- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 140 การโต้กลับ (3)
บทที่ 140 การโต้กลับ (3)
บทที่ 140 การโต้กลับ (3)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 140 การโต้กลับ (3)
สองชั่วโมงต่อมา เกาหลีใต้ ซูวอน
ทีม 'รักน้ำค้างแข็ง' ปักหลักถ่ายทำกันที่ศูนย์สร้างละครของKBC ภายในนั้น
“เช็คฉากเรียบร้อยครับ!!”
“ไฟโอเค!!”
“อุปกรณ์ประกอบฉากถ้าเก็บตรงนี้เสร็จก็เรียบร้อยแล้วครับ!”
“อีก 15 นาทีเริ่มถ่ายนะครับ รีบ ๆ หน่อย!”
การเตรียมตัวถ่ายทำเกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว บริเวณรอบ ๆ เต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งกล้องที่ติดตั้งเอาไว้หลายมุม ทั้งด้านหน้าและมุมอื่น ๆ แผ่นสะท้อนแสง ไฟ และสายไฟมากมายที่ระโยงระยางราวกับเส้นเลือดระหว่างนั้นก็มีเหล่าทีมงานหลายสิบชีวิตเดินกันขวักไขว้
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น
“เอ่อ คุณนักเขียนครับ เชิญนั่งตรงนี้ครับ”
ผู้กำกับที่นั่งอยู่ตรงที่ ๆมีจอมอนิเตอร์ 3 ตัว ได้เชิญ อีวอลซอน นักเขียนบทที่เพิ่งมาถึงให้นั่งลงข้าง ๆ อีวอลซอนวางกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนตักพร้อมกับส่งยิ้มบาง ๆ
“ดูดีนี่คะ สถานที่ถึงจะมาเป็นสิบ ๆ ครั้งแล้ว แต่ฉันก็ชอบบรรยากาศแบบนี้นะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ งั้นเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนได้เห็นสิ่งที่ตัวเองจินตนาการเอาไว้ กลายมาเป็นความจริง”
อีวอลซอนมองไปรอบ ๆ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ว่าแต่นักแสดงของเรามากันเยอะจังเลยนะคะ”
วันนี้มีกำหนดการถ่ายทำของจองจางฮวาน กับคังวูจิน ‘ชายหนุ่มปริศนาข้างบ้าน’ แต่ถึงอย่างนั้น นักแสดงคนอื่น ๆ ที่ต้องรอก็ออกมาอยู่ที่กองถ่ายกันแล้ว เหตุผลนั้นผู้กำกับเป็นคนเฉลย
“ก็นี่มันการถ่ายทำครั้งแรกนี่ครับ แล้วก็นักแสดงเขาก็คงอยากมาดูด้วยตาตัวเอง ซึ่งทั้งผมและคุณนักเขียนก็อนุญาตแล้ว”
อีวอลซอนนึกถึงคังวูจินแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ
‘วัน อ่านบทมีการด้นสดฉากนั้นด้วย แล้วก็มีการแก้บทก็เลยสงสัยกันเป็นธรรมดา’
“อยากดูการแสดงของคุณวูจินเหมือนกันค่ะ ตอนอ่านบทก็นั่งอยู่แบบนี้ บรรยากาศในกองถ่ายจริงก็คงต่างกันสินะคะ”
ตอนนั้นเอง
-แซก
มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทางหลังของทั้งสองคนที่กำลังสนทนากัน
“สวัสดีค่ะ”
พอลองหันไปมองก็เห็นว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษามือที่เคยมาร่วมสังเกตการณ์ตอน อ่านบท นักเขียนอีวอลซอนจึงลุกขึ้นทักทายเธอ
“มาแล้วเหรอคะ ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์มาในวันถ่ายทำวันแรกแบบนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันก็อยากมาอยู่แล้ว แต่ว่า-”
พูดได้เท่านี้ ผู้เชี่ยวชาญภาษามือก็สังเกตเห็นคังวูจินที่นั่งนิ่ง ๆ อยู่มุมหนึ่งของกองถ่ายและกำลังก้ม อ่านบทอย่างตั้งใจ เธอจึงถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
“คุณคังวูจิน ดูใจเย็นกว่าที่คิดเยอะเลยนะคะ ?”
นักเขียนอีวอลซอนมองตามสายตาของเธอไป ก็อดหลุดขำออกมาไม่ได้
“วูจินเขาก็เป็นแบบนี้ตลอด นั่นแหละค่ะ ถ้าเปรียบเป็นฤดูก็คงเป็นฤดูหนาวล่ะมั้ง”
แท้จริงแล้วเธอคิดผิด เพราะตอนนี้ภายในใจของคังวูจินที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้กลับร้อนรุ่มราวกับไฟสุมทรวง หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ต่างหาก
‘ถ้าหนัง ‘เพื่อนชาย’ ตัดเสร็จแล้ว ก็คงใกล้จะถึงกำหนดฉายเต็มทีสินะ’
เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งได้ข่าวจากชเวซองกุนว่าหนังเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ตัดเสร็จแล้ว ฉากจูบที่ทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้นเมื่อวานนี้ บัดนี้ก็ผ่านการตัดต่อเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ระยะเวลาที่ผ่านไปจะถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่สำหรับคังวูจิน มันช่างรวดเร็วเสียจนเขายังตั้งตัวไม่ทัน
ไม่ว่ายังไง คังวูจินก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
‘อืม- ทั้งตื่นเต้น แล้วก็กังวลไปพร้อม ๆกันเลยแฮะ’
ตอนถ่ายนิติจิตวิทยาเสเพลนั้นต่างออกไป เพราะ ‘เพื่อนชาย’ เป็นเรื่องที่เขารับบทนำ นี่เป็นการเดบิวต์ในต่างประเทศครั้งแรกที่ไม่ใช่เกาหลี แถมที่ญี่ปุ่นก็ยังเป็นคังวูจิน จนครึกโครมไปหมดแล้วด้วยสิ
'ตื่นเต้นชะมัด'
แต่เพราะมีคนดูอยู่เยอะ เขาจึงทำหน้านิ่งราวกับเล่นไพ่โป๊กเกอร์
เหล่านักแสดงคนอื่น ๆ ที่มองวูจินอยู่ ต่างก็ซุบซิบกันเบา ๆ
“สงสัยจะอินกับบทอยู่มั้ง ดูจริงจังมาก”
“อืม... หรือเปล่านะ แต่คุณวูจินเขาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่ ถึงจะเพิ่งเคยเห็นกันวันนี้ก็เถอะ”
“ตั้งแต่มาถึงเขาก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย คงกำลังอินกับบทอยู่แหละ บทนี้มันค่อนข้างยากนี่นา”
“การอ่านบทตอนซ้อมกับการแสดงจริง มันต่างกันอยู่แล้วล่ะมั้ง”
“ในนิติจิตวิทยาเสเพลก็ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะ ได้ยินมาว่าเขาเล่นเหมือนฆาตกรต่อเนื่องจริง ๆ โผล่มาเลย”
“การแสดงเป็นคนพิการนี่ต้องละเอียดอ่อนมากเลยนะ ทั้งท่าทาง แขน ขา ต้องควบคุมหมดเลย... เฮ้อจะไหวมั้ยเนี่ย”
พอคุยกันถึงตรงนี้ คังวูจินที่นั่งอยู่ก็มีสายเข้าเป็นสัญญาณให้ไป แต่งหน้าทำผม
ไม่นานนัก
คังวูจินในชุดพร้อมก็ปรากฏตัวออกมา โดยรวม ๆ แล้วแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ชุดที่ใส่ก็เรียบง่ายแค่กางเกงยีนส์กับเสื้อฮู้ด เพียงแต่ทรงผมดูเหมือนไม่ได้เซ็ตอะไร ปล่อยสบาย ๆ ดูยุ่ง ๆ นิดหน่อย ส่วนเมคอัพก็แค่ แต่งให้ดูมีเลือดฝาดนิด ๆ พอเป็นพิธี
สิ่งที่ดูเหมือนจะเน้นหน่อยก็คือรอบดวงตา
ถึงจะไม่เข้มมาก แต่ก็มีรอยคล้ำใต้ตาให้เห็นอย่างชัดเจน พอวูจิน แต่งตัวเสร็จ...
-แซ่ก
ผู้กำกับคังวูจิน และหนุ่มร่างสูงอย่างจองจางฮวาน ยืนอยู่รวมกันตรงกลางฉาก เพื่อซ้อมบทพูดคร่าว ๆ เป็นที่น่าสังเกตว่า จองจางฮวานวันนี้ดูดีมาก ผมสั้น กับชุดสูทที่ดูเนี้ยบ
เอาล่ะ
“แบบนี้โอเคไหมครับ? เอาแบบเบา ๆ ลองพูดบทกันก่อนนะครับ”
ผู้กำกับพูดขึ้นหลังจากซ้อมบทพูดคร่าว ๆ เสร็จ คังวูจินกับจองจางฮวานพยักหน้ารับ
“ครับ คุณผู้กำกับ”
“โอเคครับ”
ผู้กำกับยิ้มกว้าง ตบมือสองสามที ก่อนตะโกนบอกทุกคนในกองถ่าย
“เอาล่ะ! กล้องพร้อมนะครับ!!”
จองจางฮวานสบตากับวูจิน ไม่รู้ทำไม คังวูจินถึงมองเขาอยู่ จองจางฮวานเลยยิ้มออกมา
“ไม่ต้องห่วงนะ วันนี้ผมไม่ด้นสดหรอก ถ้าจะทำ ผมจะบอกคุณวูจินก่อน”
เอ๋? ทำก็ได้นะไม่เป็นไร คังวูจินคิดในใจ เขาแค่กำลังทึ่งกับความสูงของจองจางฮวานต่างหาก
‘น่าอิจฉา สูงตั้ง 2 เมตรแน่ะ ขอซัก 5 เซนได้ไหม?’
แต่เพราะต้องรักษาคอนเซ็ปต์ไว้ เลยต่อรองเรื่องส่วนสูงไม่ได้ คังวูจินพยายามทำเสียงเรียบนิ่งที่สุด
“ฝากด้วยนะครับ”
“อื้ม ฝากด้วยเหมือนกัน”
ผู้กำกับ ซึ่งนั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ เรียกนักแสดงทั้งสอง
“คุณจางฮวาน คุณวูจิน! เข้าที่กันได้!”
ไม่นานหลังจากนั้น
กล้องจับภาพฉากที่สร้างขึ้นมาให้เหมือนทางเดินในอพาร์ตเมนต์หรู ประกอบด้วยประตูเหล็กที่อยู่ติดกันและประตูลิฟต์ ถ่ายจากด้านหน้า จากด้านซ้าย และจากด้านขวา
ตอนนี้ยังไม่เห็นคังวูจินและจองจางฮวาน
เหตุผลนั้นเรียบง่าย พวกเขายืนอยู่หลังประตูเหล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของฉาก เพราะการปรากฏตัวของพวกเขาคือการเปิดประตูแล้วเดินออกมา เมื่อได้รับสัญญาณ จองจางฮวานจะเป็นคนแรกที่เคลื่อนไหว จากนั้นก็ถึงตา คังวูจิน
ในบรรดาคนทั้งสอง คังวูจิน
‘ฮู่ว’
ยืนอยู่หน้าประตูเหล็ก เขาปลุก ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ที่หลับใหลอย่างสงบนิ่งอยู่ในใจขึ้นมา จากนั้นก็ดึงมันขึ้นมา กระบวนการนี้รวดเร็วราวกับกะพริบตาในชั่วพริบตา ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ก็ปกคลุม คังวูจิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ท่าทางและทัศนคติของวูจินเปลี่ยนไป
บทพูดที่ชัดเจนราวกับท่องมาแล้วนับพันครั้ง ปรากฏขึ้นในหัว ความรู้สึก อารมณ์ และความคิดภายในของเขาหยั่งรากลึกลงไปในใจ โลกที่มั่นคงปรากฏขึ้นตรงหน้าทีละน้อย หูของเขาเริ่มอื้อ
มันเริ่มต้นจากการไม่ได้ยิน
เสียง ‘ปี๊บ’ ดังก้องขึ้นในหูของวูจิน เสียงที่ดังอยู่ในสถานที่แห่งนี้เริ่มจางหายไปทีละน้อย เหมือนจมลงไปในดินและลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ทิวทัศน์อันพลุกพล่านของกองถ่ายก็เลือนหายไปทีละอย่างราวกับควัน
‘เงียบจัง’
มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามีเพียงส่วนเล็ก ๆของทางเดินแห่งนี้เท่านั้นที่ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับเกาะ ท่ามกลางพื้นที่กว้างใหญ่ที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด แต่มันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก
เพราะโลกที่ไม่ได้ยินอะไรเลยนั้นมันช่างว่างเปล่า
คังวูจิน หรือควรพูดว่า ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ปล่อยความรู้สึกว่างเปล่า อึดอัดใจ คล้ายก้อนความสิ้นหวังก่อตัวขึ้นจากส่วนลึกในจิตใจ เขากลับเลือกที่จะอดทน ไม่แม้แต่จะชายตามองมันเลยด้วยซ้ำ อดทนงั้นเหรอ? ไม่ใช่หรอก
ความจริงแล้ว เขาแค่หลอกตัวเองด้วยความเคยชินต่างหาก
เบื้องหลังของคังวูจิน โอบล้อมไปด้วยความเงียบสงัดและความกลัวเพียงริบหรี่ ชีวิตนี้เขาต้องทนอยู่แบบนี้ไปตลอด ความรู้สึกสิ้นหวังที่พยายามกดเอาไว้กลับเอ่อล้นจนปกปิดไม่มิด ยามนั้น กล้องที่อยู่ด้านหลังก็เคลื่อนเข้ามาจับภาพข้าง ๆ ตัวเขา
เป็นมุมภาพแบบบัสต์ช็อต
ใบหน้าของวูจินปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ที่ทุกคนกำลังจับจ้องอีวอลซอน นักเขียนบทถึงกับเอามือปิดปาก รู้สึกทึ่งจนบรรยายไม่ถูก
“พึ่งจะเริ่มถ่ายทำแท้ ๆ แต่ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ กลับราวกับมีชีวิตอยู่ในตัวเขาแล้ว…”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากทีมงานคนอื่น ๆ รวมถึงสคริปเตอร์ด้วย
“ว้าว ดูสายตาที่ไร้จุดหมายของคุณวูจินสิ”
“รายละเอียดอะไรกันเนี่ย หน้าก็เหมือนมีอารมณ์ แต่ก็เหมือนไม่มีอารมณ์… ไปเรียนการแสดงแบบนี้มาจากไหนกัน?”
“นี่ผ่านไปกี่วินาทีแล้ว? เข้าถึงอารมณ์เร็วแบบไม่น่าเชื่อ…”
อีวอลซอน นักเขียนบทจึงหันไปถามผู้เชี่ยวชาญภาษามือที่นั่งอยู่ทางขวา
“สีหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือเบิกตากว้าง ก่อนตอบเสียงเบา
“ไม่มีอะไรแปลก… หรือจะพูดว่า มันเหมือนคนจริง ๆ มากกว่า ฉันเองก็ดูการแสดงไม่เป็นหรอกนะ แต่มันน่าทึ่งมาก เขาทำได้ยังไงกัน”
แม้แต่ฉากแอ็กชั่นยังไม่เริ่ม ผู้กำกับที่นั่งอยู่หน้าสุดมองคังวูจินในจอแล้วหลุดขำออกมาเบา ๆ
‘นักแสดงทั่วไปต่างก็พากันหลีกเลี่ยงบทบาทที่ต้องแสดงเป็นคนพิการ ก็ต้องกลัวกันทั้งนั้นแหละ แต่หมอนี่กลับไม่แม้แต่นิด แถมยังแสดงได้สมจริงจนขนลุก’
ความเลื่อมใสปนความตื่นเต้นของผู้กำกับทำให้เขายกโทรโข่งขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะตะโกนก้องไปทั่วกองถ่าย
“แอคชั่น!!”
ทันใดนั้น เสียงพูดคุยทั่วทั้งกองถ่ายก็เงียบลงราวกับเป่ามนตร์ แต่สำหรับคังวูจิน หรือ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ มันไม่ได้มีความหมายอะไรอยู่แล้ว เพราะสำหรับเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันก็เหมือน ๆกันไปหมด
แล้วก็…
-แกร๊ก!
จองจางฮวาน หรือก็คือ ‘ซงแทฮยอง’ เปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านออกมา กล้องจับภาพเขาจากด้านหน้า ซงแทฮยองปรากฏตัวพร้อมกับท่าทางเหมือนเพิ่งใช้เจลล้างมือเสร็จใหม่ ๆ
ในเวลาเดียวกันนั้น…
-แอด
ประตูรั้วบ้านของซงแทฮยองก็เปิดออก ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ปรากฏตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า ซงแทฮยองขมวดคิ้วขึ้นทันที
“ชิ”
ในทางตรงกันข้าม…
-สวบ
วูจินรับรู้ถึงการปรากฏตัวของซงแทฮยองด้วยสายตา ไม่ใช่เสียง รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเรียบเฉยของเขา นี่เป็นเพราะสถานการณ์ที่เขาเฝ้ารอนั้นมาถึงแล้ว สีหน้าของคังวูจิน ในตอนนี้แสดงออกเช่นนั้นอย่างชัดเจน
เขาไม่ได้รู้สึกแย่กับซงแทฮยอง
‘บ้านของเขามีกลิ่นหอมอยู่เสมอ’
เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะประสาทสัมผัสด้านกลิ่นที่ไวของตัวเองหรือเปล่า แต่วูจินชอบกลิ่นหอมที่ลอยออกมาทุกครั้งที่ประตูบ้านของซงแทฮยองเปิดออก กล้องแพลนภาพออกไปด้านหลัง จับภาพคังวูจินกับจองจางฮวานในเฟรมเดียวกัน
สีหน้าที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่ปรากฏชัดบนหน้าจอ
ทั้งสองต่างมองเห็นกันและกัน ทว่าไม่อาจสื่อสารกันได้ ‘ซงแทฮยอง’ ตั้งใจตัดขาด ส่วนคังวูจินถูกตัดขาดโดยไม่เต็มใจ ความเข้าใจ ความคิด ความเห็น และการรับรู้ของทั้งคู่จึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในตอนนั้นเอง คังวูจินก็ขยับเข้าใกล้ ‘ซงแทฮยอง’ ไปอีกก้าว
ซงแทฮยองสะดุ้งเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับคังวูจินที่ได้แต่ส่งรอยยิ้มจาง ๆ แม้คนอื่นมองจะเป็นรอยยิ้มที่คลุมเครือ ทว่าสำหรับวูจินแล้ว นั่นคือสัญญาณที่ดี
เขาชอบที่ซงแทฮยองเป็นคนตรงต่อเวลา
เพราะซงแทฮยองมักออกจากบ้านเวลาเดิมเสมอ พวกเขาจึงได้พบกันราวกับนัดหมาย แม้มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาต่อกัน วูจินยังชอบที่ซงแทฮยองเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยมีท่าทีรุ่มร่าม
แม้สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์จะดูแข็งกร้าว ทว่าวูจินก็ชอบแม้กระทั่งข้อนั้น
ซงแทฮยองปฏิบัติต่อทุกคนเหมือน ๆกัน ไม่ใช่แค่กับเขาเท่านั้น สม่ำเสมอ
‘ถ้ารู้จักฉัน คนเรามักจะเปลี่ยนไป’
ไม่ว่าจะเป็นความเกรงใจหรือความรู้สึกอื่นใด ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คังวูจิน ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ พบเจอมาจากทุกคน และนั่นไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่วูจินรู้สึกว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร ซงแทฮยองที่มักมีท่าทีแข็งกร้าวอยู่เสมอช่างดูเท่ไปหมด เพราะมาตรฐานความเท่าเทียมนั้นไม่ได้อยู่ที่อีกฝ่าย แต่อยู่ที่ตัวเขาเองต่างหาก
มือของคังวูจินสะดุ้งเล็กน้อย
กล้องจับภาพฝ่ามือของวูจิน ไล่ตั้งแต่แขนขึ้นไปจนถึงใบหน้า ในตอนนี้แววตาของคังวูจินเปลี่ยนไปแล้ว เต็มไปด้วยความปรารถนาและความขัดแย้งในใจ
ทันใดนั้น ผู้เชี่ยวชาญภาษามือที่กำลังมองจอมอนิเตอร์อยู่ก็เบิกตากว้าง
“ต ตายจริง”
นักเขียนอีวอลซอนรีบหันไปตามเสียงของเธอทันที
“······ฉันก็กำลังจะอุทานแบบนั้นเหมือนกันเลยค่ะ”
“ตอนนี้ คุณวูจิน- ดูไม่เหมือนคนธรรมดาเอาซะเลย”
“ในบทสั้น ๆ แบบนี้ กับบทบาทที่น้อยนิดขนาดนั้น เขาใส่อารมณ์เข้มข้นขนาดนั้นลงไปได้ยังไง?”
คังวูจิน ไม่ได้ดูเว่อร์วัง แต่ก็ไม่ได้ดูใสซื่อ และดูเศร้าสร้อย เขาสิ้นหวัง แต่ก็ยังไม่ทิ้งความหวัง ซึ่งความหวังนั้นก็เปลี่ยนเป็นสิ้นหวังในทันที
ซงแทฮยอง หรือไม่ก็ จองจางฮวานที่กำลังมองเห็นการแสดงออกนั้นอยู่ตรงหน้าถึงกับชะงักไป
‘เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมพวกบิ๊กช็อตถึงได้รุมติดพันเขากันนัก ถ้าในสายตาฉันยังขนาดนี้ ในสายตาพวกนั้นก็คง······’
เสียงบทพูดของซงแทฮยองดังขึ้น
“นี่มันอะไรกัน”
รูปปาก เสียงที่หายไปของวูจิน ทำให้เขารู้คำพูดจากรูปปากนั้น ว่ากำลังถามอะไรบางอย่าง จากตรงนี้เอง ดวงตาของคังวูจิน ได้บรรจุเรื่องราวในอดีตมากมายเอาไว้ และในตอนท้ายนั้น ‘ความกังวล’ ก็กำลังรออยู่
ฉันอยากลองถามดูบ้าง อยากลองคุยดูบ้าง ฉันจะทำแบบนั้นได้ไหมนะ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเปล่านะ คนคนนั้นจะไม่รู้สึกตกใจที่เห็นฉันหรอกใช่ไหม
เราจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม
แต่ซงแทฮยอง ดูจะเบื่อ ‘หนุ่มข้างบ้านสุดแปลก’ ซะแล้ว เขาจึงเดินจากไปพร้อมกับเสียงจิ๊จ๊ะ
“น่ารำคาญชะมัด ฉันว่าย้ายบ้านหนีดีกว่า”
กล้องที่กำลังจับภาพ ซงแทฮยองจากด้านหน้าก็หยุดชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาคังวูจินอย่างช้า ๆ เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมและมองตามหลังซงแทฮยอง เพียงเท่านี้ก็ดูแปลกประหลาดมากพอแล้ว
ไม่สิ การแสดงทั้งหมดที่วูจินแสดงออกมานั้นล้วนเป็นแบบนั้น
เพราะเขาแสดงออกมาด้วยแววตา
สีหน้า แม้กระทั่งท่าทางและการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ โดยปราศจากบทพูดใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งผู้ชมในห้องมอนิเตอร์รวมไปถึงผู้ชมทางบ้านต่างก็ต้องมองเห็นแบบนั้นอย่างแน่นอน
ผู้ชายคนนั้น ชายลึกลับข้างบ้านคนนั้น ช่างน่าสงสัย
-
พอถึงบทพูดที่ยืนยันความสงสัยนั้น คังวูจินที่ยืนนิ่งอยู่ก็ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างเชื่องช้า กล้ามเนื้อบนใบหน้าผ่อนคลาย วูจินในแบบนั้นเอ่ยปากพูดกับแผ่นหลังของซงแทฮยอง
‘ผมชอบคุณ’
ประโยคบอกรักแสนธรรมดาสำหรับเขา แต่สำหรับวูจินแล้วมันคือบทพูดที่ยากยิ่ง จอมอนิเตอร์ฉายภาพใบหน้าของวูจินที่ถูกซูมเข้าไปใกล้ ๆ รอยยิ้มจาง ๆของ'ชายลึกลับข้างบ้าน' ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ คงถึงตอนที่ผู้ชมเริ่มรู้ตัวแล้วสินะ
เขาไม่ได้แสดงแปลกไป แต่เขา 'แสดง' ไม่เป็นต่างหาก
เป็นฉากที่ดำเนินเรื่องด้วยอารมณ์ความรู้สึกล้วน ๆ หากพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจทำให้ไม่เข้าใจได้ แต่คังวูจินที่ผ่านมาไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ
ทุกการกระทำ อารมณ์ และสีหน้า ถูกบันทึกไว้ในกล้องอย่างเต็มเปี่ยม แม้ไม่มีบทพูดแม้แต่คำเดียว แต่มันกลับเร่าร้อนกว่าคำพูดนับร้อยพันคำ ลึกซึ้งและหนักแน่น เหล่านักแสดงที่เห็นคังวูจินทั้งจากในจอมอนิเตอร์และของจริง ต่างก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันออกไป
บางคนก็ตะลึงจนเผลอจ้องมอง
“······”
บางคนก็อุทานในใจอย่างรุนแรง
‘ว้าว การแสดงบ้าไปแล้ว การแสดงออกทางสายตาแบบนั้น เขาทำได้ยังไง······’
แต่สิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือจุดหมายปลายทางของความคิด
การแสดงแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่นักแสดงหน้าใหม่พึ่งจะเดบิวต์จะทำได้
ทว่า ดวงตาของนักแสดงที่กำลังจับจ้องมองวูจินอยู่ก็เบิกกว้างขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความเข้มข้น แต่เพราะถูกครอบงำด้วยการแสดงที่สงบนิ่งและสุขุม นี่คือภาษามือที่คังวูจินกำลังใช้ มือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวอยู่กลางอากาศงั้นเหรอ
‘เราเป็นเพื่อนกันได้ไหมครับ?’
ช่างน่าเศร้าและน่าสงสารจนเกินไป
จู่ ๆ นักเขียนอีวอลซอนก็หลุดหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เขาก้าวข้ามบทไปไกลแล้ว”
การถ่ายทำเพียง 2 วัน การแสดงของนักแสดงสมทบและตัวประกอบกลับผ่านเกณฑ์ของอีวอลซอน นักเขียนบทชื่อดังระดับ 20 ปีไปได้
“แย่ล่ะสิ ถ้ามาตรฐานสายตาฉันดันเริ่มสูงขนาดนี้ ต่อไปคงดูเรื่องอื่นไม่ได้แน่เลย”
เธอคิดในใจ
ณ เวลานี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ขณะที่คังวูจินกำลังวุ่นวายอยู่กับถ่ายทำ ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ที่ประเทศญี่ปุ่นกลับมีข่าวที่ทั้งน่าขันและไม่คาดคิด เกี่ยวกับ ‘บุปผาเร้น’ ปรากฏขึ้น
『คาชิฮิกรุ๊ป สนใจลงทุน「บุปผาเร้น」? ข่าวลือหนาหูในวงการภาพยนตร์』
เป็นข่าวจากทางคาชิฮิกรุ๊ปนั่นเอง
จบ