- หน้าแรก
- เดิมพันชีวิตพิชิตเกมปีศาจ
- ตอนที่ 44 ยามค่ำคืนมืดมิดดั่งหมึก
ตอนที่ 44 ยามค่ำคืนมืดมิดดั่งหมึก
ตอนที่ 44 ยามค่ำคืนมืดมิดดั่งหมึก
ยามค่ำคืนมืดมิดดั่งหมึก
ในความมืดนั้นมีเพียงแสงสีเหลืองนวลจากเสาไฟถนนที่ส่องกระจายออกมา
ซูอี้ขบคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบถอยกลับเข้าไปในโรงแรมในเมื่อ ลั่วกู่เฟยไม่ได้กระโจนลงมาจากหน้าต่างไล่ตามตน แสดงว่าเขาคงไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นผิดมนุษย์ผิดธรรมชาติ
ในตอนนี้ สิ่งที่ซูอี้ทำได้คือต้องใช้ข้อได้เปรียบของตนจากพลังปรมาจารย์ทองคำในการปีนป่าย แล้วไล่หลบ วนกับ X ให้เหมือนแมวไล่หนู จากนั้นค่อยหาทางหลบหนีจากสถานที่ประหลาดแห่งนี้ให้ได้
มือของซูอี้จับแน่นที่แท่งเหล็กสองอัน ใช้พลังร่างกายและคมแกร่งของเหล็กไต่ขึ้นไปถึงชั้นสาม ก่อนจะพังหน้าต่างแล้วปีนเข้าไปในห้องหนึ่ง
ในห้องนั้น พอมีแสงจันทร์สาดเข้ามาให้พอมองเห็นได้บ้าง และภายในก็ไม่มีใครอยู่
ซูอี้เงี่ยหูฟังเงียบ ๆ เปิดประตูออก แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังบันได เพราะเมื่อควบคุมจุดเชื่อมต่อระหว่างชั้นได้ ก็เท่ากับควบคุมการเคลื่อนไหวของลั่วกู่เฟยได้ด้วย และยังง่ายต่อการหลบหนีอีกด้วย
แน่นอน...ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับว่าลั่วกู่เฟยไม่มีพลังความเร็วเหนือมนุษย์
จากสถานการณ์ตอนนี้ พลังของเขาน่าจะเป็นการสร้างมิติพิเศษขึ้นมาเพื่อสังหาร? ถ้าใช่แบบนั้นจริง ๆ ก็แน่นอนว่าจะไม่มีหลักฐานใดหลงเหลือไว้
แต่ทว่าตนเองกลับเขียนไว้ในบันทึกว่าตนเคยเห็นฉากที่เขาลงมือฆ่าแล้วเรื่องนั้นคืออะไรกันแน่?
“ตึกตัก! ตึกตัก!”
ซวยแล้ว! ขณะที่ซูอี้เพิ่งจะมาถึงบันได ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากด้านล่าง
จากการฟังเสียง เขาประเมินว่าเสียงนั้นดังมาจากชั้นสอง
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป แล้วหายไปในที่สุด
ซูอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีที่เขาไม่ได้ขึ้นมาทางนี้
ดีมาก การยึดครองตำแหน่งบันไดถือว่ามีคุณค่าทางยุทธศาสตร์สูง
แต่คำถามคือจะออกจากสถานที่บ้า ๆ นี่อย่างไร?
ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่า โรงแรมแห่งนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเขากับลั่วกู่เฟย
ในฐานะนักเขียนนิยายสืบสวนที่มีจินตนาการสูง ซูอี้เริ่มคิดทันทีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่จริงหรือพื้นที่จำลองคล้ายฝัน
หากตนตายในที่แห่งนี จะตายจริงหรือไม่?
“นายกำลัง...หลบฉันอยู่หรือเปล่า?”
คำพูดหนึ่งดังลอยมาจากที่ไม่คาดคด เสียงแหบต่ำแทรกผ่านความเงียบเข้ามาในทันที
ประสาทของซูอี้ตึงขึ้นทันที เสียงนั้นดังมาจากด้านบนของเขา!
เขาหันขวับไปตามเสียงที่ได้ยินใบหน้ายาวเรียวของลั่วกู่เฟย ปรากฏขึ้นตรงทางขึ้นบันไดระหว่างชั้นสามกับสี่ ราวกับผีจากนรก
ลั่วกู่เฟยยิ้มเหี้ยม ขวานดับเพลิงลากพื้นตามมา ส่งเสียงครืด ครืด ไม่ขาดสาย เขาก้าวเข้าหาซูอี้อย่างไม่รีบร้อน
ซูอี้เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้าวิ่งหนีทันที
บ้าจริง! เขาไม่เพิ่งอยู่ชั้นสองเมื่อกี้หรอกหรือ!?
ไม่ทันได้คิดอะไรมาก ซูอี้วิ่งฝีเท้ารัวไม่หยุดระหว่างวิ่งเขาไม่หันกลับไปแม้แต่น้อย แต่ได้ยินเสียงลากขวานค่อย ๆ ห่างออกไป
เขาวิ่งกลับมาชั้นหก ห้องเดิมที่เขาหนีออกมาก่อนหน้านี้ ประตูหน้าต่างถูกพังเสียหายหมดแล้ว ซูอี้จึงเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะปีนออกหน้าต่างอีกครั้ง แล้วขยับตัวไปยังหน้าต่างของห้อง 612 ที่อยู่ติดกัน
เขาใช้ด้านข้างของแท่งเหล็กที่ถูกเสริมด้วยพลังร่างกายทองคำ ผ่าแผ่นกระจกออกอย่างเงียบ ๆ แล้วไขกลอน เปิดหน้าต่างเข้าไปด้านใน
เป็นไปตามคาดภายในห้องไม่มีโจวอี้ชิงอยู่เลย ยิ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง
ซูอี้กวาดตามองไปรอบห้อง พบว่าการจัดวางของห้องคล้ายกับห้องที่ยังไม่เคยมีใครเข้าพักเลย
เขายังคงเกาะอยู่ตรงขอบหน้าต่าง เตรียมพร้อมหลบหนีเสมอ
ตอนนี้เขาไม่กล้าไว้ใจอะไรอีกแล้ว
เมื่อครู่ที่ลั่วกู่เฟยโผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ได้ให้บทเรียนที่แสนหนักหนาแก่เขา
ด้วยพลังการฟังของตน ไม่ควรมีทางที่ลั่วกู่เฟยจะขึ้นมาด้านบนแล้วตนไม่รู้ตัว ดังนั้นมีคำอธิบายเดียววาร์ป!
หรือไม่ก็…สถานที่ทั้งหมดแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของลั่วกู่เฟยเป็นอาณาเขตของเขา
หากเขารับรู้ทุกสิ่งในโรงแรมนี้ได้จริง เขาก็ต้องรู้ว่าตนอยู่ที่ไหน
ไม่ว่าผมจะซ่อนอยู่ที่ใด ก็หลีกเลี่ยงโชคชะตาถูกตามล่าไม่ได้เลย
ห้องมีมากมาย ชั้นก็หลายชั้น เขารู้ได้อย่างไรทุกครั้งว่าฉันอยู่ไหน?
เพราะแบบนี้ ซูอี้จึงตัดสินใจรอดูว่าสิ่งที่เขาคิดไว้จะถูกหรือไม่
“แกร๊ก!”
ในขณะที่ซูอี้กำลังครุ่นคิด เสียงขวานฟันประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง!
ประตูห้อง 612 เริ่มสั่นสะเทือน!
“อยู่นี่เอง!” เสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมของลั่วกู่เฟยดังมาจากนอกประตู
ซวยแล้ว! นี่มันเรื่องใหญ่นี่หว่า!
“แกร๊ก แกร๊ก!”
เสียงฟันประตูของขวานยิ่งดังหนักขึ้นเรื่อยๆ
ซูอี้หันตัวกระโจนออกหน้าต่าง พุ่งลงสองชั้นก่อนจะพังหน้าต่างเข้ามาชั้นสี่ ทุกอย่างราบรื่นต่อเนื่องราวกับสายน้ำ
“คิดจะโกงงั้นรึ เอาตัวเองไปติดเครื่องติดตามแบบนี้ แล้วฉันยังจะเล่นอะไรได้อีก!”
แม้แต่ทักษะเทพอย่าง【ผู้ควบคุมชะตา】ในสถานการณ์นี้ก็ดูจะไร้ประโยชน์นัก
ถอยไม่ได้ หลบก็ไม่พ้น ยังมีทางใดแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อีกบ้าง ซูอี้วิเคราะห์อย่างละเอียดถึงสถานการณ์ในขณะนี้
ทุกลมหายใจล้วนสำคัญ
เขารู้ว่าอีกไม่นาน ลั่วกู่เฟยจะต้องตามมาอีกครั้ง
เกมปีศาจจะมีทางตันที่ไม่มีทางแก้จริงหรือ? คำตอบย่อมเป็น “ไม่” อย่างแน่นอน
สถานที่แห่งนี้ จะอยู่ภายใต้การควบคุมขอลั่วกู่เฟยโดยสิ้นเชิงจริงหรือ?
สิ่งแรกที่ซูอี้ต้องหาคำตอบ คือที่แห่งนี้คือที่ใดแน่
เมื่อครู่เขาตั้งใจไปตรวจดูห้อง 612 ของโจวอี้ชิง ปรากฏว่าในห้องไม่มีผู้ใดพักอยู่ ใหม่เอี่ยมราวกับไม่เคยมีคนเหยียบย่างเข้าไป
ทว่าในห้องของตนเอง กลับมีร่องรอยที่เคยใช้จริง แม้แต่แท่งเหล็กบาลานซ์สองแท่งที่ถอดออกมาก็ยังวางอยู่บนโต๊ะชา รวมถึงสัญลักษณ์ลับบางอย่างที่มีเพียงตนเท่านั้นที่รู้ก็ยังอยู่ครบทุกจุด ราวกับเป็นการจัดเตรียมก่อนนอนในความทรงจำของซูอี้เป๊ะๆ
หากจะบอกว่าโรงแรมแห่งนี้ถูกจำลองขึ้นมาทั้งหมด แล้วเหตุใดห้อง 612 จึงไม่มีร่องรอยการพักอาศัยเลย?
แต่กลับมีเพียงห้องของตนที่เหมือนในความทรงจำทุกอย่าง?
ความขัดแย้งนี้ ไม่มีเหตุผลโดยสิ้นเชิง!
นี่อาจหมายความว่าโรงแรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามความทรงจำของตนเองใช่หรือไม่? ห้องของตนย่อมจำได้ดี จึงไม่มีสิ่งใดคลาดเคลื่อน
แต่ห้องข้างๆ อย่าง 612 ที่เป็นของโจวอี้ชิง ซูอี้ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าเมื่อเธอเข้าพักจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ดังนั้นจึงดูเหมือนไม่มีผู้พักอาศัย
หากคิดตามแนวนี้ พื้นที่โรงแรมนี้ถูกสร้างตามความทรงจำของเขาเอง เช่นนั้นเขาอาจเป็นศูนย์กลางของพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นได้
เป็นไปได้อยู่ แต่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างไรนั้น ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ
อีกเรื่องหนึ่งที่ซูอี้สังเกตได้คือ ไอ้ฆาตกรโรคจิตนี่ต้องการฆ่าตนจริงหรือ?
มันรู้ดีว่าตนอยู่ที่ใด แถมยังสามารถเคลื่อนย้ายพริบตา แล้วเหตุใดไม่โผล่มาฆ่าทันที? ตอนที่ตนแอบอยู่ในห้อง มันก็ยังคงใช้ขวานฟันประตูทุกครั้ง
นี่จะถ่ายหนังรึไง สร้างบรรยากาศหลอนอยู่ได้
ถึงขั้นทำให้ตนตื่นขึ้นมาอีกด้วย หากจะฆ่าก็ฆ่าไปสิ จะทำให้ยุ่งยากทำไม?
หรือว่า…มันกำลังสนุกกับการล่าเหยื่อ? ก็อาจเป็นไปได้ เพราะนี่คือสิ่งที่ฆาตกรโรคจิตพึงกระทำอยู่แล้ว
ซูอี้ไม่อาจแน่ใจนัก แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดรุนแรงกำลังก่อตัวขึ้นในใจ
“แกร๊ก!”
เสียงดังสนั่นอีกครั้งขัดจังหวะความคิดของซูอี้ ขวานครึ่งเล่มฝังอยู่กับประตู
คราวนีลั่วกู่เฟยใช้เพียงการโจมตีเดียวก็ทะลุประตูห้องเข้าไปได้ทันที เสียงแควกดังขึ้น ขวานถูกดึงกลับออกไป แสงไฟสีเหลืองหม่นของทางเดินส่องผ่านช่องว่างขนาดใหญ่ที่เกิดจากรอยแตกของประตู
มาอีกแล้ว!
ซูอี้กระโจนลงทางหน้าต่างอีกครั้ง เริ่มเกมแมวจับหนูกับฆาตกรต่อเนื่องอีกครา
ห้องชั้นสองเขาเคยไปซ่อนมาแล้ว ชั้นบนสุดชั้นแปดก็ไปสำรวจมาแล้ว แม้แต่ในห้องครัวชั้นหนึ่ง เขาก็หยิบมีดผลไม้มาสองเล่ม
ตลอดเวลากว่าหนึ่งชั่วยามของการไล่ล่าและหลบซ่อน ซูอี้กลับมายังห้องของตนเองอีกครั้ง ห้อง 611 ชั้นหก
หากไม่มีช่วงพักฟื้นเป็นระยะๆ พลังธาตุทองคำของเขาคงหมดไปนานแล้ว แม้แต่ตอนนี้ก็เหลือเพียงครึ่งเดียว
หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ยังไงก็ต้องถูกจับได้แน่นอน
ทว่าภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามแห่งการหลบหนีเอาชีวิตรอดนี้เอง กลับทำให้ซูอี้ค่อยๆ เข้าใจแนวคิดของพื้นที่โรงแรมแห่งนี้
“ฮิฮิ จับได้แล้ว”
ที่หน้าประตูห้องที่ถูกทำลายเปิดออก ฆาตกรโรคจิตปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันน่าขนลุก
ขณะที่ซูอี้กลับเอนกายอย่างสบายใจบนโซฟา แล้วยืดตัวบิดขี้เกียจออกมาอย่างสบายอารมณ์
…………………