- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 154 เดียวดาย (1)
บทที่ 154 เดียวดาย (1)
บทที่ 154 เดียวดาย (1)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 154 เดียวดาย (1)
‘พ่อค้ายาเสพติด’ เข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งก็คือวันที่28 และตอนนี้ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กำลังจะถูกเปิดเผยสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกในรอบฉายเช้า ภายในโรงภาพยนตร์มีผู้ชมประมาณ 30 คน ทุกคนล้วนเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงฮวาลินด้วย
มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
เพราะตั้งแต่แรก ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ถูกจัดเรตให้เป็นภาพยนตร์ที่ผู้ชมต้องบรรลุนิติภาวะแล้วถึงจะรับชมได้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้ชมที่มีต่อ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ นั้นมีสูงมาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ไตเติ้ลที่ผสมผสานระหว่างสีดำและสีแดงให้ความรู้สึกดิบเถื่อนปรากฏขึ้นบนจอ ไปจนถึงชื่อของนักแสดงนำระดับท็อปที่เรียงรายออกมา
ทว่า สิ่งที่สะดุดตาผู้ชมมากที่สุดก็คือ
-[และคังวูจิน]
ตอนที่ชื่อของคังวูจิน ซึ่งมารับบทเป็นนักแสดงรับเชิญใน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปรากฏขึ้นบนจอภาพยนตร์ ช่วงนี้เขาเป็นคนดังที่ตกเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ ความโด่งดังเป็นพลุแตกของ ‘เพื่อนชาย’ นั้นมีส่วนสำคัญที่สุด ผู้ชมส่วนใหญ่ที่มานั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์แห่งนี้ ต่างก็เคยรับชม ‘เพื่อนชาย’ กันมาแล้วแทบทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้ ความคาดหวังและความอยากรู้อยากเห็นจึงยิ่งทวีคูณ
ทันทีที่ชื่อของคังวูจินปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ผู้ชมเกือบสิบคนต่างก็พากันกระซิบกระซาบเบา ๆ
“ชื่อคังวูจินโผล่มาแล้ว แสดงว่าเป็นแค่ตัวประกอบ แต่ทำไมชื่อถึงได้ขึ้นก่อนใครเพื่อนเลยล่ะ?”
“ก็คงเป็นเพราะดังมากรึเปล่าล่ะ? ยังไงก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคังวูจินจะออกมาในหนังเรื่องนี้ยังไง?”
“อิมเมจโดยรวมคงไม่ต่างจากใน ‘เพื่อนชาย’ เท่าไหร่หรอกมั้ง? แค่ต้องแสดงให้ดูดิบ ๆ กว่าเดิมหน่อย?”
“เขาก็แสดงเก่งนี่ คงออกมาดูดีอยู่แล้วแหละ”
เสียงกระซิบกระซาบในโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ คังวูจินที่มารับบท cameoจะออกมาแบบไหนนะ? แสดงเป็นยังไง? จะต่างจากฮันอินโฮใน ‘เพื่อนชาย’ รึเปล่า? แล้วจะมาพร้อมกับหน้ากากแบบไหนกัน?
แต่ไม่นานนัก ความสนใจของผู้ชมก็ถูกดึงไปที่เนื้อเรื่องของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แทน
เพราะ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เปิดเรื่องมาก็ทั้งเร้าใจและตื่นเต้นเสียแล้ว หลังจาก ‘จองซองฮุน’ ตัวละครเอกที่รับบทโดยจินแจจุนปรากฏตัวขึ้น ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร็วชวนติดตาม จนฮวาลินกับผู้ชมอีกหลายสิบคนต้องจ้องมองจอภาพขนาดยักษ์ไม่วางตา
แต่หนังก็เหมือนชีวิตคนเรา ที่ต้องมีผ่อนหนักผ่อนเบา
บางครั้งก็ต้องมีการอธิบาย หรือบางฉากก็จำเป็นต้องเล่าเรื่องผ่านบทสนทนาระหว่างตัวละคร เพื่อปูพื้นความสัมพันธ์และสร้างโลกของเรื่องขึ้นมา ไม่ใช่เอาแต่ปล่อยให้เรื่องราวแล่นฉิวอยู่แบบนั้น พูดได้ว่า ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ต้องมีช่วงผ่อนบ้างเป็นธรรมดา
ดังนั้น
-สวบ
ผู้ชมที่ตั้งใจดูหนังมาตลอดจึงเริ่มขยับตัวไปมา บ้างก็ลุกไปเข้าห้องน้ำพูดง่าย ๆ ว่าความสนใจเริ่มลดลง แต่ทันทีที่ผู้ชมเริ่มวอกแวก ฉากหลังบนจอภาพขนาดยักษ์ก็เปลี่ยนไป บรรยากาศและทิวทัศน์แปลกตาก็ปรากฏขึ้น พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
เอ๊ะ? นี่มันอะไรกัน?
-♬♪
ดนตรีประกอบก็ดังกระหึ่มขึ้นในเวลาต่อมา ความสนใจของผู้ชมที่เพิ่งจะลดลงไปก็กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
-แกร๊ก
บนจอภาพ รถซีดาน 4 คันที่จอดอยู่ ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังดับบุหรี่ลง ก่อนจะก้าวลงมาจากรถคันสุดท้าย
“เอ๊ะ? นั่นคังวูจินนี่!”
การปรากฏตัวครั้งแรกของอีซังมันพร้อมบุหรี่ที่มุมปาก ทุกองค์ประกอบต่างช่วยส่งเสริมให้เขาดูโดดเด่น ทั้งสายฝนที่เทกระหน่ำ เหล่านักเลงในชุดสูท ดนตรีที่ดังกึกก้องไปทั่วโรงภาพยนตร์ มุมกล้องที่เปี่ยมชีวิตชีวา และการเคลื่อนไหวที่ดูไหลลื่น
และ
[ “ฮู่ว-” ]
อีซังมันปรากฏตัวออกมาพร้อมกับควันบุหรี่ที่พ่นออกมาเป็นทางยาว ใบหน้าของเขาอยู่ภายใต้หน้ากากที่แสดงถึงการควบคุมความรุนแรงเอาไว้ คังวูจิน คือ ผู้ชายที่สวมบทบาทเป็นอีซังมัน ทันทีที่เขาปรากฏตัวบนจอ ความสนใจที่เคยกระจัดกระจายก็กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียว
ฮวาลินหยุดนิ่ง เธอพึมพำกับตัวเองอย่างเหม่อลอย ในขณะที่ผู้ชมอีกหลายสิบคนต่างก็ขยับตัวน้อยลง
ดวงตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่อีซังมันบนจอภาพ
นั่นแสดงให้เห็นว่าการปรากฏตัวของอีซังมันนั้นทรงพลังมากเพียงใด แม้จะเป็นตัวละครที่เพิ่งปรากฏตัวหลังจากหนังฉายไปได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่เขาก็สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ในทันที
นับจากนี้ไป ทั้งหูและตาของผู้ชมต่างก็จดจ่ออยู่กับภาพยนตร์
เพราะหลังจากอีซังมันปรากฏตัว บรรยากาศก็กลับตึงเครียดราวกับพายุที่กำลังจะก่อตัว ทุกคำพูดของเขา
[ “เข้ามาใกล้ ๆ ฉันเปียกแล้วนะโว้ย” ]
[ “อ๊า! ขอโทษครับ!” ]
[ “หรือแกอยากเป็นแบบนั้น” ]
[ “มะ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ พี่ใหญ่!!” ]
ทุกการกระทำของเขาล้วนเต็มไปด้วยความหมายที่แฝงเร้น ทั้งความยืดหยุ่น อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมและรุนแรง
จากนั้นผู้ชมก็
“โอ้โห ขนลุกเลย”
“ฉันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนโดนคนจ้องเลยอะ”
พวกเขาลูบแขนตัวเองอย่างลืมตัว ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในโรงภาพยนตร์ยิ่งทำให้ความรู้สึกนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น ความเย็นที่สัมผัสได้บนผิวหนังผสานเข้ากับความโหดเหี้ยมของ ‘อีซังมัน’ บนจอภาพ ได้อย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน ฮวาลินที่กำลังอ้าปากน้อย ๆ ก็จดจ่ออยู่กับคังวูจินบนจอภาพอย่างไม่วางตา
‘ต่างไปลิบลับ บทที่แสดงหรืออารมณ์ที่แสดงออกมาก็ต่างไปหมด แม้กระทั่งน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปงั้นเหรอ? เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณวูจินยังคงอยู่······ แต่เสียงแหบเหมือนคนมีเสมหะแบบนั้น เขาทำได้ยังไงกัน’
ฮวาลินรู้สึกทึ่งกับการแสดงของคุณคังวูจิน ทั้งในฐานะแฟนคลับและนักแสดงด้วยกัน
‘อารมณ์บริสุทธิ์และอบอุ่นจากเรื่องฮันอินโฮไม่มีหลงเหลืออยู่เลย สุดยอดมากจริง ๆ แม้แต่ท่าทางสูบบุหรี่หรือจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ การใช้สายตา ไปจนถึงการกะพริบตาก็ไม่ได้ดูธรรมดาเลย ทุก ๆ อย่างล้วนส่งเสริมบารมีของตัวละครฉันรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่รายละเอียดของการแสดงมันช่าง······’
ฮวาลินที่ได้ชมการแสดงของคุณคังวูจินอยู่ตรงหน้ายังรู้สึกได้ขนาดนี้ แล้วผู้ชมอีกหลายสิบคนที่อยู่รอบ ๆ เธอจะรู้สึกอย่างไร ฮวาลินเหลือบมองไปเห็นผู้หญิงสองคนที่นั่งข้าง ๆ กำลังลูบแขนตัวเอง เธอก็เข้าใจดีว่าทำไมพวกเธอถึงเป็นแบบนั้น
‘จังหวะเวลาที่อีซังมันปรากฏตัวก็สุดยอดมาก และที่สำคัญ การแสดงของคุณวูจินกับการพลิกบทบาทแบบนี้มันเหนือความคาดหมายของฉันไปมาก’
ในตอนนั้นเอง
[ “พวกมันกำลังเต้นรำ” ]
อีซังมันพูดบทของตัวเองพลางมองไปที่เสาไฟสีส้มที่ทอดยาวออกไป ดวงตาของเขาที่ดูพร่ามัวแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ถูกถ่ายแบบขยับเข้ามาใกล้ ในขณะเดียวกัน อีซังมันก็เกาคอและแขนของตัวเองเป็นระยะ
ตอนแรกคนดูก็ไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วพวกเขาก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ
-นี่ แต่เมื่อกี้เขาก็เกาอยู่อย่างนั้นเหรอ?
-ใช่ ฉันก็ว่ามันแปลก ๆ
-หรือว่าจะเป็นการบอกใบ้อะไรหรือเปล่า?
ทันใดนั้น สีหน้าของอีซังมันบนจอภาพยนตร์ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ดนตรีประกอบก็เริ่มหนักหน่วงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็นที่แน่ชัดว่าอีซังมันกำลังแสดงให้ผู้ชมเห็นถึงปัญหาของเขา
และปัญหานั้นก็คือ
- ตึกๆๆๆๆ!
- ตุบๆๆๆๆๆ!
ผ่านพ้นสายฝนกระหน่ำ
[ “มันกำลังถูกเผา” ]
[ “ครับ?” ]
[ “ทะเล มันกำลังลุกเป็นไฟ” ]
ผ่านพ้นความตายของลูกน้อง
[ “จับมันไปถ่วงน้ำ” ]
อีซังมันก้าวขึ้นบันไดที่มืดมิดและอับชื้นอย่างรวดเร็ว บรรยากาศเบื้องบนดูน่าขนลุกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ใบหน้าที่หยาบกระด้างและไร้อารมณ์ของอีซังมันกลับมีรอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้น มุมกล้องจับไปที่ใบหน้าของอีซังมันที่กำลังขึ้นบันไดเต็มจอ
[ “······” ]
กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก ปากค่อยๆแยกออกเผยให้เห็นฟันราวกับคันศร ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ท่าทางว่องไวขึ้น
บ้าคลั่ง
การเปลี่ยนแปลงทีละน้อยของอีซังมันสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมหลายสิบคน
“อะ อะไรน่ะ ทำไมเป็นแบบนั้น”
“อึ๋ย- หน้าแบบนั้นโผล่มาในฝันตอนกลางคืนแน่เลย”
“อะไรกัน? ที่จริงแล้วเป็นบ้าเหรอ? ป่วยทางจิต?”
ฮวาลินจ้องมองไปที่หน้าจอด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของอีซังมัน
‘เห็นถึงความเป็นอิสระ เหมือนกับว่าจนกระทั่งเมื่อครู่นี้เป็นที่ทำงานที่น่าเบื่อหน่าย และตอนนี้กำลังไปยังสนามเด็กเล่นของตัวเอง······และรอยยิ้มนั้นก็น่าหวาดหวั่น รอยยิ้มนั้นราวกับกำลังแสดงจุดจบของอีซังมัน’
ถูกต้อง ตอนนี้อีซังมันเหมือนกำลังสปอยล์ให้ผู้ชมทุกคนเห็น รอยยิ้มที่เขากำลังทำนั้นเหมือนกับความตาย และคังอูจินแสดงสิ่งนั้นออกมาด้วยการแสดง ไม่ใช่บทพูด และผู้ชมกำลังรู้สึกถึง ‘ความไม่มั่นคง’ ซึ่งเป็นความตายที่แฝงอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของอีซังมัน
แต่ความไม่มั่นคงของผู้ชมทุกคนก็เปลี่ยนเป็นความมั่นใจในไม่ช้า
-แกร๊ก!
ความบ้าคลั่งฉายชัดครึ่งหน้า เมื่ออีซังมันเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเผยให้เห็นอุปกรณ์มากมาย ก่อนจะถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวนอกออกแล้วยกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น
[ “ฮึบ-ฮือ” ]
ใบหน้าของเขาเปล่งปลั่งขึ้นตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ บ่งบอกถึงความปลดปล่อยเมื่ออีซังมัน ทิ้งตัวลงบนโซฟา และผู้ชมก็เข้าใจได้ในทันทีว่า...อีซังมันเป็นพวกติดยา
ต่อมา อีซังมันก็ตอกย้ำความคิดนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
[ “ฮึ ๆ” ]
อีซังมันบนโซฟาแสยะยิ้ม...รอยยิ้มที่ชวนขนลุก บนจอภาพฉายให้เห็น อีซังมันโดยมีหน้าต่างที่ถูกสายฝนสาดซัดเป็นฉากหลังท่ามกลางความเงียบงันนั้น...
-ครืนนนนน เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น พร้อมกับแสงสว่างวาบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นทำเอาคนดูครึ่งโรงสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“กรี๊ดดด!!”
“โอ๊ยยยย!!!!”
“อ๊ายยย!!!”
“ตกใจหมดเลย!”
ทว่า อีซังมันในจอภาพกลับไม่สะทกสะท้าน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเพดาน กล้องจับภาพใบหน้าของเขาจากมุมสูง ก่อนจะค่อย ๆ ซูมเข้าไปใกล้ ๆ เสียงหัวเราะประหลาดดังก้องไปทั่วโรงภาพยนตร์
[ “ฮึ ๆ ๆ ๆ -” ]
ไม่สิ... นั่นมันเสียงของคนใกล้ตายต่างหากในวินาทีนั้นไม่มีผู้ชมคนใดในโรงภาพยนตร์ขนาดมหึมาแห่งนี้ ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว ทุกคนนั่งตัวแข็งทื่อ จ้องมองไปยังจอภาพราวกับถูกสาป
ฉากนี้ช่างทรงพลังจนน่าขนลุก
“...”
“...”
“...”
ฮวาลินเองก็รู้สึกไม่ต่างกันความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในหัวของทุกคน
‘คังวูจินแสดงโคตรดี’
เหนือคำว่าขโมยซีนไปไกลโข
ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีผ่านไป
จอภาพยนตร์ตรงหน้า ฮวาลินฉายภาพสีดำสนิท บ่งบอกว่าหนังจบแล้วพร้อมขึ้นเครดิตชื่อนักแสดง
-♬♪
เพลงประกอบละครอันแสนอลังการดังขึ้น บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของภาพยนตร์ แสงไฟในโรงภาพยนตร์ที่เคยมืดมิดค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละน้อย ไม่มีฉากพิเศษหลังเครดิต หมายความว่าถึงเวลาที่ผู้ชมต้องทยอยออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว แต่แปลก...ไม่รู้เพราะอะไรบรรดาผู้ชมหลายสิบชีวิตกลับไม่มีท่าทีว่าจะลุกจากเก้าอี้ไปไหน ราวกับพวกเขายังอินกับหนังไม่จบเหมือนกับเวลาที่เรากินอาหารรสจัดแล้วยังรู้สึกถึงรสชาติที่ติดอยู่ที่ลิ้น
-
“โอ้โหโคตรมันเลยว่ะ สนุกฉิบหายนักแสดงแม่งเล่นดีทุกคนเลย” เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“เออยอมรับเลยนาน ๆ ทีจะมีหนังแบบนี้ออกมา” เสียงผู้ชายอีกคนพูดเสริม
“โห แบบนี้ต้องดูซ้ำอีกสักรอบแล้วมั้งเนี่ยแล้ว คังวูจิน นี่คือใครวะเล่นดีโคตร”
“ใช่ ๆ แม่งโคตรเทพ นี่แค่บทรับเชิญนะเว้ยทำไมเล่นดีกว่าตัวเอกอีกวะ”
“แต่ยอมรับเลยว่า คังวูจิน นี่เขาเล่นดีจริง ๆ ตอนเล่น นิติจิตวิทยา ก็เล่นดีนะ”
“อ่า แต่ฉันชอบรองหัวหน้าพัคมากกว่านะ”
ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ชาย แต่กลุ่มผู้หญิงที่ควงกันมาดูก็พูดคุยกันในทำนองเดียวกัน
“หนังค่อนข้างโหดและน่ากลัวนะ แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน”
“ใช่ ๆ จินแจจุน นี่หล่อมาก”
“ฉันเฉย ๆ อ่ะจะว่ายังไงดีมันแอบน่าขยะแขยงนิดหน่อย สงสัยหนังแนวนี้จะไม่ใช่แนวฉัน แต่ฉากที่คังวูจิน ออกมานี่คือดีมาก เล่นดีกว่า จินแจจุน อีก”
“นั่นดิกำลังจะเบื่อ ๆ อยู่พอดีอยู่ ๆ คังวูจินก็โผล่มาทำให้มีสมาธิดูต่อเลยฮ่า ๆ ฉันชอบ คังวูจิน มานานแล้ว ถึงบทในเรื่องนี้จะค่อนข้างแย่ แต่เขาก็ยังดูเท่สำหรับฉันนะ”
“ก็เพราะเขาเล่นดีไง ทุกคนก็ดู ‘เพื่อนชาย’ กันมาแล้วนี่ ตอนนั้นฉันยังแอบคิดเลยว่าฮันอินโฮ หายไปไหน นึกว่าเป็นคนอื่นซะอีก”
ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ชายและผู้หญิงเท่านั้น แต่คู่รักที่เดินทางมาดูด้วยกันก็พูดคุยในทำนองเดียวกัน
“ว้าว คังวูจิน เล่นดีมากเลย วันนี้กลับบ้านไปดู ‘เพื่อนชาย’ ดีกว่า”
“เห็นไหม บอกแล้วใช่มั้ยพี่ ‘เพื่อนชาย’ น่ะ คังวูจินน่ะเป็นซึนเดเระที่แสนอบอุ่น แต่พอเป็น ‘พ่อค้ายาเสพติด’ คังวูจินกลายเป็นคนบ้าไปเลย รู้จักเล่นให้มันต่างกันไปได้ยังไงในแต่ละบทบาท”
“สมกับที่สื่อเรียกว่าอสูรหน้าใหม่แห่งวงการ”
เหล่าผู้ชมนับสิบที่นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์เริ่มขยับตัวเมื่อหนังฉายไปจนถึงช่วงท้ายของเอนเครดิต พวกเขายังคงพูดคุยกันไม่หยุด แม้ในขณะที่กำลังทิ้งป๊อปคอร์นและแก้วน้ำลงในถังขยะด้านหน้าโรงภาพยนตร์
ที่น่าสนใจก็คือ
“คังวูจินมี SNS ไหม?”
“มีสิ เคยดู Youtube ของคังวูจินหรือยัง”
“เคย ๆ”
ผู้ชมส่วนใหญ่พูดถึง แต่ชื่อของคังวูจิน ด้านหลังพวกเขามีฮวาลินสวมหมวกปิดบังใบหน้าด้วยแมสก์และแว่นตา เธอยังคงรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ
‘คุณวูจิน······ว้าว สุดยอดจริง ๆ ด้วย’
หัวใจของแฟนคลับอย่างเธอพองโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นี่มันศรัทธาที่ต่างจาก ‘คังโทเทม’ โดยสิ้นเชิง หรือก็คือความคลั่งไคลในตัวเขาของเธอกำลังเติบโตขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้นในบรรดาผู้ชมทั้งหมดในวันนี้ มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถตัดสินการแสดงของคังวูจินได้อย่างแม่นยำ
ทำไมน่ะเหรอ?
เพราะฮวาลินเห็นตัวละครทั้งหมดที่คังวูจินแสดงมาแล้วไงล่ะ เธอเริ่มเป็นแฟนคลับของเขาจากบท ‘คิมรยูจิน’ ใน ‘สำนักงานนักสืบ’ และติดตามผลงานเรื่อยมาจนถึง ‘อีซังมัน’ แน่นอนว่าไม่มีตัวละครไหนเลยที่ให้ความรู้สึกซ้ำกัน
‘แบบนี้สินะที่เรียกว่าเมธอดแอคติ้ง แต่เอาจริง ๆ มันยิ่งใหญ่กว่าเมธอดแอคติ้งอีกนะ การแสดงของเขาต่างกันไปในแต่ละบทบาท’
เขาเป็นนักแสดงแบบไหนกันแน่ ฮวาลินรู้สึกทั้งอิจฉาในฐานะนักแสดงและรู้สึกเคารพในฐานะแฟนคลับไปพร้อม ๆกัน
‘เพื่อนชาย’ กับ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่เปิดตัวออกมาคล้าย ๆกัน ทำให้การแสดงอันหลากหลายของวูจินยิ่งดูโดดเด่น
ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ฮวาลินก็ยังคงครุ่นคิดถึงคังวูจินอยู่ตลอดทางตั้งแต่ออกจากลิฟต์ จนกระทั่งลงมาถึงลานจอดรถใต้ดิน แน่นอนว่าวันนี้ทั้งวัน สมองของเธอคงไม่สามารถลบภาพเขาออกไปได้ ในไม่ช้าเธอก็มาถึงรถนำเข้าสุดหรูของตัวเองที่จอดสงบนิ่งอยู่เธอเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ
และในตอนนี้เอง เธอก็ได้ เวลาถอดคราบที่ปกปิดใบหน้าอันงดงามของเธอออก
- สวบ
ฮวาลินปัดผมยาวที่ยุ่งเพราะหมวกเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดกุญแจสตาร์ทรถ ทว่า
“อ๊ะ จริงสิ!”
จู่ ๆ เธอผู้นั้นก็ตบมือดังผัวะ
“คะแนน ๆ ต้องให้คะแนนก่อนสิ!”
ดูเหมือนว่าเธอต้องการจะให้คะแนน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ภาพยนตร์ที่เพิ่งดูจบไปหมาด ๆ แน่นอนว่ารวมถึงเขียนรีวิวด้วย เพราะเธอรู้ดีว่าคะแนนในช่วงแรกนั้นส่งผลต่อรายได้ของภาพยนตร์เรื่องใหม่มากแค่ไหน ฮวาลินจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลแน่นอนว่าคำที่เธอพิมพ์ลงไปก็คือ ‘พ่อค้ายาเสพติด’
ข้อมูลของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปรากฎขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ดวงตาของฮวาลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเธอแตะหน้าต่างแสดงคะแนน
“ว้าว เร็วมาก”
ถึงแม้ว่าหนังรอบเช้าจะเพิ่งจบไป แต่ก็มีคนดูจำนวนมากที่ให้คะแนนและเขียนรีวิวภาพยนตร์เรื่องนี้เอาไว้
[「พ่อค้ายาเสพติด」/เข้าฉายวันที่28 ตุลาคม 2020] [คะแนน 9.7] [รีวิวจากผู้ชมและชาวเน็ต/ 198 คน]
- สนุกฉิบหาย แล้วก็คังวูจินคือที่สุดอ่ะ / t
- ค่อนข้างรุนแรง แล้วก็น่ากลัว…. แต่ว่านักแสดงเล่นดีมาก…. โดยเฉพาะคังวูจิน / g
- จินแจจุนคนใหม่กลัวกลัว ไม่ต้องพูดเยอะ แค่ไปดู / c
- การเลือกคังวูจินมารับบทรับเชิญคือที่สุดแล้ว ./ 1*
- คังวูจินนี่เพิ่งมาเป็นนักแสดงเอาตอนนี้เนี่ยนะ? แสดงดีมากเลยนะ? นี่มันแสดงแบบนี้ได้ไงวะ สงสัยแอบไปลองของมาแน่ ๆ / 9*
- สนุกฉิบหาย ดูดวิญญาณสุด ๆ คังวูจินนี่ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ ๆ เล่นโคตรเทพ/ f
ดูเหมือนว่ากระทั่งอีซังมัน ก็ยังคงมีออร่าความปังอยู่เช่นกัน
จบ