เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 เศร้าสลด

ตอนที่ 37 เศร้าสลด

ตอนที่ 37 เศร้าสลด


"แม่ของข้า?"เจียงวู่เฉิงถามอย่างสนใจ

เขาเติบโตมาพร้อมกับพ่อของเขาจนกระทั่งเขาอายุ12ขวบ เมื่อพ่อของเขาได้่จากไปอย่างกระทันหัน สำหรับแม่ของเขา..เขาไม่เคยเห็นนางและพ่อของเขาก็ไม่เคยพูดถึงนางเลย

ดังนั้นจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ของเขาชื่ออะไร

"ท่านรู้จักแม่ของข้าเหรอ?"เจียงวู่เฉิงกำลังจะถาม แต่ทันใดนั้นจื่ออู่เยวี่ยก็ผลักเขาไปทางชายร่างกำยำที่กำลังเดินเข้ามาหานาง

"อู่เยวี่ย ท่าน.."ชายกำยำรับเจียงวู่เฉิงอย่างรวดเร็วและมองไปที่จื่ออู่เยวี่ยในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก

ผ้าคลุมของจื่ออู่เยวี่ยหล่นลงเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนอง พร้อมกับเส้นเลือดสีน้ำเงินเผยอยู่บนผิดราวกับแมลงหลายล้านตัวกัดหน้าของนางอยู่ จืออู่เยวี่ยคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งและน่าสังเวชใบหน้าของดูน่าเจ็บปวดอย่างมาก

"บัดซบ ยาพิษ"สีหน้าของปู้ ชายร่างกำยำเปลี่ยนไป"นี่ไม่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้าหรือหลังจากนั้น แต่ตอนนี้มันกลับเกิดขึ้น"

"พิษ?" เจียงวู่เฉิงมองดูจื่ออู่เยวี่ยอย่างตกใจ

"เจียงวู่เฉิง"ทันใดนั้นน้ำเสียงที่ฟังดูบ้าคลั่งก็พุ่งออกมาจากปากของนาง"ตั้งใจฟัง..แม่ของเจ้าจื่อวู่เหมิงเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลจื่อ เมื่อสามปีก่อนพ่อของเจ้าถูกตามล่าโดยหอคอยขนนกโลหิต ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกเขาจึงหนีไปที่ตระกูลจื่อเพื่อให้ปกป้องเขา ตระกูลจื่อได้ไปที่หอคอยขนนกโลหิตและส่งผู้เชี่้ยวชาญทั้งหมดออกไป"

"ในตอนท้าย*.."

"แม่ของเจ้าถูกฆ่าตาย พ่อของเจ้าถูกจับตัวไปที่หอคอยขนนกโลหิต และตระกูลจื่อของพวกเราก็พังทลายลง ข้าเป็นเพียงคนเดียวที่โชคดีรอดมาได้

"ดังนั้นเจ้าต้องจำเอาไว้ ว่าเจ้าไม่เพียงเป็นลูกของเจียงหนานเทียน แต่ยังเป็นสายเลือดคนสุดท้ายของตระกูลจื่ออีกด้วย เจ้าต้องพยายามเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถทำลายหอคอยขนนกโลหิตและล้างแค้นให้ตระกูลจื่อทั้งหมดของข้าด้วย!"

"และ...ที่นั่น..."จื่ออู่เยวี่ยแสดงออกถึงความบ้าคลั่งเนื่องจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากพิษ ทำให้นางพูดอย่างยากลำบาก"เจ้าต้องรักษา...ดาบสะบั้นชีพ...พ่อของเจ้า...ได้พูดเอาไว้ว่า...มันคือกุญแจ...ที่จะเข้าสู่ดินแดนบรรพบุรุษ!"

ในตอนท้ายเสียงของจื่ออู่เยวี่ยพลันเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง

"ไป!ปู้พาเขาไปเดี๋ยวนี้!"

ทันใดนั้นเสียงของจื่ออู่เยวี่ยก็ตะโกนขึ้นอีกครั้ง

ปู้มองเข้าไปในดวงตาของจื่ออู่เยวี่ยอย่างลึกซึ้งจากนั้นเขาก็เอาเจียงวู่เฉิงขึ้นไปบนหลังของเขา "ไป!"

"ป้า นางคือป้าของข้า"ในที่สุดเจียงวู่เฉิงก็เข้าใจในทันทีว่าจื่ออู่เยวี่ยคือใคร"ไม่! ไปนำป้าของข้ามา เราต้องไปด้วยกัน!"

"เมื่อได้รับพิษอู่เยวี่ยจะกลายเป็นบ้าคลั่งอย่างไร้สติ นางจะโจมตีทุกคน ถ้าเราพานางไปด้วยพวกเราจะหนีไม่ทัน"ปู้กล่าวเสียงเบา

"ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่สามารถทิ้งนางไว้ได้"เจียงวู่เฉิงตะโกน

สีหน้าของปู้พลันเปลี่ยนเป็นมืดมน เขาตบเข้าไปที่หลังคอของเจียงวู่เฉิงทำให้หมดสติในทันที

เมื่อเจียงวู่เฉิงหมดสติปู้ก็หลบหนีออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว

ในไม่ช้าชายหนุ่มคนหนึ่งในจำนวนคนที่สวมชุดคลุมม่วงจากหอคอยขนนกโลหิตก็พบกับจื่ออู่เยวี่ยที่กำลังบ้าคลั่ง

"ฮ่าฮ่า จื่ออู่เยวี่ยตามข้ามาซะดีดี"

"เฒ่าหยิงสารเลว เจ้าจะต้องพบกับจุดจบอันสยดสยอง!"

...

ครึ่งวันต่อมาการไล่ล่าสังหารในป่าก็ได้สิ้นสุดลง

กระดูกและศพกระจัดกระจายอยู่ทั่วสนามรบและมีชายสวมชุดคลุมและหน้ากากสีดำมากกว่า12คนยืนอยู่ตรงนั้น นำโดยชายชุดคลุมม่วง

"แม้แต่การส่งนักฆ่าสวมหน้ากากสีเงินมากกว่า30คน และนักฆ่าหน้ากากทองคำ3คน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสังหารเป้าหมาย มากกว่าครึ่งของนักฆ่าหน้ากากเงินนั้นถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บ และแม้แต่หนึ่งในนักฆ่าหน้ากากทองคำก็ตกตายไป การสูญเสียที่มากมายขนาดนี้ เจ้าจะรับผิดชอบยังไง?"ชายในชุดคลุมม่วงเอ่ยถามเสียงเย็น

ชายในเสื้อคลุมสีดำคลุกเข่าลงข้างหลังของเขา

"มอบคำสั่งสีแดงออกไปให้ทั่วทั้งแคว้นเทียนหยาน จะต้องหาเขาให้พบแม้ว่าจะต้องพลิกแคว้นเทียนหยานหาก็ตามที"ชายชุดคลุมม่วงกล่าวเสียงเย็น

"รับทราบ"ชายชุดคลุมดำตอบในทันที

"แม้ว่าเราจะไม่ได้ฆ่าเป้าหมายในครั้ง แต่การจับจื่ออู่เยวี่ยได้ก็ถือว่าดีระดับนึง" ชายในชุดคลุมม่วงพึมพำ "ด้วยการใช้จื่ออู่เยวี่ยข้าคิดว่าเจียงหนานเทียนต้องพูดนี้ออกมาแน่ๆ"

...

หลักจากการต่อสู้ที่น่าหดหู่ ตำหนักขุนพลดาบกลายเป็นซากปรักหักพังและบรรยากาศก็ตกต่ำลงอย่างมาก

ศพถูกย้ายไปด้านหลังของลานประลองมากถึง100ศพอย่างรวดเร็ว

ลูกศิษย์จำนวนมากของตำหนักขุนพลดาบ ยืนอยู่บนขอบของลานฝึกซ้อมพลางมองไปที่ศพนับร้อยแต่ละคนมีสีหน้าที่น่าเกลียด

"ท่านประมุข จำนวนศพได้ถูกนับเรียบร้อยแล้ว"ผู้อาวุโสของหอยุทธ์แดงกล่าวกับเจียนซินหง

"ไม่เป็นไร ทำต่อไป"

หน้าของเจียนซินหงซีดและรอดเลือดที่มุมปากของเขาก็แสดงให้เห็นว่าเขาได้ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่แถมยังได้รับบาดเจ็บสาหัส

"ผู้เชี่ยวชาญทั้งแปดคนที่เหนือกว่าอาณาทะเลลมปราณได้ตายไป สี่คนคือผู้อาวุโสของหอดาบส่วนที่เหลือเป็นคนรับใช้ของหอดาบ"ผู้อาวุโสกล่าว

"พวกเข้าทั้งหมดมาจากหอดาบ?"ดวงตาของเจียนซินหงจับจ้องไปที่เขาและถามย้ำอีกครั้งว่า "แล้วลูกศิษย์ที่ตายล่ะ?"

"มีลูกศิษย์94คนในขั้นวิถีลมปราณที่ตายไปแล้ว พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้คิดที่จะเข้าร่วมสงคราม แต่พวกเขาถูกลากเข้ามาอย่างไร้ประโยชน์ ศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดคืออายุ12ปีและเขาเพิ่งจะรวบรวมลมปราณได้"ผู้อาวุโสตอบด้วยความเศร้า

เมื่อได้ยินจำนวนผู้เสียชีวิตเจียนซินหงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียวและกลายเป็นซีดในฉับพลัน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถอนหายใจพลางพูดอย่างลึกซึ้งว่า "ฝังพวกเขาให้ดี!"

ในลานฝึกซ้อมมีอีกหลายคนที่ยืนอยู่ดูอย่างหดหู่เช่นกัน พวกเขาคือไป่ฉงและคนอื่นๆจากลานนักสู้

แต่คนรับใช้ที่ติดตามไป่ฉงจาก6คนก็เหลือ3คน

ไป่ฉงกำลังดูศพที่กระจายไปทั่วพื้นดินและมือขวาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแตะไปที่แขนซ้ายของเขาซึ่งมันกลายเป็นว่างเปล่าและถูกปกคลุมไปด้วยเลือด

"เจียงหนานเทียน และ เจียงวู่เหมิงข้าไม่ได้เป็นติดหนี้บุญคุณพวกท่านอีกต่อไป!"

ในวันนี้สงครามได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันแม้แต่กองกำลังของทุกฝ่ายที่ไม่ได้มีการเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ผลที่ได้รับกลับมาคือ...

ในตำหนักขุนพลดาบผู้อาวุโสทั้งสี่ของหอดาบได้ตายไป!

จิ่วจุ้นได้เสียชีวิต!

คนรับใช้ของหอดาบทั้งสี่คนและบรรดาลูกศิษย์เกือบร้อยชีวิตได้เข้ามาพัวพันและถูกฆ่าเช่นเดียวกัน

ตำหนักขุนพลดาบเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บมากมาย

คนรับใช้หน้ากากทองจากลานนักสู้มีสามคนที่เสียชีวิตและอีกสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ไป่ฉงสูญเสียแขน!

จื่ออู่เยวี่ยถูกจับตัว!

โศกนาฏกรรม! สงครามครั้งนี้เต็มไปด้วยเรื่องน่าเศร้า!ที่มาของสงครามครั้งนี้คือการปลุกจิตวิญญาณดาบของเจียงวู่เฉิง

...

จบบทที่ ตอนที่ 37 เศร้าสลด

คัดลอกลิงก์แล้ว