เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่125 พลุไฟ (5)

บทที่125 พลุไฟ (5)

บทที่125 พลุไฟ (5)


[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]

[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]

[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]

บทที่125 พลุไฟ (5)

-แชะ แชะ แชะ!

-แชะ แชะ แชะ!

แสงแฟลชถูกยิงรัวใส่คังวูจินราวกับคนบ้าคลั่ง งานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ 'เพื่อนชาย' กลายเป็นงานแถลงข่าวของคังวูจินไปในพริบตา

บรรดานักข่าวหลายสิบชีวิตรัวชัตเตอร์ไม่หยุด

คังวูจินที่อยู่บนเวทีพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่านี่มันเรื่องจริงหรือฝันกันแน่ แสงวาบ ๆ แลบเข้ามาจนเขาแทบมองไม่เห็นทาง

'โอ้ย ตาย ๆ ตาจะบอดอยู่แล้วเนี่ย?!'

แต่เขาก็แสดงท่าทีอ่อนแอไม่ได้ วูจินรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาภาพลักษณ์ เขาสั่งตัวเองในใจว่า 'อดทนไว้ แล้วก็ทำตัวให้สง่าเข้าไว้'ด้วยเหตุนี้ สีหน้าเรียบเฉยของคังวูจินจึงยังคงอยู่ และถูกบันทึกไว้ในกล้องของนักข่าวกว่า 50 ชีวิต

และแล้ว...

“คุณวูจิน!!! คุณได้พบกับผู้กำกับเคียวทาโร่่ด้วยตัวเองหรือเปล่าครับ?!”

“คุยกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!!”

“คุณได้รับบทอะไรใน 'เครื่องสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า' ครับ??!”

“คุณได้พบกับนักเขียนอารากิหรือยังครับ?!!”

“นี่นับเป็นครั้งแรกเลยนะครับ ! ตกลงค่าตัวกันที่เท่าไหร่ครับ??!”

“คุณวูจิน!!! ทางนี้ครับ ทางนี้!!”

“คุณได้พบกับนักแสดงชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ที่ร่วมแสดงด้วยกันหรือยังครับ?!”

“ผมได้ยินมาว่าคุณมีงานแสดงที่รออยู่เยอะเลย! คุณรับไหวหมดเลยเหรอครับ??!!”

“ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ คุณได้แสดงนำในผลงานของผู้กำกับระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่นได้ยังไงครับ!! เล่าให้ฟังหน่อยสิครับ!”

คำถามนับร้อยประดังประเดเข้าใส่คังวูจินราวกับกระสุน รวดเร็วจนแทบไม่ต่างอะไรกับแสงแฟลชที่วูบวาบ สว่างจ้าจนตาพร่า เสียงเซ็งแซ่ดังก้องไปทั่ว คังวูจินพยายามประคองสติของตัวเองเอาไว้

‘ไม่รู้แล้ว ขอร้องล่ะ ช่วยด้วย โอ้ย บ้าเอ้ย ไม่ให้เวลาฉันได้ตอบบ้างเลยหรือไง!’

แต่ดูเหมือนว่าเหล่าผู้สื่อข่าวจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เขาคิด พวกเขายิ่งรุกหนักขึ้นไปอีก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในเมื่อคนที่เพิ่งโพล่งข่าวใหญ่โตมโหฬารที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นก็คือ คังวูจิน คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ยังไงล่ะ จะให้พวกเขาอยู่เฉย ๆ ได้ยังไงกัน

‘ประมาณนี้’

คังวูจินแสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย สายตาของเขามองเลยกลุ่มผู้สื่อข่าวที่อยู่ตรงหน้าไปยังจุดหมายที่อยู่ทางด้านขวามือ บริเวณทางเข้าฮอลล์ ชเวซองกุนยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ

สายตาของเขากับคังวูจินสบประสานกัน

‘พอไหมครับ?’

ชเวซองกุนพยักหน้ารับเบา ๆ

‘อืม ดีมาก’

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เหมือนกับระเบิดเวลาที่ถูกตั้งเอาไว้แล้ว ทั้งเวที คำถามของนักข่าวหญิง การที่คังวูจินยอมรับแบบตรงไปตรงมา และผลลัพธ์อันบ้าคลั่งในตอนนี้ ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าระหว่างเขากับชเวซองกุน ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานแถลงข่าว

แต่เอาเข้าจริง การที่เขา ‘เล่นใหญ่’ แบบนี้ก็เป็นไอเดียของคังวูจินเอง นั่นแหละ

‘วูจิน อาจจะมี หรือไม่สิ ต้องมีนักข่าวซักคนถามนายเรื่องเคียวทาโร่อย่างแน่นอน นายจะเอายังไง?’

‘ผมไม่คิดจะเลี่ยงอยู่แล้วครับ ถึงเวลาที่ผมจะพูดได้แล้วใช่ไหมครับ’

‘ใช่ ฉันคุยกับผู้กำกับเคียวทาโร่เรียบร้อยแล้ว’

‘ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ผมก็จะพูดตรง ๆ ไปเลยครับ’

‘ฮ่า ๆ นายนี่มันจริง ๆ โอเค งั้นฉันจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง รีบไปได้แล้ว’

นั่นล่ะ... ฉากแบบนั้นก็เลยถูกเนรมิตขึ้นมา ชเวซองกุนมองเหล่านักข่าวที่กำลังคลุ้มคลั่งพลางระบายยิ้มกว้าง

“เยี่ยมมาก... สมบูรณ์แบบ”

เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากข้างหลัง

“โอ๊ย ตายจริง...จะให้ฉันจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีคะเนี่ย”

ชเวซองกุนหันหลังกลับไปมองก็พบว่าคิมโซฮยางสาวอวบกำลังเดินเข้ามาหา ท่าทางของเธอค่อนข้างสงบนิ่ง แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารระดับสูงของ Netflix คนนี้น่าจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างดี คำตอบที่ไม่สะทกสะท้านของชเวซองกุนก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

“ไม่ต้องไปจัดการหรอกครับ ปล่อย ๆ ไปเถอะ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับ ท่านผู้บริหาร”

“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกค่ะจะว่าไปฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณคิดว่างานแถลงข่าวธรรมดา ๆ จะไปสู้แบบนี้ได้เหรอคะ ดูสิ... ไม่มีการโปรโมทไหนจะได้ผลเท่านี้หรอก”

“หนังเรื่อง 『เพื่อนชาย』 คงจะถูกพูดถึงไม่หยุดแน่ครับ ทั้งในเกาหลีและญี่ปุ่น”

“แน่นอนสิคะ ในเมื่อเวทีที่ระเบิดตูมตามขนาดนี้คืองานแถลงข่าวเปิดตัวหนังเรื่อง 『เพื่อนชาย』 ฉันก็เลยคิดว่าถ้าคุณจะปล่อยข่าว ก็ปล่อยในงานนี้นี่แหละ เหมาะสมที่สุดแล้วค่ะ”

“โอ้โห... ชมกันเกินไปแล้ว ครับ”

ชเวซองกุนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“แบบนี้แล้ว คุณคงต้องไปคุยกับNetflix ญี่ปุ่นด้วยนะครับ เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว”

“เข้าใจแล้วค่ะ หมายถึงงานโปรโมทที่ญี่ปุ่นที่เราวางแผนกันไว้ใช่ไหมคะ ฉันจะติดต่อประสานงานให้ทุกอย่างออกมาใหญ่โตสมกับที่เป็นอยู่ตอนนี้เองค่ะ”

“ผมว่าคุณคงต้องไปคุยกับฝั่งสื่อของญี่ปุ่นด้วยนะครับ เพราะยังไงซะ ทางผู้กำกับเคียวทาโร่เองก็คงจะต้องดำเนินการอะไรบางอย่างแน่ ๆ”

“ฉันจะบอกผู้บริหารฝั่งญี่ปุ่นให้รุกหนัก ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่อง 『เพื่อนชาย』 อีกแรงด้วยค่ะ”

ผู้จัดการทั่วไปคิมโซฮยางตอบกลับพร้อมกับยิ้มกว้าง

“ช่วงที่ผ่านมา เราเก็บเรื่องราวของ วูจิน ไว้เยอะ ตอนนี้แหละค่ะ ถึงเวลาปล่อยของ ทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นจะต้องลุกเป็นไฟเพราะข่าวของเขาแน่ ๆ”

ชเวซองกุนเองก็หวังไว้แบบนั้น การออกแบบทุกอย่างก็เพื่อสิ่งนี้ และผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าดีเลิศ

“โชคดีจังเลยนะ”

ท่ามกลางแสงแฟลชและคำถามมากมายที่ยังคงประดังประเดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง คังวูจินกลับเพียงจ้องตรงไปข้างหน้าอย่างเเฝงความลึกลับพิศวงเอาไว้

“······”

เขาปิดปากเงียบ

‘ฉันถูกบอกให้เก็บปากเงียบไว้หลังจากนี้ไม่ใช่เหรอ?’

แน่นอนว่าเป็นคำขอของชเวซองกุน ปล่อยให้พวกนักข่าวกระวนกระวายเล่นเสียหน่อย ตรงนี้เอง ด้านขวาของคังวูจินที่ฮวาลินนั่งอยู่

‘เฮ้ย? เฮ้ย!!’

ดวงตาของเธอกลมโต เธอจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคังวูจินด้วยดวงตาคู่นั้น เธอก็ช็อคไม่ต่างกัน

‘บ้าไปแล้ว ! บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้ว ! จริงดิ? จริง ๆ เหรอที่คุณวูจินจะไปญี่ปุ่น?! แถมยังได้ร่วมงานกับผู้กำกับเคียวทาโร่่อย่างนั้นน่ะเหรอ?!’

ฮวาลินเองก็เห็นข่าวแล้ว ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าไม่เห็น ในเมื่อมันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ถามคังวูจินออกไป แค่เก็บความสงสัยไว้เท่านั้น แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ในอกของฮวาลินที่ตอนนี้เบิกตากว้าง

‘บ้าไปแล้ว คุณวูจินเป็นคนแรกหรือเปล่านะ? ใช่! ใช่แล้ว!เป็นคนแรกแน่ ๆ ! ทำไมฉันต้องดีใจด้วยเนี่ย?’

หัวใจของแฟนคลับที่เธอมีให้กับวูจินกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ขนาดนี้ไม่แปลกหรอกที่จะดีใจจนเนื้อเต้นเพราะตอนนี้เธอกลายเป็นแฟนคลับเต็มตัวไปแล้ว

ทันใดนั้นเอง

- สวบ

ไม่รู้ว่าเพราะแสงแฟลชสาดเข้าตา หรือเพราะรู้สึกตัวว่าถูกฮวาลินจ้องมองอยู่ คังวูจินที่จ้องอยู่ตรงหน้าจึงหันมาทางเธอ ฮวาลินสะดุ้งเล็กน้อย ในขณะที่คังวูจินจ้องมองเธออย่างเงียบ ๆ สักพัก ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอย่างนิ่ง ๆ

“ขอโทษครับ”

“···คะ? ขอโทษเรื่องอะไรคะ?”

“ผมทำคุณตกใจน่ะครับ”

“อ๋อ”

“บอกตามตรงว่าเป็นความลับ เลยบอกคุณไปไม่ได้”

ฮวาลินส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง แต่แน่นอนว่าทำแค่ในใจเท่านั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ดีแล้วล่ะ จริง ๆ แล้วเยี่ยมไปเลย คุณวูจิน”

“ครับ บังเอิญน่ะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ผลงานของผู้กำกับคุโรซาวะ ทาโร่ คุณต้องแสดงเป็นภาษาญี่ปุ่นสินะคะ”

“ใช่ครับ ผมจะพยายามให้เต็มที่”

การแสดงภาษาญี่ปุ่นของคนที่ฉันชอบที่สุด งั้นเหรอ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ไม่สิ สุดยอดไปเลยต่างหาก ฮวาลินเป่าแตรฉลองอยู่ในใจ แต่ก็ยังคงเอ่ยถามออกไปอย่างใจเย็น

“แบบนี้ต้องฝึกภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะสิคะ ฉันพอพูดได้นิดหน่อย”

“ผมยังไม่ได้บอกเหรอครับ ว่าผมพูดได้นิดหน่อย”

“จริงเหรอคะ?”

ความปรารถนาของฮวาลินพลุ่งพล่าน เธออยากรู้มาก อยากดูเร็ว ๆ แล้ว

‘เสียงของคุณวูจินที่พูดภาษาญี่ปุ่น แล้วยังมีการแสดงอีก โอ้ย แค่นี้ฉันก็ฟินแล้ว’

ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับชินดงชุนก็มองคังวูจินด้วยความประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้ตกใจเท่ากับพวกนักข่าว ตอนที่เขาได้ยินเรื่องผู้กำกับคุโรซาวะ ทาโร่เป็นครั้งแรก

‘อย่างที่คิด วูจินสินะ’

เพราะเขามั่นใจในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ผู้กำกับชินดงชุนมองวูจินพลางพึมพำกับตัวเอง

‘ก้าวข้ามผู้กำกับเกาหลีอย่าง ควอนกีแท็ก จนไปถึงผู้กำกับระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่น นายจะเติบโตไปได้อีกแค่ไหนกัน’

โดยไม่รู้ตัว เขาก็คาดเดาขึ้นมา

‘ด้วยความเร็วขนาดนี้ ปีหน้าคงเล็งไปถึงฮอลลีวูดแล้วมั้ง’

30 นาทีต่อมา ช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่เมืองปูยอ จังหวัดชุงชองใต้

'เกาะแห่งผู้สูญหาย' สตูดิโอถ่ายทำขนาดใหญ่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างเพิ่มเติมและตก แต่งส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย การซ่อมแซมฉากถ่ายทำเป็นงานที่ไม่สิ้นสุด 'เกาะแห่งผู้สูญหาย' เพิ่งปิดกล้องและเสร็จสิ้นขั้นตอนการถ่ายทำเบื้องต้น ดังนั้นการตก แต่งฉากจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ด้านหน้าอาคารหลังหนึ่งในสตูดิโอ

"อืม..."

ผู้กำกับควอนกีแท็ก ชายร่างท้วมหน้าตาดูใจดี พึมพำออกมา ขณะที่ทีมงานประมาณสิบห้าคนกำลังตรวจสอบอาคารสำคัญ ๆ ร่วมกับเขา ผู้กำกับควอนกีแท็กเปิดปากพูด ขณะมองไปที่บทภาพยนตร์ที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์

"อาคารหลังนี้ดูใหม่เกินไปรึเปล่า ผมรู้สึกไปเองคนเดียวหรือเปล่า?"

"จะให้ทีมเซ็ตไปขัดผนังด้านนอกไหมครับ?"

"ไม่ใช่ แค่ผนังด้านนอกไม่พอ มันเป็นปัญหาเรื่องความสมดุลโดยรวมมากกว่า เอาประตูออกทุบหน้าต่างทำให้มันดูโล่ง ๆ"

"ครับ ผู้กำกับเดี๋ยวผมจะแจ้งให้ทราบครับ"

ทันใดนั้นเอง

"ผกก. ครับ!!"

ผู้ช่วยผู้กำกับที่มีรอยคล้ำใต้ตา วิ่งมาหาอย่างร้อนรน สายตาของผู้กำกับควอนกีแท็กและทีมงานทุกคนหันไปมอง ผู้ช่วยผู้กำกับที่กำลังหอบหายใจ ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ผู้กำกับควอนกีแท็ก

"ดูนี่สิครับ!"

บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขา มีบทความข่าวปรากฏขึ้น

『[ข่าวด่วน] คังวูจิน ประกาศในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง 'เพื่อนชาย' ว่า "ผมคือ นักแสดงหน้าใหม่ชาวเกาหลีคนนั้น" / ภาพ』

เป็นบทความที่เห็นได้ชัดว่าคังวูจินคือประเด็นหลัก ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นข้อเท็จจริง ทำให้ดวงตาของทีมงานหลายสิบคู่เบิกกว้าง

"นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย?!!"

“แน่ใจเหรอ? หรือว่าข่าวลืออีกแล้ว?”

“ไม่ใช่นะครับ ! ตอนนี้สื่อแตกตื่นกันใหญ่เลยครับ! บทความก็ออกมาไม่หยุดเลย”

“โอ้โห้-อยู่มาจนป่านนี้ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ”

ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาอ้าปากค้างในทางกลับกัน ผู้กำกับควอนกีแท็ก ผู้ซึ่งสงบนิ่งกลับ

“ก็อย่างนั้นแหละ”

แค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย โดยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรราวกับว่าคาดการณ์ทุกอย่างไว้แล้ว

“อย่างที่คิด”

ผู้ช่วยผู้กำกับถามกลับอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ ผู้กำกับพอจะรู้มาก่อนหรือเปล่าครับ?”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ก็ไม่รู้อยู่แล้ว”

“แต่นี่ไม่เห็นคุณจะตกใจเลย”

“แค่คิดไว้เท่านั้นเอง 'ใบหน้าของผู้กำกับเคียวทาโร่ที่ฉันเห็นในเทศกาลหนังมิสอองแซงสีหน้านั้น-ใช่เลยมันเหมือนกับตอนที่ฉันเห็นวูจินครั้งแรกไม่มีผิด'”

“อ่า”

“ฉันว่าเขาก็คงรู้สึกไม่ต่างกันหรอกเจอของดีขนาดนั้นอยู่ตรงหน้า ใครจะอดใจไหว”

“แหม ถึงผมจะพอมีประสบการณ์ในวงการหนังมาบ้าง แต่แบบนี้ก็เพิ่งเคยเจอเหมือนกันนักแสดงหน้าใหม่ที่ยังไม่ถึงปี······”

เมื่อเห็นผู้ช่วยผู้กำกับพูดตะกุกตะกัก ผู้กำกับควอนกีแท็กจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย

“หืม? วูจินก็เป็นนักแสดงนำในหนังของฉันนะ?”

“เอ่อ ใช่ครับ เอ่อ ไม่ใช่ ที่ผมหมายถึงก็คือ”

“ฉันรู้น่า ว่านายหมายถึงอะไร”

ทันใดนั้น

“แต่วูจินเขาก็สุดยอดจริง ๆ นั่นแหละครับ ผู้กำกับเคียวทาโร่ ถึงแม้ว่าชื่อเสียงในระดับนานาชาติจะด้อยกว่าผู้กำกับควอนอยู่หน่อยก็เถอะ แต่ในญี่ปุ่นเขาก็คือระดับท็อป ๆ เลยนะครับ ?”

ผู้จัดการฝ่ายผลิตที่กำลังก้มหน้าอ่านข่าวเพิ่มเติมในโทรศัพท์มือถือของตัวเองแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“แถมยังมีนักเขียนนิยายชื่อดังระดับโลกอย่าง อาคาริ ทากิคาว่า อีก งานของเธอขายดีระดับโลกเชียวนะ แล้ววูจินคว้าบทนำในหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของเธอทั้งที่ยังเป็นมือใหม่ได้เนี่ยนะ ทั้งวงการหนังเกาหลีและญี่ปุ่นได้จารึกชื่อเขาไว้เรียบร้อยแล้ว ล่ะ”

“ก็แหงล่ะ สื่อถึงได้ตื่นเต้นกันใหญ่”

“ครับ”

หัวหน้าฝ่ายผลิตพยักหน้าช้า ๆ

“ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มันช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ครับ ทั้งสื่อและกระแสสังคมของเกาหลีและญี่ปุ่นต่างจับจ้องมาที่เขาทั้งหมด”

ผู้กำกับควอนกีแท็กที่นั่งลูบคางอยู่พลันนึกถึงชายหนุ่มผมเปีย ชเวซองกุน หรือจะพูดให้ถูกคือเขากำลังคิดถึงความสามารถของหมอนั่นต่างหาก

“ไม่รู้สิ บังเอิญงั้นเหรอ ฉันว่าตั้งใจมากกว่า”

“ครับ?”

“อ๋อ เปล่า ๆ”

“ยังไงก็เถอะ แบบนี้เราต้องคุยกับทาง คุณวูจิน ให้เรียบร้อยแล้วล่ะครับ รู้สึกว่า คุณวูจินจะมีตารางงานแน่นมากอยู่แล้ว แล้วยังมีหนังของ ผู้กำกับเคียวทาโร่ อีก ถ้าชนกันขึ้นมา ถ่ายทำอาจจะไม่ได้ตามที่เราวางแผนไว้ก็ได้นะครับ”

ก็จริงของเขา ผู้กำกับเคียวทาโร่จะเร่งถ่ายทำเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าถ่ายทำชนกันจริง ๆ ก็ต้องหาทางตกลงกันให้ดี ทั้งสองเรื่องต่างก็เป็นโปรเจกต์ใหญ่ทั้งคู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร นักแสดงระดับท็อปส่วนใหญ่ก็เจอแบบนี้กันทั้งนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักแสดงที่รับงานเยอะ ๆ

ไม่ว่าจะยังไง ผู้กำกับควอนกีแท็กก็หันไปถามหัวหน้าฝ่ายผลิต

“ประธานชเวไม่น่าลงมือโดยไม่มีแผนหรอก เรากำหนดเปิดกล้องวันไหนนะ เดือนหน้าวันที่15 ใช่มั้ย”

“ใช่ครับ ผู้กำกับ15 กันยายนครับ ถ่ายทำหลักเสร็จสิ้นน่าจะประมาณนั้นครับ แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้”

ประมาณ 3 อาทิตย์ ผู้กำกับควอนกีแท็กครุ่นคิดพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ กองถ่ายอย่างอ่อนโยน

“กำหนดการถ่ายทำต่างประเทศที่เวียดนามต้องไม่เลื่อนนะ ลองคุยเน้นย้ำตรงจุดนี้ดู”

ด้านหลัง

คังวูจินประกาศกร้าวสู่สายตาชาวโลกอย่างต่อเนื่อง

『[ข่าวอย่างเป็นทางการ] คังวูจิน ยืนยันด้วยตัวเองแล้ว! กับข่าวลือหนาหูเรื่อง ‘นักแสดงหน้าใหม่ของเกาหลี’ ของผู้กำกับเคียวทาโร่』

『[คุยข่าวดารา] คังวูจิน ยืนยันอย่างใจเย็น / ภาพ』

ทันทีที่งานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘เพื่อนชาย’ สิ้นสุดลง เหล่านักข่าวที่อยู่ในงานต่างก็รีบเผยแพร่สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน และสิ่งที่รู้สึก

『 ‘ครั้งแรกในประวัติศาสตร์’ กับคังวูจิน นักแสดงหน้าใหม่ที่ได้ร่วมงานกับผลงานฟอร์มยักษ์ของญี่ปุ่น···ทางฝั่งญี่ปุ่นมีปฏิกิริยาอย่างไร? 』

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพถ่ายในงานของคังวูจินที่แนบมาด้วย ยิ่งทำให้เกิดกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม เหล่านักข่าวมากมายที่ไม่ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว ต่างก็รีบเข้าร่วมวงในทันทีที่ทราบข่าว

『 ‘ไม่แปลกใจเลย’ vs ‘เรื่องจริงดิ?!’ ปฏิกิริยาของชาวเน็ตต่อการยืนยันของคังวูจินมีหลากหลาย』

『คังวูจิน ผู้คว้าบทนำในผลงานของผู้กำกับระดับปรมาจารย์อย่าง เคียวทาโร่ และ อาคาริ นักเขียนชื่อดังระดับโลก··· เขาคนนี้แหละจะสร้างตำนานด้วยตัวคนเดียว 』

คังวูจินเป็นคนยืนยันเรื่องราวที่เป็นประเด็นร้อนแรงด้วยตัวเอง ทำให้เกิดกระแสฮือฮาอย่างไม่ขาดสาย

ทุกนาที ทุกวินาทีต่างเต็มไปด้วยข่าวมากมาย

บทความที่อัดแน่นไปด้วยคีย์เวิร์ดมากมายนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนไม่อาจต้านทานได้ว่าฝนที่ว่านี้จะต้องทำให้ทั้งโลกอินเทอร์เน็ตเปียกปอนไปทั่วทุกอณูอย่างแน่นอน มันได้ปัดเป่าข้อสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นที่สั่งสมมานานให้มลายหายไปในพริบตา

ไม่นานนัก สื่อต่าง ๆ ก็พร้อมใจกันเข้าร่วมวงอย่างพร้อมเพรียง

ทุกพื้นที่บนโลกออนไลน์ต่างก็เปล่งเสียงเดียวกันว่า “คังวูจิน” ไม่ว่าจะเป็นประโยคที่ว่า 'ฉันว่าแล้ว!' บ้างก็ 'เป็นไปได้ยังไงเนี่ย? ' 'บ้าไปแล้ว !' 'พระเจ้าช่วย! มันสุดยอดมาก!' 'ขนลุกเลย!' คอมเมนต์มากมายหลั่งไหลเข้ามาจนบรรยายไม่หมด

มันไม่ใช่แค่พลุชุดเล็ก ๆ อีกต่อไป

แต่กลับเหมือนกับจรวดนับพันนับหมื่นที่ถูกยิงขึ้นฟ้าพร้อมกันและระเบิดออกเป็นประกายแสงสีสันสวยงามกระจายไปทั่วทุกสารทิศในเวลาเดียวกัน อย่างไร้ทิศทางที่แน่นอน กระแสนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โลกออนไลน์เท่านั้น แต่ยังลามไปสู่โลกออฟไลน์อย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าวงการที่เร็วที่สุดคือวงการโทรทัศน์

“ว้าว! PDจาง!! นี่ ๆ ๆ ! คังวูจินออกมายอมรับแบบนี้เลยเหรอ?!”

“ครับ? อะไรครับ? อ๊ะ! นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย?!”

“เจ้าตัวเขายืนยันเองกับปากเลยนะ! คิดว่าถ้าไม่ใช่เรื่องจริง เขาจะกล้าเสี่ยงพูดออกมาตรง ๆ แบบนี้เหรอ?!”

“ไม่นะ… ว้าว… งี้เรื่องมันก็พลิกแล้วสิ?!”

ในแวดวงบันเทิงอันกว้างใหญ่ไพศาล

“เออ… จริง ๆ ก็พอจะเดาได้ตั้งแต่ดูคลิปในช่องYoutubeของเขาแล้วล่ะ”

“เดาอะไร?”

“โธ่ พี่ ผมเพิ่งพูดไปเมื่อวานไง ว่าคังวูจินพูดญี่ปุ่นได้คล่องมาก”

“อ่า! นายยังบอกอีกว่าเสียงร้องของเขาก็สุดยอดมากใช่มั้ยล่ะ”

“ใช่ ๆ เรื่องหนังของผู้กำกับเคียวทาโร่ คังวูจินยอมรับแล้วว่าเป็นเขาจริง ๆ”

“ว่าไงนะ?!”

“หมอนี่มันบ้าไปแล้ว ! นี่ขนาดฉันเป็นรุ่นพี่ในวงการแท้ ๆ แต่ยังอดรู้สึกนับถือเขาไม่ได้เลย ตั้งแต่เดบิวต์มา เขานี่แหละที่เป็นที่หนึ่งมาตลอดเลยนี่”

และแน่นอนว่าข่าวนี้ไม่ได้แพร่กระจายไปแค่ในหมู่คนในวงการบันเทิงเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงประชาชนทั่วไปอย่างรวดเร็ว

“บ้าไปแล้ว !! นี่คังวูจินจริง ๆ เหรอเนี่ย!!”

“โอ๊ะ! ฉันก็เพิ่งอ่านข่าวเมื่อกี๊เอง!”

“ทุกคนเดาว่าไม่ใช่เขา! ผลเล่าเป็นไง? คังวูจิน เดบิวต์ปุ๊ปก็ไปญี่ปุ่นเลยงั้นเหรอ?!”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่แบบ คังวูจิน นี่สุดยอดไปเลยนะนักแสดงบ้านเรานี่แทบไม่มีใครมีผลงานระดับนี้เลยปะ?”

“แทบไม่มีเลยน่ะสิ? ก็คนเพิ่งเดบิวต์ ดันได้บทนำไปกี่เรื่องแล้วล่ะ?”

“หมอนี่ร้องเพลงก็โคตรดีด้วยดูYoutubeปะ? ที่Coverเพลงของ Elaniเป็นภาษาญี่ปุ่นน่ะ”

“เสียงดีมากอ่ะ แต่แบบคังวูจิน ทำไมถึงเก่งไปหมดวะ? ได้ยินมาว่าเป็นทายาทเศรษฐี จริงดิ?”

“เอ๋? จริงเหรอ? แต่ฉันเคยเห็นว่ามีฝาแฝดนะจริง ๆ แล้วเป็นคนละคนกัน”

ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร รถไฟฟ้าใต้ดิน บริษัท ฯลฯ ชื่อของคังวูจินดังกระหึ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในขณะเดียวกันที่ประเทศญี่ปุ่น

เคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ ผู้กำกับผมเกลือเพิ่งวางสายจากใครบางคนค่อย ๆ วางโทรศัพท์มือถือลงอย่างช้า ๆ สถานที่นั้นคือภายในรถตู้จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

- เกี่ยวกับคุณวูจินปล่อยข่าวอย่างเป็นทางการที่เราเตรียมไว้ได้เลยครับ

ไม่กี่สิบนาทีต่อมา เคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ...

『พิเศษ / นักแสดงหน้าใหม่ชาวเกาหลีที่มารับบทนำในผลงานของผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ คือ 「คังวูจิน」』

เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการจากการกระทำแบบ “ไม่สนโลก” ของคังวูจิน

จบ

\ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร\ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novel\เท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ\หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก\ ;-;_

จบบทที่ บทที่125 พลุไฟ (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว