- หน้าแรก
- ระบบวรยุทธ์ในโลกแฟนตาซี
- บทที่ 1 อารัมภบท: ก่อกำเนิด
บทที่ 1 อารัมภบท: ก่อกำเนิด
บทที่ 1 อารัมภบท: ก่อกำเนิด
ตึกตัก ตึกตัก!
ครืดคราด…
เขาตายไปแล้วไม่ใช่หรอ
ครืดคราด…
นี่เขา…อยู่ในน้ำ!
โจวซวี่ตื่นตระหนกในใจ รีบกลั้นหายใจ พลางพยายามลืมตาอย่างสับสนอลหม่าน แขนขาตะเกียกตะกายไปทั่ว สัญชาตญาณสั่งให้ดิ้นรนเอาชีวิตรอด
ครู่ต่อมา เขาก็พลันนิ่งงันไป
เอ๊ะ?
ทำไม…ถึงไม่รู้สึกขาดอากาศหายใจ
ตึกตัก!
ครืดคราด…
อยู่ที่โรงพยาบาลหรือ
เขาถูกช่วยชีวิตเอาไว้ได้หรอ
โจวซวี่ลังเลใจเล็กน้อย
นี่คงเป็นเครื่องมือรักษารุ่นใหม่มั่ง
…
จริงสิ เขาน่าจะแจ้งแพทย์ว่าเขาฟื้นแล้วใช่ไหม
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวซวี่จึงลองยื่นมือออกไปสำรวจรอบกาย
นี่คือพื้นที่คับแคบที่รายล้อมไปด้วยกำแพงอันอ่อนนุ่ม สัมผัสคล้ายผิวหนังของคน ไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไรกันแน่
จะแจ้งแพทย์ได้ยังไงล่ะเนี่ย
โจวซวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
จะลองเคาะกำแพงด้านหน้าดูดีไหม
ไม่รู้ว่าค่ารักษาด้วยเครื่องนี้จะแพงหรือไม่ เงินเก็บของเขาจะพอจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือเปล่าก็ไม่รู้
ขณะที่โจวซวี่คิดเช่นนั้น เขาก็ยื่นมือไปตบที่กำแพงด้านหน้า
“โอ๊ย!”
เสียงอุทานแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านของเหลวโดยรอบ ฟังดูทุ้มต่ำไปบ้าง
“…”
เสียงหญิงสาวกล่าวถ้อยคำประหลาดดังมาจากกำแพงรอบด้าน แรงสั่นสะเทือนทำให้ผิวของโจวซวี่สั่นสะเทือนตามไปด้วย
ทำไมเสียงนี้ถึงเหมือนดังมาจากเหนือหัว
เมื่อกี้เป็นภาษาอะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงฟังไม่เข้าใจ
“…”
เสียงของผู้ชายดังขึ้นจากที่ที่ไม่ไกลนัก เสียงนี้ไม่ได้สั่นสะเทือนร่างกายของโจวซวี่เหมือนก่อนหน้า แต่ความหมายของถ้อยคำนั้น โจวซวี่ก็ยังคงไม่เข้าใจเช่นกัน
นี่เขาอยู่ต่างประเทศหรอ
ถูกส่งมารักษาตัวที่ต่างประเทศ หรือว่าเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาทดลองใช้กันแน่
ตึกตัก!
จริงสิ เสียงที่ดังอยู่ตลอดเวลารอบตัวนี่คือเสียงอะไร
เสียงที่คล้ายเสียงกลองหนักๆ ดังกระหึ่มอยู่ตลอดเวลา เสียงที่หนักแน่นทุ้มลึกเช่นนี้ ทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงไม่ทันสังเกต
ตึกตัก…ตึกตัก…ตึกตัก!
หรือว่า…นี่คือเสียงหัวใจเต้น
โจวซวี่ได้ข้อสรุปที่น่าเหลือเชื่อ ขณะที่เขาตั้งใจฟังเสียงนี้
กลับรู้สึกว่าเสียงนี้ราวกับบทเพลงกล่อมเด็กที่ไพเราะที่สุดในโลก ทำให้เขาเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
…
ในช่วงเวลาที่กึ่งหลับกึ่งตื่น โจวซวี่ก็พอจะตรวจสอบสถานการณ์ในตอนนี้ได้
หากนี่ไม่ใช่ความฝัน เขาก็น่าจะ…กลับชาติมาเกิด!
“ไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็น่าจะเป็นความฝันสิ!”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด โจวซวี่ยังคงไม่กล้าเชื่อ แต่ข้อมูลต่างๆ ที่รวบรวมได้กลับยืนยันสมมติฐานนี้
จุดที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ในจิตสำนึกของเขาปรากฏหน้าจอเสมือนจริงขึ้นมา!
[คุณสมบัติส่วนตัว:
พละกำลัง: (อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต)
ความว่องไว: (อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต)
ปฏิกิริยาตอบสนอง: (อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต)
ความอดทน: (อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต)
กายภาพ: (อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต)]
[วรยุทธ์ส่วนตัว: ไม่มี]
[แต้มทักษะคงเหลือ: 0 แต้ม]
[ระดับส่วนตัว: LV0:0/10]
[อยู่ระหว่างการเจริญเติบโต ไม่สามารถมอบหมายภารกิจวรยุทธ์ส่วนตัวได้ในขณะนี้]
…
หน้าต่างคุณสมบัติส่วนตัวที่เข้าใจง่าย ทำให้โจวซวี่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังต่ออนาคตของตนเอง
สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ คือการเร่งพัฒนาตนเองให้เร็วที่สุด พยายามนำหน้าคนอื่นไปให้ได้หนึ่งแสนเมตรตั้งแต่จุดเริ่มต้น!
ในระหว่างช่วงเวลาที่ได้สติอย่างหาได้ยาก โจวซวี่เตรียมสรุปสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ในตอนนี้
…
ฝึกฝนร่างกายหรือ
จากชื่อของระบบแล้ว โลกภายนอกน่าจะอยู่ในยุคโบราณ หากร่างกายแข็งแรงเกินไป จะทำให้คลอดยากหรือเปล่า
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากพลาดพลั้งอาจหมายถึงหนึ่งศพสองชีวิต
ฝึกฝนพลังลมปราณหรอ
ทำได้…กับผีสิ!
แม้จะมีระบบวรยุทธ์ แต่ชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ผีสางตนไหนจะไปรู้วิชาบำเพ็ญตบะที่เริ่มฝึกได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์!
รู้ว่าง่ายแต่ทำยาก!
โจวซวี่พลิกตัวไปมา ครุ่นคิดหาวิธีพัฒนาตนเอง
เขานึกถึงทฤษฎีหนึ่งที่เคยได้ยินในชาติก่อนขึ้นมาได้
หากเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ จำนวนเซลล์สมองก็เปรียบได้กับความจุของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด
ยิ่งไปกว่านั้น เซลล์สมองของผู้ใหญ่ตายแล้วตายเลย ไม่มีการสร้างขึ้นใหม่ การไม่ฉวยโอกาสตอนที่ได้กลับมาสร้างตัวตนใหม่เพื่อเพิ่มเซลล์สมองให้มากขึ้น ถือเป็นการสิ้นเปลืองอย่างมหาศาล
หลังจากสรุปความสามารถของตนเองแล้ว เขาพบว่าสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือการคิดให้มากขึ้น
การทำเช่นนี้มีข้อดีสองประการ
ประการแรกคือการฝึกสมอง อย่างน้อยก็เพื่อให้ตนเองไม่หลับใหลไปหลังจากคิดได้เพียงสองนาทีเหมือนตอนนี้
อีกประการหนึ่งคือการฝังความเคยชินและตรรกะจากชาติก่อน หรือก็คือการถ่ายทอดความทรงจำและความคิดของตนเองลงในสมองของทารกแรกเกิดนี้
รูปแบบความคิดของมนุษย์นั้นเกิดจากความเคยชิน เพราะแก่นแท้ของความคิดก็คือการสร้างและหมุนเวียนของเซลล์ประสาทในสมอง
โจวซวี่ไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงมีความทรงจำจากชาติก่อน แต่จากทฤษฎีที่ว่า ‘ความคิดของมนุษย์เป็นเพียงการทำงานของสมอง’ นั้น สภาพของเขาในตอนนี้…มันช่างขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ยิ่งนัก!
ทารกในครรภ์ที่สมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ความทรงจำของเขาถูกเก็บไว้ในสิ่งใดกัน
เหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่มีหน่วยความจำ แต่ระบบกลับทำงานได้ แถมยังมีข้อมูลอยู่หลายกิกะไบต์
นี่มันเรื่องผีหลอกอะไรกัน
เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้คือระบบที่ปรากฏขึ้นมาในจิตสำนึกของเขาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จิตสำนึกของเขาอาจถูกเก็บไว้ในระบบนั้น
ในเมื่อจิตสำนึกของเขาอยู่ในนั้น แล้วร่างกายนี้…ในอนาคตจะกำเนิดจิตสำนึกใหม่ขึ้นมาอีกหรือไม่
…
คิด ทบทวน สะกดจิตตนเอง!
โจวซวี่ไม่กล้าเฉื่อยชา เขาฉวยทุกช่วงเวลาที่ได้สติ ทบทวนทุกเศษเสี้ยวความทรงจำที่นึกออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผ่านร่างกายของมารดา โจวซวี่สามารถได้ยินเสียงพูดคุยจากโลกภายนอกอย่างแผ่วเบา ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นครั้งคราว แต่เขากลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
เรื่องราวภายนอก รอให้เกิดก่อนแล้วค่อยทำความเข้าใจก็ยังไม่สาย การดำรงอยู่ของตนเองต่างหากคือเรื่องคอขาดบาดตาย
ขณะที่ทบทวนความทรงจำอย่างต่อเนื่อง เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าช่วงเวลาที่ตนเองมีสติค่อยๆ ยาวนานขึ้น ความเร็วในการคิดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการรับรู้ของร่างกายก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
บางที นี่อาจเป็นข้อพิสูจน์ว่าร่างกายกำลังปรับตัวเข้ากับความทรงจำ
กระบวนการนี้ราบรื่นอย่างน่าประหลาด สมกับคำกล่าวที่ว่า เรื่องยากสำหรับคนไม่รู้ แต่สำหรับคนรู้แล้วไม่ยาก
เหมือนกับการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ที่มีเพียงสามขั้นตอนง่ายๆ
ขั้นตอนแรก ค้นหาแหล่งแร่ยูเรเนียม-235
ขั้นตอนที่สอง สกัดยูเรเนียม-235 ให้บริสุทธิ์
ขั้นตอนที่สาม นำยูเรเนียม-235 ที่สกัดแล้วใส่ในทรงกลมที่สามารถระเบิดได้อย่างสม่ำเสมอ แล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้น!
โจวซวี่พลันนึกขึ้นได้ว่า บางทีการถ่ายทอดความทรงจำอาจจะง่ายดายเช่นนี้ เขาเพียงแค่ข้ามขั้นตอนนับไม่ถ้วน ตรงไปยังจุดหมายสุดท้ายเพื่อป้อนข้อมูลความทรงจำ
เฉกเช่นเดียวกับการสะกดจิตตนเอง เพียงแค่พูดกับตัวเองในกระจกทุกวันว่าเจ้าเก่งที่สุด ก็สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจของคนคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
กระบวนการนี้เป็นวิธีการสร้างโครงข่ายประสาทด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เฉกเช่นการสร้างโปรแกรมใหม่ในระบบคอมพิวเตอร์
ในแง่หนึ่ง การส่งผลต่อสมองของมนุษย์นั้นง่ายกว่าการสร้างโปรแกรมใหม่บนคอมพิวเตอร์ซะอีก
ตั้งแต่ข้อมูลภายนอกที่ซ้ำซากจำเจ ไปจนถึงสิ่งที่เรียกว่าการสะกดจิต แก่นแท้ของมันคือการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองมนุษย์ กระทั่งในแง่หนึ่ง ข้อมูลภายนอกที่ซ้ำซากจำเจกลับส่งผลต่อการสร้างสมองได้ง่ายกว่า
มีคำกล่าวว่า เมื่อเจ้าจ้องมองไปยังห้วงลึก ห้วงลึกก็จะจ้องมองกลับมายังเจ้า
หากตีความด้วยหลักการนี้ ก็คือเมื่อมองห้วงลึกนานเข้า ในสมองก็จะสร้างห้วงลึกอีกแห่งหนึ่งขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมอยู่เสมอ
การที่ดอกบัวเกิดในตมแต่ไม่เปื้อนตมนั้น เป็นเพราะความยากลำบากของมันจึงได้รับการยกย่อง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติแต่อย่างใด
ท่ามกลางความคิดที่สับสนวุ่นวาย เมื่อโจวซวี่รู้สึกว่าความคิดของตนเองปลอดโปร่งไร้อุปสรรค น้ำคร่ำกลับขุ่นขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
กำแพงอันอ่อนนุ่มโดยรอบบิดตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มบีบรัดอย่างช้าๆ
(จบบท)
ช่วงแรกๆ จะมีคำศัพท์ยุคใหม่ๆ อยู่ พอผ่านไปไม่กี่บทก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นคำโบราณแล้ว