เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: พลิกผัน (3)

บทที่ 18: พลิกผัน (3)

บทที่ 18: พลิกผัน (3)


บทที่ 18: พลิกผัน (3)

“…ระดับ A หรืออาจจะถึงขั้นระดับแนวหน้าด้วยซ้ำ? หนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ เนี่ยนะครับ?”

พนักงานตอบกลับด้วยสีหน้าสับสน ขณะเดียวกัน ซีอีโอซอกูซอบผู้มีหน้าตาคล้ายสุนัขพันธุ์บูลด็อกกลับมีแววตาที่ดูมั่นใจ

“ถ้าไม่ใช่แบบนั้น มันจะมีเหตุผลอื่นด้วยเหรอ? เดิมทีหนังสั้น 'สำนักงานนักสืบ' มันก็เป็นแค่หนังขยะที่ลอยเคว้งอยู่กว่า 2 ปีหลังจากสร้างบทเสร็จไม่ใช่เหรอ?”

“อ๋อ-ก็จริงครับ”

“แต่เราอุตส่าห์จัดหาให้พัคจองฮยอกมาเป็นพระเอก ให้เงินลงทุน แม้ว่าจะไม่ได้ดีอะไรมาก แต่ก็เป็นนักแสดงดาวเด่นไม่ใช่หรือไง? มีหนังกี่เรื่องกันที่มีการจัดพานมอบทุกอย่างให้แบบนี้ คิดดูสิว่ามีหนังสั้นเรื่องไหนจะได้เงื่อนไขแบบนี้ไป?”

“แทบไม่มีเลยครับ”

“แต่หมอนั่นกลับยกเลิกข้อตกลงทุกอย่างใช่ไหมล่ะ? ถึงแม้เรื่องอดีตของพัคจองฮยอกอาจจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่จะกังวลจนกล้ายกเลิกสัญญาทั้งหมดเลยเหรอ?”

“…”

พนักงานเหลือบมองพัคจองฮยอก บนโซฟาห้าที่นั่งด้านหลังเขาแล้วจึงลดเสียงให้เบาลง

“เอ่อ แต่ถ้าพวกเขามุ่งมั่นที่จะคว้ารางวัลจาก ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ ด้วยหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’…มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลเล็กน้อย”

"ใครมันจะไปสนเทศกาลเก่า ๆ แบบนั่นกัน แค่ที่พวกมันสร้างหนังห่วย ๆ แบบนี้ออกมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว แถมพัคจองฮยอกยังถือเป็นสุภาพบุรุษแล้วด้วยนะ กระทั่งพวกเลวร้ายยิ่งกว่านี้ยังไปเทศกาลหนังสั้น ‘มิสอองแซง’ ได้สบาย ๆ เลย"

ขณะพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก ซีอีโอซอกูซอบจึงเดินไปโซฟาห้าที่นั่งที่พัคจองฮยอกนั่งอยู่

“ผู้จัดการพัค เรื่องมันเป็นยังไงนะ? แกเป็นคนพาพวกดาราหน้าใหม่ไปหาชินดงชุนใช่ไหม? มีนักแสดงคนอื่นอยู่บ้างไหมตอนที่เขาไป?”

“อ๋อ-มีครับ มีครับ ตอนนั้นเขาอยู่ในห้องประชุมกับนักแสดงที่ผมไม่รู้จัก ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก”

“ไม่รู้จักงั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ ดูจะเป็นนักแสดงที่ไม่มีชื่อเสียงเลย”

คำว่า 'นักแสดงที่ไม่รู้จัก' ทำให้ซีอีโอซอกูซอบเดาะลิ้นเบา ๆ และแสดงปฏิกิริยาเฉยชาออกมา

“ดูเหมือนเขาคงกำลังสัมภาษณ์ไอ้หน้าโง่สักคนสำหรับบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ เราคงไม่จำเป็นต้องกังวลสนใจอะไรเรื่องนี้หรอก ว่าแต่ผู้จัดการพัค ยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?”

“ไม่มีอะไรอีกแล้วครับท่านซีอีโอ แต่ว่าถ้าตอนนี้มีนักแสดงระดับ A หรือสูงกว่าเข้าร่วมแสดงกับผู้กำกับชินดงชุน…บริษัทภาพยนตร์บลูวิชั่นฟิล์มจะไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอครับ?”

“พวกเขาต้องรู้อยู่แล้วสิ”

ซีอีโอซอกูซอบเห็นด้วย เขาเคาะที่พักแขนโซฟาด้วยนิ้วชี้ ในขณะเดียวกัน พัคจองฮยอกที่นั่งอยู่ด้านซ้ายไขว่ห้างพร้อมเอ่ยขึ้น

“บริษัทภาพยนตร์บลูวิชั่นฟิล์มแอบไปดึงตัวใครมาหรือเปล่า? ผู้กำกับชินดงชุนมีเส้นสายพอควรนิ”

จากนั้น ซีอีโอซอกูซอบก็ตีต้นขาตัวเอง

“จริงด้วย ในอดีตเขามีประสบการณ์มากมายในฐานะผู้กำกับละครโทรทัศน์ เพราะงั้นเขาคงจะมีเส้นสายอยู่บ้างแหละ…อ่า จะว่าไปชินดงชุนสนิทกับPDซงมันวูไม่ใช่เหรอ?”

พัคจองฮยอกจึงตอบไปว่า

“สนิทกันมากเลยล่ะครับ พวกเขาเหมือนพี่น้องกันเลย”

“PDซงมันวูมีเครือข่ายเส้นสายนักแสดงระดับแนวหน้าอยู่หลายคน ถ้าทั้งสองคนนี้ร่วมมือกัน ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะเลือกนักแสดงระดับ A มาแสดงในหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ ได้”

ตรงจุดนี้เอง พนักงานตรงหน้าก็ได้แสดงความเห็นอย่างระมัดระวัง

“ผมไม่คิดว่าจะเป็นนักแสดงระดับแนวหน้านะครับ มันดูแทบเป็นไปไม่ได้เลย ถึงแม้ว่า ‘สำนักงานนักสืบ’ จะสามารถเข้าชิงรางวัลใน ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’...แต่นักแสดงระดับ A ดูจะเวอร์มากเกินไปหน่อยนะครับ อย่างดีก็คงเป็นนักแสดงระดับ B ที่มารับบทบาทสมทบ อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้กำกับชินดงชุนลังเล เลยเลือกนักแสดงระดับ B มาแทนเพราะกลัวหรือเปล่าครับ?”

“ฮึ่ม-”

ความหมายคือ เขาเลือกนักแสดงระดับ B ที่ปลอดภัยกว่าพัคจองฮยอก ผู้ซึ่งเคยก่อเรื่องอื้อฉาว แม้ว่าจะเคยเป็นนักแสดงระดับแนวหน้าน่ะเหรอ?

“ถ้าเป็นนักแสดงระดับ B หรือต่ำกว่านั้น...คงมีแต่เรื่องน่ารำคาญเข้าไปใหญ่”

ไม่ว่ากรณีไหน สำหรับซอกูซอบ ซีอีโอของจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ นี่ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดมาก ถ้าเรื่องนี้แพร่ไปตามสื่อ พวกเขาคงจะลือกันว่าพัคจองฮยอกถูกปลดออกจากหนังเปิดตัวครั้งใหม่

แถมหนังที่เขาใช้เปิดตัวยังเป็นแค่หนังสั้นอีกต่างหาก

โชคดีที่กระบวนการทั้งหมดนี้ได้ดำเนินไปอย่างลับ ๆ  ทว่ามันก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่า บริษัทจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ถูกผู้กำกับชินดงชุนแห่งหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ ดูถูก

“เฮ้อ เฮงซวย”

ใบหน้าของซอกูซอบ ซีอีโอหน้าตาคล้ายสุนัขพันธุ์บูลด็อกยิ่งย่นมากขึ้น เขาสั่งพนักงานตรงหน้าเขาอย่างเย็นชา

“ไปสืบเรื่องชินดงชุนมาซิ ถ้ามีนักแสดงระดับ A เข้าร่วมจริง ข่าวลือคงกำลังจะแพร่สะพัดไปทั่วเองอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไร ก็แสดงว่าเขาเอานักแสดงกาก ๆ มาเล่นแทน”

“เข้าใจแล้วครับ”

“และเพราะเขาเริ่มต้นใหม่หมด เขาคงกำลังมองหาผู้ลงทุนอยู่ ให้แกไปโน้มน้าวพวกนั้นไว้ โดยเฉพาะพวกบริษัทผลิตหนังอิสระกับหนังสั้น”

“....ให้โน้มน้าวแบบไหนเหรอครับ?”

