เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 - มาโซคิสม์

ตอนที่ 33 - มาโซคิสม์

ตอนที่ 33 - มาโซคิสม์


ตอนที่ 33 - มาโซคิสม์

 

ถ้าเป็นเช่นนี้ เมื่อคืนนี้เขาก็ไม่ได้เห็นคนผิด

แต่สือเหล่ยเพิ่งจะคุยกับจางเหม่ยเหม่ยไปเมื่อวานก่อนและเธอก็ได้รับคำแนะนำของสือได้ ดังนั้นในวันนี้มันน่าจะเป็นวันที่พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แล้วทำไมจางเหลียงเหลียงจึงอยู่ที่บาร์?

แม้ว่าจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสือเหล่ยเพราะเขาเป็นแค่ครูสอนพิเศษของเธอเท่านั้น แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไปดูเธอ

"นายรู้ใช่ไหมว่าพวกเธออยู่ในห้องไหน?" สือเหล่ยถาม

ไฟสีแดงนำสือเหล่ยไปที่ชั้นบนโดยไม่พูดอะไรออกมา เขาชี้ไปที่ประตูและบอกกับสือเหล่ยว่าจางเหลียงเหลียงอยู่ข้างใน

สือเหล่ยขอบใจไฟสีแดงซึ่งเขาดูค่อนข้างกระวนกระวายใจขณะที่เฝ้าดูสือเหล่ยผลักประตูเข้าไป

สือเหล่ยอดที่จะสังเกตไม่ได้ว่าภายในห้องนั้นมีเสียงดังมาก ก่อนที่เขาจะเปิดประตู พื้นได้สั่นสะเทือนจากเสียงดนตรีที่หนักหน่วง แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกมา เสียงโหยหวนภายในห้องก็ได้ดังกลบเสียงดนตรีจากทางชั้นล่างในทันที ราวกับว่าคลื่นเสียงนี้ได้ขัดขวางสือเหล่ยไม่ให้เดินก้าวเข้ามาในห้อง

"ทำอะไรหน่ะ?" สาวน้อยคนหนึ่งที่แต่งตัวสไตล์พังค์เงยหน้าขึ้นมองสือเหล่ยและถามด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

สือเหล่ยไม่สนใจเธอและเหลือบผ่านหัวของเธอไปยังจางเหลียงเหลียงที่หันหลังในกับเขาซึ่งกำลังแหกปากไปพร้อมๆกับเพลงที่สือเหล่ยไม่รู้จักอยู่

"เฮ้ ฉันถามนายอยู่นะ!" เมื่อเห็นว่าสือเหล่ยไม่สนใจเธอ แต่กลับเดินเข้ามาภายในห้อง ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปีที่โปะเจลไว้บนหัวเป็นจำนวนมากก็ได้ขวางทางของสือเหล่ยไว้และเหยียดมือของเขาออกมาหมายที่จะผลักสือเหล่ย

สือเหล่ยขมวดคิ้วและชี้ไปที่จางเหลียงเหลียง "ฉันกำลังมองหาเธออยู่"

"ใครๆก็อยากเจอเอ้อเจี่ย นายเป็นใครฮะ? วันนี้พวกเราไม่ให้สมาชิกใหม่คนไหนเข้ามา รีบ...... " สือเหล่ยผลักเขาออกไปข้างนอกโดยไม่รอให้เขาพูดจบและเดินเข้าไปหาจางเหลียงเหลียงซึ่งหันกลับมามองเมื่อเธอสังเกตเห็นความวุ่นวาย

"เฮ้ นายกล้าผลักฉันงั้นเหรอ!" ชายหนุ่มหัวเสียขึ้นมาและคว้าไปที่ไหล่ของสือเหล่ย

แต่เวลาเดียวกัน จางเหลียงเหลียงก็ได้เห็นว่าเขาเป็นใคร เธอแข็งค้างและเอ่ยขึ้นมาโดยไม่รู้สึกตัว "ครูสือ"

ขณะที่ไมโครโฟนยังอยู่ข้างๆปากของเธอ เสียงนั้นจึงดังออกมา และทุกๆคนในห้องก็ได้ยินเสียงของเธออย่างชัดเจน

สือเหล่ยหันกลับไปและมองไปที่ชายหนุ่มที่คว้าไหล่ของเขา ชายหนุ่มชักมือกลับด้วยความตะขิดตะขวงเมื่อสือเหล่ยเหลือบมองมาที่มือของเขาและพึมพัมออกมา "อะไรวะเนี้ย ทำไมครูถึงมาที่นี่?" เขาคิดว่าจางเหลียงเหลียงจะไม่ได้ให้ความสนใจกับสือเหล่ย เพราะงั้นเขาจึงไม่กล้ารุกรานสือเหล่ยเนื่องจากจางเหลียงเหลียงเป็นคนที่จ่ายเงินให้กับพวกเขาทั้งหมดในวันนี้

"ฉันจำได้ว่าเธอตกลงกับบางสิ่งที่ฉันบอก" สือเหล่ยเดินไปข้างๆจางเหลียงเหลียงและคว้าไมค์จากเธอ จากนั้นเขาก็ลากจางเหลียงเหลียงออกมาจากห้องต่อหน้าต่อตาทุกๆคน

เนื่องจากจางเหลียงเหลียงเป็นที่รู้จักในชื่อของเอ้อเจี่ยซึ่งการดำรงอยู่ของเธอนั้นเหมือนกับเป็นปีศาจตัวน้อย แต่จุดที่สำคัญก็คือเธอเป็นคนรวยและสถานที่แบบนี้แน่นอนว่าจะไม่รบกวนลูกค้าที่ร่ำรวยแบบนี้

ดังนั้นคนที่เฝ้าสถานที่นี้อย่างพวกไฟจราจรจึงสุภาพกับจางเหลียงเหลียงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา จางเหลียงเหลียงที่เตะคนอื่นกลับไม่เป็นอะไร แต่คนที่โดนเธอเตะเข้าที่ไข่ดันถูกคุมขัง ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าจะรบกวนเธอ

แต่ในวันนี้ ทุกๆคนในห้องได้พบกับโลกใบใหม่ ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาโดยไม่มีเหตุผลใดๆและเขาดูไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาได้คว้าคอของจางเหลียงเหลียงและลากเธอออกไปจากห้อง สิ่งที่แปลกประหลาดคือจางเหลียงเหลียงไม่กล้าที่จะต่อต้านและมันทำให้ทุกคนรู้สึกมึนงง

ไฟสีแดงตกอยู่ในความประหลาดใจเมื่อสือเหล่ยลากเอ้อเจี่ยออกมาจากห้อง เขาลอบยกนิ้วโป้งให้สือเหล่ยแบบลับๆและคิดขอบคุณพระเจ้ากับตัวเองที่ไม่ได้ไปขัดใจเขา เขาจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองและแม้กระทั่งสามารถเอาชนะปีศาจอย่างเอ้อเจี่ยได้ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ชนะที่สามารถใช้ได้ทั้งด้านสีขาวและสีดำ

จางเหลียงเหลียงรู้สึกละอายใจ เธอโอดครวญออกมาด้วยเสียงเบาๆ "ปล่อยฉันเถอะ ฉันเดินเองได้!"

สือเหล่ยหยุดเดินและมองไปที่จางเหลียงเหลียงอย่างเย็นชา "ตอนนี้เธอรู้แล้วเหรอว่ามันน่าอาย? เธอเป็นผู้หญิงที่ดี แต่กลับทำตัวเองให้เป็นแบบนี้ เธอไม่อายงั้นเหรอ?"

อารมณ์ของจางเหลียงเหลียงพุ่งขึ้นมา เธอไม่สนใจเรื่องความประทับใจที่เธอมีต่อสือเหล่ยและแผดเสียงออกมาราวกับแมวป่า "ทำไมคุณต้องสนใจ? คุณคิดว่าคุณเป็นใครกัน? คุณไม่ใช่แค่ครูสอนพิเศษที่บ้านงั้นเหรอ? ทำไมคุณถึงพยายามดูแลฉัน! ฉันจะทำอะไรที่ฉันอยากทำก็ได้ทั้งนั้น!"

เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย คนอื่นๆต่างออกมาจากห้อง พวกเขาได้ยินคำพูดของจางเหลียงเหลียงและก็ตระหนักได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่ครูแต่เป็นครูสอนพิเศษที่บ้าน เขาดูคล้ายกับนักศึกษามหาวิทยาลัย และเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่ไม่ได้สนใจเรื่องการศึกษาก็เริ่มอวดดีออกมา

“นี่มันอะไรกัน? ฉันคิดว่านายเป็นครูจริงๆซะอีก นายเป็นแค่ครูสอนพิเศษเท่านั้น เอ้อเจี่ยของพวกเราได้เฉดหัวครูสอนพิเศษไปมากกว่าสิบคนแล้วในปีนี้ นายก็น่าจะโดนไล่ออกไปเหมือนกันหลังจากผ่านไปสักสองอาทิตย์ โอ้เวร ฉันไม่เคยเห็นครูสอนพิเศษที่อวดแบบนี้มาก่อนเลย!”

“นาย........”

เมื่อคนหนึ่งพูดจบ อีกคนหนึ่งที่พูดออกมาได้เพียงหนึ่งคำก็ถูกไฟสีแดงที่อยู่ใกล้ๆกับสือเหล่ยผลักออกไป

"มีกฏข้อไหนบอกให้พวกนายพูดกันที่นี่? หุบปากและออกไปซะ! ถ้าพวกนายพูดอะไรออกมาอีก โดนฉันฆ่าแน่!"

วัยรุ่นกลุ่มนี้นี้ที่ออกมาแฮงค์เอ้าท์กันที่นี่บ่อยๆและเห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ว่าไฟสีแดงเป็นหนึ่งในคนคุมที่นี่ เมื่อเห็นไฟสีแดงพูดขึ้นมาเพื่อปกป้องสือเหล่ย พวกเขาก็รู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม

พวกเขาเป็นเพียงเด็กเกเรที่เกลียดการเรียนและชอบออกมาเล่นเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะเคยชกต่อยมาบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความกล้าที่จะรบกวนอันธพาลจริงๆ

สือเหล่ยมองไปที่ไฟสีแดงและพูดเบาๆว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย ฉันจัดการเอง"

ไฟสีแดงถอยไปด้านข้างโดยไม่ลังเล แต่ยังชี้มาที่คนเหล่านั้นเพื่อบอกให้พวกเขารู้ว่าต้องระวังตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมันได้ส่งผลให้ฐานะของสือเหล่ยดูยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น

กลุ่มเด็กวัยรุ่นคิดว่ามันไม่มีทางที่สือเหล่ยจะเป็นหัวหน้าแก็งค์มาเฟียหรอกใช่ไหม? เขาอายุยังน้อย นอกจากนี้แล้วหัวหน้ามาเฟียจะมาเป็นครูสอนพิเศษที่บ้านได้ยังไง! นี่ไม่ใช่การล้อเล่นใช่ไหม?

ในขณะที่จางเหลียงเหลียงเห็นภาพนี้ แน่นอนว่าเธอรู้ว่าไฟสีแดงคือใคร และเธอก็เลี่ยงไม่ได้เหมือนกันที่จะมีความเข้าใจผิดแบบนั้นและคิดว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มมาเฟีย

โดยปกติเมื่อผู้หญิงเข้าใจผิดแบบนี้ แม้ว่าพวกเธอจะไม่คิดว่าพวกเธอควรอยู่ห่างจากเขา แต่แน่นอนว่าพวกเธอก็ไม่คิดจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นและใกล้ชิดกับเขามากยิ่งขึ้น

แต่จางเหลียงเหลียงนั้นต่างออกไป เธอเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก มากจนกระทั่งดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความตื่นเต้น

และบังเอิญกับที่สือเหล่ยได้พูดกับเธอ "เธออยากให้ฉันกดเธอลงกับก๊อกน้ำและล้างสีบ้าๆนี้ออก หรือเธอจะไปทำมันเอง?"

ดวงตาของจางเหลียงเหลียงสว่างขึ้นและดาวดวงเล็กๆได้ปรากฏอยู่ในดวงตาของเธอ ไม่เพียงแต่เธอไม่โกรธในน้ำเสียงของสือเหล่ แต่เธอยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก "ฉันจะล้างมันเอง...... โอ้ ไม่ คุณสามารถกดฉันลงกับก๊อกน้ำและล้างมันออกได้!"

สือเหล่ยประหลาดใจ รวมถึงทุกๆคนที่ประหลาดใจไม่แพ้กัน นี่มัน...... นี่มันมาโซคิสม์งั้นเหรอ? พวกเราสามารถปล่อยผ่านมันได้ถ้าเธอเพียงแค่ฟังเขาพูดและล้างมันออก แต่ทำไมเธอถึงยืนกรานให้เขากดเธอลงกับก๊อกน้ำ?

"เร็วเข้า เร็วเข้า รีบพาฉันไปล้างมันออก! ฉันรู้ว่าคุณชอบเด็กผู้หญิงที่มีความสดใสและบริสุทธิ์ใช่ไหม?!" จางเหลียงเหลียงคว้าแขนสือเหล่ยด้วยความตื่นเต้นและดึงเขาไปที่ห้องน้ำ

สือเหล่ยเองก็งง เอ้อเจี่ยคนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่คนปกติ มันมีอะไรอยู่ภายในจิตใจของเธอกัน?

มีเพียงแค่ไฟสีแดงเท่านั้นที่มองไปที่สือเหล่ยอย่างเลื่อมใส และคิดว่าเป็นไปตามคาดของพี่ชายคนนี้ นี่อาจเป็น 'การสอน' ที่เขาได้ยินมาใช่ไหม? ไฟสีแดงไม่ทราบว่าสือเหล่ยจะยอมรับเขาเป็นลูกมือหรือไม่ แต่ถ้าหากสือเหล่ยยอมรับ ไฟสีแดงก็ปรารถนาที่จะสมัครจริงๆ

ขณะที่จางเหลียงเหลียงเห็นสือเหล่ยยืนอยู่กับที่และนิ่งค้างอยู่ เธอก็คิดว่าเขาอาจจะรู้สึกอาบที่มีคนเป็นจำนวนมากกำลังมองมาที่พวกเขาอยู่ ฉับพลัน เธอแผดเสียงออกมาด้วยความโกรธทันที "พวกนายกำลังมองหาอะไรฮะ? กลับไปร้องเพลง! ฉันมีมากกว่า 100 เพลงอยู่ในคิว ห้ามใครออกมาถ้ายังร้องเพลงไม่เสร็จ! "

 

จบบทที่ ตอนที่ 33 - มาโซคิสม์

คัดลอกลิงก์แล้ว