เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16: พลิกผัน (1)

บทที่ 16: พลิกผัน (1)

บทที่ 16: พลิกผัน (1)


บทที่ 16: พลิกผัน (1)

‘ทำไมผู้กำกับคางเหลี่ยมคนนี้ถึงน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาล่ะ?’

คังวูจินนั่งอยู่ริมหน้าต่างในร้านกาแฟ ภายนอกเขาดูสงบนิ่งมาก แต่ภายในใจนั้นรู้สึกตกใจมากเมื่อเห็นผู้กำกับชินดงชุนที่นั่งอยู่ตรงข้าม

‘หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไป? ฉันไม่ได้ทำท่าทีแข็งกร้าวอะไรเลยนะเมื่อกี้นี้’

ผู้กำกับคนนี้เขามีความอ่อนไหวทางอารมณ์มากอยู่แล้วหรือเปล่า? การที่คังวูจินคิดเช่นนี้เป็นเรื่องปกติมาก ไม่ว่าใครก็คงมีปฏิกิริยาแบบเดียวกันกับเขา เพราะถ้าเกิดจู่ ๆ คนที่เขากำลังคุยด้วยกลับน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ยิ่งเป็นผู้ชายที่ดูน่าจะอายุสี่สิบกว่าด้วยแล้ว มันยิ่งดูแปลกมาก

‘ถ้าเขาร้องไห้ขึ้นมาจริง ๆ ฉันควรทำยังไงดีเนี่ย? นิ่งต่อไป หรือปลอบใจดี? แล้วทำไมเขาถึงร้องไห้กันเล่า!’

คังวูจินครุ่นคิดอย่างจริงจัง พยายามรักษาท่าทางเคร่งขรึมไว้ ขณะเดียวกันนั้นเอง ผู้กำกับชินดงชุนก็เอ่ยขึ้นว่า

“ขอบคุณ… ขอบคุณจริง ๆ นะครับคุณคังวูจิน”

บรรยากาศภายในร้านกาแฟยิ่งชวนซึ้ง ราวกับกำลังดูหนังเศร้าสักเรื่อง ดวงตาของผู้กำกับชินดงชุนแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าราวกับจะไหลออกมาทุกวินาที

นี่มันเกิดขึ้นกันเนี่ย?

คังวูจินได้พูดคำพูดที่เขาคิดตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านกาแฟ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรที่รุนแรงเลยนะ หรือคำว่า ‘ผูกพัน’และ ‘ความรัก’ ไปกระตุ้นอะไรบางอย่างในตัวผู้กำกับชินดงชุนเข้า แต่คังวูจินไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขาแทบไม่รู้เรื่องราวชีวิตปัจจุบันของผู้กำกับชินดงชุนด้วยซ้ำ

‘แย่แล้ว สถานการณ์มันดูแย่ลงเรื่อย ๆ ฉันควรจะหยุดดีไหม?’

ที่สำคัญที่สุด คังวูจินไม่ได้อินมากกับเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' ขนาดนั้น คำว่า 'ผูกพัน' ที่เขาเลือกใช้ก็แค่เป็นคำที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่เขาพูดไปเช่นนี้ก็ธรรมดามาก

ช่วงหลัง ๆ มานี้ นอกจากเรื่อง 'ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล' แล้ว เรื่องเดียวที่เขาสนใจก็คือหนังสั้น 'สำนักงานนักสืบ' ดังนั้นเขาจึงคิดว่าการใช้คำว่า 'ผูกพัน' น่าจะเป็นคำที่เหมาะสม แต่มันอาจจะดูเวอร์ไปหน่อยมั้ง? ถึงอย่างนั้นก็เถอะ สรุปแล้วคือเขาอยากจะทำตัวเป็นคนอวดี แต่ขณะเดียวกันเขาก็ต้องเคารพอีกฝ่ายด้วย ทำให้คำว่า 'ผูกพัน' ในที่นี้ที่เขาพูดออกไปมันเป็นเชิงแนวโอ้อวด มากกว่าแสดงความสนใจ

ซึ่งที่พูดไปเขาไม่ได้โกหกอะไรเลยนะ

ความจริง คังวูจินก็แอบสนใจเรื่อง 'สำนักงานนักสืบ' อยู่เหมือนกัน การพูดเสริมว่าตัวเองรู้สึก 'ผูกพัน' กับเรื่องนี้ อีกฝ่ายฟังแล้วคงไม่ติดใจอะไร แต่ทำไมตาแกถึงแดงก่ำขึ้นมากันล่ะ?

ไม่นานนัก คังวูจินก็กระแอมเบา ๆ และพูดขึ้น

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

ต่อมา ผู้กำกับชินดงชุนก็เช็ดน้ำตาบริเวณรอบดวงตาเสร็จเสียที

-ฟู่

เขาสงบอารมณ์ที่อ่อนไหว ไม่ได้แสดงท่าทีอันไม่เคารพอีกต่อไป เพราะนักแสดงชายคนหนึ่งที่ผูกพันกับผลงานของเขากำลังนั่งอยู่ตรงหน้า

“······คุณคังวูจินครับ”

จากนั้น ผู้กำกับชินดงชุนก็เอ่ยถามคังวูจินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

“หนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’…คุณชอบตรงไหน…ขออนุญาตให้ผมถามได้ไหมครับ?”

ส่วนไหนที่เขาชอบเหรอ? คังวูจินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่การทำให้ผู้กำกับชินดงชุนที่อยู่ในอาการไม่ปกติเช่นนี้ ควรจะรีบทำให้สงบลงดีกว่า เพราะผู้คนในร้านกาแฟเริ่มหันมามองแล้ว

'ไม่รู้เลยแฮะว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ จริงสิ สงสัยต้องชื่นชม ใช่แล้ว ชื่นชมเขาสักหน่อยดีกว่า'

ดังนั้น คังวูจินจึงตัดสินใจพูดถึงข้อดีของ ‘สำนักงานนักสืบ’ แน่นอนว่าเขายังคงรักษาท่าทางอันเคร่งขรึมของเขาไว้เช่นเดิม

“ประการแรก คงเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตัวละครหลักอย่างคิมรยูจินที่ถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียดอ่อนมาก ตอนแรกเขาค่อนข้างเฉื่อยชา  แต่....”

คังวูจินยังคงกล่าวคำชมอย่างใจเย็นต่อไป พลางสังเกตอาการของผู้กำกับชินดงชุนอย่างพิถีพิถัน  ผู้กำกับชินดงชุนเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ อีกฝ่ายคงไม่มีทางได้สัมผัส ‘สำนักงานนักสืบ’ ด้วยตัวเองเหมือนคังวูจินที่ได้อ่าน‘สำนักงานนักสืบ’ อย่างละเอียดถี่ถ้วนหรอก

ดังนั้น คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากคังวูจินจึงแยบคายอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นคำชมที่เฉพาะคนอย่างคังวูจิน ผู้มีพลังแห่งมิติว่างเปล่าเท่านั้นที่จะสรรสร้างออกมาได้

ณ จุดนี้เอง

“อืม…”

ผู้กำกับชินดงชุนตาแดงก่ำ เขารู้สึกตกใจและเกิดความรู้สึกอันรุนแรงถาโถมเข้าใส่ใจอีกครั้ง

'ขะ-เขารู้รายละเอียดของบทเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาได้เข้าไปในโลกของ 'สำนักงานนักสืบ' แล้วออกมาเลย'

นักแสดงคังวูจินเข้าใจทุกแง่มุมของ 'สำนักงานนักสืบ' อย่างชัดเจน

‘ตั้งแต่ความคิดและอารมณ์ของตัวละคร ไปจนถึงเบื้องหลังของงาน ฉาก แม้กระทั่งสภาพอากาศ เขายังทำให้ฉันนึกถึงส่วนที่ฉันมองข้ามไปด้วย เขาต้องอ่านบทของฉันหลายสิบครั้งแล้ว ไม่สิ อาจมากกว่านั้นอีก'