“ไปกระซิบ ๆ ให้พวกมันรู้ว่าอย่าได้ลงทุนแม้แต่แดงเดียวกับหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ !”

“ครับผม! เข้าใจครับ!”

“ถ้ามันไม่มีเงิน มันก็สร้างหนังไม่ได้หรอก”

ซีอีโอซอกูซอบที่กำลังตะโกนออกมา ก็หันศีรษะไปทางพัคจองฮยอกที่อยู่ทางซ้าย

“พัคจองฮยอก ฉันจะให้บทหนังสั้นสำหรับ ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ แก่นายไปอีกเป็นสิบ ๆ เรื่อง แล้วก็รีบดูอย่างละเอียดและเลือกมาสักเรื่องภายในวันพรุ่งนี้ด้วย”

พัคจองฮยอกยักไหล่และยิ้ม

“ครับ ๆ - แต่คุณซีอีโอ ครั้งนี้คุณจะผลักดันผมอย่างหนักเลยใช่ไหมครับ”

“ฉันต้องพูดอีกเหรอ? ฉันจะทุ่มเทให้อย่างแน่นอน เพราะงั้นนายเองก็อย่าได้ละเลยและต้องมุ่งมั่นด้วย ทำให้แน่ใจว่านายจะได้รับเลือกเรื่องที่มันดีกว่าหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’”

“อย่าลืมสิครับว่าผมเคยมีประสบการณ์การแสดงหลายปี”

ไม่มีผู้กำกับคนไหนที่สามารถไล่พัคจองฮยอกออกได้ ลองย้อนดูผลงานภาพยนตร์ของเขาสิ เอาเข้าจริง ๆ ผลงานการแสดงของเขามันค่อนข้างน่าประทับใจไม่หยอกเลย ซึ่งผ่านไปสักพักหนึ่ง ซีอีโอซอกูซอบก็ย่นหน้าจนคล้ายสุนัขพันธุ์บูลด็อก

“ฉันอยากให้นายบดขยี้หนังสั้น 'สำนักงานนักสืบ' เรื่องนี้เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของฉัน ถ้าเป็นไปได้ ก็สร้างผลงานที่มันมีคุณภาพระดับรางวัลใน 'เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง' เลย”

เขาพ่นคำพูดออกมาอย่างรุนแรง

“เพื่อให้ไอ้ชินดงชุน ไอ้สารเลวนั้นล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเสียใจ”

หลังจากนั้น

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือบังเอิญ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานที่คังวูจินเข้าไปเกี่ยวข้อง ทุกอย่างดูจะโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตอนนี้คนที่ร้อนรุ่มมากที่สุดคือ...

“ฟู่-คุณคังวูจินก็ตกลงแล้ว ตอนนี้ฉันคงต้องไปติดต่อบริษัทหนังก่อนสินะ”

ผู้กำกับชินดงชุนแห่งหนังเรื่อง ‘สำนักงานนักสืบ’ ด้วยเหตุที่เขาโละทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ การติดต่อบริษัทอื่นจึงกลายเป็นงานสำคัญอันดับหนึ่งของเขา ด้วยเหตุนี้ สัญญากับคังวูจินจึงถูกเลื่อนออกไปก่อน แต่พวกเขาได้ตกลงเรื่องบทนำกันแล้ว และก็ตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการหลังจากยืนยันบริษัทผู้สร้างแล้ว

นอกจากนั้น เขายังต้องการนักลงทุน กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือต้องการเงิน

บริษัทผู้ผลิตไม่ใช่สิ่งสำคัญมากนัก แต่มันเป็นข้อกำหนดพื้นฐานที่ต้องมี และผู้กำกับชินดงชุนจำเป็นต้องหาเงินทุนควบคู่ไปกับการติดต่อบริษัทผู้ผลิตด้วย แต่ว่ามันเหลือเวลาน้อยมากพอสมควร ‘เทศกาลหนังสั้นมิสอองแซง’ ก็ใกล้จะมาถึงแล้วด้วย

“ถ้ามันหาไม่ได้ ฉันคงต้องหาเงินจากเส้นสายของฉันสักทางแล้วล่ะ”

แต่น้อยคนนักที่จะยอมปล่อยเงินก้อนโตมาให้โดยไม่คิดอะไร แถมมันยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่างหนังสั้นอีก กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สถานการณ์ของผู้กำกับชินดงชุนยามนี้ดูจะยากลำบากมากพอสมควร

ตอนนี้เขาเครียดจนอายุของเขามันแทบจะลดลงไปสองปีเลย

หากถามว่ามันมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ก็คงเป็นการที่คังวูจินได้รับเลือกเป็นตัวเอก เรื่องนี้แหละที่ทำให้ผู้กำกับชินดงชุนกลับมาเต็มไปด้วยพลัง เขาแจ้งข่าวคร่าว ๆ ให้PDซงมันวู พี่ชายคนสนิทของเขารู้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันทั้งหมดแล้ว

“พี่ครับ ผมโยนทุกอย่างที่ผมมีกับบริษัทจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ทิ้งไปหมดแล้ว และผมกำลังเริ่มต้นใหม่ แน่นอนว่าได้คังวูจินมาเป็นพระเอกด้วยครับ”

ทางโทรศัพท์ PDซงมันวูก็ยินดีกับเขามาก

“ดีมาก ทำดีแล้ว หนทางตอนนี้อาจจะขรุขระมากหน่อย แต่ถ้าเอ็งมองไปข้างหน้า นั่นแหละคือทางที่ถูก ว่าแต่การเจอกับคังวูจินเป็นยังไงบ้าง?”

“เขายอดเยี่ยมมากเลยครับ เขาแสดงความชื่นชอบในหนังสั้น 'สำนักงานนักสืบ' ของผม และเขายังเข้าใจบทหนังมากกว่าผมที่เป็นผู้กำกับเสียอีก มันเหมือนกับว่าเขาได้เข้า ๆ ออก ๆ กองถ่ายตลอดเวลา ถึงหน้าจะดูไม่ใช่แบบนั้น แต่เขาดูมีความหลงใหลมากเลยล่ะครับ”

“เขาเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าอยู่แล้วล่ะ เป็นจังหวะดีมากเลยนะ เพราะคังวูจินหลังจากนี้จะกลายเป็นคนที่ค่าตัวแพงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”

"ครับผม พี่ครับ คือว่าถ้ารอออกอากาศปุ๊บ กระแสตอบรับคงดีแน่ ๆ ครับ  ผมเลยอยากขอรบกวนพี่ก่อนถ่ายทำหน่อย ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคุณคังวูจินให้ผมฟังหน่อยสิครับ ให้ไปถามจากเจ้าตัวคงไม่ได้"

“ฉันก็ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกัน เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยปริศนา แต่ฉันจะบอกสิ่งที่ฉันรู้แล้วกัน ว่าแต่อีกฝ่ายไม่ได้ติดต่อมาก่อนเลยเหรอ?”

“ครับ? อีกฝ่าย? ยังไงเหรอครับ?”

“เอ่อ…ไม่มีการติดต่อกันมาก่อนงั้นเหรอ? เป็นคนที่แปลกมากเลยแฮะ...อืม ช่างเถอะ”

สุดท้าย PDซงมันวูก็ได้เอ่ยคำถามหนึ่งขึ้นมา

“ว่าแต่คังวูจินได้บทของเอ็งมาจากไหนงั้นเหรอ?”

ผู้กำกับชินดงชุนส่ายหัวไปมา

“เอ่อ-คือผมฟุ้งซ่านมากจนลืมถามไปเลยครับ”

***

สองวันต่อมา

วันธรรมดาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นวันเสาร์ที่ 22 กล่าวอีกนัยคือ สุดสัปดาห์มาถึงแล้ว ผู้กำกับชินดงชุนยังคงวิ่งวุ่นไปมาอย่างบ้าคลั่ง และ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ ก็กำลังเดินหน้าไปด้วยความมุ่งมั่นในระดับเดียวกัน

เรื่องนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการสร้าง

นักแสดงที่เหลือทั้งหมดได้รับการยืนยันแล้ว ฉากและสถานที่ถ่ายทำสำหรับฉากแรก ๆ ก็ได้รับการตัดสินใจแล้ว นอกจากนี้ บทภาพยนตร์อย่างเป็นทางการสำหรับตอน 1 ได้ถูกแจกจ่ายให้กับนักแสดงแต่ละคนแล้วด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น บทสรุปสำหรับการประชุมบทภาพยนตร์และการประชุมการผลิต การถ่ายทำโปสเตอร์และงานประกาศการผลิตก็ได้รับการตัดสินใจแล้ว

ด้วยเหตุนี้ สตูดิโอซีบลูจึงเริ่มมุ่งเน้นไปที่การโปรโมทขนานใหญ่

『[ประเด็นร้อน] ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ ซีรีส์ที่น่าจับตามองที่สุดของครึ่งปีแรกได้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเตรียมการก่อนการถ่ายทำและเตรียมอ่านบทละครแล้ว』

『'ฮงฮเยยอน' นางเอก 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพ' อวดโฉมความงามราวเทพธิดาในงานปาร์ตี้แบรนด์แฟชั่น / รูปภาพ』

『SBC จะประสบความสำเร็จหรือไม่? ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ มาแล้ว! กระแสความนิยมยิ่งเพิ่มขึ้นทุกวัน』

ในขณะเดียวกัน นักเขียนชื่อดังพัคอึนมีก็กำลังวางแผนการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

“ฮึ่ม-”

เธอนั่งลงดูวิดีโอบนโน๊คบุ๊คของเธอ มันเป็นวิดีโอแสดงคังวูจิน วิดีโอที่คังวูจินแสดงเป็น ‘รองหัวหน้าพัค’ เป็นครั้งแรก

หลังจากดูวิดีโอเสร็จ นักเขียนพัคอึนมีก็พูดว่า

"อืม เข้าใจเลย คงต้องลองปรับให้ดูเย็นชาขึ้นอีกนิด แต่เวลาเขาแสดง คงต้องให้เพิ่มแววตาที่ดูคลั่งเข้าไปหน่อย"

ไอเดียบรรเจิดเริ่มผุดขึ้นมา มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก เพราะดูเหมือนเธอกำลังได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงที่รับบทเป็นตัวละคร "หัวหน้าพัค" ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ต้องขอบคุณเขาเลย

-แต่ก-แต่ก-แต่ก!

ด้วยมือที่กดแป้นพิมพ์อย่างว่องไว พัคอึนมีเริ่มปรับบทละครที่เขียนไปถึง 4 ตอนแล้ว ตั้งแต่ตอน 2 ถึงตอน 4 เธอได้ปรับปรุงบทใหม่ตั้งแต่วันจันทร์หลังสุดสัปดาห์ มันเสร็จแล้วโดยคร่าว ๆ ซึ่งเมื่อPDซงมันวูอ่านบทที่ปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ในการประชุมบทละคร เขาก็พูดว่า

“······อา คุณนักเขียนพัคอึนมี”

เขายกย่องนักเขียนพัคอึนมีด้วยสายตาที่เบิกกว้าง

“คุณภาพของบทภาพยนตร์ดีขึ้นหลายเท่าเลย! ตั้งแต่จิตใจของตัวละครไปจนถึงความแน่นของเนื้อหา...ตัวละครอื่น ๆ ก็เหมือนกัน”

ไม่ใช่แค่ยกย่อง แต่เขาชื่นชมเธอเป็นอย่างมาก

“บทรองหัวหน้าพัคนี้มันอะไรกัน? มิติของตัวละครมันสุดยอดเกินไปแล้วไหมครับ?”

***

วันต่อมา วันอังคารที่ 25

ฉากอยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพนิตยสาร เต็มไปด้วยทีมงานหลายสิบคน กล้องขนาดใหญ่และนักแสดงหญิงในชุดสูท

“เยี่ยมมากครับ! คุณฮงฮเยยอน! ครั้งนี้ลองปลดเสื้อแจ็คเก็ตอดูไหมครับ?”

ฮงฮเยยอนปล่อยผมยาวสยาย สวมชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างดี พอดีตัวและรองเท้าแบรนด์เนม

– เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นรัวเร็ว แชะ! แชะ! แชะ!

เธอเปลี่ยนสีหน้าและท่าทางให้เข้ากับชัตเตอร์ที่ดังขึ้น เธอเป็นมืออาชีพจริง ๆ ทุกคนที่เห็นเธอจะต้องอ้าปากค้างกับความสวยอันน่าทึ่งของเธอแน่

แล้วก็

“โอเคครับ! เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาถ่ายอีกทีใน 10 นาทีครับ!”

หลังจากเสียงตะโกนของทีมงานดังขึ้น ฮงฮเยยอนที่กำลังถอดเสื้อสูทก็เดินไปยังจุดพักของเธอที่มีทีมงานเกือบ 10 คนรออยู่แล้ว

“พี่ฮเยยอน พักเหนื่อยหน่อยนะคะ!”

น้ำเปล่าและโทรศัพท์มือถือถูกส่งให้กับฮงฮเยยอน จากนั้นเธอก็นั่งลงพร้อมกับกองกระดาษที่วางอยู่บนเก้าอี้ กองกระดาษที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยมีคำต่อไปนี้บนหน้าปก

-‘สำนักงานนักสืบ’

ใช่แล้ว กองกระดาษนี้คือบทภาพยนตร์เรื่อง ‘สำนักงานนักสืบ’ และในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฮงฮเยยอนกำลังอ่านบทภาพยนตร์ ‘สำนักงานนักสืบ’ อย่างตั้งใจ กระทั่งในกองถ่ายนี้ก็ด้วย

ทันใดนั้นเอง

-ตือ ตือ

โทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น ผู้โทรคือ ชเวซองกุน ซีอีโอของบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้นสังกัดของฮงฮเยยอน เนื่องจากเธอมีธุระกำลังจะติดต่อกับเขาพอดี ฮงฮเยยอนจึงรับสายทันที

“ว่าไงพี่?”

ชเวซองกุนถามทางโทรศัพท์

“เธออยู่ระหว่างถ่ายแฟชั่นเหรอ? คุยได้ไหม?”

“อืม ตอนนี้ฉันพักอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะพูดให้กระชับเลยแล้วกัน เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘สำนักงานนักสืบ’ ดูเหมือนว่าการผลิตจะหยุดลงแล้วล่ะ”

“อะไรนะคะ?? ทำไมล่ะ?”

“ดูเหมือนผู้กำกับชินดงชุนจะเป็นคนถอนตัวออกจากโปรเจค ‘สำนักงานนักสืบ’ เองน่ะ บริษัทผู้ผลิตคือบลูวิชั่นฟิล์ม ตอนแรกพวกเขาก็เงียบ ๆ กัน แต่ฉันลองตรวจสอบผ่านทางสายของฉันดู เหมือนจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยล่ะ?”

“....จีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์งั้นเหรอ? ฉันไม่ห็นเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยนะคะ?”

“เหมือนพวกเขากำลังลอบทำอะไรอยู่เลย คงต้องลองมาประกอบจิ๊กซอว์ข้อมูลทั้งหมดหน่อยแล้วแหละ”

ซีอีโอชเวซองกุนเริ่มเล่าถึงการคาดเดาของเขา

“ตอนแรกโปรเจคนี้จีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นคนดูแล แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ผู้กำกับชินดงชุนถึงถอนตัวออกไป แล้วไอ้หนุ่มคังวูจินที่เธอพูดถึงก็โผล่มาแทน รู้สึกเหมือนไอ้คนที่หน้าคล้ายบูลด็อกของจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์จะวางแผนอะไรสักอย่าง ซึ่งมันจะเป็นอะไรได้กันล่ะ? คงเป็นเรื่องไอ้หนุ่มพัคจองฮยอกนั่นแหละ”

“อ๋อ”

“อีกฝ่ายคงคิดจะพาเขากลับมาวงการล่ะมั้ง นี่แค่การคาดเดาของฉันนะ แต่บริษัทจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์อาจต้องการที่จะฟอกตัวพัคจองฮยอกใหม่ผ่านหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ แต่มันไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าผู้กำกับชินดงชุนยกเลิกสัญญากับบริษัทจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ ทำให้บริษัทจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ย่อมโมโหเป็นธรรมดา และตอนนี้พวกเขาถึงขั้นไปขู่บริษัทผลิตภาพยนตร์อิสระและหนังสั้นเลย”

“ไปขู่? หมายความว่ายังไง?”

“ก็ดูเหมือนว่าจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ พอสัญญาถูกยกเลิก ผู้กำกับชินดงชุนจึงต้องหาเงินเองอีกครั้ง เธอคิดว่าซอกูซอบ ไอ้เจ้าสุนัขบูลด็อกของจีจีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ที่โมโหจะอยู่นิ่งเฉย ๆ งั้นเหรอ?”

กาคาดเดาของชเวซองกึนใกล้เคียงสถานการณ์จริงไม่มีผิด ฮงฮเยยอนที่หน้าบึ้งตึงก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน

“พี่กำลังบอกว่าพวกเขาเปลี่ยนนักแสดงนำแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินทุน ดังนั้นพวกเขาก็เลยสร้าง ‘สำนักงานนักสืบ’ ไม่ได้งั้นเหรอ?”

“คงเป็นอย่างนั้นแหละมั้ง?”

“ต้นทุนการผลิตเท่าไรเหรอ?”

“คงมีแค่ผู้กำกับชินดงชุนเท่านั้นแหละที่จะรู้”

“………”

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฮงฮเยยอนที่คิดไม่ตกจึงพึมพำใส่โทรศัพท์ของเธอ ทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน

“พี่ บริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนท์ของเราก็เตรียมเงินไว้ลงทุนพวกโปรเจคอะไรทำนองนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

***

ในขณะเดียวกัน ณ ที่ทำงานของนักเขียนพัคอึนมี

คังวูจินกำลังนั่งตัวตรงบนโต๊ะครัว ในห้องทำงานของนักเขียนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“นี่มันที่ทำงานหรืออพาร์ทเม้นท์กันแน่?”

เขาเดินทางมาตามคำเชิญของPDซงมันวู คังวูจินเพิ่งมาถึง ส่วนอีกฝั่งของเขามีPDซงมันวู และนักเขียนพัคอึนมีกำลังนั่งอยู่

ในตอนนี้เอง

“คุณคังวูจิน”

PDซงมันวูที่ไว้หนวดเครา ยิ้มอย่างอ่อนโยนเพื่อคลายความเกร็ง

“นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาที่ทำงานของคุณนักเขียนพัคอึนมีใช่ไหมครับ?”

คังวูจินพยายามควบคุมจิตใจของตัวเองให้ใจเย็นตั้งแต่มาถึงที่ทำงานแห่งนี้ สาเหตุก็เพราะเขาต้องเสแสร้งทำเป็นคนอวดดีและเยือกเย็น มันเป็นอะไรที่หนักหนาราวกับกำลังอยู่ในสนามรบ แน่นอนว่ามันคงเป็นแค่สนามรบสำหรับคังวูจินคนเดียว

‘ห้ามประมาทเด็ดขาด’

ด้วยเหตุนี้ ภายนอกใบหน้าของคังวูจินจึงเรียบเฉย นิ่งพอสมควร และมีความบ้าคลั่งแฝงอยู่ในแววตา ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกตเลย

“ครับ ใช่ครับ”

“ฮ่า ๆ ถึงจะเรียกว่าที่ทำงาน แต่มันก็ไม่ต่างจากบ้านหรอกนะ”

“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะครับ”

“แต่คุณคังวูจิน ผมขอถามสักคำก่อนที่จะไปถึงประเด็นหลักนะครับ”

PDซงมันวูยิ้มน้อย ๆ แล้วถามคังวูจินอย่างไม่ทันตั้งตัว

“คุณได้บท ‘สำนักงานนักสืบ’ มาจากไหนครับ?”

คำถามที่ออกนอกเรื่อง ทำให้ดูเหมือนว่านักเขียนพัคอึนมีก็อยากรู้ด้วย และตอนนี้เองที่บางอย่างได้ผุดขึ้นมาในหัวของคังวูจิน

‘อ๋อ จริงสิ นึกออกแล้ว PDซงมันวูตาแก่คนนี้สนิทกับผู้กำกับคางเหลี่ยมคนนั้นไม่ใช่เหรอ? น่าแปลกแฮะที่พวกเขามาเกี่ยวข้องกันแบบนี้’

ช่างมันเถอะ ตอนนี้จะทำอะไรได้ หากให้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดในสถานการณ์แบบนี้คงน่ารำคาญไม่น้อย แถมไม่เห็นจำเป็นต้องโกหกเลยด้วย ดังนั้นเขาจึงตอบเพียงสั้น ๆ กระชับไปว่า

“ผมได้มันมาจากคนรู้จักคนหนึ่งครับ”

“คนรู้จัก?”

ในขณะเดียวกัน คังวูจินก็เสริมความอวดดีเข้าไปอีกนิด

“ผมได้มาจากไหนมันสำคัญด้วยเหรอครับ?”

“ฮ่า ๆ เปล่าหรอกครับ เปล่าเลย จริง ๆ แล้วนั้นมันแค่คำถามที่ผมสงสัยเท่านั้นเอง และสิ่งที่ผมอยากรู้จริง ๆ คือทำไมคุณถึงเลือกหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ ต่างหาก”

“………”

“ผมได้ยินมาจากผู้กำกับชินดงชุนว่าคุณชื่นชอบบทเรื่องนี้มากเลยใช่ไหมครับ?”

นักเขียนพัคอึนมิก็กล่าวเสริมประโยคเข้ามา

“ละครของเรากำลังเริ่มถ่ายทำอยู่ด้วย แต่คุณมีเหตุผลอะไรที่จะไปแสดงในหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ เหรอคะ? บทของรองหัวหน้าพัคไม่ง่ายเลยนะ ฉันเองก็ค่อนข้างสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมคุณคังวูจินถึงได้ตั้งใจไปรับบทในหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’”

“พวกคุณสงสัยงั้นเหรอ?”

PDซงมันวูก็ตอบแทนเธอ

“พวกเราสงสัยครับ มันเป็นการเดิมพันที่เสี่ยงไปหน่อยไหมครับ? มันเป็นหนังสั้น แถมสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่ค่อยดีเท่าไรด้วย แต่ว่าตอนนี้คุณคังวูจินกลับดูจะเต็มไปด้วยความมั่นใจมากเกินไปหน่อยนะครับ”

ใช่แล้วเขาดูมั่นใจมากเกินไป แต่ที่เขาตัดสินใจแบบนี้มันก็เป็นผลมาจากมิติว่างเปล่าที่คังวูจินมีแต่เพียงผู้เดียว สาเหตุเพราะอันดับของผลงานที่สามารถมองเห็นได้จากบาท ด้วยเหตุนี้คังวูจินที่แสร้งทำตัวเป็นคนอวดดีจึงพยายามคิดหาคำตอบว่าจะตอบไปเช่นไรดี การหลีกเลี่ยงการตอบคำถามไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะเขาต้องรับมือกับคนใหญ่คนโตทั้งสองคนนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง หากตอบไม่ดีคงมีซวยแน่

แถมตอนนี้เขาจำเป็นต้องวางท่า วางมาดให้ดูลึกลับด้วย

‘อืม สงสัยต้องทำให้แนบเนียนหน่อยแล้วกัน ไหน ๆ ก็คุยเรื่องมิติว่างเปล่าไม่ได้อยู่แล้ว’

จากนั้น คังวูจินก็พูดออกมา

“เป็นความรู้สึกน่ะครับ”

“...................ความรู้สึก?”

“ใช่ครับ เหตุผลที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเลือกเรื่องนี้ มันก็คือความรู้สึก”

แค่นี้ก็คงพอผ่านไป คังวูจินชมตัวเอง ในทางกลับกัน PDซงมันวูและนักเขียนพัคอึนมีต่างจ้องมองคังวูจินที่อยู่โต๊ะฝั่งตรง จากนั้นPDซงมันวูก็ถามด้วยความลำบากใจ

“ปกติ…คุณตัดสินใจทุกอย่างจากความรู้สึกตั้งแต่แรกเลยเหรอครับ คุณคังวูจิน?”

“ประมาณนั้นครับ”

จากคำตอบที่มั่นใจของคังวูจิน PDซงมันวูได้แต่พึมพำกับตัวเอง

‘ความรู้สึก หรือว่ามันคือสายตากับสัญชาตญาณในการมองเห็นผลงานของเขาสินะ อืม–ถ้าหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริง ๆ แสดงว่าเขา……..’

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตะลึงอย่างถึงที่สุด

‘นอกจากจะเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะการแสดงอันแสนน่าสะพรึงอยู่แล้ว ยังมีสัญชาตญาณอันเฉียบแหลมอีกงั้นเหรอ?’

ก้อนหิมะแห่งความเข้าใจผิดอีกก้อนเพิ่งจะเริ่มกลิ้งไถลลงจากภูเขาเสียแล้ว

*****

จบบทที่ บทที่ 18: พลิกผัน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว