เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 มากมาย (8)

บทที่ 120 มากมาย (8)

บทที่ 120 มากมาย (8)


[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]

[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]

[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]

บทที่ 120 มากมาย (8)

สองคนงั้นเหรอ ‘สิบโทจินซอนชอล’ น่ะเหรอ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าเป็นการแสดงของคังวูจินต่างหากล่ะมั้ง ในการอ่านบทที่รวบรวมคนได้กว่าร้อยชีวิต เขาคือตัวละครที่น่าจับตามองที่สุดใน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ทั้งคำพูดและความสนใจล้วนถูกเทไปที่เขาทั้งนั้น

ก็กระบวนการคัดเลือกนักแสดงมันช่างเหนือความคาดหมายซะขนาดนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขายังเป็นนักแสดงที่ร้อนแรงที่สุดในวงการบันเทิงเกาหลีอีกต่างหาก สายตาของทั้งนักแสดงและทีมงานจึงจับจ้องไปที่คังวูจินอย่างช่วยไม่ได้

แน่นอนว่าทีมงานส่วนใหญ่ต่างก็คิดแบบเดียวกันเมื่อได้เห็นคังวูจิน

‘เขาต้องกดดันน่าดูแน่เลย’

ความกดดัน หรือแรงกดดัน เกือบร้อยชีวิตในที่แห่งนั้นล้วนแล้ว แต่มีความคิดที่ไม่ต่างกัน ยกเว้นก็ แต่ผู้กำกับควอนกีแท็กกับรยูจองมินเท่านั้น ทว่าบรรยากาศที่อึดอัดเช่นนั้นก็ถูกพลิกกลับภายในชั่วพริบตาด้วยฝีมือของวูจิน

ทุกท่าทีและทัศนคติต่างถูกปรับเปลี่ยนไปในทันที

‘นั่น นั่นมันอะไรกัน นี่มันไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว!’

‘ไม่มีแม้แต่ความกังวลแม้แต่น้อย รึว่าเขาไม่เคยรู้สึกกดดันมาก่อน?’

‘อย่างที่คิด··· ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้กำกับควอนถึง··· เขาสุดยอดไปเลย’

‘ไม่ใช่แค่ไม่หวั่นไหวกับบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ แต่เขากลับควบคุมมันไว้ได้หมดเลย’

ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียวหรอก จริง ๆ แล้วคังวูจินกำลังรู้สึกกดดันอย่างบ้าคลั่งต่างหาก

‘โอ้โห สายตาทุกคนนี่มันกดดันชะมัด’

แต่เขากลับเก็บมันเอาไว้ ข่มมันเอาไว้ มันเหมือนกับการดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย และไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกฮึดสู้ขึ้นมาแบบนี้นะ ถ้าผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ

ไม่ว่าจะอย่างไร การอ่านบทก็ยังคงดำเนินต่อไป

ที่แห่งนี้เป็นที่ที่รวบรวม แต่ยอดฝีมือเอาไว้ทั้งนั้น ไม่มีทางที่พวกเขาจะหวั่นไหวไปกับแรงกดดันเพียงชั่วครู่ชั่วยามแบบนี้หรอก ไม่นานนัก นำโดยรยูจองมิน เหล่านักแสดงมากฝีมือต่างก็สวมบทบาท พูดบทของตัวเองออกมาไม่หยุด ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะทำงานอย่างเต็มกำลังแล้วก็ตาม แต่ความร้อนกลับทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ จนบางคนต้องถึงกับซับเหงื่อกันเลยทีเดียว

รยูจองมิน พูดกับคังวูจิน

“จินซอนชอล! ไม่ได้สติไปแล้ว รึไง!? ถ้าไม่ไหวจะให้ไปพักก็ได้นะ”

คังวูจินสบตากับรยูจองมิน รอยยิ้มที่ฝืน แต่ก็พยายามเต็มที่ผุดขึ้นที่หางตาของเขาเหมือนกับคนสติหลุดไป

“ผ ผ ผมไหวครับ ผู้หมวด!”

“แน่ใจ?”

“ค ครับ!”

“เป็นสิบโทแล้วนะ ตั้งสติหน่อย! ถ้าไม่ไหวก็บอกล่ะ”

“อ อ่ะ ครับ”

แต่ความรู้สึกที่ ‘สิบโทจินซอนชอล’ สื่อออกมานั้นมันช่างก้าวร้าวอย่างประหลาด เหมือนมีบางอย่างที่ทำให้คนเรารู้สึกไม่ดี มันแสดงออกมาให้เห็นชัดเจนจากแววตาที่แปรเปลี่ยนเป็นดุดันของคังวูจิน

‘ไอ้ผู้หมวดเวร’

โดยพื้นฐานแล้ว ‘สิบโทจินซอนชอล’เป็นคนขี้ขลาด แต่ภายในกลับแฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยม ทว่าเส้นแบ่งระหว่างสองด้านนั้นกลับเลือนลาง

แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง

กลิ่นอายแปลกประหลาดที่ทำให้คนรู้สึกไม่ชอบใจ มันคือการปูทางการแสดงของคังวูจินในตอนนี้ไม่ใช่แค่การทำให้คนสองคนเห็น แต่เป็นการค่อย ๆ เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่าง หรืออาจจะเป็นเงาที่แฝงเร้นในความมืด

ฮายูราที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นขมวดคิ้ว

‘เปิดเผยบุคลิกที่คนอยากหลีกเลี่ยงออกมาง่าย ๆ แบบนั้นเนี่ยนะ?’

บางครั้ง เวลามองคน เราก็มักจะเจอกับคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ ถึงแม้ว่าคน ๆ นั้นจะไม่ได้ทำอะไรให้หรือไม่ได้สร้างปัญหาอะไร แต่ก็ทำให้รู้สึกไม่ดี คังวูจินในตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น ‘แย่กว่าคนทั่วไป’ เล็กน้อย มันคือเส้นแบ่งที่คลุมเครือค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามา

ฮายูราขมวดคิ้วแล้วพูดกับคังวูจิน ไม่สิ กับ‘สิบโทจินซอนชอล’

“สิบโทจินซอนชอล ยืนเอ๋ออะไรอยู่ได้?”

สิบโทจินซอนชอลสะดุ้งสุดตัวก่อนจะพูดตะกุกตะกัก

“ผะ ผม เอ่อ ขออภัยครับ”

“······แล้วเรื่องที่ฉันสั่งตอนเช้าล่ะ”

“อะ เอ่อ กะ กำลังจะไปทำเดี๋ยวนี้ครับ!”

“อืม”

แววตาที่สิบโทจินซอนชอลใช้มองเขาระหว่างการตะเบ๊ะนั้นต่างออกไป ความเข้มข้นในดวงตานั้นเปลี่ยนไปตามคนที่เขามองเห็น นักแสดงที่ต้องเข้าฉากกับวูจินโดยตรงต่างสัมผัสได้ถึงมัน

‘ที่มองต่างกันนิดหน่อยแบบนั้น นี่เขาแอบเปลี่ยนไปตามคนที่มองอยู่รึเปล่านะ’

แยกแยะได้แม้กระทั่งคนที่ควรจะมองด้วยสายตาดูแคลนกับคนที่ไม่ควร และแสดงออกผ่านทางสายตา ขณะที่ฮายูราเล่นบทสนทนากับสิบโทจินซอนชอลอยู่นั้น เขาก็เม้มปากขมุบขมิบเหมือนกำลังเคี้ยวอะไรอยู่

มันคือเนื้อในกระพุ้งแก้มของตัวเอง

เขาคายมันออกมา ก่อนจะเปล่งเสียงแหบพร่าต่างจากที่เคย

“อีสารเลวนี่”

ผู้กำกับควอนกีแท็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะลูบคางตัวเอง

‘ทั้งน้ำเสียง ความหนักแน่น จังหวะ น้ำเสียงสูงต่ำ การออกเสียง และวิธีการเปล่งเสียง เขาจินตนาการแยกกันเลยงั้นเหรอ?’

เพราะคังวูจินควบคุมแม้กระทั่งเสียงของตัวละครทั้งสองเอาไว้ได้ไม่นานนัก พอถึงคิวของตัวเอง เขาก็กลับไปเป็นแบบเดิมราวกับผีสิงไม่มีผิด เขาก้มหน้าก้มตาพลิกบทอย่างไม่ยี่หระ

ผู้กำกับควอนกีแท็กยกยิ้มมุมปาก

‘ไม่ใช่สอง แต่เหมือนมีสามคนนั่งอยู่ตรงนั้นเลยแฮะ’

ราวกับเป็นโรคหลายบุคลิกยังไงอย่างงั้น

วันที่ 4 สิงหาคม อีกวันถัดมา

ประเทศญี่ปุ่นที่กำลังคึกคักไปกับภาพยนตร์เรื่อง ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ผลงานจากนิยายขายดีของนักเขียนอากิริ ซึ่งคว้าตัวผู้กำกับมือทองอย่างเคียวทาโร่มากำกับได้ และข่าวที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อวานนี้

『อาคาริ ทากิคาวะ ผู้แต่ง 「การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า」 กำกับโดย เคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ คอนเฟิร์มแคสติ้งนักแสดงเกาหลีได้แล้ว! นักแสดงคนนั้นคือใคร? 』

บทความนี้ถูกอัพโหลดครั้งแรกในเว็บไซต์พอร์ทัลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าหลักของหมวดบันเทิง และในตอนนี้จำนวนบทความก็เพิ่มขึ้นมาก

เพราะเป็นประเด็นร้อนแรงในญี่ปุ่น อีกทั้งยังอยู่บนหน้าหลักของเว็บไซต์ ทำให้มีคอมเมนต์จากชาวญี่ปุ่นหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แบบเรียลไทม์เลยทีเดียว

- บทความนี้เรื่องจริงเหรอ?จะมีนักแสดงเกาหลีมาเล่นจริงดิ?

- ฉันว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ ข่าวนี้ต้องเป็นข่าวปลอมแน่ ๆ

- ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่เป็นนักแสดงนำเลยเหรอ?? ถ้าเป็นเรื่องจริง ใครกันนะที่ได้รับเลือกให้มารับบทนี้???

- ไม่ว่าใครจะมารับบทนี้ ก็ขอแค่ช่วยอย่าทำหนังเรื่อง 「การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า」 พังก็พอ……

- ถ้าเป็นนักแสดงนำก็น่าจะเป็นนักแสดงระดับท็อปของเกาหลีสินะ ใครได้เล่นเนี่ย อยากรู้จัง!!

- บทความนี้มันแปลก ๆ นะ มีนักแสดงเกาหลีมาเล่นหนังญี่ปุ่นกี่คนกันเชียว?

- นักแสดงเกาหลีจะพูดภาษาญี่ปุ่นที่ตัวเองฝึกมาแสดงเหรอ? มันจะดูขัด ๆ ไหมนะ?

- น่าจะเป็นข่าวปลอมแหละ แบบนี้เนี่ย

คอมเมนต์ไหลเวียนราวกับสายน้ำ เพียงไม่กี่วินาทีก็มีคอมเมนต์ใหม่โผล่มาหลายสิบข้อ ความแรงของกระแสตอบรับในวันนี้ดูจะรุนแรงกว่าเมื่อวานเสียอีก นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้คนให้ความสนใจมากแค่ไหน และ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บทความนี้ถูกแชร์ต่อ ๆ กันไปใน SNS อย่างรวดเร็ว

[@__29yyy__] [(ลิงก์บทความ) บทความนี้เรื่องจริงปะ!!!? ตื่นเต้นได้ไหมอ่า? เขาบอกว่ามีนักแสดงเกาหลีเล่นด้วย? ในฐานะแฟนคลับซีรีส์เกาหลี บอกเลยว่ายินดีต้อนรับสุด ๆ !!]

ไม่ใช่แค่ SNS แพลตฟอร์มเดียว กระแสยังลามไปทั่วทุกแพลตฟอร์มอย่างรวดเร็ว แถมยังไต่อันดับขึ้นไปติดเทรนด์การค้นหาใน SNS ชื่อดังได้อย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกว่าชั่วข้ามคืน ทั้ง ๆ ที่แค่การสร้าง 『การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า』 ก็เป็นประเด็นร้อนที่ทำให้เกิดการโต้แย้งอย่างรุนแรงอยู่แล้ว

เรื่องนี้เหมือนยิ่งเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน

เสียงตอบรับของชาวญี่ปุ่นนั้นแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่ง นั่นยิ่งเป็นตัวตอกย้ำว่ากระแสของ 『การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า』 นั้นโด่งดังเป็นพลุแตก เพราะมันคือการพลิกสถานการณ์ที่สร้างความตกตะลึงอย่างแท้จริง

แบบว่า อยู่ ๆ ก็กลายเป็นนักแสดงเกาหลีเนี่ยนะ แถมยังเป็นพระเอกอีก?

ถึงแม้ที่ผ่านมาในวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่นจะมีนักแสดงเกาหลีปรากฏตัวบ้าง แต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น และเรื่องนี้มันก็กะทันหันเกินไป เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว『ความแปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้น』 มันก็แค่คำพูดสวยหรู แต่เอาเข้าจริง ๆ มันคือ 『ความไม่คุ้นเคย』 ต่างหาก

ความไม่คุ้นเคย มันต้องใช้เวลาทำความเข้าใจหน่อยล่ะนะ

ปฏิกิริยาตอบรับทั้งด้านบวกและลบของชาวญี่ปุ่น ล้วนเป็นตัวตัดสินได้ว่าพวกเขายอมรับในสิ่งแปลกใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน พูดตรง ๆ ก็คือเรื่องกระแสเกาหลี

แต่ก็นับว่ายังโชคดี

-ฉันเห็นด้วยนะ! ช่วงนี้นักแสดงญี่ปุ่นก็แสดงบทแนวเดิม ๆ ซ้ำซาก ฉันเองก็ดูแต่ซีรีส์เกาหลีเหมือนกัน!

เพราะเริ่มมีกระแสตอบรับเชิงบวกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง แต่ประเด็นนี้ก็กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลและคอมมูนิตี้ต่าง ๆ ของญี่ปุ่น

"ข่าวนี้มันกระจายไปทั่วแล้ว นี่มันชัวร์หรือเปล่า ดูยังไงก็ข่าวปลอมชัด ๆ"

"ทางค่ายหนังจงใจปล่อยข่าวลือหรือเปล่าคะ อาจจะเป็นการโปรโมทก็ได้"

บรรดาสื่อต่าง ๆ ในญี่ปุ่นต่างก็เดือดพล่านกันยกใหญ่

"อยู่ ๆ ก็กลายเป็นนักแสดงเกาหลีเนี่ยนะ มีข่าวลืออะไรแว่ว ๆ มาบ้างไหม?"

"ไม่มีเลยครับ!"

ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ เหล่าสื่อที่เพิ่งรู้ข่าวต่างก็พยายามหาข้อเท็จจริงกันจ้าละหวั่น

“สำนักข่าวไหนที่ปล่อยข่าวเนี่ย?!”

“กำลังตรวจสอบครับ!”

“ติดต่อไปที่โทเอโปรดักชั่นด้วย! เช็คก่อนว่าจริงหรือมั่ว!”

ไม่ว่าจะสำนักข่าวใหญ่ กลาง เล็ก ต่างก็ขยับตัวกันอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจขนาดของบริษัท เพราะอิทธิพลของผู้กำกับเคียวทาโร่และนักเขียนอาคาริในญี่ปุ่นนั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะนิ่งเฉย

“อยู่ ๆ ก็มีนักแสดงเกาหลีโผล่มาเนี่ยนะ?? ถึงผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิจะเป็นคนเพี้ยน ๆ แต่แบบนี้มันก็เกินไปป่ะวะ??นักเขียนอาคาริยอมให้ผ่านได้ไง?”

ณ ตอนนี้ ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ มีข้อมูลเปิดเผยแค่ชื่อเรื่อง ผู้กำกับและการยืนยันสร้างเท่านั้น รายละเอียดอย่างนักแสดงหรือเนื้อหายังไม่มีการเปิดเผย ดังนั้นตอนนี้หลายคนจึงยังคงให้ความสำคัญกับข่าวลือ

『นักแสดงชาวเกาหลีถูกแคสติ้งใน "การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า" เหรอ?  เกิดเป็นประเด็นร้อนแรง』

- ข่าวคล้าย ๆ กันถูกผลิตซ้ำแล้วปล่อยออกมาเหมือนกับคนเสียสติ

ไม่ว่าจะญี่ปุ่นหรือเกาหลี ต่างก็มีความรวดเร็วในการขยับตัวเมื่อได้กลิ่นเรื่องน่าสนใจ ไม่สิ จะมองว่าเป็นเรื่องปกติของคนทั้งโลกก็คงได้ สุดท้ายประเด็นสุดฮือฮานี้ก็ดังไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็วจนไปถึงแวดวงบันเทิงญี่ปุ่น

“ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ เลือกนักแสดงเกาหลีหรอครับ?”

นับตั้งแต่สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ

“เอ๋ จริงเหรอ? ผมก็เพิ่งเห็นข่าวการสร้างหนังเมื่อไม่กี่วันก่อน 『การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า』 มันเป็นหนังสือที่ขายดีมากเลยนะ!? อยู่ ๆจะมีนักแสดงเกาหลีมันก็กะทันหันไปหน่อยมั้ง”

“นี่ มันข่าวปลอมรึเปล่า?”

ในขณะที่นักแสดงญี่ปุ่นกำลังถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง

“ดูสิ ทาโนะงูจิ ลงมืออีกแล้ว”

“หือ? อ๋อ นี่มันแค่ข่าวลือเพื่อโปรโมตไม่ใช่เหรอ?”

“ทางค่ายหนังจงใจปล่อยข่าวลือเนี่ยนะ? แต่มันดูละเอียดเกินไปนะ ถ้าปล่อยแบบนี้แล้วสุดท้ายมารับผิดชอบทีหลัง พวกเขาก็คงโดนชาวเน็ตเกลียดขี้หน้าแย่”

“แต่ไม่น่าจะแคสต์นักแสดงเกาหลีมาเล่น 『การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า』 หรอกมั้ง แล้วยังเป็นบทนำอีก”

“ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็”

“คงเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้หลายเท่าแน่”

แน่นอนว่าเอเจนซีและบริษัทโปรดักชั่นมากมายในญี่ปุ่นต่างก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ นี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไป ณ วินาทีนี้ ทุกอย่างก็ยังคงร้อนระอุ

ต่อไปต้องวุ่นวายมากกว่านี้แน่นอน

ในทางกลับกัน เคียวทาโร่ ผู้กำกับอัจฉริยะ ผู้เป็นหนึ่งในบุคคลที่ตกเป็นเป้าสายตาของพายุข่าวลือนี้

“อืม...”

เขานั่งอยู่คนเดียวในห้องประชุมของบริษัทภาพยนตร์ “โทเอกะ” ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างภาพยนตร์เรื่อง 『การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า』บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเขาที่กำลังจ้องมองความวุ่นวายราวกับพายุผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ราวกับใจกลางพายุ แม้จะเป็นตัวต้นเรื่อง แต่กลับสงบนิ่งราวกับเป็นเรื่องของคนอื่น

ทันใดนั้นเขาก็วางโทรศัพท์มือถือลง ก่อนจะนึกถึงชายหนุ่มผมเปีย แล้วพึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่นเบา ๆ

“แบบนี้ต้องรักษาไว้ประมาณหนึ่งอาทิตย์งั้นเหรอ?”

น้ำเสียงเหมือนกับจงใจทำทุกอย่าง

ณ สถานีโทรทัศน์ TBS ของญี่ปุ่น

ชายร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องผู้บริหารพร้อมกับถอนหายใจ “รายการคุยหลังฝน!” ชิอิกิ ชินโจ PDรายการ เดินออกมาจากห้องผู้บริหารก็มีผู้หญิงหลายคนรุมล้อมทันที

“พี่ชินโจ ผู้บริหารว่าไงบ้างคะ?”

“หน้าตาดูไม่ดีเลย หรือว่าให้ยกเลิกโปรเจค?”

PDชินโจยิ้มบาง ๆ ให้กับนักเขียนที่กำลังกังวล

“ไม่ใช่นะครับ ท่านอนุญาตให้ทำต่อ คิดว่าท่านคงจะชอบโปรเจค ‘ละครเกาหลีประจำสัปดาห์’ มากกว่าเรื่องคังวูจิน”

“โชคดีไปนะคะ!”

ตอนที่นักเขียนกำลังโล่งอก PDชินโจก็นั่งลงบนเก้าอี้แล้วพูดถึงสิ่งที่ต้องทำ

“เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องแจ้งข่าวคอนเฟิร์มกับทางคุณวูจินก่อน แล้วเธอกับฉันมาแก้ไขโปรเจคแล้วก็นัดวันถ่ายทำกับยูกิซัง แล้วก็หารูปแบบรายการคร่าว ๆ น่าจะต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้นะ”

“ต้องนอนดึกอีกแล้วสิคะเนี่ย”

“เอาน่า แค่วันสองวันเอง แล้วก็เรื่องคนดูในห้องส่งด้วยนะ ต้องรับสมัครคนดู”

“หมายถึงให้เลือกแฟน ๆ นิติจิตวิทยาเป็นหลักใช่ไหมคะ?”

PDชินโจหยิบแฟ้มใสแล้วลุกขึ้นยืน

“ใช่ ถ้าเป็นไปได้ขอแฟน ๆ คุณวูจินเยอะ ๆ หน่อย”

“ทราบค่าาา อ้อ แล้วไม่ต้องใช้ล่ามใช่ไหมคะ?”

“ดูจากฝีมือภาษาญี่ปุ่นของคุณวูจิน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะ แต่เผื่อไว้ก่อนก็หาคนแปลเตรียมไว้ก็ได้”

PDชินโจเดินไปที่ห้องประชุมพร้อมกับนักเขียนที่กำลังจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำ ระหว่างนั้นนักเขียนคนสำคัญก็ตบมือสองครั้งแล้วพูดขึ้นว่า

“PD! ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ อ่านบทความรึยัง? ที่บอกว่าหนังเรื่องใหม่แคสติ้งนักแสดงเกาหลี!”

เพราะเป็นประเด็นที่ทำเอาญี่ปุ่นสะเทือนไปทั้งประเทศ PDชินโจจึงพยักหน้ารับ

“อ่านตอนเช้าแล้วครับ ผอ.ก็เพิ่งพูดถึงเมื่อกี้ คงจะวุ่นวายไปอีกพักใหญ่ ๆ ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิก็ว่าดังแล้ว มาเจอบวกกับ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ของนักเขียนอาคาริ ทากิคาวะอีก”

“ฉันก็อ่าน ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ สนุกมาก รอติดตามว่าจะเอาไปทำหนังยังไง แต่ก็นะ แคสติ้งนักแสดงเกาหลีเนี่ยสิ แปลกจริง”

“กระแสตอบรับของคนทั่วไปเป็นไงบ้างเหรอ?”

“ไม่ค่อยแน่ใจครับ แต่คงครึ่ง ๆ เลยค่ะ ทั้งด่าทั้งรอคอย SNS กับคอมมูนิตี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องนี้แหละ”

PDชินโจที่กำลังเปิดประตูห้องประชุมทำท่าไหวไหล่เหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

“ทั้งผู้กำกับทั้งนักเขียนดังขนาดนั้น แถมทุนสร้างก็มหาศาล คงเป็นเรื่องธรรมดาแหละ ยังไงซะ ข่าวลือก็ทำให้โปรโมทหนังเรื่องนี้ได้ผลเต็ม ๆ”

“พลิกล็อกสุด ๆ ! ใครจะไปคิดว่าอยู่ ๆจะมีนักแสดงเกาหลีมาแจมด้วยล่ะเนี่ย? ต้องเป็นท็อปสตาร์แน่ ๆ เชื่อสิ!”

“ยังไม่คอนเฟิร์มไม่ใช่เหรอ? ก็ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการออกมาสักหน่อย”

“ก็จริง แต่มันโคตรช็อกเลยนะคะถ้าเป็นข่าวลือจริง ๆ ฉันว่าน่าจะมีมูลนะ! อ๊ะ! ถ้าข่าวลือเป็นจริง เราต้องรีบคว้านักแสดงเกาหลีคนนั้นมาให้ได้นะ?”

“ถ้าเป็นท็อปสตาร์ก็คงยาก”

PDชินโจชี้ไปที่แฟ้มใสที่เขาเพิ่งเปิดด้วยนิ้วชี้

“เอาเป็นว่าตอนนี้เรามาโฟกัสที่คุณวูจินก่อนดีกว่า ไปสนใจเรื่องอื่นทำไม”

สองวันต่อมา วันพฤหัสบดีที่ 6

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 『เพื่อนชาย』 ดำเนินมาถึงช่วงกลางเรื่องแล้ว ทีมงานต่างปักหลักถ่ายทำกันทั้งในห้องโถงและห้องเรียน

“เฮ้! เงียบหน่อย!”

ตอนนี้กำลังถ่ายทำฉากชีวิตประจำวันสบาย ๆ ของฮวาลินกับนักแสดงสมทบอยู่ คังวูจินที่กำลังจะเข้าฉากถัดไป จึงนั่งให้ช่าง แต่งหน้าเติมหน้าอยู่ตรงมุมหนึ่ง พลางได้ยินเสียงช่าง แต่งหน้าสาวเอ่ยถามขึ้น

“คุณวูจินคะ อ่านข่าวหรือยังคะ? ที่เขาเขียนว่ายังไงนะ คุณวูจินเป็นคนสองบุคลิกน่ะ บ้าบอที่สุด ไม่รู้สึกโมโหเหรอคะ? พอดังแล้วเรื่องมั่ว ๆ นี่มาจากไหนไม่รู้”

ช่าง แต่งหน้าอีกคนที่ช่วยอยู่ข้าง ๆ ก็เสริมขึ้น

“ฉันก็เห็นค่ะ ในข่าวอีกอันบอกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดน่ะเป็นการแสดง?”

“สื่อบันเทิงก็แบบนี้แหละค่ะ ไม่เคยเปลี่ยน มาแบบเดิม ๆ ตลอด คอมเมนต์ก็สุดยอด”

“ก็คุณวูจินเขาดังนี่คะ ไม่สนข้อเท็จจริงหรอก แค่อยากหาเรื่องเมนต์สนุก ๆ ไปงั้นแหละ”

“เหนื่อยใจจริง ๆ ค่ะ คุณวูจินอย่าไปสนใจเลยค่ะ เดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง อีกอย่างฉันว่าคุณวูจินไม่น่าจะหวั่นไหวอยู่แล้ว ดูเข้มแข็งออก”

คังวูจินเพียงตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

“อ่า ครับ ผมไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว”

ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง แม้จะไม่สนใจเลยก็ไม่ได้ แต่ชเวซองกุนบอกว่าจะจัดการเอง เขาก็เลยไม่กังวลอะไร คังวูจินแต่งหน้าเสร็จแล้วหันหลังกลับไปก็เห็น

“วูจิน”

ชเวซองกุนที่มัดผมหางม้าอยู่กำลังยิ้มและโบกมือเรียกเขา วูจินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เดินเข้าไปหา ชเวซองกุนจึงกระซิบข้างหูเขา

“‘รายการคุยหลังฝน!’ ติดต่อมาแล้ว ได้ออกเดี่ยวแน่นอน น่าจะเป็นช่วงปลายเดือนสิงหาคม ยังไงก็อัดสดปรับเปลี่ยนวันได้อยู่”

ข่าวไม่ได้มีแค่นี้

“แล้วก็เพลงCoverของนายมิกซ์เสร็จแล้วนะ”

เร็วขนาดนั้นเลย? แม้จะแปลกใจอยู่บ้าง แต่วูจินก็พยายามทำสีหน้าเรียบเฉยพลางตอบกลับไป

“เร็วดีจังเลยนะครับ”

“มิกซ์ออกมาดีเพราะเสียงนายมันเจ๋งอยู่แล้วด้วย วันนี้เคลียร์งานเสร็จแล้วไปฟังกันเหลือแค่อัปโหลด-อ้อ แล้วนายจะใช้ชื่อช่องว่าอะไร?”

ชื่อช่องYoutubeฉันยังไม่ได้คิดเลยนี่นา? วินาทีต่อมา วูจินก็จ้องมองชเวซองกุนอย่างเคร่งขรึมแล้วค่อย ๆ อ้าปากเอ่ย

“‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ดีไหมครับ?”

จบ

\ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร\ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novel\เท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ\หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก\ ;-;_

จบบทที่ บทที่ 120 มากมาย (8)

คัดลอกลิงก์แล้ว