ดูเหมือนว่าเขาจะวิเคราะห์บทเสร็จหมดแล้ว ถึงขั้นสร้างแบบตัวละครได้เลยด้วยซ้ำ ในไม่ช้า ผู้กำกับชินดงชุนจึงได้แต่กล่าวโทษตัวเองขณะจ้องมองไปที่คังวูจินอย่างตั้งใจ

‘เฮ้ย ชินดงชุน มีนักแสดงคนไหนบ้างที่แสดงความรักและผูกพันกับ ‘สำนักงานนักสืบ’ ได้ขนาดนี้’

ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่เริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งเข้าให้แล้ว…

'นายจะทิ้ง 'สำนักงานนักสืบ' ไปให้คนอื่นมันใช้ฟอกตัวงั้นเหรอ?'

ไม่ว่ายังไง ตอนนี้ผู้กำกับชินดงชุนตัดสินใจแล้ว

‘ฝีมือการแสดงของเขามันมากพอที่จะเอาไปโชว์ในวงการภาพยนตร์ได้เลย ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีกแล้ว แถมนักแสดงคนนี้ยังวิเคราะห์ผลงานของฉันอย่างละเอียดขนาดนี้อีก’

‘ฉันจะพลิกสถานการณ์ทุกอย่างของหนังสั้น ‘สำนักงานนักสืบ’ ให้จงได้’

“ฉันจะเปลี่ยนทุกอย่างเอง”

“เอ่อ...อะไรนะครับ?”

“คุณคังวูจิน”

ยามนี้ผู้กำกับชินดงชุน ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน เขาโน้มตัวเข้าหาคังวูจินอย่างเชื่องช้า คังวูจินยังคงหน้านิ่งเฉย เอนตัวออกไปอย่างแนบเนียน

เพราะจู่ ๆ ผู้กำกับชินดงชุนดันโพล่งออกมาอย่างแข็งขันเช่นนี้

“ได้โปรดรับบทเป็นตัวละครหลักคิมรยูจินของหนัง 'สำนักงานนักสืบ' ด้วยเถอะครับ”

***

ในระหว่างนั้นเอง ใกล้กับภูเขาพูคันซาน

คนประมาณสิบคนทยอยอกมาจากรถมินิบัสสีเหลืองสองคัน ดูเผิน ๆ พวกเขาเหมือนนักท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่

“ถึงแม้จะลำบากสักหน่อย แต่ระหว่างปีนเขากรุณาดูรอบตัวดี ๆ ด้วยนะครับ! ถ้าเจออะไรแปลก ๆ รีบแจ้งคุณPDทันทีเลยนะครับ!!”

ประโยคดังกล่าวได้ออกมาจากปากทีมงานหลักของละคร ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ หัวหน้าแต่ละทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมถ่ายทำ ทีมไฟ ฯลฯ มากันพร้อม แน่นอนว่า PDซงมันวูผู้มีหนวดเครา ผู้คุมทีมงานทุกคนก็อยู่ด้วยเช่นกัน

“เตรียมน้ำดื่มมาด้วย-”

“รับทราบครับพี่!”

เหตุผลที่ PDซงมันวูออกมาที่ภูเขาพูคันซานในวันทำงานช่วงเช้า แถมยังเป็นช่วงปลายฤดูหนาวที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ มันมีเหตุผลเรียบง่ายอยู่อย่างหนึ่ง เขามาเพื่อหาสถานที่ถ่ายทำกลางแจ้งสำหรับละคร ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ พวกเขาจึงต้องปีนขึ้นเขาเพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่จะใช้สำหรับฉากแรก

จากนั้น PDซงมันวูก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับผู้ช่วยผู้กำกับที่กำลังเก็บของ

“แจ้งให้ทุกคนทราบจุดนัดพบอีกครั้ง เราคงไม่อยากให้ใครหลงทางเพราะสับสนหรอกนะ”

“รับทราบครับพี่!”

ช่วงเวลานั้นเอง ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง

-ตืด....♬♪

ลมแรงทำให้เสื้อกันลมของPDซงมันวูผู้มีหนวดเคราพองออก เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อผู้โทรตามนิสัย แล้วจึงเอียงคอด้วยความสงสัย

“ฮงฮเยยอนเหรอ?”

ปรากฏว่าผู้โทรคือฮงฮเยยอ นักแสดงสาวแถวหน้า ซึ่งเธอเป็นนางเอกของละครด้วย การที่เธอโทรมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เวลาต่างหากที่มันเป็นปัญหา

“ทำไมเธอถึงโทรมาหาเช้าขนาดนี้กันล่ะ?”

PDซงมันวูขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาชี้มือให้ผู้ช่วยผู้กำกับเดินหน้าต่อไปเลย จากนั้นจึงรับสาย

“อืม...ฮงฮเยยอน”

ฮงฮเยยอนหัวเราะเบา ๆ จากปลายสาย

“คุณPDอยู่ไหนคะ?”

“ผมน่ะเหรอ? ตอนนี้อยู่ที่ภูเขาพูคันซานครับ”

“อ๋อ ไปหาที่ถ่ายทำเหรอคะ?”

“ครับ ไปหาพื้นที่ถ่ายทำน่ะ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าถึงโทรมาเช้าขนาดนี้? โทรมาคงไม่ใช่เพราะอยากรู้ตารางงานของผมใช่ไหม?”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ”

ฮงฮเยยอนที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่เล็กน้อย จึงรีบพูดประเด็นสำคัญออกมาทันที

“เมื่อวันก่อนตอนเราไปกินข้าวร้านอาหารเกาหลี คุณรับโทรศัพท์แล้วรีบออกไปโดยพูดกเรื่องคังวูจินด้วย จำได้ไหมคะ?”

“···ผมพูดเหรอ?”

“คือที่จริง...ฉันแค่กังวลว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น เพราะสีหน้าของคุณมันดูแข็งทื่อมาก ทำไมเหรอคะ? คังวูจินทำอะไรหรือเปล่า?”

เธอพูดถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเกาหลีสุดหรูย่านชองดัมดงเมื่อวันก่อนที่PDซงมันวูได้รับโทรศัพท์จากผู้กำกับชินดงชุน แล้วเดินออกจากห้องวีไอพีไป

“อ๋อ เรื่องนั้นเองสินะ”

ทันใดนั้น PDซงมันวูก็หยุดพูด จากนั้นฮงฮเยยอนจึงเร่งเขาจากปลายสายทันที

“ค่ะ...แล้วสรุปมันเรื่องอะไรกันคะ?”

“······”

อย่างไรก็ตาม PDซงมันวูกลับไม่พูดต่อ ความคิดของเขาเริ่มหมุนวนไปมา

‘อืม…จะว่าไป… ตอนที่ฉันกลับเข้าไปในห้อง ฮงฮเยยอนก็ดูเหมือนจะถามถึงคังวูจินด้วยไม่ใช่เหรอ?’

แถมยังไม่ใช่แค่นั้น ตั้งแต่เธอได้เห็นคังวูจินในรายการ ‘สุดยอดนักแสดง’ ฮงฮเยยอนนักแสดงสาวแถวหน้าคนนี้กลับดูจะสนอกสนใจในตัวเขามากเป็นพิเศษ PDซงมันวูได้แต่คิดเช่นนั้นในใจ

‘เธอคิดอะไรกับคังวูจินหรือเปล่านะ?’

แต่ไม่หรอกมั้ง ฮงฮเยยอนคงไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมของคังวูจิน เหตุผลก็ง่าย ๆ เพราะในฐานะนักแสดงแถวหน้า ฮงฮเยยอนมีความกระหายที่จะแสดงบทบาทต่าง ๆ เป็นอย่างมากอยู่แล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เธออาจรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากการแสดงของคังวูจิน อาจเป็นเป็นแรงบันดาลใจ ความทะเยอะทะยานหรืออะไรก็ตามแต่

ซึ่งนี่แหละคือเหตุผลที่PDซงมันวูนับถือฮงฮเยยอน

แม้ว่าชื่อเสียงและอันดับของฮงฮเยยอนจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่เธอก็ยังคงกระหายที่จะพัฒนาฝีมือการแสดงอยู่เสมอ นักแสดงอย่างฮงฮเยยอนสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบายแค่รับงานโฆษณาเพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่เธอกลับยังคงแสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และเธอก็สามารถพัฒนาฝีมือของตนได้จริง ๆ

‘สำหรับฮงฮเยยอนแล้ว คังวูจินอาจดูเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาวเลย เธอประสบความสำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แต่คังวูจินดันทำมันได้ด้วยตัวเอง’

ถึงไม่ได้เรียนการแสดงมา แต่คังวูจินก็สามารถดึงดูดความสนใจจากPDซงมันวูและนักเขียนพัคอึนมีได้อย่างอยู่หมัด แน่นอนว่าฮงฮเยยอนเองก็โดนเหมือนกัน บางทีเธอคงจะไม่รู้สึกล่ะมั้ง?

‘ในฐานะนักแสดง นอกเหนือจากเรื่องชื่อเสียงแล้ว เธอคงกำลังคิดว่าตัวเองตามหลังคังวูจินอยู่หรือเปล่า?’

บางทีฮงฮเยยอนอาจจะร้อนใจ หรืออาจจะเป็นความอิจฉาที่กำลังแปรเปลี่ยนกลายเป็นยาพิษกันแน่? ในไม่ช้า PDซงมันวูก็หันกลับมาพร้อมกับลูบเคราของเขา

‘อืม ฮงฮเยยอนเป็นคนที่ยอมรับทุกงานขอแค่ถ้าเธออยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นหนังอินดี้หรือหนังสั้น ถ้ามันช่วยพัฒนาฝีมือการแสดงของเธอได้ เธอพร้อมลงแสดงหมด

เขาหวนนึกถึงเนื้อเรื่องของบทภาพยนตร์ ‘สำนักงานนักสืบ’ ที่เขาได้รับจากผู้กำกับชินดงชุน

‘และบท ‘สำนักงานนักสืบ’ ก็มีบทตัวละครหญิงที่น่าสนใจอยู่ด้วย ถ้าฉันลองยื่นมือเข้าไปในสถานการณ์นี้ มันอาจจบได้สวย…แถม มันคงจะสนุกน่าดูว่าไหม?’

PDซงมันวูได้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์โดยไม่รู้ตัว ในช่วงเวลานี้เอง เขาได้ยินเสียงของฮงฮเยยอนอีกครั้งทางโทรศัพท์

"คุณPDคะ คุณยังอยู่ไหมคะเนี่ย? สัญญาณไม่ดีเหรอคะ? เพราะคุณอยู่บนเขาหรือเปล่าคุณPD?"

เสียงตอบกลับพลันดังมาจากPDซงมันวู "อ๋อ ขอโทษที เมื่อครู่ผมไม่ได้ยินน่ะ"

เขาได้ข้อสรุปในใจแล้ว

“ทำไมถึงมีปลาตัวใหญ่มากมายวนเวียนอยู่รอบตัวคังวูจินคนนั้นนะ อืม งั้นมาทอดเบ็ดรอเหยื่องับก่อนแล้วกัน”

ศูนย์กลางของทุกสิ่งตอนนี้คือคังวูจิน เขาเป็นคนที่ทำให้ทั้งผู้กำกับชินดงชุนและฮงฮเยยอนหลงใหล ด้วยเหตุนี้สิ่งต่อไปที่ออกมาจากปากของPDซงมันอูก็คือ…

“พอดีว่าจู่ ๆ คังวูจินก็ไปเจอน้องชายของผม ผมเลยรู้สึกประหลาดใจมากน่ะครับ”

“น้องชายของคุณเหรอคะ?”

“อืม ใช่ครับ คุณรู้จักชินดงชุนใช่ไหม?”

“อ๋อ ฉันรู้จักเขาดีเลยค่ะ ผู้กำกับชินดงชุน แต่ช่วงนี้ออกไปไหนไม่ค่อยเห็นเลย คงยุ่งอยู่กับการกำกับหนังสินะคะ”

“ใช่แล้วครับ ดูเหมือนว่าคังวูจินอยากจะทำหนังสั้นที่ชินดงชุนเขียนบทไว้”

“อะไรนะคะ…กะทันหันแบบนี้เลย? บทละครยังไม่เริ่มอ่านเลยไม่ใช่เหรอคะ?”

“เอ่อ...ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ไว้ต้องลองยืนยันดูอีกที แต่มันดูเหมือนกับว่าสถานการณ์ของหนังสั้นเรื่องนั้นมันค่อนข้างยุ่งยากอยู่นิดหน่อยครับ”

“ทำไมเหรอคะ?”

คำถามของฮงฮเยยอนดังมาตามสาย แต่PDซงมันวูกลับยิ้มกริ่ม เขาปฏิเสธที่จะตอบคำถามนั้น เพราะถ้าเขาเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ความอยากรู้อยากเห็นของเธอคงจะลดลงไปแน่

“ไว้ทีหลังล่ะกันครับ ตอนนี้ผมยุ่งอยู่ คุณฮงฮเยยอนเอาไว้คุยกันอีกทีนะ”

“เดี๋ยวก่อนสิค่ะ!”

“อะไรเหรอครับ?”

“คุณเคยเห็นบทหนังสั้นของผู้กำกับชินดงชุนหรือเปล่าคะ? ชื่อเรื่องว่าอะไรคะ?”

“ผมเคยเห็นแล้วครับ เขียนได้ดีเลยแหละ ส่วนชื่อเรื่องเห็นว่าเป็น 'สำนักงานนักสืบ'”

“……”

มาถึงตอนนี้ PDซงมันวูก็เริ่มหย่อนเบ็ดลงไปอีก

“ทำไมเหรอครับ? อยากอ่านบทเหรอครับ? ให้ผมยืมให้ไหม?”

ฮงฮเยยอนติดเบ็ดทันที

“ได้ค่ะ! ถ้าคุณให้ยืมฉันก็จะอ่านค่ะ”

10 นาทีต่อมา ที่บ้านของฮงฮเยยอน

บ้านของเธอตั้งอยู่แถว ๆ ชองดัมดง เหมาะกับคำว่า ‘หรูหรา’ อย่างที่สุด ภายในตกแต่งแบบโมเดิร์น

เน้นโทนสีขาวดำ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นแบรนด์ชั้นนำ

ฮงฮเยยอนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรานั้น

แม้แต่ชุดนอนของเธอก็ยังเป็นสีดำ ผมยาวของเธอมัดเกล้าไว้เรียบง่าย เธอจ้องมองไปยังบางสิ่งอย่างว่างเปล่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความคิด

“……”

จากนั้น ฮงฮเยยอนก็มองไปที่โทรศัพท์ในมือของเธอ เธอเริ่มนึกถึงบทสนทนากับPDซงมันวูเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว

‘จู่ ๆ ก็จะไปแสดงหนังสั้นเนี่ยนะ?’

ฮงฮเยยอนเริ่มนึกถึงคังวูจิน นักแสดงสุดแปลกคนนั้น

‘เขาไปแสดงหนังสั้นทำไมหลังจากได้มีส่วนร่วมในละครใหญ่โตอย่าง ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติจิตวิทยาเสเพล’ กัน?’

ความอยากรู้และความสนใจของเธอกำลังจะพุ่งพล่าน อาจเพราะตอนนี้เธอเริ่มสนใจคังวูจิน นักแสดงประหลาดคนนี้เป็นอย่างมาก หรืออาจจะเรียกได้ว่า สนใจทักษะการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์และเหนือชั้นของเขามากกว่า

“...ฉันอยากดูหนังสั้นเรื่องนั้น”

มันไม่ใช่แค่เรื่องของบทภาพยนตร์เท่านั้น แต่สิ่งที่ฮงฮเยยอนอยากเห็นตอนนี้ไม่ใช่แค่คลิปวิดีโอ แต่เป็นตัวคังวูจินเองต่างหาก เธออยากจะดูการแสดงของเขากับตาตัวเอง เพราะเธอจะสามารถสัมผัสวิธีการแสดงของเขาได้ก็ต่อเมื่อดูเขาแสดงสด ๆ ตรงหน้าเธอเท่านั้น

ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าที่มีต่อการแสดงของเธอถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่

แล้วทันใดนั้น

-พึบ

ฮงฮเยยอนละสายตาจากโทรศัพท์มือถือไปที่โต๊ะตรงหน้าเธอ บนโต๊ะมีบท 3 หน้าที่เธอเคยได้รับจากรายการ ‘สุดยอดนักแสดง’ วางอยู่ ที่จริงแล้วเธอกำลังแอบฝึกซ้อมบทนี้อยู่ด้วย

แต่ว่า

‘ไม่ว่าฉันจะฝึกซ้อมมากแค่ไหน มันก็ไม่ออกมาเหมือนคังวูจินเลย’

เธอทำไม่ได้ เธอฝึกซ้อมทุกครั้งที่มีเวลาว่างสองสามวัน ทว่าก็ยังทำไม่ได้เหมือนเขาเลย แต่คังวูจินเพียงดูบทนี้ประมาณหนึ่งนาที แล้วกลับแสดงออกมาได้อย่างง่ายดาย

‘ฉันไม่รู้เรื่องในอดีตของเขา แต่ถ้าเขา…ถ้าเขาก้าวขึ้นมา เขาจะต้องกลบรัศมีของนักแสดงชั้นนำคนอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน ทำได้แบบไม่ต้องสงสัยเลย ฉันเองคงไม่อาจทัดเทียมเขาได้ด้วยซ้ำ’

ในตอนนี้เอง ฮงฮเยยอนรู้สึกถึงความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก มันพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“เฮ้อ-จริง ๆ เลยนะ ฉันล่ะเกลียดการถูกแซงหน้าชะมัด!”

ขณะเดียวกันนั้น

-ดิ่งด่อง♬♪

เสียงกริ่งประตูบ้านของเธอดังขึ้น ดูเหมือนว่าเธอจะนัดใครสักคนไว้ แต่ฮงฮเยอนก็ยังเปิดประตูหน้าบ้านด้วยความรำคาญที่ยังคงค้างคาใจ ชายคนหนึ่งที่สวมแว่นกรอบโลหะได้ปรากฏตัวขึ้น

“หิวจะตายอยู่แล้ว ฮงฮเยยอน ที่บ้านมีอะไรกินไหม?”

ชายคนนั้นเรียกชื่อฮงฮเยยอนอย่างสนิทสนม เขาเป็นถึงซีอีโอของบริษัทเอเจนซี่ที่ดูแลฮงฮเยยอนอยู่ มันเป็นบริษัทเอ็นเตอร์เทนเมนต์สตาร์ทอัพด้านความบันเทิง ที่จริงแล้วฮงฮเยยอนเป็นศิลปินเพียงคนเดียวของบริษัท และซีอีโอคนนี้ก็เป็นคนที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เธอแสดงครั้งแรก พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขานั้นเดินเคียงข้างกันมาโดยตลอด

ขณะที่เขากำลังถอดรองเท้า

"พี่..."

ฮงฮเยยอนไขว่แขน แล้วเอ่ยขอร้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"รู้จักหนังสั้นเรื่อง ‘สำนักงานนักสืบ’ ไหม? พี่ช่วยเช็คสถานการณ์หน่อยได้หรือเปล่า?"

เขาถึงกับชะงักไปชั่วขณะ

ซีอีโอยกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำว่า 'หนังสั้น'

"หนัง…หนังสั้นเหรอ?"

"ใช่ ช่วยเช็คได้ไหม?"

"เช็คเรื่องของหนังสั้นเหรอ? ของแค่นี้มันจะยากอะไร? ฉันแค่แปลกใจเองที่เธอสนใจหนังสั้นน่ะสิ แต่เธอ…คงไม่ได้คิดจะไปเล่นหนังสั้นช่วงเวลาแบบนี้ใช่ไหม?"

ฮงฮเยยอนยักไหล่ ตอบไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

"เปล่า แค่รู้สึกอยากเล่นนิดหน่อย ยังไม่ได้คิดจะเล่นจริงจังหรอกนะ"

*****

จบบทที่ บทที่ 16: พลิกผัน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว