลานกว้าง แต่แท้จริงแล้วคือสตูดิโอขนาดใหญ่นั่นเอง บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นตัว กองทัพช่างและทีมงานกำลังเตรียมความพร้อม บอกใบ้ถึงการมาเยือนของกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างแดนในไม่ช้า อีกไม่นานนัก กล้องถ่ายทำหลากหลายรูปแบบก็จะเข้ามาประจำการ ณ พื้นที่ด้านหน้า ส่วนม่านบังแสงที่หน้าต่างก็ถูกปิดลงอย่างมิดชิด เหลือไว้เพียงโต๊ะยาวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

ทันใดนั้น ดวงตากลมโตของทีมงานสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดวางแท็บเล็ต เอกสาร และแฟ้มกองโตบนโต๊ะก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความสงสัย เธอแอบชำเลืองมองเอกสารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

“เอ๊ะ? มีนักแสดงมาออดิชั่นเพิ่มด้วยเหรอ? วันนี้น่าจะมีแค่นักแสดงจากจีนไม่ใช่เหรอ?” เธอเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ

“ผมได้ยินมาว่าผู้กำกับจอร์จเป็นคนเพิ่มชื่อเข้ามาครับ เป็นนักแสดงจากเกาหลี” เสียงทุ้มต่ำของทีมงานหนุ่มหัวล้านที่ยืนอยู่ด้านหลังดังขึ้น

อีก 30 นาที การออดิชั่นก็จะเริ่มต้นขึ้น…

-จบ-

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 196 ความแปลกประหลาด (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว