เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 - ชื่อเสียงของเอ้อเจี่ย

ตอนที่ 32 - ชื่อเสียงของเอ้อเจี่ย

ตอนที่ 32 - ชื่อเสียงของเอ้อเจี่ย 


ตอนที่ 32 - ชื่อเสียงของเอ้อเจี่ย

 

ทันทีที่สือเหล่ยกลับมาที่หอพัก จางโม่และคนอื่นๆก็รุมล้อมเขา

"ก้อนหิน แล้วแล็ปท็อปนายล่ะ?" จางโม่ถามด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นสือเหล่ยกลับมามือเปล่า

สือเหล่ยได้วิ่งวุ่นมาตลอดทั้งวันและแสนจะเหนื่อยล้า ทั้งเมื่อคืนเขายังนอนไม่หลับอีกด้วย ทำให้เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะให้ความสำคัญกับพวกเขา เขาล้มตัวลงบนเตียงและในที่สุดก็รู้สึกว่าร่างกายกลับมาเป็นของเขาเองอีกครั้ง

"ฉันถามนายอยู่นะ แล็ปท็อปของนายอยู่ไหน?" ซื่อหมิงปาหมอนไปที่เขา

สือเหล่ยโยนหมอนลงบนพื้นและพูดด้วยความรำคาญ "ฉันเอามันให้คนอื่นไปแล้ว!"

“อะไรวะเนี้ย? นายให้แล็ปท็อปนั่นกับคนอื่น? นายน่าจะให้พวกเราเล่นมันก่อนสักหน่อยนะ?” ลั่วอี้ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

"มันเป็นแล็ปท็อปของฉัน ฉันสามารถเอาให้ใครก็ได้ที่ฉันอยากให้ ถ้าฉันปล่อยให้พวกนายเล่นสักสองสามวัน ผู้คนจะมองว่ามันเป็นของมือสองได้ แล้วฉันจะให้มันทั้งแบบนั้นได้ยังไง?"

"นายเอาให้ใคร? ตามความคิดของลูกเศรษฐี การเอาแล็ปท็อปราคา 80,000 หยวนให้คนอื่นคงเป็นเรื่องธรรมดาๆ" ซื่อหมิงถอนหายใจ

"ผู้ชายหรือผู้หญิง? ฉันคาดเดาผู้หญิง มิฉะนั้นพ่อรูปหล่อบ้านรวยและตัวสูงของพวกเรา...... เอ่อ ไม่สิ ไม่สูง และไม่หล่อ แต่รวยแน่นอน! มันเป็นเด็กสาวใช่มั้ย? " ลั่วอี้พูด

ซื่อหมิงสำทับทันที "เห็นได้ชัดว่ามันต้องเป็นผู้หญิง นายจำเป็นต้องถามเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? เอาแล็ปท็อปราคา 80,000 หยวนให้กับผู้ชายงั้นเหรอ? เว้นเสียแต่ว่าจะมีความผิดปกติกับรสนิยมทางเพศของก้อนหินเท่านั้นแหละ"

แต่จางโม่กลับขมวดคิ้วและถามว่า "ก้อนหิน นายกลับไปก่อนเมื่อพวกเราไปที่บาร์เมื่อคืน แต่นายดันกลับมาช้ากว่าพวกเรา ไม่มีทาง อย่าบอกนะว่านายพบกับผู้หญิงที่บาร์และให้มันกับเธอ?"

ซื่อหมิงและลั่วอี้ตะโกนพร้อมๆกัน "ก้อนหิน อย่าโดนหลอก! แน่นอน นายสามารถเล่นกับสาวๆในบาร์ได้และนายไม่ได้สนใจเรื่องเงิน แต่การกินดื่มก็เพียงพอแล้ว นายให้แล็ปท็อปราคา 80,000 หยวนไปแบบนั้นได้ยังไง?"

สือเหล่ยรำคาญและตะโกนเสียงดัง "ไม่ ไม่ ไม่! เป็นเด็กผู้หญิง แต่ไม่เป็นไร เธอเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันกับฉันและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบาร์ พวกนายหยุดเสียงดังได้ไหม? พวกนายให้ฉันนอนหน่อยได้ไหม?"

ทั้งสามคนมองหน้ากันและพยักหน้าพร้อมๆกัน ก่อนจะพูดออกมา "แฟน คู่รักที่ไร้เดียงสา คิกคิก ไม่มีอะไรนอกจากนี้ที่เราจะพูดได้อีกแล้ว ก้อนหิน เมื่อไหร่ที่นายจะพาเธอมาเจอพวกเรา?"

"ไปตายซะ ฉันจะนอน"

"ไม่ๆ นายต้องอธิบายให้ชัดเจน ทุกคนในหอพักของเราเป็นโสด มหาวิทยาลัยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ไม่มีใครในพวกเราที่มีแฟน ในที่สุดตอนนี้นายก็กำลังมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น นายต้องเล่าให้พวกเราฟัง" ทั้งสามคนเอะอะ

สือเหล่ยคลุมหัวด้วยผ้าห่ม แต่เขาไม่สามารถต้านทานพวกเขาที่ร่วมมือกันได้ เขานั่งลงอย่างหมดหนทางและพูดออกมา "ถ้าพวกนายปล่อยให้ฉันนอนซักสองชั่วโมง ฉันจะเลี้ยงมื้อเย็น!"

ทั้งสามคนหันมาสบสายตากันอีกครั้งและปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา พวกเขาเปิดปากประสานเสียงพร้อมๆกัน "ไปที่บาร์หลังจากข้าวเย็น และต่อจากเมื่อคืน!"

สือเหล่ยต้องการแค่การนอน นอกจากนี้หลังจากขายแล็ปท็อป เขาได้ให้เงินซุนอี้อี้ไปแค่ 60,000 หยวนและเขายังเหลือเงินมากกว่า 10,000 หยวน ดังนั้นมันจึงเป็นธรรมดาที่เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก

"ได้ ฉันขอร้องพวกนายล่ะ ปล่อยให้ฉันได้นอนสักหน่อย!"

ในที่สุดทั้งสามคนได้ออกไปและสือเหล่ยก็ได้หลับ

เมื่อเขาตื่นขึ้นมา มันก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มแล้ว สือเหล่ยมองไปที่เวลาและรู้สึกประหลาดใจที่จางโม่และคนอื่นๆไม่ปลุกเขา

"มันทุ่มนึงแล้ว ทำไมพวกนายไม่ปลุกฉัน?"

"นายหลับลึกเกินไปดังนั้นพวกเราจึงไม่อยากปลุกนาย พวกเราไม่ได้สนใจเรื่องอาหารเย็นจริงๆและมันยังเร็วเกินไปที่จะไปที่บาร์ในตอนนี้ "

สือเหล่ยสบถออกมาและชูนิ้วกลางให้พวกเขา

ชายโสดทั้งสี่ออกจากหอพักไปด้วยกันและสุ่มเลือกอาหารที่อยู่ใกล้ๆกับประตูมหาวิทยาลัย จางโม่และคนอื่นๆสนใจที่จะไปบาร์เกินกว่าที่จะกินมื้อเย็นและพวกเขาไม่ได้คิดจะขูดรีดสือเหล่ยด้วยอาหาร พวกเขาสั่งแค่ไก่ผัดและก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น หลังจากนั้น พวกเขาก็ทำเอะอะโวยวายกันซะยกใหญ่ขณะที่กำลังไปที่บาร์

มันเป็นบาร์เดียวกันกับเมื่อคืน พนักงานเสิร์ฟดูเหมือนจะคุ้นหน้าพวกเขาเล็กน้อย เขาจำได้ว่าเป็นพวกเขาทั้งสี่จากเมื่อคืน และรีบพาพวกเขาเข้าไปในห้องอีกครั้ง

ไฟจราจรมีสายตาที่เฉียบคมและเห็นสือเหล่ย ไม่รู้ว่าทำไม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาต่างหวาดกลัวสือเหล่ย ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ต้องการที่จะมาพูดคุยกับสือเหล่ย แต่เมื่อพวกเขาเห็นสือเหล่ย พวกเขาจึงต้องบังคับตัวเองให้มาดื่มอวยพรสือเหล่ย พวกเขาทำแม้แต่การเรียกพนักงานเสิร์ฟและบอกให้มอบส่วนลด

จางโม่และคนอื่นๆค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น ตอนแรกพวกเขาเห็นชายสามคนที่แต่งตัวฉูดฉาดเดินเข้ามาและคิดว่าจะเกิดการต่อสู้ แต่พวกเขากลับไม่คิดว่าทั้งสามคนต่างเดินเข้ามาเพื่อดื่มอวยพรสือเหล่ยและมอบส่วนลดให้

สือเหล่ยทำได้เพียงแค่สร้างเรื่องขึ้นมาเท่านั้น "พวกนายคิดว่าคนอื่นๆเขาจะตาบอดเหมือนพวกนายงั้นหรือ? พวกเราอยู่ในหอพักเดียวกันมาเป็นเวลาสามปีแล้วและไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นลูกเศรษฐีแม้แต่น้อยเลย นี่เป็นเพราะการคงอยู่ของฉันมันเจิดจ้ามากเกินไปและมันไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกแล้ว ฉันไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่การดำรงอยู่เฉกเช่นจักรพรรดิของฉันได้เอ่อล้นออกมาและแม้แต่พวกอันธพาลเองก็รับใช้อยู่ใต้ฝ่าเท้าของฉัน ...... "

ด้วยเหตุนี้ จางโม่และคนอื่นๆจึงได้ตอบสนองออกมาด้วยนิ้วกลางในมือทั้งสามของพวกเขา และพูดตัวอักษรภาษาอังกฤษออกมาสี่ตัวพร้อมๆกันเพื่อแสดงถึงความโมโหของพวกเขา [คนแปล : เดาว่า f-u-c-k ]

ดนตรีเป็นจังหวะที่เร็ว ทั้งสามคนได้พบกับเป้าหมายของพวกเขาแล้วและไม่ว่าพวกเขาจะอ้วนหรือผอม สะโพกของพวกเขาก็ล้วนแกว่งไปมาเมื่อพวกเขาขยับเข้าไปในฟลอร์เต้นรำเพื่อจู่โจมหญิงสาว สือเหล่ยมองไปที่จางโม่ผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม เมื่อคิดว่าถึงเขาจะเหนื่อยหลังจากออกเสต็ปไปได้ไม่กี่ท่า แต่เขาก็ยังคงเป็นคนที่มีสไตล์การเต้นอันโดดเด่น

ขณะที่สือเหล่ยกำลังดื่มไวน์และกินผลไม้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาได้เห็นเงาที่ดูคุ้นเคยเฉกเช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้

ในขณะที่เขามีประสบการณ์ในการวิ่งขึ้นไปด้านบน แต่ไม่สามารถหาคนๆนั้นเจอและได้พบกับซุนอี้อี้ เขารู้ว่าวันนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะไล่ตามในเวลานี้

หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่ สือเหล่ยได้โบกมือไปทางไฟสีแดงผู้ซึ่งกำลังดื่มและสูบบุหรี่อยู่ในเวลาเดียวกัน

ไฟสีแดงตกใจเมื่อเขาเห็น เขาจ้องมองไปที่สือเหล่ยด้วยความไม่เชื่อ และชี้มาที่ตัวเอง ความหมายก็คือ คุณเรียกฉันงั้นเหรอ?

สือเหล่ยพยักหน้า ไฟสีแดงลังเลอยู่พักหนึ่งแต่ก็เดินเข้าไป

"พี่ชาย มีเรื่องอะไร?" ไฟสีแดงถามอย่างสุภาพ

สือเหล่ยหยิบบุหรี่บนโต๊ะและยื่นให้เขา ด้วยความรู้สึกยกยอ ไฟสีแดงรับมาและกล่าวว่า "เป็นบุหรี่ที่ดี ซองนึงมีราคาถึง 110 หยวน!"

สือเหล่ยโยนบุหรี่ทั้งซองให้เขาและพูดออกมา "ฉันต้องการถามอะไรบางอย่างจากนาย!"

ไฟสีแดงจุดบุหรี่ ทุบหน้าอกของเขา และพูด "ถามฉันมาได้เลย ฉันสัญญาว่าจะบอกทุกๆสิ่งที่ฉันรู้ คุณถูกใจหญิงสาวคนไหนงั้นหรือ? ฉันสามารถเรียกเธอมาให้คุณได้? "

"มันเกี่ยวกับผู้หญิงจริงๆ คนที่เพิ่งเดินขึ้นไปชั้นบน มีไฮไลท์ของหลายๆสีบนผมของเธอ ประมาณ..... อืมม สูงพอๆกับนาย แต่เป็นหญิงสาวรูปร่างผอมบาง ฉันเห็นเธอเมื่อคืนนี้ด้วยเช่นกัน เธอควรจะมาที่นี่บ่อยๆ ...... "

ไฟสีแดงนึกพร้อมกับขมวดคิ้ว จากนั้นก็ตบต้นขาของเขาและกล่าวว่า "พี่ชาย คนที่คุณกำลังพูดถึงคือเอ้อเจี่ยใช่ไหม?!"

สือเหล่ยเกือบจะล้มลง มันเป็นของเธอจริงๆ และเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ใช่ชื่อ 'เอ้อเจี่ย' ใน WeChat แต่กลับใช้ชื่อนี้ภายนอกด้วย

"ใช่แล้ว เป็นเธอ"

“มีอะไรงั้นเหรอ? พี่ชายสนใจเธอหรือ? ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับผู้หญิงคนนั้น ครั้งสุดท้าย ฉันมีพี่ชายที่ตกหลุมรักเธอ แต่เธอได้เตะเขาเข้าที่ไข่และเกือบจะทำให้เขาพิการเลย แม้ว่าจะพัวพันถึงตำรวจ แต่ครอบครัวของเธอมีสำนักงานกฎหมายและใกล้ชิดกับตำรวจ ในท้ายที่สุด พี่ชายคนนั้นก็เกือบจะเป็นขันทีและถูกคุมขังอยู่ในความดูแลของตำรวจเป็นเวลา 15 วันสำหรับการล่วงละเมิดในที่สาธารณะ”

สือเหล่ยตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้และคิดว่าจางเหล่ยเหล่ยเป็นเด็กที่แปลก แม้ว่าเธอจะค่อนข้างดื้อรั้น แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถแยกแยะสิ่งที่เธอทำได้และสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้

"ฉันรู้จักเธอ" สือเหล่ยอธิบายและยังคงถามต่อ "ถ้าให้ถูกต้องคือฉันรู้จักครอบครัวของเธอ ฉันเห็นเธอเมื่อวานนี้ และคิดว่าฉันคิดไปเองซะอีก แต่ฉันก็ได้พบกับน้องสาวของฉัน เธอมักจะนั่งอยู่บนชั้นสองเป็นประจำเลยงั้นหรือ? "

"เอ้อเจี่ยรวยมาก ถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนกับผู้หญิงเหล่านั้น ... ... " ไฟสีแดงชี้ไปที่เด็กผู้หญิงที่สวมเสื้อผ้าที่เปิดเผยเป็นนัยว่าเขากำลังดูถูกพวกเธอ "เธอยินดีที่จะเลี้ยงคนอื่นๆและเธอก็ตั้งกลุ่มขึ้นมากับบรรดาพี่สาวของเธอ ฉันอยากจะเข้าไปร่วมสนุก แต่เธอปฏิเสธฉัน เพราะเธอบอกว่าฉันมันน่าเกลียด! "

 

จบบทที่ ตอนที่ 32 - ชื่อเสียงของเอ้อเจี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว