เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 194 สหรัฐอเมริกา (9)

บทที่ 194 สหรัฐอเมริกา (9)

บทที่ 194 สหรัฐอเมริกา (9)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 194 สหรัฐอเมริกา (9)

"สถานการณ์ฉุกเฉิน" ความคิดแรกผุดขึ้นในหัวของคังวูจินทันทีที่ดวงตาคมกริบมองเห็นภาพแปลกประหลาดเบื้องหน้ารถขายอาหาร

‘บ้าไปแล้ว เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?’

ไม่สิ แถวนี้มันไม่มีทางจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่แล้ว! ชาวอเมริกันต่อแถวยาวเหยียดราวกับมังกรยาวหน้าร้าน "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ภาพตรงหน้าช่างผิดฝืนความรู้สึก คังวูจินรู้สึกสับสนจนใบหน้าคมคายนิ่วเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามบังคับสีหน้าให้เรียบเฉยเอาไว้

ทว่า ต่างจากคังวูจิน เหล่าสมาชิกรายการ "ครัวเรือนหรรษาของเรา" คนอื่น ๆ ต่างแสดงอาการตกตะลึงออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ทำไมแถวยาวขนาดนี้?!" เสียงหวีดร้องอย่างตื่นตระหนกดังมาจากมุมหนึ่งของรถ

"หรือว่าแถวของร้านอื่นมันเลยมาถึงหน้าร้านเรารึเปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

"ไม่ใช่นะคะ! ร้านอื่นยังไม่เปิดเลยค่ะ!!!" เสียงใส ๆ รีบแย้งขึ้นทันควัน

"ดูผ่าน ๆ นี่ก็น่าจะเกิน 30 คนแล้วนะ!!!" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง แฝงไปด้วยความตื่นเต้น

ทุกคนต่างพากันโกลาหลวุ่นวายยกเว้นคังวูจิน แน่นอนว่าภาพตรงหน้าถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ภายในรถอย่างแนบเนียน และVJทั้งสองคนก็กำลังทำหน้าที่บันทึกภาพอย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางความโกลาหล อันจองฮัก ที่วันนี้ก็ยังคงเสยผมเรียบแปล้เช่นเคย ตะโกนบอกฮากังซูที่กำลังขับรถอยู่ด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"คังซู! ขับผ่านไปเลย!"

"ผ่านไปเลยเหรอครับ?!" ฮากังซูหันไปมองอันจองฮักด้วยสีหน้างุนงง

"เออ! ผ่านไปเถอะ! ถ้าจอดรถแล้วคนกรูกันขึ้นมาจะทำยังไง?" อันจองฮักรีบเร่ง

"อ่า! ครับผม!"

ฮากังซูซึ่งทำหน้าที่เป็นสารถีในวันนี้ เลี้ยวรถผ่านร้านขายอาหารไป ก่อนจะขับเลยไปจอดรถที่ข้างทางห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ทุกคนหันขวับไปมองทางกระจกหลังรถพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทิวแถวยาวเหยียดยังคงปรากฏให้เห็น โชคดีที่ชาวอเมริกันที่ยืนต่อแถวอยู่ไม่ได้สนใจรถตู้ของพวกเขา

พวกเขารอคอยเพียงแค่ร้านขายอาหารจะเปิดประตูต้อนรับเท่านั้น

ขณะนั้นเอง คังวูจินและทุกคนต่างก็ตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลง พวกเขากำลังรอคอยรถขายอาหาร "ครัวเรือนหรรษาของเรา" ด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเดิม ไม่เช่นนั้นคงอธิบายปรากฏการณ์ตรงหน้าไม่ได้เป็นแน่ เมื่อวานตอนเปิดร้านครั้งแรก ยังมีเพียงแมลงวันบินวนเวียนแท้ ๆ แม้ระหว่างวันจะมีลูกค้าแวะเวียนบ้าง แต่แน่นอนว่าจำนวนคนที่มามุงดูร้านในตอนนี้ ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว

อันจองฮักซึ่งกำลังพยายามประมวลผลสถานการณ์อันพลิกผันตรงหน้า ก็คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาในทันที

“ทีมงานอยู่แถวนี้ไหม? PDยุน เห็นหรือเปล่า?”

ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ อันจองฮักพยายามติดต่อPDยุนบยองซอนโดยเร็วที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น

-แคร้ง!

ทันใดนั้นประตูรถตู้ก็เปิดออก เผยให้เห็นPDยุนบยองซอนในชุดลำลองสวมแว่นตา ปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก

“ทำไมถึงยังไม่เปิดร้าน ทั้ง ๆ ที่มีลูกค้ามากมายขนาดนี้ล่ะครับ?”

ฮวาลินและยอนแบกกวังเบิกตากว้าง พวกเขาเอ่ยถามขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน เสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความฉงน

“ปะ..เปิดเลยเหรอครับ/คะ??”

อันจองฮัก ประธานร้านจำเป็น เอ่ยถามขึ้น

“แบบนี้จะให้เปิดร้านได้ยังไง แล้วคนพวกนี้คือใคร? PDยุน รู้เรื่องนี้บ้างไหม?”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็คือลูกค้านะ”

“ก็นั่นน่ะสิ แต่ที่ฉันจะถามคือว่าทำไมลูกค้าถึงมาตั้งแต่เช้า แถมยังต่อแถวรออีก”

“ผมก็ไม่รู้นะ?”

“······ต้องรู้แน่สิ รีบบอกมาเถอะน่า”

ไม่นานนัก PDยุนบยองซอนที่ยิ้มกริ่มก็หยิบสิ่งของบางอย่างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังออกมาให้ทุกคนได้เห็น

“ดูนี่สิ”

สิ่งที่เขาหยิบออกมาจากรถตู้คือหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่เต็มไปด้วยตัวอักษร สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ

“นี่ ๆ เห็นไหม รถขายอาหารของเราได้ลงหน้าหนึ่งด้วยล่ะ”

"หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น" ยุนบยองซอนเอ่ยพลางใช้นิ้วเคาะเบา ๆ ลงบนหน้ากระดาษที่ประดับภาพรถขายอาหารสีสันสดใสแสนคุ้นตา

"ร้านเราได้ลงข่าวด้วยล่ะ เห็นว่าตอนเช้ามีคนมามุงกันเต็มเลย พวกเรายังตกใจกันใหญ่ รีบวิ่งไปถามไถ่กันยกใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"หมายความว่า... ลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเลยอย่างนั้นเหรอครับ?" คังวูจินเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่อ่านค้างไว้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงแววประหลาดใจ

"ใช่แล้วล่ะ ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ..." ยุนบยองซอนเว้นวรรคเล็กน้อย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าขณะเหลือบมองคังวูจินที่ตอนนี้กลับไปจดจ่อกับหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง

"คุณวูจินยังจำคุณตาคุณยายคู่แรกที่ซื้ออาหารเราเมื่อวานได้ไหม?"

"จำได้ครับ" คังวูจินตอบรับในทันที

"แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องจำได้ ลูกค้าคู่แรกนี่นา เอาล่ะ ที่จริงคุณตาคนนั้นค่อนข้างมีชื่อเสียงในละแวกนี้เหมือนกันนะ"

"จริงด้วยค่ะ ได้ยินมาว่าเป็นเชฟร้านอาหาร ตอนนั้นฉันยังตกใจเลย" ฮงฮเยยอนผู้รวบผมหางม้าแซมด้วยรอยยิ้มสดใส พูดเสริม

เรื่องราวชวนตื่นเต้นยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น ยุนบยองซอนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่แพ้กัน

"พอเราไปสืบดู ก็พบว่าร้านของคุณตาน่ะ... ได้รับมิชลิน 1 ดาวเชียวนะ! เป็นร้านดังในย่านนี้เลยล่ะ ได้ยินมาว่าคนต่อคิวกันยาวเหยียด"

"มิ... มิชลิน!" เสียงอุทานอย่างตื่นตะลึงดังขึ้นจากแบคกวัง

"ว้าว! สุดยอดไปเลย ถ้าอย่างนั้นพี่วูจินก็ได้รับคำชมจากเชฟมิชลินเลยสิเนี่ย!?"

ในขณะที่แบคกวังกำลังปลื้มปิติยินดี คังวูจินก็เกือบเผลอเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน เขาพยายามอย่างมากที่จะเก็บอาการและพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้

"คุณตาเขาไปป่าวประกาศอะไรไว้หรือเปล่า ถึงได้ขนาดมีคนมาเขียนข่าวแบบนี้?"

"คล้ายกันครับ เชฟคนนั้นบอกให้ติดต่อกลับไปหาเขาเมื่อร้านเปิด ผมติดต่อกับเขาแล้ว ยืนยันได้เลยว่าเมื่อวานตอนเขากลับบ้าน เขาน่าจะแนะนำรถขายอาหารของพวกเราให้คนรู้จัก และในนั้นก็มีนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอยู่ด้วย"

"นักข่าวคนนั้นมาที่รถบรรทุกของเราเมื่อวานนี้เหรอ"

"ใช่ครับ! แต่ว่ามันไม่ได้มีแค่ในหนังสือพิมพ์ บทความมันถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ด้วย แล้วก็ใน SNS ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นด้วย"

วูจินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แม้ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่สีหน้าตื่นเต้นของPDยุนบยองซอนก็บ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

"แบบนี้คนต้องแห่กันมาแน่นอน!"

ปลายนิ้วของPDยุนบยองซอนแตะลงบนพาดหัวหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอย่างแผ่วเบา บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างจนเห็นรอยย่นที่หางตา ก่อนจะหันไปหาชายหนุ่ม

"คุณวูจิน ไม่ต้องแปลทั้งหมดหรอก แค่ตรงนี้ พาดหัว ช่วยแปลให้หน่อย"

"··· ‘เชฟมิชลิน 1 ดาวยังเอ่ยปากชม รสชาติอาหารเกาหลีจากรถขายอาหารที่มาไกลจากแดนกิมจิช่างยอดเยี่ยม’ "

"เห็นที่ท้ายบทความไหมครับ? มีบทสัมภาษณ์ของคุณปู่เชฟเมื่อวานนี้ด้วย"

PDยุนบยองซอนพับหนังสือพิมพ์ในมือ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับทีมงาน 'ครัวเรือนหรรษาของเรา' ทุกคนด้วยน้ำเสียงติดตลก

"เอ๊ะ ทุกคนทำอะไรกันอยู่ตรงนี้เนี่ย ไปเปิดร้านได้แล้ว จะให้ลูกค้ารอนานไปอีกเหรอ เห็นถ่ายรูปรถขายอาหารที่ปิดอยู่ตั้งนานแล้ว รีบไปกันเถอะ ได้สติกันได้แล้ว ไป ๆ ๆ รีบไปรับรองลูกค้ากัน"

"…"

"ผมว่าพวกนั้นไม่ใช่ลูกค้าทั้งหมดหรอกนะ พวกเขามาก่อนร้านเปิดเลยมีแค่นี้ พอเลยเวลาเปิดร้านไปคนต้องมามากกว่านี้แน่! ไปกันเถอะ! move move!"

ภาพคุณตาชาวอเมริกันผมสีเงินยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อวานนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของคังวูจิน 'รอยยิ้มอิ่มเอมอย่างนั้น...' ไม่รู้ทำไมถึงมองไปคล้ายกับใบหน้าของPDยุนบยองซอนอย่างไม่น่าเชื่อ

‘······ทำไมพวกคุณปู่คุณตารอบตัวฉันถึงชอบก่อเรื่องกันนักนะ มันเพราะอะไรกัน?!’

ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว เขารู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ

‘ชิบหายเอ้ย...ฉันดันซวยแล้วไง’

นี่มันต้องกลายเป็นขบวนรถไฟมุ่งสู่นรกแน่ ๆ

หลายชั่วโมงต่อมา ณ ประเทศเกาหลี

แสงอรุณรุ่งสางของสิบวันให้หลัง สาดส่องลงบนคฤหาสน์หลังงามในย่านหรูอย่างชองดัมดง กรุงโซล ความโอ่อ่าของมันชวนให้คิดว่าเป็นบ้านของมหาเศรษฐี ทว่าในยามนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนต่างถิ่น พวกเขาคือทีมงานของ 'ไมลีย์ คาร่า' ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกที่มาเยือนเกาหลีเมื่อไม่นานมานี้

คฤหาสน์หลังนี้ถูกเช่าไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ ไมลีย์ คาร่า และทีมงานโดยเฉพาะ แม้ปกติจะใช้บริการโรงแรมหรูหรา ทว่าเพื่อความปลอดภัยของซูเปอร์สตาร์สาว พวกเขาจึงเลือกเปลี่ยนสถานที่พักอยู่เสมอ และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ไมลีย์ คาร่า ที่เพิ่งเดินทางมาถึงเกาหลีได้เพียงสามวัน ก็ยังคงปล่อยตัวให้หลับใหลอยู่บนเตียงนุ่ม ในขณะที่ทีมงานต่างชาติกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานสำหรับตารางงานอันแน่นขนัดในวันนี้

ห้องรับรองแขกชั้นหนึ่งของคฤหาสน์จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศจ้อกแจ้กจอแจ

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ชายต่างชาติร่างยักษ์ผมเกรียนนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ บ่งบอกถึงตำแหน่งหัวหน้าผู้จัดการของ คาร่า ได้เป็นอย่างดี รอบกายเขามีทีมงานต่างชาติรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไปยืนรายล้อม พร้อมกับรายงานความคืบหน้าต่าง ๆ ให้รับทราบเป็นระยะ ทันใดนั้นเอง ชายต่างชาติร่างผอมคนหนึ่งก็เอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

"โจนาธาน ทำไมคาร่าถึงได้สนใจแต่ 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' ในบรรดาช่องยูทูปของเกาหลีตั้งมากมายล่ะ?"

ผู้จัดการผมเกรียนกอดอกแน่น แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวตึงเปรี๊ยะเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ

"ใครจะไปรู้ใจคาร่าล่ะ"

หลังตอบกลับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ เขาก็เผลอไพล่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวเมื่อหลายวันก่อนโดยไม่รู้ตัว

บทสนทนาระหว่างไมลีย์ คาร่า กับผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนบนเครื่องบิน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางมาถึงประเทศเกาหลีใต้ เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่คาร่าประกาศกร้าวเสียงดังฟังชัดว่า "ฉันขอขึ้นแค่ช่องยูทูป 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' ช่องเดียวเท่านั้น"

คำขอของเธอทำให้ผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนต้องรีบคว้าโทรศัพท์มือถือคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลของช่องดังกล่าวทันที

[ชื่อช่อง: ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน] [ผู้ติดตาม 7.88 ล้านคน] [วิดีโอ 31 รายการ]

แม้คำอธิบายหลักของช่องจะเป็นภาษาเกาหลี แต่ทางช่องก็มีคำแปลภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นกำกับเอาไว้อย่างละเอียด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ช่องยูทูปนี้จะมีขนาดใหญ่และมีแฟนคลับจากหลากหลายชาติมากมายขนาดนี้ ผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ทันที หลังจากที่เขากวาดสายตาอ่านข้อมูลของ 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' เสร็จสิ้น ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าคู่สวยของคาร่า ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความสงสัย

"คาร่า จริง ๆ แล้วช่องนี้อยู่ในแผนการโปรโมตของเรามาตั้งแต่แรกแล้วนะ" เขาเอ่ยขึ้น

คาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แล้วทำไมถึงเอาออกไปล่ะคะ ในลิสต์ที่นายให้ฉันดูไม่มีช่องนี้อยู่นี่"

ผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนรีบอธิบายทันที "ตอนแรกที่ฉันตรวจสอบ ช่องนี้ก็อยู่ในลิสต์นะ ทั้งจำนวนผู้ติดตาม และยอดวิว รวมถึงยอดวิวของแต่ละวิดีโอ ก็บอกได้เลยว่าเยอะมาก"

"แล้ว?" คาร่าถามเสียงเรียบ

"ฉันว่ามันมีปัญหาเรื่องการโปรโมต เนื้อหาหลักของช่องนี้คือการCoverเพลง แน่นอนว่าบางครั้งเจ้าของช่องก็ลงวิดีโอที่เป็นการพูดคุยกับผู้ติดตามนะ แต่..."

คาร่าพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะพูดขึ้น "แต่วิดีโอมากกว่า 90% เป็นวิดีโอCoverเพลงสินะคะ"

"ใช่ ฉันเลยคิดว่าการติดต่อช่องนี้ไปอาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่นัก สิ่งที่เราต้องการคือช่องที่เน้นการพูดคุยแบบสบาย ๆ การโปรโมตภาพยนตร์ และการแสดงเสน่ห์ของคาร่า ฉันเลยคิดว่าการติดต่อกับช่องที่มีคอนเซปต์แบบนั้นตั้งแต่แรกน่าจะเหมาะสมกว่า"

สิ่งที่ผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนพูดก็ถูก แม้ช่อง 'ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน' จะมีผู้ติดตามมากมาย แต่ถ้าคอนเซปต์ของช่องชัดเจนในการCoverเพลง การโปรโมตภาพยนตร์และตัวของคาร่าก็คงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นักจริง ๆ

"คืออย่างนี้นะ ที่เกาหลีมีช่องแบบนั้นอยู่หลายช่องเลย อาจจะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็มีอยู่บ้าง สิ่งที่พวกเราหรือทางค่ายหนังต้องการก็คือ ช่องที่เน้นการโปรโมตภาพยนตร์แบบเฉพาะเจาะจงไปเลย"

"ถ้าอย่างนั้นนายก็ช่วยหาวิธีให้ทีสิ"

"······ อืม"

ผู้จัดการผมทรงสกินเฮดดูคุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้ เขาลูบขมับตัวเองเบา ๆ ก่อนเอ่ยต่อ

"โอเค เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อช่องนั้นดู จะลองถามดูว่าเขาสามารถจัดคอนเทนต์ให้เราเป็นกรณีพิเศษได้ไหม ถ้าทางช่องไม่ได้อยากทำอะไรที่มันล้ำเส้นไปกว่าการCoverเพลง ก็ค่อยไปคิดถึงช่องอื่น แต่ก็นะ เพราะเธอคือไมลีย์ คาร่า เจ้าของช่องเขาอาจจะพยายามอย่างหนักเพื่อจัดหาคอนเทนต์ให้ก็ได้ แต่ถ้าพวกเราเช็กดูแล้วมันไม่เวิร์ก ก็ถือว่าจบ"

"อืมม"

"เรื่องนี้ต่อให้เธอดื้อดึงไปก็ไม่ได้อะไรนะ มันเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอและจุดยืนของทางค่ายหนัง"

"ทราบอยู่แล้วค่ะ แต่รู้ไหมคะว่าเจ้าของช่องนั้นเป็นนักแสดงเกาหลีด้วย?"

"รู้สิ ก็ฉันเช็กมาแล้วไง จริง ๆ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ฉันกังวลนิดหน่อย ดูเหมือนเป็นช่องที่เขาทำเล่น ๆ แล้วดันดังขึ้นมาได้น่ะ"

"เล่น ๆ งั้นเหรอ เสียงร้องแบบนั้นจะเรียกว่าเล่น ๆ ได้ยังไง แล้วก็คังวูจิน? ถึงจะไม่ได้เดบิวต์เป็นนักร้องจริงจัง แต่ฉันชอบเขานะ รู้สึกว่าเขาคล้ายกับฉัน แถมยังCoverเพลงฉันออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ อีกด้วย ดูจากวิดีโอแล้ว ภาษาอังกฤษเขาก็น่าจะได้ระดับหนึ่งเลยล่ะ"

ไมลีย์ คาร่า พูดอธิบายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผู้จัดการมองเธอก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

"เธอดูบ่อยเหมือนกันนะเนี่ย ช่องนั้นน่ะ"

"นาน ๆ ทีฉันก็จะดูคังวูจินคนนั้นค่ะ เพราะเสียงเพราะดี ฉันอยากดูเขาแสดงจริงจังสักครั้ง"

"······งั้นเหรอ?"

ผู้จัดการหนุ่มผมสกินเฮดถอนหายใจราวกับจับพิรุธบางอย่างได้ ก่อนจะเอ่ยถาม "อยากให้ฉันหาผลงานของนักแสดงเกาหลีคนนั้นมาให้สินะ แถมต้องมีซับภาษาอังกฤษด้วยใช่ไหม"

"ใช่ค่ะ ในระหว่างตารางงานที่เกาหลี ฉันอยากจะดูการแสดงและข้อมูลเกี่ยวกับนักแสดงที่ชื่อว่าคังวูจินด้วย" คาร่าเอ่ยตอบ

"ก็นะ ถ้าการที่เธอจะไปออกช่องนั้นมันเป็นไปได้น่ะ" ผู้จัดการหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

คาร่า สาวผมบลอนด์แสนสวยเผยยิ้มบาง ๆ "ฝากด้วยนะ โจนาธาน"

แม้แต่รอยยิ้มหวานละไมของคาร่าก็ไม่อาจลบล้างความหนักใจของโจนาธานได้ ผู้จัดการหนุ่มผมเกรียนทรุดตัวลงบนโซฟาภายในบ้านพักที่เขาปฏิเสธที่จะขาย ก่อนจะหันไปถามพนักงานสาวชาวต่างชาติที่นั่งอยู่ข้าง ๆ "เรื่องตัวตนอีกด้านของคังวูจิน ช่องของนักแสดงเกาหลีที่ชื่อคังวูจิน คุณได้ข้อมูลมาแค่ไหนแล้ว"

หญิงสาวตอบกลับอย่างรวดเร็ว "ถึงจะรีบหาข้อมูล แต่ฉันว่าแค่นี้ก็น่าจะพอสำหรับคาร่าแล้วล่ะ" เธอกล่าวพลางยื่นแท็บเล็ตให้กับโจนาธาน

"แต่นักแสดงเกาหลีที่ชื่อคังวูจินคนนี้น่ะ แปลก ๆ นะคะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด

"หืม? ทำไมเหรอ หรือว่าเขาเคยก่อคดีอะไรไว้?" โจนาธานถามอย่างสงสัย

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งรู้สึกว่าผลงานของเขาแปลกประหลาด ลองดูข้อมูลก่อนสิคะ โจนาธาน"

โจนาธานมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปยังแท็บเล็ต บนหน้าจอแสดงผลงานของคังวูจินอย่างย่อ แต่เนื้อหาไม่ธรรมดาเลย แม้จะมีความแตกต่างระหว่างเกาหลีและฮอลลีวูด แต่ผลงานทั้งหมดของคังวูจินที่ปรากฏบนแท็บเล็ตนั้นเทียบเท่ากับนักแสดงระดับกลาง ๆ ของฮอลลีวูดได้เลย

โจนาธานลูบคางอย่างครุ่นคิด รู้สึกทึ่งกับผลงานของนักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีคนนี้

“โอ้ ผลงานของเขาน่าทึ่งกว่าที่คิด ผู้กำกับควอนกีแท็ก ฉันเคยได้ยินชื่อนี้อยู่ บวกกับผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ ดังไกลไปถึงญี่ปุ่นเชียวหรือ? สุดยอด เขาได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับปรมาจารย์ของเกาหลีด้วย”

“ผลงานเกาหลีที่เขาแสดงก็ทำเงินถล่มทลายทุกเรื่องเลยค่ะ”

“แถมยังมีช่อง Youtube ใหญ่โตขนาดนั้นอีกเหรอ ระดับท็อป ๆ เลยอีก” หญิงสาวใบหน้าหวานพูดขึ้น ทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปในพริบตา

“ทั้งหมดนั่น เขาทำได้ภายในเวลาแค่ปีเดียวหลังจากเดบิวต์เลยนะคะ” สีหน้าของผู้จัดการผมรองทรงสูงที่ตอนแรกดูสนใจอยู่หน่อย ๆ ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง

“ว ว่ายังไงนะ?”

ณ ห้องที่กว้างที่สุดบนชั้นสองของบ้านหลังหนึ่ง

ภายในห้องที่มองไปทางไหนก็ดูหรูหราโอ่อ่าไปหมด เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเตียงนอน ทีวี ตู้เย็น โต๊ะทานข้าว โต๊ะทำงาน โซฟา ห้องน้ำ ฯลฯ เรียกได้ว่ามากเกินพอสำหรับการอยู่อาศัยของคนเพียงคนเดียว

บนโซฟาภายในห้อง หญิงสาวผมบลอนด์ยาวสลวยกำลังเอนกายอยู่บนเตียง ไม่สิ เธอไม่ได้หลับ เพียงแต่กำลังนอนคว่ำดูทีวีอยู่ต่างหาก ที่จริงก็คือเธอกำลังดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง 『ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล』 ผ่านทาง Netflix นั่นเอง แน่นอนว่ามีคำบรรยายภาษาอังกฤษประกอบอยู่ด้วย และในตอนนี้ฉากที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคือฉากการสอบสวนของรองหัวหน้าพัค

คาร่าที่มีใบหน้าเรียบเฉยจ้องมองรองหัวหน้าพัคในทีวีไม่วางตา

เพราะอะไรน่ะเหรอ

‘ก็คังวูจิน เจ้าของช่อง 『ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน』น่ะสิ ฝีมือการแสดงของเขามันเหนือความคาดหมายไปมาก’

‘······เขาเป็นคนเดียวกันจริง ๆ เหรอ? ทำไมถึงให้ความรู้สึกต่างจากในวิดีโอ Cover เพลงแบบนี้ล่ะ’

ทันใดนั้นเอง

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เรียกให้คาร่าต้องละสายตาจากซีรีส์ 『ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยา』 เธอจัดผมบลอนด์ยาวสลวยของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู ร่างสูงใหญ่ของโจนาธาน ผู้จัดการส่วนตัว ยืนเด่นอยู่ตรงหน้า

“มีอะไรเหรอคะ โจนาธาน” คาร่าเอ่ยถาม

โจนาธานยื่นแท็บเล็ตที่เตรียมมาให้คาร่า ใบหน้าคมคายภายใต้ทรงผมรองทรงสูงดูจริงจังกว่าทุกครั้ง

“คาร่า ลองดูนี่หน่อยสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นภาษาอังกฤษ

“อะไรเหรอ?” คาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เรื่องของคังวูจิน”

“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ” คาร่าถามด้วยความประหลาดใจ

“คังวูจินน่ะ นักแสดงเกาหลีคนนี้น่ะ มีเรื่องน่าสนใจเยอะเลย รอดูวิดีโอก่อนแล้วฉันค่อยอธิบาย”

คาร่ารับแท็บเล็ตมา ก่อนจะเลื่อนสายตามองภาพบนหน้าจอ วิดีโอเริ่มเล่น เผยให้เห็นใบหน้าของคังวูจิน ใบหน้าเรียบเฉยของคาร่าที่กำลังดูวิดีโอนั้นฉายแวววิตกกังวลขึ้นเรื่อย ๆ

“นี่มันอะไรคะ ฉากในหนังแอ็คชั่นเหรอ” เธอถามโจนาธานเสียงเบา

“ไม่ใช่ เรื่องจริง เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว” โจนาธานส่ายหน้า

ไม่กี่วันต่อมา วันที่ 13 ลอสแอนเจลิส ฮอลลีวูด สหรัฐอเมริกา

ยามสาย ณ ใจกลางฮอลลีวูด ดินแดนแห่งภาพยนตร์ โรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรมบีเวอร์ลีฮิลส์ สมกับเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ตั้งแต่ล็อบบี้ก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย บรรยากาศคึกคักราวกับงานเลี้ยง เมื่อผ่านล็อบบี้ไปยังด้านหลังโรงแรม บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สวนกลางแจ้งที่ตกแต่งอย่างรื่นรมย์ราวกับชายหาด มอบความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน เห็นได้จากชาวต่างชาติหลายคนที่กำลังสนุกสนานกับการว่ายน้ำในสระ และอาบแดด

ท่ามกลางบรรยากาศแสนสบาย บริเวณที่นั่งริมสระน้ำ

“······”

สายตาของฉันปะทะเข้ากับร่างของชายท้องพลุ้ยผู้หนึ่ง สุดเท่ห์ด้วยแว่นตากันแดด ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา ราวกับซานตาคลอสมาเอง ผมสีเหลืองปนขาวของเขา สะท้อนแสงแดดยามบ่าย ขณะที่เขากำลังนอนอาบแดดอย่างผ่อนคลายอยู่บนเก้าอี้ชายหาด

ท่ามกลางความสงบ

“คุณผู้กำกับคะ” เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น

ชายร่างท้วมที่ดูราวกับซานตาคลอส ลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียก ภาพเบื้องหน้าคือหญิงสาวชาวต่างชาติ ผมสีน้ำตาลตัดสั้น สวมชุดสูทสีเข้ม เธอยืนอยู่ข้าง ๆ เก้าอี้ พอเห็นว่าเขาตื่นแล้ว เธอก็หยุดรอ

“เช้าจังเลยนะ” ชายร่างท้วมพึมพำ ก่อนจะกลับไปอาบแดดต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“โทรศัพท์มือถือของคุณน่ะ โยนลงสระไปแล้วหรือไง” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างระอา

“ไม่มีทางหรอกน่า มันอยู่ในล็อกเกอร์นั่นแหละ” เขาตอบโดยไม่แม้แต่จะมอง

“อย่างน้อยคุณก็ช่วยอยู่ที่มันหาเจอง่ายกว่านี้หน่อยสิค่ะ” เธอยังคงพยายามอย่างใจเย็น

“ถ้าผู้ดูแลฝ่ายคัดตัวนักแสดงเห็นฉันเข้าล่ะก็ งานจะเข้ารัว ๆ เลยน่ะสิ”

หญิงสาวผมสั้นถอนหายใจ เธอส่ายหน้าเบา ๆ อย่างหน่าย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“เอ่อ… ผู้กำกับ จำที่คุณบอกว่าให้จับตาดูฝั่งเอเชียอยู่เรื่อย ๆ ได้ไหมคะ?”

“เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าถ้ามาเจอตัวผม งานต้องเข้าแน่ ๆ” ชายร่างท้วมตอบอย่างอารมณ์ดี

“······คือว่าจากที่ไปค้นหาข้อมูลมา แวดวงหนังบู๊ส่วนใหญ่จะหนักไปทางจีนนะคะ” เธอยอมรับ

“ก็นั่นน่ะสิ”

“แต่ว่านะคะ คุณจำนักแสดงเกาหลีคนนั้นได้ไหม?”

“หืม ใครนะ”

“คนที่เด่นที่สุดในเทศกาลหนังสั้นนานาชาติมิสอองแซง ไงคะ นักแสดงที่ชื่อ คังวูจิน น่ะค่ะ”

“อ้า ใช่ จำได้แล้ว”

“คือว่า เรื่องนักแสดงคนนั้นน่ะค่ะ−” หญิงสาวเว้นวรรคเล็กน้อย

เธอขยับเข้าไปใกล้ชายร่างท้วมมากขึ้น ก่อนจะกระซิบ

“มีคลิปน่าสนใจใน Youtube ค่ะ เป็นคลิปที่เขากำลังเข้าไประงับเหตุคนร้ายด้วยแหละค่ะ”

-จบ-

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 194 สหรัฐอเมริกา (9)

คัดลอกลิงก์แล้ว