เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 154 เดียวดาย (1)

บทที่ 154 เดียวดาย (1)

บทที่ 154 เดียวดาย (1)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 154 เดียวดาย  (1)

‘พ่อค้ายาเสพติด’ เข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งก็คือวันที่28 และตอนนี้ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กำลังจะถูกเปิดเผยสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกในรอบฉายเช้า ภายในโรงภาพยนตร์มีผู้ชมประมาณ 30 คน ทุกคนล้วนเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงฮวาลินด้วย

มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

เพราะตั้งแต่แรก ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ถูกจัดเรตให้เป็นภาพยนตร์ที่ผู้ชมต้องบรรลุนิติภาวะแล้วถึงจะรับชมได้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้ชมที่มีต่อ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ นั้นมีสูงมาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ไตเติ้ลที่ผสมผสานระหว่างสีดำและสีแดงให้ความรู้สึกดิบเถื่อนปรากฏขึ้นบนจอ ไปจนถึงชื่อของนักแสดงนำระดับท็อปที่เรียงรายออกมา

ทว่า สิ่งที่สะดุดตาผู้ชมมากที่สุดก็คือ

-[และคังวูจิน]

ตอนที่ชื่อของคังวูจิน ซึ่งมารับบทเป็นนักแสดงรับเชิญใน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปรากฏขึ้นบนจอภาพยนตร์ ช่วงนี้เขาเป็นคนดังที่ตกเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ ความโด่งดังเป็นพลุแตกของ ‘เพื่อนชาย’ นั้นมีส่วนสำคัญที่สุด ผู้ชมส่วนใหญ่ที่มานั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์แห่งนี้ ต่างก็เคยรับชม ‘เพื่อนชาย’ กันมาแล้วแทบทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้ ความคาดหวังและความอยากรู้อยากเห็นจึงยิ่งทวีคูณ

ทันทีที่ชื่อของคังวูจินปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ผู้ชมเกือบสิบคนต่างก็พากันกระซิบกระซาบเบา ๆ

“ชื่อคังวูจินโผล่มาแล้ว แสดงว่าเป็นแค่ตัวประกอบ แต่ทำไมชื่อถึงได้ขึ้นก่อนใครเพื่อนเลยล่ะ?”

“ก็คงเป็นเพราะดังมากรึเปล่าล่ะ? ยังไงก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคังวูจินจะออกมาในหนังเรื่องนี้ยังไง?”

“อิมเมจโดยรวมคงไม่ต่างจากใน ‘เพื่อนชาย’ เท่าไหร่หรอกมั้ง? แค่ต้องแสดงให้ดูดิบ ๆ กว่าเดิมหน่อย?”

“เขาก็แสดงเก่งนี่ คงออกมาดูดีอยู่แล้วแหละ”

เสียงกระซิบกระซาบในโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ คังวูจินที่มารับบท cameoจะออกมาแบบไหนนะ? แสดงเป็นยังไง? จะต่างจากฮันอินโฮใน ‘เพื่อนชาย’ รึเปล่า? แล้วจะมาพร้อมกับหน้ากากแบบไหนกัน?

แต่ไม่นานนัก ความสนใจของผู้ชมก็ถูกดึงไปที่เนื้อเรื่องของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แทน

เพราะ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เปิดเรื่องมาก็ทั้งเร้าใจและตื่นเต้นเสียแล้ว หลังจาก ‘จองซองฮุน’ ตัวละครเอกที่รับบทโดยจินแจจุนปรากฏตัวขึ้น ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร็วชวนติดตาม จนฮวาลินกับผู้ชมอีกหลายสิบคนต้องจ้องมองจอภาพขนาดยักษ์ไม่วางตา

แต่หนังก็เหมือนชีวิตคนเรา ที่ต้องมีผ่อนหนักผ่อนเบา

บางครั้งก็ต้องมีการอธิบาย หรือบางฉากก็จำเป็นต้องเล่าเรื่องผ่านบทสนทนาระหว่างตัวละคร เพื่อปูพื้นความสัมพันธ์และสร้างโลกของเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่เอาแต่ปล่อยให้เรื่องราวแล่นฉิวอยู่แบบนั้น พูดได้ว่า ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ต้องมีช่วงผ่อนบ้างเป็นธรรมดา

ดังนั้น

-สวบ

ผู้ชมที่ตั้งใจดูหนังมาตลอดจึงเริ่มขยับตัวไปมา บ้างก็ลุกไปเข้าห้องน้ำพูดง่าย ๆ ว่าความสนใจเริ่มลดลง แต่ทันทีที่ผู้ชมเริ่มวอกแวก ฉากหลังบนจอภาพขนาดยักษ์ก็เปลี่ยนไป บรรยากาศและทิวทัศน์แปลกตาก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?

-♬♪

ดนตรีประกอบก็ดังกระหึ่มขึ้นในเวลาต่อมา ความสนใจของผู้ชมที่เพิ่งจะลดลงไปก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

-แกร๊ก

บนจอภาพ รถซีดาน 4 คันที่จอดอยู่ ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังดับบุหรี่ลง ก่อนจะก้าวลงมาจากรถคันสุดท้าย

“เอ๊ะ? นั่นคังวูจินนี่!”

การปรากฏตัวครั้งแรกของอีซังมันพร้อมบุหรี่ที่มุมปาก ทุกองค์ประกอบต่างช่วยส่งเสริมให้เขาดูโดดเด่น ทั้งสายฝนที่เทกระหน่ำ เหล่านักเลงในชุดสูท ดนตรีที่ดังกึกก้องไปทั่วโรงภาพยนตร์ มุมกล้องที่เปี่ยมชีวิตชีวา และการเคลื่อนไหวที่ดูไหลลื่น

และ

[ “ฮู่ว-” ]

อีซังมันปรากฏตัวออกมาพร้อมกับควันบุหรี่ที่พ่นออกมาเป็นทางยาว ใบหน้าของเขาอยู่ภายใต้หน้ากากที่แสดงถึงการควบคุมความรุนแรงเอาไว้ คังวูจิน คือ ผู้ชายที่สวมบทบาทเป็นอีซังมัน ทันทีที่เขาปรากฏตัวบนจอ ความสนใจที่เคยกระจัดกระจายก็กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียว

ฮวาลินหยุดนิ่ง เธอพึมพำกับตัวเองอย่างเหม่อลอย ในขณะที่ผู้ชมอีกหลายสิบคนต่างก็ขยับตัวน้อยลง

ดวงตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่อีซังมันบนจอภาพ

นั่นแสดงให้เห็นว่าการปรากฏตัวของอีซังมันนั้นทรงพลังมากเพียงใด แม้จะเป็นตัวละครที่เพิ่งปรากฏตัวหลังจากหนังฉายไปได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่เขาก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ในทันที

นับจากนี้ไป ทั้งหูและตาของผู้ชมต่างก็จดจ่ออยู่กับภาพยนตร์

เพราะหลังจากอีซังมันปรากฏตัว บรรยากาศก็กลับตึงเครียดราวกับพายุที่กำลังจะก่อตัว ทุกคำพูดของเขา

[ “เข้ามาใกล้ ๆ ฉันเปียกแล้วนะโว้ย” ]

[ “อ๊า! ขอโทษครับ!” ]

[ “หรือแกอยากเป็นแบบนั้น” ]

[ “มะ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ พี่ใหญ่!!” ]

ทุกการกระทำของเขาล้วนเต็มไปด้วยความหมายที่แฝงเร้น ทั้งความยืดหยุ่น อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมและรุนแรง

จากนั้นผู้ชมก็

“โอ้โห ขนลุกเลย”

“ฉันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนโดนคนจ้องเลยอะ”

พวกเขาลูบแขนตัวเองอย่างลืมตัว ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในโรงภาพยนตร์ยิ่งทำให้ความรู้สึกนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น ความเย็นที่สัมผัสได้บนผิวหนังผสานเข้ากับความโหดเหี้ยมของ ‘อีซังมัน’ บนจอภาพ ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน ฮวาลินที่กำลังอ้าปากน้อย ๆ ก็จดจ่ออยู่กับคังวูจินบนจอภาพอย่างไม่วางตา

‘ต่างไปลิบลับ บทที่แสดงหรืออารมณ์ที่แสดงออกมาก็ต่างไปหมด แม้กระทั่งน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปงั้นเหรอ? เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณวูจินยังคงอยู่······ แต่เสียงแหบเหมือนคนมีเสมหะแบบนั้น เขาทำได้ยังไงกัน’

ฮวาลินรู้สึกทึ่งกับการแสดงของคุณคังวูจิน ทั้งในฐานะแฟนคลับและนักแสดงด้วยกัน

‘อารมณ์บริสุทธิ์และอบอุ่นจากเรื่องฮันอินโฮไม่มีหลงเหลืออยู่เลย สุดยอดมากจริง ๆ แม้แต่ท่าทางสูบบุหรี่หรือจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ การใช้สายตา ไปจนถึงการกะพริบตาก็ไม่ได้ดูธรรมดาเลย ทุก ๆ อย่างล้วนส่งเสริมบารมีของตัวละครฉันรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่รายละเอียดของการแสดงมันช่าง······’

ฮวาลินที่ได้ชมการแสดงของคุณคังวูจินอยู่ตรงหน้ายังรู้สึกได้ขนาดนี้ แล้วผู้ชมอีกหลายสิบคนที่อยู่รอบ ๆ เธอจะรู้สึกอย่างไร ฮวาลินเหลือบมองไปเห็นผู้หญิงสองคนที่นั่งข้าง ๆ กำลังลูบแขนตัวเอง เธอก็เข้าใจดีว่าทำไมพวกเธอถึงเป็นแบบนั้น

‘จังหวะเวลาที่อีซังมันปรากฏตัวก็สุดยอดมาก และที่สำคัญ การแสดงของคุณวูจินกับการพลิกบทบาทแบบนี้มันเหนือความคาดหมายของฉันไปมาก’

ในตอนนั้นเอง

[ “พวกมันกำลังเต้นรำ” ]

อีซังมันพูดบทของตัวเองพลางมองไปที่เสาไฟสีส้มที่ทอดยาวออกไป ดวงตาของเขาที่ดูพร่ามัวแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ถูกถ่ายแบบขยับเข้ามาใกล้ ในขณะเดียวกัน อีซังมันก็เกาคอและแขนของตัวเองเป็นระยะ

ตอนแรกคนดูก็ไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วพวกเขาก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ

-นี่ แต่เมื่อกี้เขาก็เกาอยู่อย่างนั้นเหรอ?

-ใช่ ฉันก็ว่ามันแปลก ๆ

-หรือว่าจะเป็นการบอกใบ้อะไรหรือเปล่า?

ทันใดนั้น สีหน้าของอีซังมันบนจอภาพยนตร์ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ดนตรีประกอบก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็นที่แน่ชัดว่าอีซังมันกำลังแสดงให้ผู้ชมเห็นถึงปัญหาของเขา

และปัญหานั้นก็คือ

- ตึกๆๆๆๆ!

- ตุบๆๆๆๆๆ!

ผ่านพ้นสายฝนกระหน่ำ

[ “มันกำลังถูกเผา” ]

[ “ครับ?” ]

[ “ทะเล มันกำลังลุกเป็นไฟ” ]

ผ่านพ้นความตายของลูกน้อง

[ “จับมันไปถ่วงน้ำ” ]

อีซังมันก้าวขึ้นบันไดที่มืดมิดและอับชื้นอย่างรวดเร็ว บรรยากาศเบื้องบนดูน่าขนลุกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ใบหน้าที่หยาบกระด้างและไร้อารมณ์ของอีซังมันกลับมีรอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้น มุมกล้องจับไปที่ใบหน้าของอีซังมันที่กำลังขึ้นบันไดเต็มจอ

[ “······” ]

กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก ปากค่อยๆแยกออกเผยให้เห็นฟันราวกับคันศร ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ท่าทางว่องไวขึ้น

บ้าคลั่ง

การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยของอีซังมันสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมหลายสิบคน

“อะ อะไรน่ะ ทำไมเป็นแบบนั้น”

“อึ๋ย-  หน้าแบบนั้นโผล่มาในฝันตอนกลางคืนแน่เลย”

“อะไรกัน? ที่จริงแล้วเป็นบ้าเหรอ? ป่วยทางจิต?”

ฮวาลินจ้องมองไปที่หน้าจอด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของอีซังมัน

‘เห็นถึงความเป็นอิสระ  เหมือนกับว่าจนกระทั่งเมื่อครู่นี้เป็นที่ทำงานที่น่าเบื่อหน่าย และตอนนี้กำลังไปยังสนามเด็กเล่นของตัวเอง······และรอยยิ้มนั้นก็น่าหวาดหวั่น รอยยิ้มนั้นราวกับกำลังแสดงจุดจบของอีซังมัน’

ถูกต้อง ตอนนี้อีซังมันเหมือนกำลังสปอยล์ให้ผู้ชมทุกคนเห็น รอยยิ้มที่เขากำลังทำนั้นเหมือนกับความตาย และคังอูจินแสดงสิ่งนั้นออกมาด้วยการแสดง ไม่ใช่บทพูด และผู้ชมกำลังรู้สึกถึง ‘ความไม่มั่นคง’ ซึ่งเป็นความตายที่แฝงอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของอีซังมัน

แต่ความไม่มั่นคงของผู้ชมทุกคนก็เปลี่ยนเป็นความมั่นใจในไม่ช้า

-แกร๊ก!

ความบ้าคลั่งฉายชัดครึ่งหน้า เมื่ออีซังมันเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเผยให้เห็นอุปกรณ์มากมาย ก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกออกแล้วยกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น

[ “ฮึบ-ฮือ” ]

ใบหน้าของเขาเปล่งปลั่งขึ้นตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ บ่งบอกถึงความปลดปล่อยเมื่ออีซังมัน ทิ้งตัวลงบนโซฟา และผู้ชมก็เข้าใจได้ในทันทีว่า...อีซังมันเป็นพวกติดยา

ต่อมา อีซังมันก็ตอกย้ำความคิดนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

[ “ฮึ ๆ” ]

อีซังมันบนโซฟาแสยะยิ้ม...รอยยิ้มที่ชวนขนลุก บนจอภาพฉายให้เห็น อีซังมันโดยมีหน้าต่างที่ถูกสายฝนสาดซัดเป็นฉากหลังท่ามกลางความเงียบงันนั้น...

-ครืนนนนน เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น พร้อมกับแสงสว่างวาบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นทำเอาคนดูครึ่งโรงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

“กรี๊ดดด!!”

“โอ๊ยยยย!!!!”

“อ๊ายยย!!!”

“ตกใจหมดเลย!”

ทว่า อีซังมันในจอภาพกลับไม่สะทกสะท้าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน กล้องจับภาพใบหน้าของเขาจากมุมสูง ก่อนจะค่อย ๆ ซูมเข้าไปใกล้ ๆ เสียงหัวเราะประหลาดดังก้องไปทั่วโรงภาพยนตร์

[ “ฮึ ๆ ๆ ๆ -” ]

ไม่สิ... นั่นมันเสียงของคนใกล้ตายต่างหากในวินาทีนั้นไม่มีผู้ชมคนใดในโรงภาพยนตร์ขนาดมหึมาแห่งนี้ ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ทุกคนนั่งตัวแข็งทื่อ จ้องมองไปยังจอภาพราวกับถูกสาป

ฉากนี้ช่างทรงพลังจนน่าขนลุก

“...”

“...”

“...”

ฮวาลินเองก็รู้สึกไม่ต่างกันความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในหัวของทุกคน

‘คังวูจินแสดงโคตรดี’

เหนือคำว่าขโมยซีนไปไกลโข

ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีผ่านไป

จอภาพยนตร์ตรงหน้า ฮวาลินฉายภาพสีดำสนิท บ่งบอกว่าหนังจบแล้วพร้อมขึ้นเครดิตชื่อนักแสดง

-♬♪

เพลงประกอบละครอันแสนอลังการดังขึ้น บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของภาพยนตร์ แสงไฟในโรงภาพยนตร์ที่เคยมืดมิดค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละน้อย ไม่มีฉากพิเศษหลังเครดิต หมายความว่าถึงเวลาที่ผู้ชมต้องทยอยออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว แต่แปลก...ไม่รู้เพราะอะไรบรรดาผู้ชมหลายสิบชีวิตกลับไม่มีท่าทีว่าจะลุกจากเก้าอี้ไปไหน ราวกับพวกเขายังอินกับหนังไม่จบเหมือนกับเวลาที่เรากินอาหารรสจัดแล้วยังรู้สึกถึงรสชาติที่ติดอยู่ที่ลิ้น

-

“โอ้โหโคตรมันเลยว่ะ สนุกฉิบหายนักแสดงแม่งเล่นดีทุกคนเลย” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“เออยอมรับเลยนาน ๆ ทีจะมีหนังแบบนี้ออกมา” เสียงผู้ชายอีกคนพูดเสริม

“โห แบบนี้ต้องดูซ้ำอีกสักรอบแล้วมั้งเนี่ยแล้ว คังวูจิน นี่คือใครวะเล่นดีโคตร”

“ใช่ ๆ แม่งโคตรเทพ นี่แค่บทรับเชิญนะเว้ยทำไมเล่นดีกว่าตัวเอกอีกวะ”

“แต่ยอมรับเลยว่า คังวูจิน นี่เขาเล่นดีจริง ๆ ตอนเล่น นิติจิตวิทยา ก็เล่นดีนะ”

“อ่า แต่ฉันชอบรองหัวหน้าพัคมากกว่านะ”

ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ชาย แต่กลุ่มผู้หญิงที่ควงกันมาดูก็พูดคุยกันในทำนองเดียวกัน

“หนังค่อนข้างโหดและน่ากลัวนะ แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน”

“ใช่ ๆ จินแจจุน นี่หล่อมาก”

“ฉันเฉย ๆ อ่ะจะว่ายังไงดีมันแอบน่าขยะแขยงนิดหน่อย สงสัยหนังแนวนี้จะไม่ใช่แนวฉัน แต่ฉากที่คังวูจิน ออกมานี่คือดีมาก เล่นดีกว่า จินแจจุน อีก”

“นั่นดิกำลังจะเบื่อ ๆ อยู่พอดีอยู่ ๆ คังวูจินก็โผล่มาทำให้มีสมาธิดูต่อเลยฮ่า ๆ ฉันชอบ คังวูจิน มานานแล้ว ถึงบทในเรื่องนี้จะค่อนข้างแย่ แต่เขาก็ยังดูเท่สำหรับฉันนะ”

“ก็เพราะเขาเล่นดีไง ทุกคนก็ดู ‘เพื่อนชาย’ กันมาแล้วนี่ ตอนนั้นฉันยังแอบคิดเลยว่าฮันอินโฮ หายไปไหน นึกว่าเป็นคนอื่นซะอีก”

ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ชายและผู้หญิงเท่านั้น แต่คู่รักที่เดินทางมาดูด้วยกันก็พูดคุยในทำนองเดียวกัน

“ว้าว คังวูจิน เล่นดีมากเลย วันนี้กลับบ้านไปดู ‘เพื่อนชาย’ ดีกว่า”

“เห็นไหม บอกแล้วใช่มั้ยพี่ ‘เพื่อนชาย’ น่ะ คังวูจินน่ะเป็นซึนเดเระที่แสนอบอุ่น แต่พอเป็น ‘พ่อค้ายาเสพติด’ คังวูจินกลายเป็นคนบ้าไปเลย รู้จักเล่นให้มันต่างกันไปได้ยังไงในแต่ละบทบาท”

“สมกับที่สื่อเรียกว่าอสูรหน้าใหม่แห่งวงการ”

เหล่าผู้ชมนับสิบที่นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์เริ่มขยับตัวเมื่อหนังฉายไปจนถึงช่วงท้ายของเอนเครดิต พวกเขายังคงพูดคุยกันไม่หยุด แม้ในขณะที่กำลังทิ้งป๊อปคอร์นและแก้วน้ำลงในถังขยะด้านหน้าโรงภาพยนตร์

ที่น่าสนใจก็คือ

“คังวูจินมี SNS ไหม?”

“มีสิ เคยดู Youtube  ของคังวูจินหรือยัง”

“เคย ๆ”

ผู้ชมส่วนใหญ่พูดถึง แต่ชื่อของคังวูจิน ด้านหลังพวกเขามีฮวาลินสวมหมวกปิดบังใบหน้าด้วยแมสก์และแว่นตา เธอยังคงรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์

ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ

‘คุณวูจิน······ว้าว สุดยอดจริง ๆ ด้วย’

หัวใจของแฟนคลับอย่างเธอพองโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่มันศรัทธาที่ต่างจาก ‘คังโทเทม’ โดยสิ้นเชิง หรือก็คือความคลั่งไคลในตัวเขาของเธอกำลังเติบโตขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นในบรรดาผู้ชมทั้งหมดในวันนี้ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถตัดสินการแสดงของคังวูจินได้อย่างแม่นยำ

ทำไมน่ะเหรอ?

เพราะฮวาลินเห็นตัวละครทั้งหมดที่คังวูจินแสดงมาแล้วไงล่ะ เธอเริ่มเป็นแฟนคลับของเขาจากบท ‘คิมรยูจิน’ ใน ‘สำนักงานนักสืบ’ และติดตามผลงานเรื่อยมาจนถึง ‘อีซังมัน’ แน่นอนว่าไม่มีตัวละครไหนเลยที่ให้ความรู้สึกซ้ำกัน

‘แบบนี้สินะที่เรียกว่าเมธอดแอคติ้ง แต่เอาจริง ๆ มันยิ่งใหญ่กว่าเมธอดแอคติ้งอีกนะ การแสดงของเขาต่างกันไปในแต่ละบทบาท’

เขาเป็นนักแสดงแบบไหนกันแน่ ฮวาลินรู้สึกทั้งอิจฉาในฐานะนักแสดงและรู้สึกเคารพในฐานะแฟนคลับไปพร้อม ๆกัน

‘เพื่อนชาย’ กับ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่เปิดตัวออกมาคล้าย ๆกัน ทำให้การแสดงอันหลากหลายของวูจินยิ่งดูโดดเด่น

ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ฮวาลินก็ยังคงครุ่นคิดถึงคังวูจินอยู่ตลอดทางตั้งแต่ออกจากลิฟต์ จนกระทั่งลงมาถึงลานจอดรถใต้ดิน แน่นอนว่าวันนี้ทั้งวัน สมองของเธอคงไม่สามารถลบภาพเขาออกไปได้ ในไม่ช้าเธอก็มาถึงรถนำเข้าสุดหรูของตัวเองที่จอดสงบนิ่งอยู่เธอเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ

และในตอนนี้เอง เธอก็ได้ เวลาถอดคราบที่ปกปิดใบหน้าอันงดงามของเธอออก

- สวบ

ฮวาลินปัดผมยาวที่ยุ่งเพราะหมวกเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดกุญแจสตาร์ทรถ ทว่า

“อ๊ะ จริงสิ!”

จู่ ๆ เธอผู้นั้นก็ตบมือดังผัวะ

“คะแนน ๆ ต้องให้คะแนนก่อนสิ!”

ดูเหมือนว่าเธอต้องการจะให้คะแนน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ภาพยนตร์ที่เพิ่งดูจบไปหมาด ๆ แน่นอนว่ารวมถึงเขียนรีวิวด้วย เพราะเธอรู้ดีว่าคะแนนในช่วงแรกนั้นส่งผลต่อรายได้ของภาพยนตร์เรื่องใหม่มากแค่ไหน ฮวาลินจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลแน่นอนว่าคำที่เธอพิมพ์ลงไปก็คือ ‘พ่อค้ายาเสพติด’

ข้อมูลของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปรากฎขึ้นมาเป็นอันดับแรก

ดวงตาของฮวาลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเธอแตะหน้าต่างแสดงคะแนน

“ว้าว เร็วมาก”

ถึงแม้ว่าหนังรอบเช้าจะเพิ่งจบไป แต่ก็มีคนดูจำนวนมากที่ให้คะแนนและเขียนรีวิวภาพยนตร์เรื่องนี้เอาไว้

[「พ่อค้ายาเสพติด」/เข้าฉายวันที่28 ตุลาคม 2020] [คะแนน 9.7] [รีวิวจากผู้ชมและชาวเน็ต/ 198 คน]

- สนุกฉิบหาย แล้วก็คังวูจินคือที่สุดอ่ะ / t

- ค่อนข้างรุนแรง แล้วก็น่ากลัว…. แต่ว่านักแสดงเล่นดีมาก…. โดยเฉพาะคังวูจิน / g

- จินแจจุนคนใหม่กลัวกลัว ไม่ต้องพูดเยอะ แค่ไปดู / c

- การเลือกคังวูจินมารับบทรับเชิญคือที่สุดแล้ว ./ 1*

- คังวูจินนี่เพิ่งมาเป็นนักแสดงเอาตอนนี้เนี่ยนะ? แสดงดีมากเลยนะ? นี่มันแสดงแบบนี้ได้ไงวะ สงสัยแอบไปลองของมาแน่ ๆ / 9*

- สนุกฉิบหาย ดูดวิญญาณสุด ๆ คังวูจินนี่ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ ๆ เล่นโคตรเทพ/ f

ดูเหมือนว่ากระทั่งอีซังมัน ก็ยังคงมีออร่าความปังอยู่เช่นกัน

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 154 เดียวดาย (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว