เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 มากมาย (3)

บทที่ 64 มากมาย (3)

บทที่ 64 มากมาย (3)


[แปลโดยแฟนเพจ BamแปลNiyay มาติดตามในแฟนเพจเพื่อติดตามข่าวสารได้นะ]

[ลงแบบราคาถูกแค่ใน my-novel  แต่จะลงช้ากว่าThai-novel 100 ตอน]

[หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ถ้าอ่านแบบเถื่อนจะไม่มีการกลับมาแก้ให้นะครับ]

บทที่ 64 มากมาย (3)

คำถามคือคังวูจินพูดภาษาอังกฤษได้ไหม? PD ยุนบยองซอนเพียงถามแบบไม่ได้คิดอะไร เพราะทุกวันนี้นักแสดงเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกกันแล้ว

ทว่า

“ไม่ใช่แค่ 'พูด' หรอกครับ แต่ยังอยู่ในระดับเจ้าของภาษาเลยด้วย ภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกัน”

คำตอบจากชเวชองกุนทำให้เขาต้องประหลาดใจ พูดในระดับเจ้าของภาษาเหรอ? PD ยุนบยองซอนมุ่งความสนใจไปที่คำว่า 'ระดับเจ้าของภาษา'

'ระดับเจ้าของภาษา? แต่ว่าจากการออกเสียงของวูจินดีก่อนหน้านี้… CEO ชเวพูดเกินจริงไปหน่อยไหม?'

ปัจจุบัน PD ยุนบยองซอนกำลังวางแผนรายการวาไรตี้ใหม่ให้ HTBS ที่เป็นถึงสถานีชั้นแนวหน้า แม้ว่าพวกเขาจะตัดสินใจเลือกนักแสดงสำหรับแผนที่จะทำเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่มันก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน อีกทั้งพวกเขายังจะต้องไปถ่ายทำในต่างประเทศหลายแห่งอีก

ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงต้องการใครสักคนที่พูดภาษาต่างประเทศได้คล่อง

ตามหลักการแล้ว หากได้ใครก็ตามที่เชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นคงจะดีมาก แต่ยุนบยองซอนรู้ว่าผู้มีพรสวรรค์เช่นนั้นหาได้ยาก แต่คังวูจินถูกบอกว่าสามารถพูดได้ทั้งสองภาษาในระดับเจ้าของภาษาเนี่ยนะ

'งั้นมาทดสอบกันสักหน่อยแล้วกัน'

PD ยุนบยองซอนดึงชเวชองกุนไปที่มุมเงียบ ๆ ของสตูดิโอ

“CEO ชเวครับ ที่คุณบอกว่าภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นของวูจินอยู่ในระดับเจ้าของภาษา คือเชี่ยวชาญระดับไหนครับ? ในระดับภาษาแม่เลยไหมครับ?”

"หึ้ม? อ๋อ เรื่องนั้น…”

มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ชเวชองกุนสัมผัสได้ถึงความเร่งรีบในสายตาของ PD

'ตอนแรกดูเหมือนเขาแค่จะถามเฉย ๆ แต่ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปเลยตอนที่ฉันพูดถึงทักษะภาษาของวูจิน อาจมีเหตุผลอะไรบางอย่างเขาถามแบบนี้งั้นเหรอ?

เขาจึงเริ่มเชื่อมต่อคำใบ้ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าคุณ PD ที่กำลังมีโปรเจกต์ใหม่อยู่

'ช่วงนี้ PD ยุนคงกำลังวางแผนรายการใหม่ใช่ไหม? ทำไมเขาถึงสนใจภาษาต่างประเทศล่ะ? ถึงขั้นถามระหว่างถ่ายทำด้วย เป็นไปได้ไหมว่า...รายการใหม่มีแผนจะถ่ายในต่างประเทศ?'

ไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง

'มันอาจจะไม่ใช่แค่ต่างประเทศประเทศเดียวด้วย บางทีพวกเขาจะทัวร์หลายประเทศเลยเหรอ? หรือจะผลิตในรูปแบบซีรีส์'

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการคาดเดาของชเวชองกุน ทว่ามันก็คุ้มค่าที่จะหย่อนเหยื่อ เขากระซิบกับยุนบยองซอนด้วยรอยยิ้มบางเบา

“เขาเก่งในระดับภาษาแม่เลยครับ วูจินไม่เพียงแต่เป็นนักแสดงที่น่าทึ่งเท่านั้น แต่เขายังเก่งภาษามากเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ภาษาเกาหลี แต่มีภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และกระทั่งภาษามือ”

“…ภาษามือเหรอครับ? เขารู้ภาษามือด้วยเหรอ?”

"ใช่ ใช่ครับ ผมเพิ่งรู้เรื่องภาษามือเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ว่าภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นของเขาอยู่ในระดับภาษาแม่ทั้งคู่เลย ภาษามือก็คงแบบเดียวกัน สมแล้วที่วูจินอาศัยอยู่ต่างประเทศ”

ชเวชองกุนต้องการโปรโมตตัววูจินให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงมันอาจจะดูเหมือนการพูดเกินจริงไปหน่อย แต่ว่าต่อจากนี้มันเป็นหน้าที่ของ PD ต่างหากที่จะไปค้นหาเอาเอง

“เพราะงั้นเขาเลยมีประสบการณ์ในต่างประเทศอยู่มากมายครับ”

"จริงเหรอ? คุณวูจินอาศัยอยู่ต่างประเทศเหรอ? นานแค่ไหนครับ?"

“ก็เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ถ้าคุณได้ยินภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นของวูจิน คุณจะต้องประหลาดใจแน่ครับ อีกอย่างนะครับ เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในต่างประเทศ บรรยากาศและวัฒนธรรมของที่นั่นเป็นอย่างดีเลย”

หลังจากได้ยินสิ่งนี้ PD ยุนบยองซอนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ก็ไม่สามารถสืบหาเพิ่มเติมได้อีก อย่าลืมสิว่าเขาไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับรายการใหม่ได้อย่างเปิดเผยได้ อีกทั้งพวกเขายังคงกำลังถ่ายทำ 'สปอร์ตเดย์' อยู่นะ

หลังจากนั้นเอง

“แต่คุณ PD ทำไมคุณถึงถามเกี่ยวกับทักษะภาษาต่างประเทศของวูจินล่ะครับ?”

เมื่อต้องเผชิญกับคำถามของชเวชองกุน PD ยุนบยองซอนที่ดูจริงจังเมื่อครู่ก็ยิ้มออกมา

"หือ? โอ้ ฮ่าฮ่า ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกครับ ผมแค่คิดว่าการออกเสียงภาษาอังกฤษของเขาดีมาก ผมก็เลยอยากรู้”

"แบบนัน้เองสินะครับ ถ้าคุณมีเวลาหลังการถ่ายทำ บางทีคุณอาจได้ยินวูจินพูดเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นบางครั้งนะครับ”

“ถ้ามีเวลาผมคงต้องไปดูหน่อยแล้วสิ ฮ่าฮ่า”

ขณะที่ยุนบยองซอนกลับมาที่จุดถ่ายทำ ชเวชองกุนก็เฝ้าดูร่างของเขาเดินไปอย่างเงียบ ๆ จากนั้นเขาก็จ้องมองไปยังคังวูจิน ผู้ซึ่งกำลังถูกรังสีกดดันจากฮงฮเยยอน

'ถ้านายสร้างความประทับใจให้กับ PD ยุนได้ นายก็จะถูกเป็นที่จับตามองแล้วล่ะ นี่นายเกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโตกี่คนในวงการนับตั้งแต่เดบิวต์กันเนี่ย?

ตั้งแต่ละคร ภาพยนตร์ รายการวาไรตี้ หรือแม้แต่ในญี่ปุ่น คังวูจินดูเหมือนจะรู้จักกับคนดังทุกคนเลยตั้งแต่เดบิวต์ แม้ว่าจังหวะและโชคจะเข้ามามีส่วนด้วย แต่ความสามารถและเสน่ห์ของวูจินก็ไม่อาจเป็นสิ่งที่ปฏิเสธได้เลย

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา

“พักสัก 10 นาทีกันก่อนเถอะ! แล้วเดี๋ยวเราจะมีพูดปิดท้ายกันครับ!”

เสียงตะโกนของนักเขียนส่งสัญญาณบอกให้หยุดพัก ไม่นาน นักแสดงก็เริ่มเคลื่อนไหวกัน แต่คังวูจินยังคงนั่งนิ่งด้วยสีหน้าเฉยชา

ทำไมงั้นเหรอ?

เพราะฮงฮเยยอนเอาแต่จ้องมองเขาอย่างเย็นชาไงเล่า

“······”

อืม แต่เธอก็มีเหตุผลที่จะต้องอารมณ์เสีย เพราะคังวูจินจำฮงฮเยยอนที่นั่งข้างเขาไม่ได้ ทั้งที่พวกเขาเคยร่วมงานกันในสองโปรเจ็กต์ภายใต้ต้นสังกัดเดียวกัน

วูจินได้แต่ด่าตัวเองอยู่ในใจ

"ไอ้โง่เอ้ย! การที่จำฮงฮเยยอนไม่ได้มันค่อนข้าง…เฮ้อ แต่ว่าภาพที่ถ่ายมันดูแตกต่างออกไปจริง ๆ นะ'

โชคดีที่ในเวลานั้นเอง

“คุณวูจิน”

PD ยุนบยองซอนผู้สวมแว่นตาอยู่ได้ช่วยวูจินจากสายตาแสนเยือกเย็น

“ผมขอคุยกับคุณสักครู่ได้ไหม?”

แทนที่จะตอบ วูจินก็ลุกขึ้นยืนทันที

"ได้อยู่แล้วครับ"

ขณะที่เขาเดินผ่านฮงฮเยยอน เธอก็พูดบางอย่างกับเขา

“ฮึ่ม เดี๋ยวได้เจอกัน”

วูจินลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบเบา ๆ

“คือว่าคุณดูดีกว่าในรูปมากนะครับ”

"คุณพูดว่าอะไรนะ?"

"จริงนะครับ นั่นแหละเป็นสาเหตุที่ผมจำคุณไม่ได้เลย”

“โกหก”

“ก็ตอนนี้คุณดูดีขึ้นมากเลยนะครับ”

เขารู้สึกเหมือนกำลังเดินบนน้ำแข็งบาง ๆ ได้แต่หวังในใจว่าฮงฮเยยอนจะใจเย็นลงสักหน่อย ซึ่งหลังจากนั้น คังวูจินก็ติดตามPDยุนบยองซอน ทางฮงฮเยยอนที่เห็นวูจินเดินออกไป ก็กระซิบกับตัวเองขณะที่เธอหวีผมยาวของเธอ

“ซึนเดเระอะไรขนาดนี้”

ประมาณ 22.00 น.

ในที่สุด ตอนที่ 3 ของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ที่ทุกคนรอคอยก็ออกอากาศ มันได้สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ คะแนนเรตติ้งของมัน 23% ก็บอกแล้วถึงความสุดยอด ทีวีในบ้าน บาร์ และร้านอาหารนับไม่ถ้วนต่างเปิดช่องจากสถานี SBC

ดังนั้นกระดานสนทนาอย่างเป็นทางการและชุมชนของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' จึงคึกคักยิ่ง

-“ว๊ากก!! ในที่สุดตอนที่ 3 ก็มา!!!”

– ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้กับละครถ่ายทอดสด

– ยังไม่ได้ดูเลย แต่แค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว 555

– ทำไมทุกคนดูเกินจริงไปหน่อยไหม? เรื่องนี้น่าเบื่อจะตายชัก

– ฉันพนันได้เลยว่าวันนี้รยูจองมินก็น่ารักมากเหมือนเคย!

– มาที่นี่เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าการแสดงของรองหัวหน้าพัคน่าทึ่งมาก (แต่ฉันดูแค่ฮงฮเยยอนเท่านั้นนะ)

– คังวูจิน! คังวูจิน! คังวูจิน!

– คังวูจินคือใครเหรอ?

– เขาเป็นนักแสดงที่รับบทเป็นรองหัวหน้าพัค เขาเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุดในตอนนี้เลย การแสดงของเขามันบ้าไปแล้ว

ตอนที่ 3 ของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' เริ่มต้นด้วยคำสารภาพของรองหัวหน้าพัคและการเปิดเผยคนร้ายอีกคน

ยังมีคนร้ายอีกคนเหรอ?

[“วู้ว เรื่องมันชักเริ่มใหญ่ขึ้นแล้ว ทำไมฉันถึงรับทำคดีนี้กันนะ?”]

แม้ว่าเขาจะบ่น แต่นักสืบยูจีฮยองก็ทบทวนทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตของรองหัวหน้าพัค ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน

ตอนที่ 3 ไหลลื่นเต็มไปด้วยความสงสัยอันเข้มข้น

ตัวละครแต่ละตัวเคลื่อนไหวเข้าและออกจากฉากอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำให้ผู้ชมได้พักหายใจเลย ตรงกลางห้อง ยูจีฮยองและรองหัวหน้าพัคเผชิญหน้ากันในห้องสอบสวนอีกครั้ง

ฉากนี้ดูเข้มข้นมาก

การต่อสู้ทางจิตใจระหว่างรองหัวหน้าพัคและยูจีฮยองนั้นปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แต่สายตาและท่าทางของพวกเขาดุเดือดยิ่ง ในขณะนี้เอง ยูจีฮยองกำลังเผชิญหน้ากับรองหัวหน้าพัค

[“คุณมีน้องสาวใช่ไหม? เธอฆ่าตัวตายสินะ”]

ใบหน้าของรองหัวหน้าพัคที่ยิ้มแย้มก่อนหน้านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น มุมกล้องขยับไปที่ใบหน้าของเขาอย่างเต็มที่ ดวงตาสีดำของเขายังคงคล้ายมีรอยยิ้มจาง ๆ ลึกล้ำ

พวกมันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อธิบายไม่ได้

[“ใช่ ผมมีน้องสาว”]

มันดูนิ่งสงบ แต่กลับไม่ได้ดูเป็นเช่นนั้น แต่ยูจีฮยองเอาแต่จี้จุดอ่อนของรองหัวหน้าพัค โดยพูดถึงการฆ่าตัวตายของน้องสาวของเขา แม่ของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว และ...

[“ความสุขของการฆ่าต่อเนื่องมันถูกปลุกขึ้นมาโดยพ่อของคุณใช่ไหม? มันไม่ใช่การฆาตกรรมห้าครั้ง แต่เป็นหกครั้ง”]

รวมไปถึงเรื่องการฆาตกรรมที่ปิดงำไว้ รวมทั้งหมดเป็นหก รองหัวหน้าพัคถูกยูจีฮยองสอบปากคำอีกหลายครั้ง

ส่วนคนที่จบวงจรนี้คือ...

[“หลักฐานแก้ต่างของเขามันแน่นหนามาก”]

จองยอนฮี เธอตรวจสอบแล้วว่าหลักฐานแก้ต่างของรองหัวหน้าพัคไม่ได้ถูกดัดแปลง ทุกอย่างถูกต้องหมด แสดงว่าัมนจะต้องมีคนร้ายอีกคนแน่นอน และขณะเปิดเผยตัวคนร้ายที่แท้จริง…

[“มาเริ่มด้วยการแยกแยะคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกันก่อนแล้วกัน”]

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องตรวจสอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งรองหัวหน้าพัคได้เรียกว่า 'ผลงานชิ้นเอก' ของเขา ส่วนที่น่าสนใจก็คือ รองหัวหน้าพัคดูเชื่อฟังและทำตามทุกอย่างที่ร้องขอ

จากที่นี่ ฉากเปลี่ยนไปเป็นรองหัวหน้าพัคที่แสดงเหตุการณ์ฆาตกรรมของเขาอีกครั้ง

รองหัวหน้าพัคสาธิตวิธีการฆาตกรรมโดยใช้ตุ๊กตาอย่างใจเย็น จากนั้นมันก็เปลี่ยนหน้าจอไป กลายเป็นฉากฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงโดยฝีมือรองหัวหน้าพัค ภาพนี้ถูกแสดงให้ผู้ชมเห็น เขาลากผู้หญิงวัยกลางคนเหมือนสัตว์เลี้ยง

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดี

[“กรี๊ดด! แค่ก! ฉันหายใจไม่ออก! ช่วยด้วย!”]

ใบหน้าของรองหัวหน้าพัคได้เต็มหน้าจออีกครั้ง

[“ฉันอยากให้เสียงกรีดร้องของเธอดังกว่านี้อีกหน่อย พวกเขายังไม่ค่อยน่าพอใจพอนะรู้ไหม?”]

ผู้ชมต่างแสดงความคิดเห็นมากมายหลังจากที่ได้เห็นรองหัวหน้าพัค

- ให้ตายเถอะ ไอ้สารเลวนั่นมันโคตรน่ารังเกียจเลย แต่ฉันก็ยังสนุกไปกับเรื่องนี้

-ว้าว การแสดงของเขาเดือดมาก เมื่อรองหัวหน้าพัคปรากฏตัว ความตึงเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

-ได้โปรดอย่าด่านักแสดงด้วย เขาแค่แสดงเก่งมากเท่านั้นเอง

-คัง วูจิน: “ผมหวังว่าจะแสดงได้ดีกว่านี้ คือว่าที่แสดงไปมันยังดูรู้สึกไม่น่าพอใจขนาดนั้นเลยนะครับรู้ไหม?

- ฉันรู้สึกว่านักแสดงสมทบคนนั้นคงจะรู้สึกบอบช้ำจากการแสดงครั้งนี้แหง

-ในความคิดของฉันนะ คังวูจินแสดงได้ดีที่สุดแล้วในละครเรื่องนี้

-???: ผมหวังว่าจะมีท็อปปิ้งบนพิซซ่ามากกว่านี้นะ มันยังดูรู้สึกไม่น่าพอใจขนาดนั้นเลยนะรู้ไหม?

- โคตรบ้าไปแล้ว พูดจริงนะ มองดูดวงตาเขาสิ พวกเขาบอกว่านักแสดงคนนี้เป็นหน้าใหม่ไม่ใช่เหรอ?

-555 มีมใหม่เกิดขึ้นแล้ว

-'ยังดูรู้สึกไม่น่าพอใจ' สมควรเป็นมีมเลยนะ

จากนั้น 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ก็เปลี่ยนฉากต่อ

หลังจากทำรูปคดีในสถานที่จริงแล้ว รองหัวหน้าพัคก็มองไปยังสถานที่ซึ่ง 'ผลงานชิ้นเอก' ของเขาถือกำเนิดขึ้นและพูดคุยกับยูจีฮยอง

[“แต่คนร้ายที่แท้จริงลอกเลียนวิธีการฆ่าของผมอย่างแน่นอน บางทีมันอาจะแค่บรรยากาศหรือวิธีที่ค่อนข้างคล้ายกัน แต่เมื่อพิจารณาว่าเขารู้ทุกรายละเอียดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าคนร้ายที่แท้จริงก็ทำงานเป็นนิติจิตวิทยาหรอกเหรอ?”]

มีบางอย่างเข้ามาในใจของยูจีฮยอง อันที่จริงแม้ว่าจะมีใครก็ตามเลียนแบบ แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลียนแบบวิธีการของรองหัวหน้าพัคได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งอย่าลืมว่าการฆาตกรรมของรองหัวหน้าพัคส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนปี 2010 ข้อมูลเกี่ยวกับคดีพวกนี้จึงมีจำกัดมาก

แต่วิธีการฆาตกรรม นิสัย และรายละเอียดทุกอย่างกลับเหมือนกันทุกประการ ในขณะนั้นเอง รองหัวหน้าพัคที่ยักไหล่ก็พูดอีกครั้ง

[“แม้แต่ตำรวจก็สามารถฆ่าคนได้นะรู้ไหม เขาอาจจะเป็นประเภทเดียวกับผม”]

ภาพซูมเข้าระยะใกล้บนใบหน้าของยูจีฮยอง

ตอนที่ 3 จบลงตรงนั้น ในเวลาเดียวกัน ผู้คนทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตและผู้ชมทางโทรทัศน์ต่างก็ส่งเสียงร้องออกมา

พวกเขาเรียกร้องตอนต่อไปทันที

วันรุ่งขึ้น เช้าวันเสาร์ เรตติ้งผู้ชมตอนที่ 3 ถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว

『[ข่าวทางการ] 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ไปต่อไม่หยุดยั้ง ตอนที่ 3 เรตติ้ง 24.1%』

เรตติ้งพุ่งสูงขึ้น และความนิยมของคังวูจินที่รับบทเป็นรองหัวหน้าพัคก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน การแสดงของเขาในตอนที่ 3 มีผลกระทบอย่างรุนแรงมาก

พาดหัวข่าว:

『'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' ตอนที่ 3 ดาวรุ่งที่เฉิดฉายที่สุด 'รองหัวหน้าพัค' ผู้ชม: 'การแสดงของคังวูจินมันบ้าไปแล้ว!'』

『[ภาพถ่าย] 'การแสดงที่ไร้ที่ติ' ของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล สุดยอดคนขโมยซีน รองหัวหน้าพัค/รูปภาพ』

ความคิดเห็นของสาธารณชนทำให้คังวูจินรู้สึกทึ่งอย่างมาก

เรื่องมันชุลมุนตลอดทั้งวันเสาร์ จนกระทั่งถึงตอนที่ 4 ของ 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล'

ด้วยความคิดเห็นที่โหมกระหน่ำเช่นนั้น ตอนที่ 4 ก็เริ่มต้นขึ้น

ยูจีฮยอนและจองยอนฮีได้ใช้เบาะแสของรองหัวหน้าพัคในการสอบสวนตำรวจ ซึ่งเป็นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมต่อเนื่องในอดีตของรองหัวหน้าพัค แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย แต่เมื่อเบาะแสใหม่ปรากฏ รายชื่อผู้ต้องสงสัยก็แคบลง

จากตรงนี้ สิ่งต่าง ๆ ก็เริ่มปะติดปะต่อกันเข้า

ยูจีฮยองรู้สึกว่ามันแปลก

[“มันคงไม่ง่ายขนาดนี้หรอก”]

ในที่สุดพวกเขาก็จำกัดรายชื่อผู้ต้องสงสัยให้เหลือห้าคน พวกเขาทั้งหมดมีอาชีพเป็นตำรวจ บ้างทำงานหรือบ้างก็เกษียณแล้ว ยูจีฮยองและจองยอนฮีสอบปากคำพวกเขาอย่างมีระบบ

ทีละน้อยทีละน้อย ตัวตนที่แท้จริงของผู้กระทำผิดที่แท้จริงก็ถูกเปิดเผยทีละน้อย

จนในท้ายที่สุด

[“สี่คนมีข้อแก้ต่าง แต่หนึ่งคนไม่มี”]

ผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวที่ไม่มีข้อแก้ต่างได้ถูกบุกค้นโดยยูจีฮยอง จองยอนฮีและตำรวจ

ปัญหาก็คือ...

["เฮ้! ตื่นได้แล้ว!!"]

[“เขาตายงั้นเหรอ?!”]

คนร้ายเสียชีวิตที่บ้านเสียแล้ว ไม่มีอาการบาดเจ็บภายนอก แต่มีฟองที่ปากของเขา บ่งบอกว่ามีการใช้ยาเกินขนาด

มันเป็นการตาย...

[“เราตรวจพบร่องรอยของอะโคนิทีนที่เป็นสารพิษ”]

จากยาเสพติดจริง ๆ ในตอนแรกตำรวจสงสัยว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่การสอบสวนเพิ่มเติมพบว่าเป็นการฆาตกรรม สิ่งนี้ทำให้ยูจีฮยองรู้สึกสงสัยมากกว่าเดิม

[“อาจจะมี…ผู้สมรู้ร่วมคิดงั้นเหรอ?”]

คิดว่าอาจมีผู้สมรู้ร่วมคิดซ่อนอยู่ แม้จะพบผู้กระทำผิดแล้ว แต่คดีก็ยังไม่ปิดตัวลง ยูจีฮยองรู้สึกเหมือนเขากำลังเดินผ่านม่านหมอก แม้ว่าเขาจะไม่ทราบรายละเอียด แต่เขารู้สึกว่ามีความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคดีนี้

ต่อมายูจีฮยองกลับมาเยี่ยมรองหัวหน้าพัคอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทักทายเขาอย่างอบอุ่น

["คุณมาแล้วเหรอ? ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คุณบอกว่าคุณจับคนร้ายได้ แต่เขาตายใช่ไหม? ช่างน่าเสียใจเหลือเกิน”]

[“ทำไมคุณถึงสารภาพ? ในเมื่อคุณยอมรับข้อหาทั้งหมด ขั้นต่ำที่คุณจะได้รับก็คือโทษประหารชีวิตนะ คุณจะไม่เหลืออะไรเลย คงจะไม่มีใครรู้อยู่แล้วถ้าคุณเงียบไว้ ทำไมคุณถึงสารภาพออกมา?”]

["อืม ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว"]

[“ตอนนี้คุณกำลังพยายามชดใช้ความผิดงั้นเหรอ?”]

[“ชดใช้?”]

ริมฝีปากของรองหัวหน้าพัคสั่นไหว เขาเกือบจะแค่นเสียงออกมา ได้แต่กลั้นหัวเราะเอาไว้

[“นั่นเป็นคำที่ไพเราะมากเลยนะ ชดใช้ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกผิดมันก็เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นโดยมนุษย์ใช่ไหมล่ะ? สำหรับผม ผมคือผู้พิพากษา”]

[“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ผมจะไม่มาเจอคุณอีกแล้ว เราอยู่ด้วยกันแค่สองคน บอกผมมาเถอะ”]

[“…”]

สักครู่หนึ่ง มีความเหงาปรากฏในดวงตาของรองหัวหน้าพัคขณะที่เขามองไปที่ยูจีฮยอง มันไม่เกี่ยวกับยูจีฮยอง มันเกี่ยวกับเรื่องของตัวเขาเอง

[“คุณนิติจิตวิทยา แฮมเบอร์เกอร์ที่ผมกินในห้องสอบสวนนั้นอร่อยมากเลยนะ แรงจูงใจหรือเป้าหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนั้นมีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต รู้ใช่ไหม? ผมมีเวลาไม่มาก ผมก็เลยต้องการความสุขบ้าง”]

[“มีเวลาไม่มากงั้นเหรอ?”]

[“ถ้าไม่ใช่เพราะจินบอมคนนั้น ผลงานของผมก็คงยังคงเป็นตำนานตลอดไป นั่นแหละเป็นสิ่งเดียวที่ผมเสียใจ”]

[“…”]

[“ไม่สิ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกเสียใจ มันไม่ยุติธรรมเลย มันแทบจะทำให้ผมเป็นบ้าไปแล้ว”]

ฉากได้เปลี่ยนไป ตอนนี้โลกรู้แล้วเกี่ยวกับการก่อเหตุของจินบอมและความคืบหน้าของคดี เมื่อมาถึงจุดนี้ ยูจีฮยองก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับรองหัวหน้าพัค

[“เขาเป็นมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย”]

เขาเพิ่งจะได้รับข่าวอาการป่วยของรองหัวหน้าพัคอย่างล่าช้า ยูจีฮยองสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ จึงรีบขับรถไปหาอีกฝ่าย

ทว่า

[“ตรงนี้! โน่นไง!!! แย่แล้ว!”]

เขาพบรองหัวหน้าพัคที่แขวนคออยู่ในห้องขังของเขา ยูจีฮยองพยายามช่วยอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แต่รองหัวหน้าพัคก็ตายไปแล้ว บนพื้นข้างใต้รองหัวหน้าพัคมีข้อความ ซึ่งเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายถึงยูจีฮยอง

– ด้วยสิ่งนี้ ผลงานชิ้นเอกของผมจึงไม่ใช่หก แต่เป็นเจ็ด มันสนุกมากเลยนะ

นี่เป็นฉากสุดท้ายของรองหัวหน้าพัค และตอนที่สี่ก็จบลง

คืนวันเสาร์ เวลาประมาณ 23.10 น.

รถตู้สีดำจอดอยู่ด้านนอกห้องสตูดิโอของคังวูจิน ตามที่คาดไว้ วูจินกำลังนั่งอยู่ในรถตู้ ประตูหลังเปิดออก และคังวูจินผู้สวมหมวกแก๊ปก็เดินออกไป

“เหนื่อยหน่อยนะครับ”

“เรตติ้งคงจะพุ่งสูงขึ้นอีกแน่ในวันพรุ่งนี้ คนคงคลั่งไปหมด พี่รีบเข้าไปเลย!!”

มีเพียงจางซูฮวานเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้จากนอกในรถตู้ หลังจากทักทายสั้น ๆ รถก็ขับออกไป วันนี้คังวูจินยุ่งอยู่กับการโปรโมตกับทีม 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' หลังงาน 'สปอร์ตเดย์' ก็เหลือบทสัมภาษณ์อีกบางส่วน

ผ่านไปสักพัก

“เฮ้อ เหนื่อยชะมัด”

คังวูจินถอดหมวกที่เขาสวมตั้งแต่ต้นยันท้ายตารางงานสิ้นสุด จากนั้นเขาก็ดูเวลา

“ชักหิวแล้วสิ”

เขาอยากกินราเม็ง แต่เขาจำได้ว่าเขาไม่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น อันที่จริง ชเวชองกุนแนะนำว่าเขาควรเริ่มเพาะกายบ้าง เพราะหากมันเป็นรูปเป็นร่างแล้ว มันก็จะมีประโยชน์ได้ทุกเวลา

“อืม วันนี้ฉันจะกินแค่นี้แล้วกัน”

เขาสวมหมวกแล้วเดินไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ เขาดูเหมือนพลเมืองทั่วไป ชวนให้นึกถึงตอนที่เขาทำงานที่บริษัทออกแบบแห่งหนึ่งไม่มีผิด

-ฟึบ...

คังวูจินมาถึงร้านสะดวกซื้อที่ค่อนข้างใหญ่แห่งหนึ่ง เนื่องจากสภาพอากาศอบอุ่น ผู้คนทุกวัยจำนวนมากจึงกำลังเพลิดเพลินกับเบียร์ที่โต๊ะด้านนอกร้าน มากจนแทบไม่มีโต๊ะว่าง

“…”

ซึ่งทางคังวูจินก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา

'ที่บ้านฉันจะมีกิมจิไหมนะ? ซื้อกิมจิไปกินด้วยดีไหม?'

หลังจากนั้นเอง

“นี่! นั่นรองหัวหน้าพัคไม่ใช่เหรอ? ไม่สิ!”

จากโต๊ะตัวหนึ่งที่มีแต่ผู้หญิงนั่งเท่านั้น กลับมีเสียงอุทานดังขึ้น

“เขา…เขาคือคังวูจิน!”

*****

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay , ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิก กระซิก ;-;

จบบทที่ บทที่ 64 มากมาย (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว