- หน้าแรก
- ข้าโง่จริงๆ ช่วยรีบก่อกบฎกันหน่อยเถอะ
- ตอนที่ 26 ข่าวดี
ตอนที่ 26 ข่าวดี
ตอนที่ 26 ข่าวดี
ทั้งเดือนพฤศจิกายน เกาหลิงเฟิงอยู่แต่ในฮาเร็ม อยู่กับจักรพรรดินี ฟังดนตรี ทบทวนจดหมายเหตุ เขาไปหาสนมฮวาเพื่อชมการรำกระบี่และประลองกับนางเป็นครั้งคราว บางครั้ง เขาจะไปหาพระพันปีและคุยเรื่องทั่วไป ชีวิตช่างเพลิดเพลิน
หลินเจี้ยนเฉิงฝังตัวกับงานของราชเลขาใหญ่ จัดการแทบุทกเรื่องภายในคณะ บานะราชเลขาในคณะเสนาบดี ชื่อเสียงของหลินเจี้ยนเฉิงกระจายไปทั่วราชสำนักและไกลกว่านั้น
เหล่าเสนาบดีตระหนักว่าพอไร้จักรพรรดิและราชสำนักที่วุ่นวาย เรื่องราวต่างๆก็รวดเร็วไปหมด หลินเจี้ยนเฉงิจัดการกับคำร้องจากกรมทั้งหกอย่างเชี่ยวชาญ และตอบกลับจดหมายเหตุที่ยื่นโดยขุนนางขั้นสูงต่อฝ่าบาท
ราชสำนักราบรื่น และมีประสิทธิผลมากกว่าในรัชสมัยของจักรพรรดิองค์ก่อนซะอีก
เกาหลิงเฟิงนอนตักของสนมฮวาและเพลิดเพลินกับองุ่นจากแดนใต้
[เจ็ดวันจนกว่าจะถึงสิ้นเดือน!]
[ก่อตั้งตงฉ่าง – 5000โชคลาภ]
[เลือกที่รักมักที่ชัง -1000 โชคลาภ]
[ปัญหาทางการเงินในกรมการคลัง -2000โชคลาภ!]
[โชคลาภตอนเริ่มเดือน : 94000]
[โชคลาภในปัจจุบัน 86000]
[โปรดทำงานหนักต่อไปเพื่อทำลายโชคลาภบ้านเมือง!]
สุดยอด!ประสบความสำเร็จจริงๆ แค่เดือนนี้เดือนเดียว ก็ทำลายไปถึงแปดพันแล้ว ก้าวหน้าไปมาก
เขาไม่รู้เลยว่ารายงานข่าวอันเป็นมงคลจากชายแดนเหนือได้มาถึงโต๊ะของคณะเสนาบดีแล้ว หลินฟาน หัวหน้าฝ่ายห้าของสำนักเลขาธิการกลางนำเสมียนของเขาไปตรวจสอบเงินภาษีอย่างกระตือรือร้น
การยึดภาษีจากพ่อค้าเหล่านี้ทำให้ได้เงินมากถึงสิบล้านตำลึงเงิน! คลังหลวงถึงกับบวมจากเงินที่ไหลเข้ามาอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งหลินเจี้ยนเฉิงก็ยังไม่อยากเชื่อ
“ใต้เท้า!”หลินฟานอุทาน”รายงานจากมณฑลและเทศมณฑลมีมูลค่าถึง11ล้านตำลึงเงิน!ทั้งหมดถูกฝากเข้าคลังของกรมการคลัง นอกจากเงินแล้ว เรายังจับกุมผู้ลักลอบขนของเถื่อนทางตอนเหนือได้มากกว่าห้าร้อยคน!’
11 ล้านตำลึงเงิน!พอจะให้ราชสำนักรุ่งเรืองไปนับปี ยิ่งไปกว่านั้น ความมั่งคั่งนี้ยังได้มาด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย!
“ใต้เท้า!”หลินฟานอุทานอย่างตื่นเต้น ด้วยโชคลาภก้อนนี้ ตำแหน่งของหลินเจี้ยนเฉิงในฐานะราชเลขาใหญ่จะปลอดภัยกว่าเดิม!
เสนาบดีกรมการคลัง เสนาบดีอู่เองก็ได้รับตัวเลขที่ชัดเจนจากผู้ใต้บังคับบัญชาเขาด้วย เขารีบวิ่งเข้าคณะเสนาบดี และอุทาน“ท่านราชเลขา ท่านเปรียบเสมือนเทพแห่งความมั่งคั่ง!”
“เสนาบดีอู่ ก็แค่เงิน จะเอะอะโวยวายทำไม?”
“ท่านราชเลขา ท่านไม่รู้หรอก!กรมการคลังขับเคลื่อนด้วยเงิน!”
หลังเห็นเงินที่เปล่งประกาย เสนาบดีอู่ก็ยิ่งมีความสุข ในยุคนี้ กรมการคลังเป็นงานที่ไม่เห็นคุณค่า ความต้องการเงินมีไม่หยุดแค่คลังกลับแทบว่าง มันก็เหมือนกับการพยายามหุงข้าวโดยไม่มีข้าว
ก่อนหน้านี้ กรมพยายามรวบรวมเงินสองล้านเพื่อเป็นเงินบำนาญให้ทหารพิการ ตอนนี้พวกเขาได้มา 11 ล้านแล้ว!สิ่งนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของกรมอย่างเร่งด่วน จนเขาเกือบจะก้มหัวคำนับหลินเจี้ยนเฉิง
หลินเจี้ยนเฉิงเบี่ยงคำชมทันที“ความสำเร็จนี้ไม่ใช่อะไรที่ข้าควรรับ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพระปรีชาของฝ่าบาท!”
หลินเจี้ยนเฉิงถอนหายใจ“หลังดำรงตำแหน่งมานับสิบปี ข้ากลับดูหมองไปเลยเมื่อเทียบกับพระองค์ ข้าแค่ทำตามคำสั่งของฝ่าบาทเท่านั้นเอง!”
เสนาบดีอู่รู้สึกงง“ท่านราชเลขา ท่านเป็นคนจัดการเรื่องนี้ ฝ่าบาทให้คำแนะนำอะไร?”
หลินเจี้ยนเฉิงพยักหน้าและตอบ“ดั่งคำที่ว่า’การปกครองบ้านเมืองก็เหมือนการย่างปลาตัวเล็กๆ’ วิธีของฝ่าบาทช่างฉลาดเฉลียวยิ่ง!”
เสนาบดีอู่เป็นพันธมิตรของหลินเจี้ยนเฉิง ดังนั้นหลินเจี้ยนเฉิงจึงอธิบายอย่างใจเย็น“ย้อนกลับไปที่การประชุมจักรพรรดิ”
“การประชุมจักรพรรดิ?”เสนาบดีอู่ถาม
“การประชุมนั้นทำให้เกิดประเด็นเรื่องทหารพิการ ฝ่าบาททรงเสนอให้ส่งทหารทางเหนือไปเข้ารับตำแหน่งขุนนางชั้นผู้น้อยในมณฑลและเทศมณฑลทางเหนือ ตอนนั้น เจ้าคือคนที่ค้าน”
เสนาบดีอู่ยอมรับอย่างเขินอาย“กรมการคลังยากจนไป ข้าไม่มีทางเลือก!”
หลินเจี้ยนเฉิงพูดต่อ“ต่อมา ข้าตระหนักถึงเจตนาอันลึกล้ำของพระองค์ ถ้าเรารวบรวมภาษีการค้าเหล่านี้โดยตรง ใครจะบังคับได้?เจ้ากับข้าต่างก็อยู่ในเมืองหลวง แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบเป็นเศรษฐีท้องถิ่น”
‘แม้กระทั่งนายอำเภอธรรมดาก็อาจต้องดิ้นรนเพื่อสู้กับผู้มีอำนาจในท้องถิ่น ถ้ามันยุยงให้เกิดการก่อกบฎ ภาษีการค้าจะยุติลงแน่ แต่คราวนี้ละ?ทุกสิ่งราบรื่น!ทำไมมันถึงราบรื่น?ทั้งหมดต้องขอบคุณการจัดเตรียมของฝ่าบาท!”
“ทหารพิการที่เกษียณย่อมเป็นศัตรูกับคนเถื่อนทางเหนือและไม่มีทางถูกผู้มีอำนาจในท้องถิ่นครอบงำ”หลินเจี้ยนเฉิงอธิบาย“การให้อำนาจแก่พวกเขาในการเผชิญหน้ากับคนเถื่อนจะต้องก่อให้เกิดผลลัพธ์ พวกเขายังเก็บงำความขุ่นเคืองอย่างมากต่อพ่อค้าเหล่านั้นที่ค้าขายกับคนเถื่อน”
“ด้วยบุคคลเหล่านี้ที่ช่วยเหลือนายอำเภอ เราจึงสามารถเก็บภาษีเหล่านี้ได้โดยไม่ก่อให้เกิดการกบฏ!ฝ่าบาททรงไตร่ตรองเรื่องภาษีการค้าไว้แต่แรก! ฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว!พระองค์ทรงมองการณ์ไกลอย่างมาก!”
หลังได้ยินคำอธิบายของหลินเจี้ยนเฉิง เสนาบดีอู่ก้ตะลึง นี่มันการเมืองอะไรกัน?ไม่แปลกที่หลินเจี้ยนเฉิงจะนั่งตำแหน่งราชเลขาได้!เขาจะไม่เข้าใจกลยุทธ์อันซับซ้อนได้ไง/เสนาบดีอู่เต็มไปด้วยความรู้สึกทึ่งในตัวเกาหลิงเฟิง
หลินเจี้ยนเฉิงดึงเสนาบดีอู่มาข้างตัวและกระซิบ“เจ้ามาถึงทันเวลาพอดี มาร่างจดหมายเหตุร่วมกันเพื่อแจ้งให้ฝ่าบาททราบถึงข่าวดีนี้กัน!”